+ “คอลลาเจน” (Collagen) ยี่ห้อไหนดี 2022 มี รีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "คอลลาเจน" (Collagen) ยี่ห้อไหนดี 2022 มี รีวิว 10 ยี่ห้อ +

เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ๆ เจอเพื่อนเจอฝูง หรือแม้แต่สังคมที่ทำงานก็ตาม ต่างก็ได้ยินแต่คนพูดถึงอาหารเสริมอย่าง “คอลลาเจน” (Collagen) กันใช่ไหมละคะ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่แอบหมกมุ่นกันมาก มีแต่คนบอกว่า ต้องทานนะ ทานแล้วผิวพรรณดูสวยสุขภาพดีมากขึ้น โน้น นี้ นั้น บลา ๆ ๆ ซึ่งเราเองก็เป็นอีกคนที่สนใจเจ้าอาหารเสริมตัวนี้ และอยากจะไปหาซื้อมาทานเหมือนกัน แต่ด้วยการที่ยังไม่เข้าใจถึงคอลลาเจนว่าทานแล้วช่วยเรื่องความงามยังไง และดันมีขายกันหลากหลายยี่ห้อเอามาก ๆ วันนี้จึงขออาสามาให้ความรู้เกี่ยวกับคอลลาเจน และรีวิวถึง 10 ยี่ห้อ ที่น่าซื้อไปทานกันคะ พร้อมแล้วก็ตามมาเลยจ้า



มาทำความรู้จักกับ “คอลลาเจน” และประโยชน์กันสักนิด

มาทำความรู้จักกับ "คอลลาเจน" และประโยชน์กันสักนิด

คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่ประกอบไปด้วยหน่วยย่อยของกรดอะมิโน่ โดยจะพบได้มากตามกระดูก, กระดูกอ่อน และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการยึดเกาะส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเสมือนกับเป็นกาวเชื่อมต่อกัน และคอลลาเจนเองก็ถือว่ามีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะ 1 ใน 3 ของโปรตีนที่มีอยู่ในร่างกายก็คือ คอลลาเจนนั้นเองค่ะ ซึ่งเอาจริง ๆ แล้ว เจ้าคอลลาเจนเนี่ยก็มีถึง 16 ประเภทกันเลยทีเดียว แต่หลัก ๆ ที่เราให้ความสำคัญกันนั้นจะเป็นประเภท I, II, III, และ IV ค่ะ

  • Type I : จะพบประเภทนี้ได้มากถึงประมาณ 90% ของคอลลาเจนในร่างกาย โดยจะมีลักษณะเป็นเส้นใยที่อัดแน่น ช่วยในการเป็นโครงสร้างของผิวหนัง, กระดูก, กระดูกอ่อน, เส้นเอ็น, เนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงฟันด้วย ซึ่งเจ้า Type I นี้แหละ จะพบได้มากในอาหารเสริมคอลลาเจนค่ะ
  • Type II : จะมีลักษณะเป็นเส้นใยที่หลวมกว่า และพบได้มากที่กระดูกอ่อน โดยจะมาช่วยรองรับข้อต่อของคนเราให้มีความยืดหยุ่น ทำให้ไม่เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ๆ รวมถึงป้องกันโรคไขข้อต่าง ๆ อีกด้วย จึงเป็น Type ที่เหมาะสำหรับการให้ผู้สูงอายุทานเสริมเพิ่มเติมค่ะ
  • Type III : มักจะพบพร้อมกับคอลลาเจน Type I โดยจะมาช่วยซัพพอร์ตโครงสร้างของกล้ามเนื้อ, อวัยวะต่าง ๆ และหลอดเลือดแดง
  • Type IV : จะพบได้มากที่ชั้นผิวหนังของคนเราค่ะ

โดยประโยชน์ของคอลลาเจนเนี่ยก็มีมากมายหลายอย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ, ป้องกันการสูญเสียความหนาแน่นของมวลกระดูก, ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ, ช่วยส่งเสริมสุขภาพของหัวใจ และที่สำคัญที่สุดที่คิดว่าหลาย ๆ คนซื้ออาหารเสริมคอลลาเจนมาทานเสริมกันก็คือ “เผื่อความสวยความงาม” นี้แหละค่ะ เพราะคนเราเมื่อมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น ก็จะเกิดการสูญเสียคอลลาเจนในร่างกาย ทำให้ผิวดูมีร่องรอย ดูแห้งกร้าน เหี่ยวย่น แลดูผิวอ่อนแอเอามาก ๆ ซึ่งสังเกตได้จากผู้สูงอายุที่สูญเสียคอลลาเจนไปนั้นเอง การเติมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย ก็จะมาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ค่ะ

คอลลาเจน (Collagen) ยี่ห้อไหนดี

เห็นไหมคะว่า ถ้าร่างกายสูญเสียคอลลาเจนละก็ ผิวหนังก็จะดูเหมือนผิวของผู้สูงอายุค่ะ

แล้วถ้าถามว่า จะเลือกซื้อคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี ยังไงดีละ? เราขอแนะนำว่า ให้ดูจาก “ปริมาณของคอลลาเจนที่จะได้ต่อการทานหนึ่งเม็ดหรือหนึ่งครั้ง” ก่อน เพราะบางยี่ห้อมีราคาค่อนข้างแพงแต่ให้คอลลาเจนมานิดเดียว ดูไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไร หรือบางยี่ห้อก็จัดเต็มทั้งคอลลาเจนและสารอาหารเพิ่มเติมหลายชนิด แต่ก็มีราคาที่แรงงงมากเช่นกัน ซื้อทีอาจจะกระเป๋าเงินแฟ่บกันได้เลยทีเดียว อยากให้เลือกซื้อยี่ห้อที่คิดว่าซื้อทานไหวและคุ้มค่ากับตัวเองมากที่สุดค่ะ

ส่วนปริมาณที่สมควรทานต่อวัน เอาจริง ๆ ยังไม่มีสถาบันไหนออกมายืนยันในเรื่องนี้ แต่ได้มีผลการศึกษาพบว่า การทานที่วันละ 2,500 – 5,000 mg จะช่วยส่งผลให้ผิวดูมีสุขภาพดี ดูชุ่มชื้น ดูดีขึ้นจากที่ไม่ได้ทานอย่างมีนัยสำคัญค่ะ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “คอลลาเจน” ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว "คอลลาเจน" ยี่ห้อไหนดี

เผื่อใครที่ไม่มีเวลาอ่านเนื้อหาทั้งหมด หรืออยากดูตารางเปรียบเทียบทั้ง 10 ยี่ห้อไปเลยว่า ยี่ห้อไหนให้ Collagen เท่าไร มีสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมไหม ราคาเป็นยังไงบ้างแบบหมัดต่อหมัด ก็ขอเชิญกดเข้าไปดูได้ที่ปุ่มด้านล่างเลยค่ะ



1. ยี่ห้อ NADE’ Marine Collagen + Dipeptide

บอกเลยว่า ถ้ากำลังมองหาอาหารเสริมคอลลาเจนยี่ห้อไหนดีอยู่ล่ะก็ ต้องขอแนะนำ NADE’ Marine Collagen + Dipeptide ตัวนี้กันเลยครับ เพราะเป็นยี่ห้อที่จัดหนักจัดเต็มเรื่องของคอลลาเจนกันจริง ๆ โดยที่ 1 ซอง ร่างกายจะได้รับคอลลาเจนที่เข้มข้นสูงถึง 10,000 mg !! ซึ่งถือว่าสูงมากกก เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีสารอาหารเพิ่มเติมที่เน้นบำรุงเรื่องของความสวยความงามมาอีกเพียบบบ ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน C, แอล-กลูตา, Coenzyme Q10, สารสกัดจากเมล็ดองุ่น และอื่น ๆ รวมถึง 22 ชนิด! (ดูที่เหลือได้จากตารางด้านล่าง) คือถ้าพูดถึงเรื่องสารอาหารบำรุงร่างกายด้านความงามล่ะก็ ยี่ห้อถือว่าทำได้ดี ครบ จบในซองเลยครับ

และนอกจากเรื่องสารอาหารที่ใส่มาอย่างจัดหนักแล้ว ตัวคอลลาเจนเอง ก็เป็นแบบผงละลายน้ำรสมิกซ์เบอรรี่ที่มีความอร่อย และช่วยให้ดื่มได้ง่าย ใครที่เคยดื่มยี่ห้ออื่น ๆ แล้วเหม็นกลิ่นคาวปลา หรือดื่มไม่ไหว ยี่ห้อนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ดื่มง่าย อร่อยกันอย่างแน่นอน ส่วนใครที่กังวลว่า ดื่มแล้วจะอ้วน จะน้ำหนักขึ้น ก็ไม่ต้องกลัว เพราะ NADE’ เขามีน้ำตาล 0%, ไขมัน 0% และให้พลังงานในระดับ 60 Kcal เท่านั้น โดยรวมดื่มได้ไม่ต้องกลัวอ้วน ได้สวยหล่อในแบบของคุณสาว ๆ และคุณหนุ่ม ๆ กันเลยครับ

ประเภทผงละลายน้ำ
Collagen ต่อ 1 ซอง10,000 mg แยกเป็น
คอลลาเจนไดเปปไท์จากปลา 6,000 mg / ไตรเปปไทด์จากปลา 3,000 mg / ไฮโดรไลซด์จากปลาทะเล 500 mg / Type II 500 mg
สารอาหารอื่น ๆ แมกนีเซียม อะมิโน แอซิด คีแลต 500 mg / สารสกัดจากปักคี้ 450 mg / แอล-กลูตาไธโอน 200 mg / Coenzyme Q10 200 mg / ผงซีบัคธอร์น 100 mg / สารสกัดจากรำข้าว 100 mg / กรดแอสคอร์บิก (วิตามิน C) 60 mg / สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 mg / ไกลซีน 30 mg / สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 20 mg / สารสกัดจากเปลือกสน 20 mg / คอปเปอร์ กลูโคเนต 10 mg / วิตามิน A 7 mg / วิตามิน D 1 mg / วิตามิน D3 1 mg / ไรโบฟลาวิน 1 mg / วิตามิน K1 0.24 mg / วิตามิน K2 0.005 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 ซอง กับน้ำเปล่า 1 แก้ว 120 ml ตอนเช้าก่อนมื้ออาหาร
สัญชาติไทย

2. ยี่ห้อ STRONKA

2. ยี่ห้อ STRONKA

ราคาโดยประมาณ 30 แคปซูล 990.- / โปร 2 กล่องใหญ่ แถม 1 กล่องเล็ก 1980.-

สำหรับใครที่รู้สึกว่า ร่างกายเหมือนเจ็บข้อต่อ เจ็บเข่า หรือปวดกระดูกอยู่บ่อย ๆ อาจจะเป็นเพราะว่า ร่างกายกำลังขาดแคลนสารอาหารอย่าง คอลลาเจนชนิด Type II รวมถึงแคลเซียมก็เป็นได้ ซึ่ง STRONKA เขาก็เป็นอาหารเสริมที่มีสารอาหารเน้นหนักเรื่องการดูแลข้อเข่าและกระดูกโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะ คอลลาเจน Type II คุณภาพดี นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาถึง 40 mg จะมาช่วยบำรุงข้อต่อให้มีความหล่อลื่นและยืดหยุ่น ไม่ให้เกิดอาการปวดข้อได้ง่าย ๆ เสริมทัพด้วย แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 500 mg ที่จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นและลดการสูญเสียของมวลกระดูก ทำให้กระดูกมีความแข็งแรง พร้อมทั้งยังช่วยป้องกันโรคพระดูกพรุนได้ดีอีกด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเซซามินที่ได้จากสารสกัดงาดำ ซึ่งเป็นสารอาหารที่ผ่านงานวิจัยมาแล้วว่า ช่วยยับยั้งการทำงานของสารสื่ออักเสบ IL-1β (Interleukin-1 Beta) และยังช่วยลดการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนบริเวณข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังได้เสริมสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกเพียบ ทั้งแมกนีเซียม ออกไซด์, วิตามิน C, สารสกัดจากขมิ้นชัน และวิตามิน D3 ก็มาช่วยเสริมบำรุงร่างกายได้อีกกก คือถ้าเริ่มรู้ตัวว่า ร่างกายเริ่มมีอาการเจ็บ ๆ ปวด ๆ ตามข้อตามกระดูกแล้ว ต้องจัด STRONKA ไปทานกันเลยครับ!

ประเภทแคปซูล
Collagen ต่อ 1 เม็ดType II 40 mg
สารอาหารอื่น ๆ แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 500 mg / สารสกัดจากงาดำ 150 mg / แมกนีเซียม ออกไซด์ 50 mg / วิตามิน C 25 mg / สารสกัดจากขมิ้นชัน 25 mg / วิตามินดี D3 0.5 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน🤩 สำหรับการทานเพื่อบำรุงร่างกาย ให้ทานวันละ 1 เม็ด เลือกเป็นหลังอาหารมื้อไหนก็ได้
🤕 สำหรับคนที่ทานเพื่อลดอาการปวด ให้ทานเป็นวันละ 2 เม็ด แบ่งทานหลังอาหารเช้า-เย็น มื้อละ 1 เม็ด
สัญชาติไทย

3. ยี่ห้อ LIFEPLUS VISTAS Collagen 2 Type

อีกหนึ่งยี่ห้ออาหารเสริมคอลลาเจนที่น่าสนใจ น่าหาซื้อไปทานกัน คงต้องยกให้กับยี่ห้อ LIFEPLUS VISTAS นี้กันเลยครับ โดยความน่าสนจะอยู่ตรงที่ทางแบรนด์เขาได้ใช้คอลลาเจนถึง 2 ชนิดมาผสมรวมกันอย่าง คอลลาเจนที่ได้จากปลาความเข้มข้นสูงถึง 9,000 mg ซึ่งจะมาช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเต่งตึง ดูสวย อ่อนเยาว์ และดูสุขภาพดี ส่วนอีกชนิดจะเป็นคอลลาเจน Type II ที่มีความเข้มข้นสูงเช่นกันถึง 1,000 mg !! (Type นี้ เข้มข้นสูงกว่าหลายยี่ห้อเลยนะ) ก็จะมาช่วยในเรื่องของการบำรุงข้อต่อ บำรุงเข่า และช่วยลดปวด หรืออาการข้อเข่าเสื่อมได้ดีอีกด้วย โดยรวมทานแล้วได้ประโยชน์แบบ 2 in 1 บำรุงร่างกายได้ครบตามที่คอลลาเจนควรจะมีเลยล่ะครับ

ประเภทผงชงละลายน้ำ
Collagen ต่อ 1 ซอง10,000 mg แยกเป็น
คอลลาเจนไดเปปไท์จากปลา 8,000 mg / Type II 1,000 mg / คอลลาเจนไตรเปปไทด์จากปลาทะเลลึก 1,000 mg
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 ซอง
สัญชาติไทย


4. ยี่ห้อ VOOST Collagen Formation

4. ยี่ห้อ VOOST Collagen Formation

ราคาโดยประมาณ 169 / 495 บาท ต่อ 20 / 60 เม็ด

อาจจะเบื่อกับพวกอาหารเสริมแบบเม็ด ๆ อยู่หรือเปล่า? ถ้างั้นลองมาทานแบบคอลลาเจนเม็ดฟู่กันดูสิคะ โดย VOOST จะเป็นยี่ห้อจากออสเตรเลีย แต่ที่เห็นว่า MADE IN GERMANNY นั้น เป็นเพราะว่า เขาไปผลิตที่เยอรมันค่ะ มั่นใจในเรื่องคุณภาพของสินค้าได้อย่างแน่นอน โดยปริมาณคอลลาเจนอาจจะน้อยกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ตกที่เม็ดละ 500 mg เท่านั้น แต่ดีตรงที่มีวิตามิน C เพิ่มเข้ามาสูงถึง 100 mg และยังมี Biotin อีก 8 mcg ด้วย

ก็แนะนำว่า อาจจะซื้อตัวนี้ มาทานเวลาเบื่อ ๆ หรือ ทานเสริมกับแบบเม็ดก็ดีนะคะ โดยตอนเช้าทานแบบเม็ด 1,000 mg สัก 3 เม็ด ระหว่างวันและตอนเย็นก็ทานเม็ดฟู่ยี่ห้อนี้อีก 1-2 เม็ดเพียงแค่นี้ ก็ได้คอลลาเจน 4,000-5,000 mg ต่อวันแล้ว และแบบพวกเม็ดฟู่ก็ทำให้น้ำดื่มอร่อยขึ้นด้วยนะ ลืมการดื่มน้ำเปล่าจืด ๆ ไปได้เลยค่ะ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
Collagen ต่อ 1 เม็ด500 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 100 mg / Biotin 8 mcg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน2 เม็ด ครั้งละ 1 เม็ด ละลายในน้ำ 200 ml
สัญชาติออสเตรเลีย

5. ยี่ห้อ 21st Century Super Collagen Plus Vitamin C

5. ยี่ห้อ 21st Century Super Collagen Plus Vitamin C

ราคาโดยประมาณ 500 บาท ต่อ 180 เม็ด

21st Century เป็นยี่ห้อขายอาหารเสริมที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา และมีขายกันหลายตัวมาก ๆ ถ้าอยากจะซื้อคอลลาเจนทานละก็ ต้องซื้อ Super Collagen plus Vitamin C ตัวนี้เลยค่ะ โดยคอลลาเจนจะเป็นแบบ Hydrolyzed ที่ย่อยโมเลกุลมาให้มีขนาดเล็กลงกว่าปกติแล้ว ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้ดี และแต่ละเม็ดเอง ก็ให้คอลลาเจนสูงถึง 1,000 mg! รวมถึงมีวิตามิน C อีก 10 mg ด้วย จัดหนักจัดเต็มบำรุงเรื่องความสวยกันเลยทีเดียว ส่วนด้านราคาก็ตกเม็ดละประมาณ 3 บาท ก็แพงกว่า DHC แต่ก็ได้ปริมาณคอลลาเจนต่อเม็ดสูงกว่า และจริง ๆ ก็ไม่ได้แพงมากมายนัก ก็เป็นอีกยี่ห้อที่คุ้มค่าน่าซื้อมาทานจริง ๆ ค่ะ

ประเภทเม็ด
Collagen ต่อ 1 เม็ด1,000 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 10 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน6 เม็ด แบ่งออกเป็นสามเวลาอย่างละ 2 เม็ด และควรทานตอนท้องว่าง
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

6. ยี่ห้อ Youtheory Collagen

6. ยี่ห้อ Youtheory Collagen

ราคาโดยประมาณ 489 / 955 บาท ต่อ 120 / 390 เม็ด

Youtheory อีกหนึ่งยี่ห้อที่น่าสนใจจากสหรัฐอเมริกา และมียอดขาย Collagen ที่ค่อนข้างสูงมากในบ้านเราค่ะ ที่ได้รับความนิยมกันมากนั้น น่าจะเป็นเพราะว่า ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก, แพ็กเกจสวยดูดี และที่สำคัญ มีแอบแบ่งออกเป็นของผู้หญิงสีขาวและผู้ชายสีดำให้เลือกซื้อกันด้วยนะคะ โดยหลัก ๆ ทั้งสองแบบจะมีสารอาหารที่คล้าย ๆ กัน (ดูได้จากตารางด้านล่าง) แต่ของผู้หญิงจะมีปริมาณของคอลลาเจนกับวิตามินซีที่มากกว่า จึงเหมาะสำหรับทั้งสาว ๆ และหนุ่ม ๆที่เน้นคอลลาเจนโดยเฉพาะ

ส่วนของผู้ชายจะมีสารอาหารเพิ่มเติมอย่าง Biotin ที่จะมาช่วยบำรุงสุขภาพผม, ผิวหนัง และเล็บ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ รวมถึง Fo-Ti Root Extract หรือสารสกัดโชวู ซึ่งเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่คนจีนนิยมทานกันมาก โดยจะมาช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า ไม่หมดแรงได้ง่าย ๆ รู้สึกถึงความเป็นหนุ่มนั้นเองค่ะ เห็นกันแบบนี้แล้ว คุณผู้ชายก็จัดสีดำ คุณผู้หญิงก็จัดสีขาวเลยสิคะ

ประเภทเม็ด
Collagen ต่อ 1 เม็ดขวดสีขาว 1,000 mg | ขวดสีดำ 833.33 mg
สารอาหารอื่น ๆ ขวดสีขาว วิตามิน C 15 mg | ขวดสีดำ วิตามิน C 10 mg / Biotin 150 mcg / Fo-Ti Root Extract 70 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน6 เม็ด พร้อมกัน หรือจะแบ่งทานก็ได้
สัญชาติสหรัฐอเมริกา


7. ยี่ห้อ BLACKMORES COLLAGEN ACTIVE

BLACKMORES เป็นยี่ห้อที่ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะมีชื่อเสียงในบ้านเรากันอยู่แล้ว ซึ่งเอาจริง ๆ ทาง BLACKMORES เขาก็มีขายคอลลาเจนแบบเม็ด ๆ ให้ซื้อทานกันด้วย แต่เราว่าตัว COLLAGEN ACTIVE ที่เป็นแบบน้ำน่าสนใจกว่า เพราะมีความเข้มข้นของคอลลาเจนที่สูงถึง 10,000 mg ต่อขวดเลยทีเดียว ชนะยี่ห้ออื่น ๆ แบบขาดลอย

นอกจากนี้ ก็ยังมีสารอาหารเพิ่มเติมหลายอย่างมาก ๆ (ดูได้จากด้านล่าง) โดยพวกน้ำผลไม้ก็จะอุดมไปด้วยวิตามิน C ซึ่งเป็นวิตามินแห่งความงาม และยังพิเศษกว่าใครด้วยสารสกัดจากเมล็ดองุ่น นี้ก็ช่วยในเรื่องความงามแบบสุด ๆ เรียกได้ว่า ดื่มขวดนี้ควรเดียว ผิวพรรณดูดีอย่างแน่นอนค่ะ แต่ ๆๆๆๆ ด้วยสรรพคุณที่มากมายขนาดนี้ ก็แลกมากับราคาที่ “แพง” นะคะ โดยจะตกขวดละประมาณ 50 บาท ถ้างบไม่พอแนะนำยี่ห้ออื่น ๆ ถ้ามีงบเมื่อไร ค่อยซื้อตัวนี้ทานก็ได้ค่ะ

ประเภทน้ำเข้มข้น
Collagen ต่อ 1 ขวด10,000 mg
สารอาหารอื่น ๆ น้ำองุ่นแดง 1,800 mg / น้ำแอปเปิ้ล 7,800 mg / น้ำเชอร์รี่ 600 mg / สารสกัดจากข้าว 20 mg / สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 1.2 mg / ผงคลอเรลลา 1 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวันผสมน้ำ 15-30 ml คนให้เข้ากันแล้วดื่มทันทีวันละ 1 ขวด
สัญชาติออสเตรเลีย

8. ยี่ห้อ Puritan’s Pride Hydrolyzed Collagen

ยังคงอยู่ต่อกับคอลลาเจนจากสหรัฐอเมริกากับยี่ห้อ Puritan’s Pride ที่ถ้าดูเผิน ๆ แล้ว จะเหมือนกับยี่ห้ออื่น ๆ ด้านบนเลย โดยมีทั้งปริมาณ Hydrolyzed คอลลาเจนต่อเม็ด 1,000 mg ที่เท่ากัน มีการเสริมวิตามิน C ด้วยเช่นกัน อีกทั้งราคาก็พอ ๆ กันที่เม็ดละประมาณ 3 บาท แต่ที่พิเศษกว่าใคร ๆ ตรงที่มีสารอาหารเพิ่มเติมอย่าง L-Ornithine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่จะมาช่วยกระตุ้นการสร้าง Growth Hormone รวมถึงเพิ่มพลังงานให้กับกล้ามเนื้อ และลดอาการเมื่อยล้าได้ ก็อาจจะดูแปลก ๆ ไปสักนิด ไม่ค่อยเกี่ยวกับความสวยความงามเท่าไร แต่จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานมากขึ้น อยากให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ร่างกายก็ต้องแข็งแรงด้วยเหมือนที่แบรนด์บอกว่า Beauty from within! ค่ะ

ประเภทแคปซูล
Collagen ต่อ 1 เม็ด1,000 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 10 mg / L-Ornithine 15 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน8 เม็ด แบ่งทานออกเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 4 เม็ด อาจจะมากเกินไป แนะนำว่า วันละ 6 เม็ดเหมือนยี่ห้ออื่น ๆ ก็ได้ค่ะ
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

9. ยี่ห้อ DHC Collagen

9. ยี่ห้อ DHC Collagen

ราคาโดยประมาณ 355 / 655 บาท ต่อ 360 / 540 เม็ด

ถ้าพูดถึงยี่ห้ออาหารเสริมที่ขายดีในบ้านเราละก็ DHC จากดินแดนปลาดิบ น่าจะเป็นอีกยี่ห้อที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันค่ะ โดย DHC Collagen จะมีปริมาณคอลลาเจนต่อเม็ดที่น้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ด้วยการที่ปริมาณน้อย ๆ ก็ทำให้เราสามารถทานจำนวนเม็ดเพิ่มเอาได้ ซึ่งทาง DHC เองก็แนะนำว่าควรทานที่ 6 เม็ด พร้อมกันในครั้งเดียว ซึ่งจะได้คอลลาเจนสูงถึง 2,050 mg เลยทีเดียว (แต่ก็น้อยกว่ายี่ห้ออื่นอยู่ดี) และยังมีวิตามิน B1 กับ B2 เพิ่มเติมมาให้ด้วย ส่วนคอลลาเจนก็ได้มาจากปลา ทานแล้วไม่ต้องกลัวอ้วนกันนะคะ นอกจากนี้ราคาก็ย่อมเยาาาามาก ตกที่เม็ดละประมาณ 1 บาท เท่านั้น ถ้าไม่รู้จะเริ่มทานคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี เริ่มจาก DHC สิคะ

ประเภทเม็ด
Collagen ต่อ 1 เม็ด341.67 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน B1, 2.33 mg / B2, 0.33 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน6 เม็ด พร้อมกันในครั้งเดียว
สัญชาติญี่ปุ่น

10. ยี่ห้อ VISTRA Marine Collagen TriPeptide

เจอแต่กับ Collagen ยี่ห้อต่างชาติแล้ว คราวนี้มาดูของคนไทยกันบ้างกับ VISTRA ซึ่งเป็นยี่ห้อที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วในบ้านเรา และเขาก็มีขายคอลลาเจนหลายแบบมาก ๆ แต่ตัวที่เหมือนจะได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Marine Collagen TriPeptide ตัวนี้เลยค่ะ โดยถ้าดูจากตารางด้านล่างจะเห็นว่า มีปริมาณของคอลลาเจนที่สูงถึง 1,300 mg ต่อเม็ดเลยทีเดียว สูงกว่าพวกแบบเม็ดหลาย ๆ ยี่ห้อเลยค่ะ

อีกทั้งยังมีสารอาหารเสริมเพิ่มเติมหลายตัว ไม่ว่าจะวิตามิน C กับ E ที่จะมาช่วยกันบำรุงผิวพรรณให้ดูสุขภาพดี และโดนเด่นกว่าใครด้วย Coenzyme Q 10 ที่มีคุณสมบัติของการเป็น Anti-Aging ชั้นเยี่ยม ทำให้ไม่ต้องกลัวพวกสารอนุมูลอิสระกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมี Glycine กับ L-Arginine อีก รวม ๆ แล้ว ทานเม็ดเดียว สวย ครบ จบ เอาอยู่ แต่ราคาต่อเม็ดก็จะแอบแพงนิดหนึ่งนะคะ ตกที่เม็ดละประมาณ 10 บาท ถ้าจะเน้นคอลลาเจนอย่างเดียว ยี่ห้ออื่นจะตอบโจทย์กว่าค่ะ

ประเภทเม็ด
Collagen ต่อ 1 เม็ด1,300 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 60 mg / Coenzyme Q 10, 30 mg / Glycine 25 mg / L-Arginine 25 mg / วิตามิน E 10 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวันทางแบรนด์แนะนำ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย

คอลลาเจนผิวขาว? ช่วยให้ขาวได้จริงหรือไม่?

คอลลาเจนผิวขาว? ช่วยให้ขาวได้จริงหรือไม่?

ต้องขอตอบอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า “ไม่ช่วยให้ผิวขาวแต่อย่างใด” ค่ะ ที่คอลลาเจนผิวขาวช่วยให้ผิวขาวได้นั้น เป็นเพราะว่ามีสารอาหารที่ใส่เข้าไปเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน C หรือกลูต้าไธโอน โดยทั้งคู่จะสามารถช่วยเรื่องผิวขาวได้ แต่เราไม่ค่อยแนะนำให้เลือกซื้อยี่ห้อที่โฆษณาว่า คอลลาเจนผิวขาวสักเท่าไรนัก เป็นเพราะว่า ปริมาณของสารอาหารอย่างคอลลาเจนเอง วิตามิน C เอง หรือกลูต้าไธโอนเอง จะชอบใส่มาปริมาณน้อย แล้วไปอัพราคาเอาซะมากกว่า ถ้าอยากจะทานพวกนี้จริง ๆ แนะนำซื้อแยกทานกันจะดีกว่า ถ้ายังไงสนใจอาหารเสริมวิตามิน C หรือกลูต้าไธโอนเพื่อผิวขาวละก็ ลองกดเข้าไปดูสองบทความด้านล่างได้เลยค่ะ


เป็นยังไงกันบ้างคะ สาว ๆ หนุ่ม ๆ ได้เห็น “คอลลาเจน” ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้วถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน สนใจอยากจะซื้อยี่ห้อไหนไปทานเสริมเพิ่ม Collagen กันบ้าง จริง ๆ ยังมีอีกหลายยี่ห้อที่น่าสนใจในท้องตลาดบ้านเรานะคะ แต่ค่อนข้างจะมีราคาแพง และเหมือนแอบบรรยายสรรพคุณกันเว่อร์วังเอามาก ๆ ซึ่งยี่ห้อที่เราเอามารีวิวให้ดูกันนั้น ส่วนใหญ่จะมีความน่าเชื่อถือ และค่อนข้างมีราคาที่พอหาซื้อกันได้อยู่ค่ะ ยังไงก็ขอให้ได้คอลลาเจนยี่ห้อที่ถูกใจ ซื้อทานแล้วไม่เปลืองเงินกันมากนัก ส่วนผิวก็ดูสวยสุขภาพดีกันทุกคนค่ะ