+ “กาต้มน้ำไฟฟ้า” ยี่ห้อไหนดี !! 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "กาต้มน้ำไฟฟ้า" ยี่ห้อไหนดี 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

ก็ถ้าคลิกเข้ามาอ่านที่บทความนี้ “กาต้มน้ำไฟฟ้า” ยี่ห้อไหนดี แสดงว่า กำลังมองหากาต้มน้ำดี ๆ สักยี่ห้อ หรือใบเก่าใช้งานไม่ดี ต้มน้ำร้อนไม่ได้ พังไปเสียแล้ว ก็บอกเลยว่า คลิกเข้ามาได้ถูกที่ถูกบทความแล้วล่ะครับ เพราะที่นี่ ทางผมได้ไปรวบรวมกาต้มน้ำไฟฟ้ายี่ห้อที่น่าสนใจ ยี่ห้อที่มีดีไซน์สวย มีคุณภาพดี แข็งแรงทนทาน รวมถึงมีรีวิวดีงาม มาให้ดูกันถึง 10 ยี่ห้อเลยทีเดียว และถ้าได้ลองอ่านรีวิวกันจนจบล่ะก็ ไม่ยี่ห้อใดก็ยี่ห้อหนึ่งจะทำให้อยากเสียเงินซื้อกันอย่างแน่นอน ส่วนจะมียี่ห้ออะไรมาให้ดูกันบ้างนั้น ก็ตามมาเลยครับ !



จะเลือกซื้อ กาต้มน้ำไฟฟ้า ยังไงดีนะ ?

จะเลือกซื้อ กาต้มน้ำไฟฟ้า ยังไงดีนะ ?

ก็ถ้าใครรู้วิธี หรือทริคในการเลือกซื้อกันดีอยู่แล้ว ก็ข้ามผ่านหัวข้อนี้ ไปดูหัวข้อถัดไปได้เลยนะครับ แต่ถ้าอยากได้ทริคสักเล็กน้อย อ่านไว้ก่อนเผื่อช่วยได้ล่ะก็ ลองไปดูเนื้อหาด้านล่างกันครับ

1. เลือกจากดีไซน์ : ก็ปัจจุบันนี้ ดีไซน์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าทำออกมาได้ดูดี ดูสวยมากกกก รวมถึงเจ้ากาต้มน้ำด้วยเช่นกัน ซึ่งบางยี่ห้อก็ดูทันสมัย มีความมินิมอล บางยี่ห้อก็ดูคลาสคลิก หรือบางยี่ห้อก็ดูวินเทจรวมสมัย เป็นต้น เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเรื่องของ “สี” ไม่ว่าจะ สีดำ, ขาว, ใส หรือสีอื่น ๆ ให้เลือกซื้อกันตามความชอบอีก ก็ถ้าเป็นคนที่ชอบดีไซน์ เวลาเลือกซื้ออย่าลืมคัด ๆ กันด้วยครับ

ใครชอบแบบใส ๆ เห็นน้ำร้อนข้างใน ก็มีให้เลือกซื้อกันเน้อ
ใครชอบแบบใส ๆ เห็นน้ำร้อนข้างใน ก็มีให้เลือกซื้อกันเน้อ

2. เลือกจากความจุน้ำ : สำหรับใครที่ชอบดื่มชา กาแฟ หรือใช้น้ำร้อนในปริมาณมากต่อวัน หรือบ้านไหนที่มีสมาชิกครอบครัวใช้น้ำร้อนพร้อมกันบ่อย ๆ การเลือกซื้อเครื่องที่มีความจุสูง ๆ อย่างน้อย 1 ลิตร ขึ้นไป ก็จะดีกว่าพวกความจุต่ำ ๆ แต่ก็อย่าลืมดูเรื่อง “กำลังไฟ” ของเครื่องกันด้วย ถ้าเลือกความจุเยอะ แต่กำลังไฟน้อย อาจจะทำให้ต้องรอเครื่องทำงานนานกว่าจะได้น้ำร้อนครับ

3. เลือกจากการปรับอุณหภูมิน้ำได้ : โดยบางยี่ห้อ ตัวเครื่องจะสามารถเลือกให้ต้มน้ำได้อุณหภูมิที่หลากหลาย เช่น ต้มน้ำได้ที่ความร้อน 40, 60, 80, 90 หรือ 100 องศาเซลเซียส เป็นต้น ซึ่งการเลือกซื้อกาต้มน้ำไฟฟ้าแบบนี้ ก็จะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้น้ำร้อน เพื่อการชงเครื่องดื่มหรืออาหารที่ต้องการอุณหภูมิของน้ำที่แตกต่างกันออกไป และต้องการให้ได้รสชาติกับคุณภาพที่ดีที่สุด แต่ถ้าไม่อยากคิดมาก การเลือกซื้อเครื่องที่ไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ ก็สะดวกและง่ายดีครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว กาต้มน้ำไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว กาต้มน้ำไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี

ก็เผื่อใครที่อยากจะเห็นสินค้าพร้อม ๆ กัน สามารถเลื่อนไปมาซ้ายขวาเพื่อทำการเปรียบเทียบกันได้ ผมก็ขอแนะนำให้ลองกดที่ปุ่มด้านล่างดูก่อน เพราะจะได้เห็นตารางที่มีสินค้าทั้ง 10 มาวางเรียงเทียบกัน พร้อมทั้งมีสรุปสเปคแบบคร่าว ๆ ไว้ให้ด้วย ก็อาจจะช่วยให้เห็นภาพรวมและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ



1. ยี่ห้อ Electrolux รุ่น E7EK1-60BP

ใครที่พิถีพิถันชอบงานเนี้ยบงานละเอียด ต้องเลือกกาต้มน้ำไฟฟ้า Electrolux E7EK1-60BP รุ่นนี้เลยครับ เพราะมีดีไซน์ที่สวย สีดำด้าน เรียบหรูดูดีมาก ๆ มาพร้อมพวยกาทรงปากสามเหลี่ยม ขนาดก็ค่อนข้างใหญ่ มีความจุ 1.7 ลิตร ต้มน้ำได้ปริมาณมากเลยทีเดียว ส่วนตัวเครื่องก็ทำจากสเตนเลสอย่างดี ฝาก็เปิดง่ายด้วยปุ่มกดเปิดด้านบน และยังล็อกฝาเปิดได้แน่นโดยไม่ต้องใช้มือคอยจับอีกด้วย อีกทั้งยังสามารถดูระดับน้ำได้จากด้านข้างเครื่องบริเวณมือจับ ตรงนี้บางคนอาจจะรู้สึกว่าดูยากนิดหน่อย เพราะมีมือจับขวางอยู่ แต่ในแง่ของความสวยงามแล้ว ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดูเนียนสวยกลมกลืนครับ   

ส่วนที่บอกว่าเหมาะกับคนที่พิถีพิถัน เพราะตัวเครื่องสามารถต้มและปรับอุณหภูมิน้ำที่ต้องการได้ถึง 7 ระดับ! ตั้งแต่ 40 / 60 / 80 / 85 / 90 / 95 และ 100 องศาเซลเซียส จะชงอาหารเด็ก, ชงชา, ชงกาแฟ, ต้มบะหมี่ ก็ได้หมด มีน้ำร้อนที่อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับ เพื่อได้รสชาติที่ดีที่สุดกันอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกฟังก์ชันอุ่น เพื่อรักษาอุณหภูมิที่ตั้งไว้ได้นานถึง 40 นาที แต่ถ้าดูที่ราคา ก็อาจจะแพงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ เยอะอยู่ แต่ถ้าใครเน้นความสวย ความคงทน และการใช้งาน กาต้มน้ำตัวนี้ตอบโจทย์มาก ๆ ครับ

กำลังไฟ2,000 – 2,400 W
ความจุ1.7 L
วัสดุสเตนเลส
น้ำหนัก1.32 kg
ปรับอุณหภูมิได้✓ 40 – 100 องศาเซลเซียส

2. ยี่ห้อ TIMEMORE รุ่น Smart Electric Kettle

เอาใจคอกาแฟสาย Slow Bar กันบ้าง สำหรับกาต้มน้ำไฟฟ้า TIMEMORE รุ่น Smart Electric Kettle ที่แบรนด์นี้เขาขึ้นชื่อเรื่องอุปกรณ์การชงกาแฟอยู่แล้ว ทำให้กาต้มน้ำตัวนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รักการดริปการดื่มกาแฟ แต่หากใครจะใช้ต้มน้ำเพื่อการอื่นก็ไม่มีปัญหา โดยตัวกามาพร้อมความจุกะทัดรัดที่ 600 มิลลิลิตร ดีไซน์สวยหรูสีดำหรือสีขาว พวยกาออกแบบมาให้โค้งเรียวเล็ก เพื่อให้สามารถควบคุมการไหลของน้ำได้ดี อยากให้ได้น้ำเส้นใหญ่-เล็กก็ทำได้ง่าย ซึ่งองศาการไหลจะเป็นเส้นตรง 90 องศาครับ

และแน่นอนว่า เป็นกาดริปย่อมมีฟังก์ชันการควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งรุ่นนี้ใช้ตัวควบคุม STRIX มาตรฐานนำเข้าจากอังกฤษ แสดงผลด้วยหน้าจอ LED ที่ฐาน ซึ่งจะแสดงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ และอุณหภูมิปัจจุบันของน้ำ ตั้งค่าอุณหภูมิก็ง่ายมาก ๆ ด้วยการสไลด์นิ้วซ้าย-ขวา ตั้งแต่ 40 – 100 องศาเซลเซียส และสามารถคงความร้อนไว้ได้ตลอดถึง 12 ชั่วโมง ใครที่ซีเรียสเรื่องอุณหภูมิน้ำ ชื่นชอบการดริปกาแฟในชีวิตประจำวัน หรือเปิด Slow Bar บอกเลยว่า กาต้มน้ำไฟฟ้าตัวนี้คุ้มค่ามาก และยังเป็นหนึ่งในตัวท็อปที่คนรักกาแฟแนะนำเลยครับ

กำลังไฟ2,200 W
ความจุ0.6 L
วัสดุสเตนเลส
น้ำหนัก0.45 kg
ปรับอุณหภูมิได้✓ 40 – 100 องศาเซลเซียส

3. ยี่ห้อ Philips รุ่น HD9306

ดูหน้าตาก็เป็นกาต้มน้ำไฟฟ้าแบบมาตรฐาน สำหรับ Philips รุ่น HD9306 แต่มั่นใจได้เลยว่า แบรนด์นี้เขาเลือกใช้วัสดุคุณภาพ เพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นมีประสิทธิภาพดี โดยตัวเครื่อง จะเป็นสเตนเลส 304 ฟู้ดเกรด มีความปลอดภัยและแข็งแรงทนทาน ด้านในมีขีดแสดงระดับน้ำ ให้เราสามารถเติมน้ำตามระดับที่ต้องการได้สะดวก และตัวควบคุมอุณหภูมิ ก็ใช้ STRIX ของนำเข้าอย่างดีจากประเทศอังกฤษ ที่จะช่วยควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำและใช้งานได้นานครับ

อีกทั้งตัวฐานก็หมุนได้ 360 องศา และสามารถม้วนเก็บสายไฟไว้ใต้ฐานได้ ฝาเปิดก็เป็นชนิดบานพับใช้ระบบบสปริง กดครั้งเดียวก็เด้งเปิดทันที และยังช่วยป้องกันไม่ให้โดนน้ำร้อนลวก รวมถึงช่วยให้เติมน้ำได้ง่ายด้วย ตัวคันโยกเปิดปิดก็อยู่บริเวณท้ายด้ามจับ และมีน้ำหนักเบาเพียง 0.8 กิโลกรัมเท่านั้น การออกแบบคือ ช่วยให้หยิบจับใช้งานได้สะดวกดีมาก ส่วนราคาอาจจะแพงกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อ แต่ด้วยชื่อเสียงแบรนด์ Philips และวัสดุที่มีความแข็งแรงปลอดภัย เพียงแค่ดูด้วยสายตาก็รู้ว่าคุ้ม! ทำให้ลูกค้าหลายคนเลือกใช้อย่างไม่ลังเลครับ

กำลังไฟ1,800 W
ความจุ1.5 L
วัสดุสเตนเลส
น้ำหนัก0.8 kg
ปรับอุณหภูมิได้


4. ยี่ห้อ HAFELE รุ่น Vintage electric kettle

ใครชอบแต่งบ้านสไตล์วินเทจ มองหาข้าวของเครื่องใช้ดีไซน์คลาสสิกอยู่ล่ะก็ ต้องถูกใจกาต้มน้ำไฟฟ้ารุ่น Vintage ของ HAFELE ตัวนี้อย่างแน่นอน เพราะมีหน้าตาที่ออกแบบมาในสไตล์ย้อนยุคสวยหรู และยังมี 2 สี ขาวกับดำให้เลือกซื้อกันด้วย ส่วนตัวกาก็ทำมาจากสเตนเลส 304 คุณภาพสูงปลอดภัยไม่ทิ้งสารปนเปื้อน พร้อมด้วยขนาดความจุ 1.7 ลิตร ด้ามจับโค้งงอสวยงามไม่ร้อนมือ มีช่องบอกระดับน้ำที่ด้านข้าง และมีสวิตช์คันโยกเปิดปิดพร้อมไฟสีฟ้าเรือง ๆ ดูแล้วสวยงามมาก ๆ ครับ

และถึงแม้ว่า ตัวกาต้มน้ำจะไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ แต่ก็มีตัววัดอุณหภูมิด้านใน พร้อมสเกลบอกระดับอุณหภูมิที่หน้าเครื่องไว้แทน ซึ่งจุดนี้ก็ช่วยให้สามารถเช็คระดับความร้อนของน้ำได้ แอบเป็นฟังก์ชันแบบแมนนวลที่สะดวกและคลาสสิกดี อีกทั้งยังมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำเดือด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกด้วย และถึงจะเห็นหน้าตาสวย ๆ แบบนี้ แต่ราคากลับเป็นมิตร ไม่แพง ซื้อใช้ได้สบาย ๆ อยู่ ซึ่งหลาย ๆ คนที่เลือกใช้ ต่างก็ถูกใจรูปลักษณ์ของตัวกาที่ผสมผสานความทันสมัยกับความวินเทจไว้ได้อย่างลงตัวครับ

กำลังไฟ1,850 – 2,200 W
ความจุ1.7 L
วัสดุสเตนเลส
น้ำหนักN/A
ปรับอุณหภูมิได้

5. ยี่ห้อ Kashiwa รุ่น EK-188

สำหรับใครที่ชอบความเคลียร์ ๆ ใส ๆ แถมราคายังประหยัดมาก ๆ แนะนำกาต้มน้ำไฟฟ้ายี่ห้อนี้เลยครับ Kashiwa รุ่น EK-188 ที่ตัวโถทำจากแก้วใสอย่างดี มีความแข็งแรงทนทาน และยังทนความร้อนสูง เวลาต้มน้ำไปก็มองเห็นน้ำภายในไปด้วย ให้ความรู้สึกสนุกไปอีกแบบดี อีกทั้งตัวโถก็มีขีดบอกระดับน้ำที่ด้านหน้า เรียกว่าดูระดับน้ำได้ชัดเจนไม่ต้องเพ่งตามองด้านในหรือด้านข้างให้ลำบาก ความจุก็ขนาดใหญ่ถึง 1.8 ลิตร ต้มน้ำเผื่อชงชาให้คนอื่น ๆ ได้อีกหลายคนเลยล่ะครับ

ส่วนทางด้านฝาเปิด ก็เป็นบานพับและล็อคติดกับตัวกา จึงช่วยให้เติมน้ำได้สะดวก และสวิตช์เปิดปิดก็อยู่บริเวณด้ามจับ ก็ช่วยให้ใช้งานง่าย มาพร้อมกับกำลังไฟที่ 1,500 วัตต์ และน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ก็ไม่กินไฟและหนักจนเกินไป มีไฟ LED รอบฐาน ช่วยแสดงเวลาตอนทำงานอีกด้วย และที่สำคัญ มีระบบรักษาความปลอดภัย มีการตัดไฟเมื่อน้ำเดือดและน้ำหมด การถอดล้างทำความสะอาดก็ง่าย รีวิวก็ค่อนข้างดี ราคาประหยัดแถมคุณภาพดีคุ้มค่า หยิบลงตะกร้าไว้ไม่เสียดายแน่นอนครับ

กำลังไฟ1,500 W
ความจุ1.8 L
วัสดุแก้ว
น้ำหนัก1 kg
ปรับอุณหภูมิได้

6. ยี่ห้อ Hanabishi รุ่น HCK-110

สาว ๆ หรือพ่อบ้านแม่บ้านสายหวาน ต้องชอบกาต้มน้ำไฟฟ้า Hanabishi รุ่น HCK-110 กันอย่างแน่นอน โดยตัวกาจะทำมาจากเซรามิกเนื้อหนา มีความทนทาน ไม่ต้องห่วงเรื่องเป็นสนิม ดีไซน์ก็คลาสสิก พร้อมด้วยลวดลายดอกกุหลาบสีชมพู หยิบจับแล้วได้ฟิล Tea Time จิบน้ำชายามบ่ายอย่างไรอย่างนั้น ขนาดก็กำลังพอเหมาะ 1.2 ลิตร พร้อมด้วยตัวฐานหมุนได้ 360 องศา สามารถม้วนสายเก็บไว้ใต้ฐานได้อย่างเป็นระเบียบ และแม้จะเป็นเซรามิก แต่ก็ไม่หนักจนเกินไป น้ำหนักเพียง 1.33 กิโลกรัมเท่านั้นครับ

อีกทั้งรุ่นนี้กินไฟไม่มากอยู่ที่ 1,000 วัตต์ และมีระบบ Thermostat ช่วยตัดไฟ เมื่อน้ำเดือดหรือกาแห้งจะตัดการทำงานอัตโนมัติ ก็ช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัยได้ดี รวม ๆ ฟังก์ชันง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน ใส่น้ำ เสียบปลั๊ก เปิดสวิตช์แล้วรอน้ำเดือดเท่านั้น ราคาก็ถือว่าคุ้มค่า หลายคนที่ได้ลองใช้งานก็รีวิวว่าโอเค น้ำร้อนเร็ว ที่สำคัญคือความน่ารัก ใช้แล้วดีต่อใจครับ

กำลังไฟ1,000 W
ความจุ1.2 L
วัสดุเซรามิก
น้ำหนัก1.33 kg
ปรับอุณหภูมิได้


7. ยี่ห้อ XIAOMI Mi รุ่น Smart Kettle Pro

ถ้าพูดถึง XIAOMI ก็คงจะเป็นแค่กาต้มน้ำไฟฟ้าเฉย ๆ ไม่ได้ แต่เขาจะเป็นกาต้มน้ำไฟฟ้าอัจฉริยะกันเลยทีเดียว โดยรุ่น Smart Kettle Pro ดีไซน์เอกลักษณ์สีขาวมินิมอลตามสไตส์ของแบรนด์ เวลาหยิบจับไปวางใช้งานตรงไหน ก็ดูเก๋ดูดีแบบไม่ต้องลงทุนสูงมาก ส่วนวัสดุภายในก็ทำจากสเตนเลส 304 ฟู้ดเกรด แข็งแรงปลอดภัยไม่มีสารเจือปน ตัวกาก็ออกแบบให้ทำความสะอาดง่าย ภายในก้นเรียบไม่มีจุดที่สิ่งสกปรกอุดตัน ฝาก็เปิดด้วยการกดปุ่มให้เด้งออกป้องกันการลวกมือ รวมถึงมีหน้าจอดิจิทัลแสดงผลและปุ่มควบคุมบริเวณด้ามจับครับ

สำหรับการต้มน้ำ ก็สามารถต้มให้เดือดได้ไวภายใน 5 นาที และเวลาทำงานก็เงียบมากกก เสียงรบกวนน้อย อีกทั้งยังสามารถปรับอุณหภูมิได้ถึง 5 ระดับ ตั้งแต่ 40, 50, 70, 80 และ 90 องศาเซลเซียส เพื่อให้ได้ความร้อนที่เหมาะสมสำหรับการทำเครื่องดื่มหรืออาหารที่แตกต่างกันไป และที่สำคัญ สามารถสั่งงานได้ผ่านแอป Mi Smart Home จะอยู่ที่ไหนก็เช็คอุณหภูมิน้ำได้ตลอด และยังมีฟังก์ชันอุ่นที่ช่วยคงความร้อนไว้ได้นานถึง 12 ชั่วโมงอีกด้วย ส่วนเรื่องความปลอดภัย ก็มีระบบความปลอดภัยถึง 3 ชั้น ตัดไฟเมื่อน้ำเดือดและน้ำแห้ง รวมถึงยังออกแบบมาเพื่อป้องกันไฟรั่วด้วย ก็ด้วยคุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ ราคาก็ไม่แพงอีกต่างหาก ถ้าไม่รู้จะซื้อยี่ห้อไหนดี จัด XIAOMI ก่อนเลยครับ

กำลังไฟ1,800 W
ความจุ1.5 L
วัสดุสเตนเลส
น้ำหนัก1.24 kg
ปรับอุณหภูมิได้✓ 40 – 90 องศาเซลเซียส

8. ยี่ห้อ MITSUTA รุ่น MEK181

เห็นราคาก็ต้องบอกว่า ถูกมาก ๆ สำหรับ MITSUTA รุ่น MEK181 กาต้มน้ำไฟฟ้าที่หยิบใช้สะดวก ฐานหมุนได้ 360 องศา พร้อมด้วยความจุใหญ่จุใจถึง 1.8 ลิตร จะต้มน้ำชงกาแฟเผื่อเพื่อนบ้าน หรือจะต้มน้ำชงบะหมี่กินสักสามคนก็ไม่มีปัญหา อีกทั้งยังมาพร้อมกับน้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น คือใช้งานสะดวกและง่ายสุด ส่วนฝาปิดด้านในก็เป็นสเตนเลสหมดปัญหากลิ่นพลาสติกกวนใจ และยังมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำเดือด ช่วยเรื่องความปลอดภัยอีกด้วยครับ

นอกจากนี้ ตัวกาก็มีการกระจายความร้อนได้ดี น้ำร้อนไว พร้อมมีไฟแสดงสถานะการทำงานชัดเจน ตัวด้ามจับเป็นพลาสติกอย่างดีกันร้อน จับได้ไม่ต้องกลัวความร้อนลวกมือ และวัสดุหลักก็เป็นสเตนเลสคุณภาพดี ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างปนเปื้อน สวิตช์เปิดปิดอยู่ที่ด้ามจับก็ช่วยให้ใช้งานได้สะดวก ยอดขายในออนไลน์ก็ค่อนข้างสูงมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะราคาที่แสนประหยัด ก็ใครที่อยากได้กาต้มน้ำไฟฟ้าแบบง่าย ๆ แค่ต้มน้ำเดือด ไม่ต้องมีอะไรซับซ้อน ตัวนี้ซื้อได้เลยไม่ต้องคิดเยอะครับ

กำลังไฟ1,500 W
ความจุ1.8 L
วัสดุสเตนเลส
น้ำหนัก1 kg
ปรับอุณหภูมิได้

9. ยี่ห้อ Jenniferoom รุ่น JRTH-M81710

สำหรับคนที่มองหาความหรูหรามีระดับ แนะนำกาต้มน้ำไฟฟ้า Jenniferoom รุ่น JRTH-M81710 กันเลยครับ เพราะมีดีไซน์ที่ทำให้รู้สึกถึงความคลาสสิกและโมเดิร์นสไตล์เกาหลี เรียบหรูสะดุดตาด้วยลวดลาย Vertical (แนวตั้ง) และยังมีให้เลือกสีขาวกับสีดำตามความชอบกันด้วย จะแต่งครัวโทนสว่างหรือโทนเข้ม ก็เหมาะเจาะลงตัวมาก ๆ ด้านฝาเปิดก็เป็นแบบแยกจากตัวกา ทำให้ดูแลทำความสะอาดได้ง่าย วัสดุก็ทำจากพลาสติก PP ซึ่งทนความร้อนสูง และที่สำคัญ ได้รับเครื่องหมาย KC ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานเครื่องใช้ไฟฟ้าของประเทศเกาหลีใต้ ก็มั่นใจในเรื่องคุณภาพได้เป็นอย่างดี

ส่วนตัวฐานก็หมุนได้ 360 องศา เพื่อให้สะดวกในการหยิบจับใช้งาน และยังสามารถพันเก็บสายไฟ พร้อมมีความสามารถในการกันลื่นอีกด้วย นอกจากนี้ คุณสมบัติอื่น ๆ ก็มีสวิตช์คันโยกเปิดปิดพร้อมไฟ LED มีช่องโปร่งใสบอกระดับน้ำที่ด้านข้างบริเวณมือจับ มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำเดือด รวม ๆ ใครชอบแต่งครัวที่มีดีไซน์สวย เด่น แปลกใหม่ไม่เหมือนใครโดยเฉพาะสไตล์แนวมินิมอลแบบเกาหลี พร้อมด้วยความหรูหรามีระดับ รับรองว่าถูกใจแน่นอนครับ

กำลังไฟ1,850 W
ความจุ1.7 L
วัสดุพลาสติก PP
น้ำหนัก1.11 kg
ปรับอุณหภูมิได้

10. ยี่ห้อ Braun รุ่น WK3000

10. ยี่ห้อ Braun รุ่น WK3000

ราคาโดยประมาณ 1,990 บาท

ใครต้องการความไว ต้มน้ำร้อนแบบทันใจ ขอแนะนำกาต้มน้ำไฟฟ้า Braun รุ่น WK3000 เพราะสามารถต้มน้ำปริมาณ 200 มิลลิลิตร ให้ร้อนเดือนได้ภายในเวลา 45 วินาที! ถือว่าไวมาก เช้า ๆ รีบ ๆ ต้มน้ำร้อนชงกาแฟได้อย่างไว หรือจะเพิ่มปริมาณอีกหน่อยใช้เวลาอีกอึดใจเดียว ก็ต้มน้ำชงบะหมี่ได้เลยด้วย และอีกจุดเด่นที่น่าสนใจก็คือ ได้รับรางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง Plus x Award ปี 2017 ทั้งเรื่องของคุณภาพและดีไซน์ ซึ่งดีไซน์ก็ทันสมัยมาก มีความโดดเด่นด้วยพวยกาที่เชิดสูง และยังมีสีขาวหรือสีดำให้เลือกใช้ตามความชอบด้วยครับ

ส่วนตัวกาก็มีช่องใสขนาดใหญ่สำหรับดูระดับน้ำ และยังออกแบบด้ามจับให้ถือถนัดมือ ยกได้สะดวกแม้จะต้มน้ำเต็มกา ฝาเปิดก็เป็นแบบบานพับเปิดง่ายด้วยการกดครั้งเดียว อีกทั้งเรื่องของระบบความปลอดภัยก็หายห่วง เพราะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติทั้งเวลาน้ำเดือด, น้ำแห้ง รวมทั้งตัดไฟเมื่อยกกาออกจากฐานอีกด้วย ความจุก็ 1 ลิตร น้ำหนักก็เบาเพียง 0.9 กิโลกรัม ก็ใครที่อยากได้เครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพดีแบรนด์จากประเทศเยอรมัน จัดกาต้มน้ำไฟฟ้ายี่ห้อนี้ได้เลยครับ!

กำลังไฟ2,200 W
ความจุ1 L
วัสดุพลาสติก
น้ำหนัก0.9 kg
ปรับอุณหภูมิได้

เป็นยังไงกันบ้างครับ หลังจากที่ได้เห็นรีวิว “กาต้มน้ำไฟฟ้า” ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้วถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน ไม่ทราบว่า สนใจ อยากจะซื้อยี่ห้อไหน กาตัวไหน ไปใช้ต้มน้ำที่บ้านกันบ้าง ?? ก็จากที่เห็น ๆ มาเนี่ย ก็มีทั้งยี่ห้อที่ราคาไม่แพง ทำหน้าที่ต้มน้ำได้ดีตามเนื้อผ้า ตกเครื่องละประมาณหลักร้อย ไปจนถึงพวกยี่ห้อที่มีราคาสูง ๆ แต่ก็มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงาม และฟังก์ชันที่ดีกว่า ยังไงตอนเลือกซื้อก็อย่าลืมคิดถึงเรื่องงบและความต้องการกันด้วยเนาะ สุดท้ายก็ขอให้ได้กาต้มน้ำไฟฟ้ายี่ห้อที่ถูกใจ ใช้แล้วตอบโจทย์ ได้น้ำร้อนตามที่ต้องการกันด้วยครับ