น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี รีวิว 6 ยี่ห้อ

รูปภาพปกบทความ น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี รีวิว 6 ยี่ห้อ

ใครที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์บ่อย ๆ จะรู้เลยว่า “น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์” นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อรถที่เรารัก การเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่ดีมีคุณภาพ จะส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ มีความทนทานและยังประหยัดเงินมากขึ้นด้วย แต่ด้วยยี่ห้อน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์นั้น มีวางขายกันอย่างมากมายในท้องตลาด เลยทำให้ไม่แน่ใจว่าควรจะซื้อยี่ห้อไหนดี งั้นลองมาอ่าน รีวิว 6 น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ในบทความนี้เลยครับ ซึ่งหวังว่าจะช่วยทำให้คุณผู้อ่านตัดสินใจเลือกซื้อน้ำมันเครื่องได้ง่ายขึ้น พร้อมแล้วก็ไปตามอ่านกันเลยครับ



คำแนะนำจากประสบการณ์ซื้อ “น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์” มาใช้งาน

คำแนะนำจากประสบการณ์ซื้อ "น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์" มาใช้งาน

สำหรับใครที่กำลังอยากจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องของรถมอเตอร์ไซค์ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อยี่ห้อไหนดี ผมมีคำแนะนำง่าย ๆ มาฝากกันครับ

1. เวลาเลือกซื้อน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ ก่อนอื่นให้ดูบนฉลาก เขาจะเขียนกำกับไว้ว่าเป็น 2T หรือ 4T ซึ่ง 2T คือ น้ำมันเครื่องสำหรับรถสองจังหวะ ส่วน 4T ก็รถสี่จังหวะ โดยน้ำมันเครื่องแบบ 4T สามารถเติมให้กับรถแบบสองจังหวะและสี่จังหวะได้ แต่แบบ 2T จะเติมให้ได้แค่กับรถสองจังหวะเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่รถมอเตอร์ไซค์จะเป็นแบบสี่จังหวะกันหมดแล้วครับ แบบสองจังหวะหาได้ยากมากแล้ว

2. จากนั้นให้ดูว่า น้ำมันเครื่องที่จะซื้อเป็นน้ำมันเครื่องสำหรับรถมอเตอร์ไซค์แบบออโต้หรือแบบมีเกียร์ ส่วนใหญ่จะดูได้จากด้านหลังของขวดตรงคำว่า JASO MA, MA1, MA2 คือสำหรับรถแบบ Manual หรือมีเกียร์นั้นเอง ส่วน JASO MB จะสำหรับรถออโต้เท่านั้น ลองเช็คในคู่มือที่แถมมากับรถมอเตอร์ไซค์ได้ครับ เขาจะระบุไว้เลยว่า ควรใช้น้ำมันเครื่องมาตรฐานอะไร

3. เป็นเกียร์ธรรมดา หรือ ออโต้ เวลาซื้อต้องระวังหน่อยนะครับ เพราะบางยี่ห้อ เช่น Shell Advance AX7 ที่มีแบบขนาด 1 ลิตร จะเป็น JASO MA2 สำหรับรถมีเกียร์ และแบบ 0.8 ลิตร จะเป็น JASO MB สำหรับรถออโต้ แต่ตัวขวดและฉลากมีลักษณะคล้ายกันมาก และด้านหน้ามันดันไม่มี MA2, MB ติดบอกด้วย ทำให้เวลาซื้ออาจจะสับสนกันได้ ซึ่งน้ำมันเครื่องทั้ง 2 ตัว สูตรมันมีความแตกต่างกันนะครับ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องผิดประเภทครับ

เวลาเลือกซื้อน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ อย่าลืมเลือกซื้อให้ถูกเกียร์ !
เวลาเลือกซื้อน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ อย่าลืมเลือกซื้อให้ถูกเกียร์ !

4. ต่อไปก็เลือกเกรดของน้ำมันเครื่อง ซึ่งก็จะมีเกรดธรรมดา, เกรดกึ่งสังเคราะห์ และเกรดสังเคราะห์แท้ 100 % ถ้าการใช้รถมอเตอร์ไซค์ของคุณ เป็นแบบทั่วไป มีการใช้งานไม่หนัก ขับขี่เพียงแค่ไปกลับจากบ้านกับที่ทำงาน ขับไปซื้อของตามห้างตามตลาด หรือขับขี่เล่น ๆ ในเมืองด้วยความเร็วไม่มาก สามารถใช้น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์เกรดไหนก็ได้ครับ ขอแค่ปฏิบัติตามคู่มือของรถคุณก็พอ จริง ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเครื่องเกรดสูง ๆ เลยครับ มันเป็นการเปลืองเงินซะเปล่า ๆ แต่ถ้ามีกำลังทรัพย์ น้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์แท้ 100% ก็ถือว่าดีที่สุดครับ อย่าลืมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเมื่อระยะทางหรือเวลาถึงกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

เกรดธรรมดาทุก 2,000-3,000 กิโลเมตร3-6 เดือน
เกรดกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic)ทุก 2,000-4,000 กิโลเมตร6-9 เดือน
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (100% Synthetic/ Fully Synthetic)ทุก 4,000-6,000 กิโลเมตร1ปี
เกรดยิ่งมีคุณภาพ ยิ่งดีต่อเครื่องยนต์
เกรดยิ่งมีคุณภาพ ยิ่งดีต่อเครื่องยนต์

5. พอเลือกเกรดได้แล้ว ต้องมาดูค่าคุณภาพของน้ำมันเครื่องโดยดูได้ที่ค่า API (American Petroleum Institute) ตัวอย่างเช่น API-SL ซึ่งตัว S คือเครื่องยนต์เบนซิน และจะมีตัว C คือเครื่องยนต์ดีเซลครับ โดยคุณภาพจะขึ้นอยู่กับตัวหลังสุด และจะบอกเป็นตัวอักษร A B C D E F G H I J K L M N ซึ่งตัว N คือค่าที่สูงสุดในขณะนี้ ยิ่งตัวอักษรสูง ๆ จะหมายถึงคุณภาพน้ำมันยิ่งดีและยิ่งแพงครับ ถ้ามีเงินก็จัดน้ำมันเครื่องคุณภาพเกรดสูง ๆ เลยอย่าง API-SN ของ Shell Advance ULTRA เป็นต้น

6. นอกจากเลือกเกรดน้ำมันเครื่องแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญก็คือ ค่าความหนืดครับ โดยจะเห็นได้จากตัวเลข 10W-30, 10W-40 ที่ติดอยู่บนฝาขวด ซึ่งตัว W หมายถึง Winter ส่วนตัวเลขด้านหน้าคือ ค่าความต้านทานการเป็นไข ยิ่งตัวเลขยิ่งต่ำ ย่ิงสามารถใช้ในที่หนาวจัด ๆ ได้ เช่น 0W น้ำมันเครื่องจะไม่เป็นไขในสถานที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า –30 องศาเซลเซียส

ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยส่วนใจตัวเลขด้านหน้าครับ เพราะเมืองไทยมันไม่มีอุณหภูมิต่ำ ๆ อยู่แล้ว จะสนใจกันแค่ตัวเลขด้านหลังที่เป็นค่าความหนืดเท่านั้น โดยทั่วไปเราจะเจอค่าความหนืด 30, 40, 50 ตัวเลขยิ่งมากก็จะมีความหนืดมากและสามารถทนความร้อนกับหล่อลื่นที่อุณหภูมิสูง ๆ ได้ดี โดยหลัก ๆ สำหรับรถใหม่ ๆ สามารถใช้เบอร์น้อย ๆ อย่าง 30 ได้ดี แต่ถ้ารถเก่ามาก ๆ ต้องใช้เบอร์ 40, 50 ครับ ถ้าไม่อยากคิดมาก คนส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ 40 กันครับ

แต่ถ้ารถของเราผ่านการใช้งานมามาก ขอแนะนำเป็นเบอร์ 50 แทนครับ เนื่องจากเครื่องยนต์เริ่มหลวม ทำให้น้ำมันเครื่องเล็ดลอดเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้หากใช้ค่าความหนืดน้อยๆ ส่งผลให้น้ำมันเครื่องพร่องแล้วความแรงยังลดลงอีกด้วยครับ

เลือกค่าความหนืดที่เหมาะสม จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
เลือกค่าความหนืดที่เหมาะสม จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ

เอาไปเอามากว่าจะเลือกซื้อน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ได้สักยี่ห้อนี้ แอบจุกจิกเหมือนกันนะครับ แต่ถึงแม้ว่าจะเลือกมาอย่างดีก็ตาม สุดท้ายแล้วมันก็จะขึ้นอยู่กับรถมอเตอร์ไซค์ของคุณนะครับว่า ใช้น้ำมันเครื่องตัวนี้แล้วจะส่งผลดีต่อการขับขี่หรือไม่ เวลาขับขี่จริง ๆ จะเป็นตัวตัดสินที่ดีที่สุดครับ หรือไม่งั้นก็ลองไปอ่านรีวิว 6 ยี่ห้อ น้ำมันเครื่องด้านล่างได้เลยครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์” ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว "น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์" ยี่ห้อไหนดี

ก็เผื่อใครที่อยากจะเห็นเจ้าน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์หลาย ๆ ยี่ห้อพร้อม ๆ กัน ก็สามารถกดที่ปุ่มด้านล่าง เพื่อเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบได้นะครับ อาจจะช่วยให้เห็นภาพรวม และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ



1. น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ Shell Advance AX7 (เกียร์ธรรมดา) / AX7 SCOOTER (เกียร์ออโต้)

ขอเริ่มกับ “น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์” ยี่ห้อสุดพรีเมี่ยมที่หลาย ๆ นักบิดต้องรู้จักกับยี่ห้อ Shell จริง ๆ ทาง Shell เขามีน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์แบบ 4 จังหวะหลายเกรดเลยครับ ทั้ง Shell Advance AX3, AX5, AX7 และ ULTRA โดยตัวที่ผมอยากจะมารีวิวให้ได้รู้กันคือ AX7 ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ แต่ประสิทธิภาพดี ใช้งานได้ยาว ๆ และราคาก็ยังพอรับได้ด้วย

หลังจากได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมาลองใช้เจ้า AX7 แล้ว ก็รู้สึกว่า ขับขี่ได้สนุกมากกว่าเดิมเลยครับ บิดพุ่งได้ดีกว่าเดิม ส่วนเครื่องก็ทำงานเงียบรู้สึกได้อย่างชัดเจน และเกียร์ก็นิ่มด้วยครับ ขับไหล ๆ เปลี่ยนเกียร์สบาย ๆ เลย แต่ผมไม่ได้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หนักมานะครับ แค่ขับไปทำงาน ขับไปจ่ายตลาด และขับเที่ยวในเมือง ไม่ได้ขับออกทริปหรืออะไรเลย และความเร็วเฉลี่ยก็ประมาณ 60 km/hr ด้วย ถ้าเพื่อน ๆ ใช้งานหนัก อาจจะต้องดูน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้แทนนะครับ

โดยรวมประทับใจกับน้ำมันเครื่องตัวนี้มากครับ ถ้าใครที่กำลังมองหาน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ตัวใหม่ อยากประหยัดเงิน อยากขับขี่สนุกมากกว่าเดิม แต่ไม่ได้ใช้งานรถโหดมากนัก ผมขอแนะนำ Shell Advance AX7 ตัวนี้เลยครับ แต่ระวังตอนซื้อหน่อยนะครับ เพราะ Shell AX7 เขา มี 2 ขนาดคือ แบบ 0.8 ลิตร สำหรับรถมอเตอร์ไซค์เกียร์ออโต้หรือสกู๊ตเตอร์ ส่วน 1 ลิตร จะสำหรับรถมอเตอร์ไซค์แบบเกียร์ธรรมดา แต่ตัวขวดมันหน้าตาดูคล้ายกันมาก ๆ เวลาซื้อก็ดูดี ๆ ด้วยครับ

สำหรับรถ 4 จังหวะ เกียร์ธรรมดา / ออโต้
เกรดน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์
ค่าความหนืด10W-40
ผ่านมาตรฐานAPI-SL
การรับรองJASO MA2 / MB

2. น้ำมันเครื่อง Shell Advance ULTRA (เกียร์ธรรมดา) / ULTRA Scooter (เกียร์ออโต้)

ผมประทับใจกับน้ำมันเครื่องของ Shell AX7 มาแล้ว เพิ่งมาเห็นว่าทาง Shell เขามีอีกตัวที่เกรดดีกว่าคือ Shell ULTRA ซึ่งเป็น “น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์” แบบสังเคราะห์แท้ 100 % มีชื่อเสียงในอินเทอร์เน็ตที่ดีมาก ชาวนักบิดหลาย ๆ คนต่างก็แนะนำให้ใช้ตัวนี้ พวกเขาบอกว่า ถ้าชอบ AX7 ยังไง ตัว ULTRA จะยิ่งดีกว่าแน่นอน ผมก็เลยไม่พลาดที่จะได้ลองตัว ULTRA แล้วมารีวิวความรู้สึกให้ได้อ่านกันครับ

เอาตรง ๆ ผมคิดว่า AX7 นั้นดีแล้ว แต่ต้องยอมรับเจ้า ULTRA จริง ๆ ครับ เพราะตั้งแต่ลองมาใช้ ULTRA การขับขี่ก็ทำได้สนุกยิ่งกว่าเดิม การเข้าเกียร์ก็นิ่มกว่าเดิมมาก ไม่แข็งและไม่ต้องออกแรงเลย ขับขี่ได้ลื่นไหลมาก ๆ ส่วนเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ก็เงียบยิ่งกว่าเดิมด้วย คือมาลองเทียบ ULTRA กับ AX7 แล้ว เจ้า ULTRA ดีกว่าแบบรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยครับ

แต่ ๆๆๆๆๆ ด้วยการที่มีของเขาดีมีประสิทธิภาพ มันก็แลกมาด้วยกับราคาที่เพิ่มขึ้น ถ้าไปซื้อตามร้านราคาก็ 300++ ต่อลิตร ส่วนราคาออนไลน์ก็ถูกลงมาหน่อยที่ประมาณ 260 บาทต่อลิตร ผมขอแนะนำให้เลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ ในกรณีที่เราขับรถเร็ว ขับเส้นทางยาวไกลเป็นประจำ ลองเปลี่ยนมาใช้นะครับจะรู้สึกว่าเวลาขับขี่มันดีขึ้นจริงๆ ระยะทางที่ขับก็ไกลมากขึ้นกว่าถึงรอบเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อเทียบกับแบบกึ่งสังเคราะห์

สำหรับรถ 4 จังหวะ เกียร์ธรรมดา / ออโต้
เกรดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100%
ค่าความหนืด10W-40
ผ่านมาตรฐานAPI-SN
การรับรองJASO MA2 / MB

3. น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ PTT MAX SPEED 4T (เกียร์ธรรมดา)

น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ PTT MAX SPEED 4T ที่ผมสนใจตัวนี้เป็นเพราะว่า ราคาถูกมากครับ โดยเฉพาะถ้าสั่งซื้อออนไลน์จะตกขวดละประมาณ 54 บาท ต่อ 0.8 ลิตรเท่านั้นเอง แล้วถ้ายิ่งสั่งหลายขวดก็ยิ่งถูกลงอีกครับ พูดง่าย ๆ ว่าเป็นน้ำมันเครื่องที่เวลาตอนไม่ค่อยมีเงินเท่าไร จะคิดถึงมากเป็นพิเศษ​ ๆ เลยครับ

เนื่องด้วย PTT MAX SPEED 4T เป็นน้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา ความสามารถและประสิทธิภาพของมันสู้พวกน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์หรือสังเคราะห์แท้ไม่ได้เลยครับ ตอนผมลองใช้หลังจาก AX7 แล้ว รู้สึกได้เลยว่า ขับขี่ไม่สนุกเท่าเดิม มีแอบหงุดหงิดบ้างเวลาเปลี่ยนเกียร์ เครื่องยนต์ก็ทำงานเสียงดังกว่าเดิมด้วย แต่ด้วยราคาที่ถูกมาก ก็ต้องยอมรับสภาพกันไปครับ

และเนื่องจากราคาที่ไม่แพง ทำให้ PTT MAX SPEED 4T เป็นน้ำมันเครื่องที่นิยมใช้งานในหมู่พี่วิน คนขับรถส่งอาหาร คนที่ต้องขับขี่รถเยอะ ๆ และคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจดูแลรถมาเป็นพิเศษก็นิยมใช้น้ำมันเครื่องตัวนี้ครับ เหตุผลเพราะมัน “ถูก” นี่เอง สามารถใช้งานพื้น ๆ ได้ดีอยู่และยังประหยัดเงินได้ดีมาก ส่วนคนที่เขานิยมแต่งรถ เล่นรถมอเตอร์ไซค์ เขาจะไปเล่นตัวที่เกรดสูงกว่านี้ครับ

สำหรับรถ 4 จังหวะ เกียร์ธรรมดา
เกรดน้ำมันเครื่องธรรมดา
ค่าความหนืดSAE40
ผ่านมาตรฐานAPI-SF
การรับรอง


4. น้ำมันเครื่อง PTT CHALLENGER SYNTHETIC 4T (เกียร์ธรรมดา)

หลังจากได้ลองใช้เจ้า PTT MAX SPEED 4T แล้วมันไม่ค่อยตอบโจทย์การขับขี่ของผมสักเท่าไร แต่ยังไม่อยากกลับไปใช้เจ้า AX7 และเห็นว่า PTT เขายังมีน้ำมันเครื่องเกรดอื่น ๆ อีกด้วย ก็เลยคิดว่าอยากจะลองใช้ PTT CHALLENGER SYNTHETIC 4T ตัวนี้ครับ เพราะเป็นเกรดเแบบสังเคราะห์แท้ 100% และเป็นตัวที่ได้รับคะแนนเสียงที่ดีมากในอินเทอร์เน็ตครับ

หลังจากที่ได้เปลี่ยนมาใช้น้ำมันเครื่องตัวนี้ ต้องบอกเลยว่า ของเขาดีโอเคสมกับเป็น PTT เลยครับ คือถ้าเทียบกับ PTT MAX กับ AX7 จะให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ดีกว่า เหมือนรอบเครื่องจะมาเร็วกว่าด้วย ทำให้บิดสนุกมากขึ้น เรื่องการเข้าเกียร์ก็ทำได้ดีเลยครับ เข้าเกียร์ง่าย ไม่มีอาการเกียร์แข็ง ขับไหลลื่นสุด ๆ สมกับที่เกรดน้ำมันเครื่องดีกว่า PTT MAX กับ AX7

แต่ถ้าเทียบกับ ULTRA แล้ว ผมว่า ULTRA ดีกว่า เพื่อน ๆ ผมที่ชอบขี่ก็ยังบอกอีกว่า PTT CHALLENGER SYNTHETIC 4T ชอบเกียร์แข็งที่ประมาณ 2,000 กิโลเมตร และเหมือนเสียงเครื่องก็ดังกว่า ULTRA ด้วย แต่ด้วยการราคาที่ย่อมเยากว่า ใครที่กำลังมองหาน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% สำหรับมอเตอร์ไซค์ ผมก็ขอแนะนำตัวนี้เลยครับ

สำหรับรถ 4 จังหวะ เกียร์ธรรมดา
เกรดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100%
ค่าความหนืด10W-40
ผ่านมาตรฐานAPI-SN
การรับรองJASO MA2

5. น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ CASTROL POWER 1 (เกียร์ธรรมดา)

5. น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ CASTROL POWER 1

ราคาโดยประมาณ 110 / 115 บาท ต่อ 0.8 / 1 ลิตร

ที่สนใจอยากจะลองใช้น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ CASTROL POWER 1 ตัวนี้ เป็นเพราะว่า ไปอ่านเจอในอินเทอร์เน็ตแล้วมันน่าสนใจดีครับ แต่ก็แอบกังวลเหมือนกันเพราะจากที่ดูขวดแล้ว มันมีค่าความหนืดที่ 10W-30 ไม่ค่อยเห็นน้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนทำตัวเลข 30 ออกมาขายมากนัก ส่วนใหญ่จะ 40 หรือ 50 ไปเลยกันมากว่า โดยตัวเลข 30 น้ำมันเครื่องจะมีความหนืดน้อยอาจจะไม่เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราได้ครับ

หลังจากตัดสินใจอยู่นานก็ได้ลองเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมาใช้ตัวนี้ครับ พอเปลี่ยนแล้วมาลองขับ ช่วงแรก ๆ รู้สึกแปลก ๆ เหมือนเครื่องทำงานไม่เหมือนเดิม ต้องลองขับไปสักระยะแล้วถึงจะดีขึ้นครับ พอเข้าที่เข้าทางเริ่มขับสนุกขึ้น บิดนิดเดียวเครื่องก็ออกตัวได้ดี กำลังเครื่องก็ไม่ค่อยตกเลย การเข้าเกียร์ก็นิ่มปกติดีครับ และน้ำมันเครื่องก็มีกลิ่นหอมดีด้วย

แต่ผมไม่ได้ขับทางไกลมากนะครับ ใช้งานแบบทั่วไป ทำให้น้ำมันเครื่อง CASTROL POWER 1 มันเลยอาจจะใช้ได้ดีกับรถผม แต่เห็นเพื่อนผมบ่นอยู่นะว่า ใช้ตัวนี้แล้วเวลาขับรถทางไกลหรือออกทริป พอเครื่องร้อนมาก ๆ เหมือนรถมันจะหนืด ๆ และเสียงเครื่องก็ค่อนข้างดังเลยทีเดียว มันเลยสรุปว่า ถ้าเป็นระยะใกล้ใช้ได้โอเค แต่ระยะไกลไม่ค่อยเหมาะเท่าไรครับ ใครได้ลองใช้น้ำมันเครื่องตัวนี้แล้วมีความรู้สึกยังไง ก็แชร์กันให้ได้รู้ด้วยนะครับ

สำหรับรถ 4 จังหวะ
เกรดน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์
ค่าความหนืด10W-30
ผ่านมาตรฐานAPI-SL
การรับรองJASO MA2

6. น้ำมันเครื่อง MOTUL 7100 (เกียร์ธรรมดา)

ถ้าใครคิดว่าน้ำมันสังเคราะห์แท้ 100% ของ Shell Advance ULTRA แพงแล้ว ต้องเจอยี่ห้อ MOTUL 7100 เลยครับ ที่แพงยิ่งกว่า ! โดย 1 ลิตร จะราคาอยู่ที่ประมาณ 480++ บาทเลยครับ พอดีน้ำมันเครื่องตัวนี้ผมไม่ได้มีโอกาสทดลองใช้ มันเหมาะกับรถพวก Big Bike ซะมากกว่า เลยไปสอบถามเพื่อน ๆ ที่เขาใช้แล้วมารีวิวให้ได้ฟังกันครับ

น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ MOTUL 7100 หรืออีกชื่อเล่นในวงการว่า “หมูตุ๋นน้ำแดง” จากที่ฟังจากเพื่อน ๆ มา มีแต่คนบอกว่า ของเขาดีจริงครับ ไม่ว่าจะเรื่องการขับขี่รถทางไกลที่เครื่องนิ่งมาก แทบไม่มีอาการเครื่องสั่นหรือเสียงดังเลย มีเพื่อนเคยปล่อยไหลถึง 12,000 กิโลเมตร ก็ยังทำได้สบาย ๆ และยังช่วยป้องกันการสึกหรอได้ดีมากอีกด้วย โดยดูจากตอนถ่ายน้ำมันเครื่องออกมา แทบจะไม่มีสารแขวงลอยโลหะโผล่มาเลย

อีกทั้งยังทำอัตราเร่งได้ดี ใช้เวลาไม่กี่วิก็สามารถบิดถึง 100 Km/hr ได้เลยครับ ขับลื่น ๆ ไหล ๆ ความเร็วไม่ตกอีกด้วย เป็นน้ำมันเครื่องที่คุณภาพสมกับราคาจริง ๆ ครับ แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงมาก และยิ่งรถใหญ่ ๆ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที 3-4 ลิตร ก็เป็นเงินหลายบาท ถ้างบไม่ใช่ปัญหาก็จัดได้เลยครับ

สำหรับรถ 4 จังหวะ
เกรดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100%
ค่าความหนืด10W-40
ผ่านมาตรฐานAPI-SN
การรับรองJASO MA2

จริง ๆ แล้ว “น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์” ยังมีอีกหลายยี่ห้อที่น่าเล่นน่าสนใจนอกเหนือจากตัวที่เอามารีวิวอยู่นะครับ ถ้าผมมีโอกาสได้ไปลองใช้น้ำมันเครื่องยี่ห้ออื่น ๆ อีก ก็อาจจะนำมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน สำหรับตอนนี้ จากรีวิวทั้ง 6 ยี่ห้อ มียี่ห้อไหนที่สนใจกันบ้างครับ? แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แต่โดยรวมผมก็ค่อนข้างประทับใจกับทุกยี่ห้อเลย ถ้าเพื่อน ๆ มียี่ห้อที่อยากแนะนำให้ใช้ หรือมีข้อเสนอแนะอื่น ๆ ก็ลองคอมเมนต์ไว้ที่ด้านล่างได้เลย จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันครับ



Leave a Comment