ครีมหมักผมเคราติน ยี่ห้อไหนดี ราคาถูก ราคาแพง รีวิว 10 ยี่ห้อ

รูปภาพปกบทความ ครีมหมักผมเคราติน ยี่ห้อไหนดี 2023 ราคาถูก ราคาแพง รีวิว 10 ยี่ห้อ

ใครที่ชื่นชอบการทำสีผม ดัด ลอน หรือผ่านการทำสารเคมีบ่อย ๆ บอกเลยว่า แค่บำรุงด้วยเซรั่ม ทรีทเม้นต์หรืออบไอน้ำยังคงไม่เพียงพอ หากต้องการบำรุงแบบขั้นสุดตั้งแต่โครงสร้างภายในแล้วละก็ ต้องใช้คู่กับเคราติน เพราะเขาจะโดดเด่นในเรื่องการซ่อมแซม ฟื้นฟู เส้นผมที่เสียหาย ให้กลายเป็นเส้นผมนุ่มสวย เงางาม อย่างเป็นธรรมชาติ และจะมี “ครีมหมักผมเคราติน” ยี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนปังกันบ้าง เรามาดูรีวิวกันเลยค่า



เคราติน คืออะไร ? แล้วช่วยอะไรบ้าง ?

"เคราติน" คืออะไร ? แล้วช่วยอะไรบ้าง ?

เคราติน (Keratin) คืออะไร ? เคราตินเป็นเส้นใยโปรตีนที่ร่างกายของเรานั้นสามารถสร้างขึ้นได้เอง โดยเคราตินจะอยู่บริเวณผิวหนังกำพร้า ช่วยบำรุงเส้นผม ผิวหนัง และเล็บ ให้แข็งแรงมีสุขภาพดีอยู่เสมอ และยังเป็นโปรตีนที่สำคัญที่สุดสำหรับเส้นผม จึงทำให้เคราตินกลายเป็นอาหารเสริมสุดฮิตสำหรับเส้นผมและผิวนั่นเองค่ะ

ประโยชน์ของเคราติน

  • ช่วยปกป้องผิวและเส้นผมจากรังสี UV
  • ช่วยให้เส้นผมเกิดใหม่และเจริญเติมโตได้อย่างแข็งแรง
  • ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเส้นผมและผิวหนัง
  • ช่วยควบคุมปริมาณในการดูดซึมสารอาหารให้พอดีต่อร่างกาย

ตารางเปรียบเทียบรีวิว ครีมหมักผมเคราติน ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว ครีมหมักผมเคราติน ยี่ห้อไหนดี

สำหรับใครที่อยากจะเห็นครีมหมักผมเคราตินแบบพร้อม ๆ กัน รวมถึงสามารถเลื่อนตารางไปมา เพื่อทำการเปรียบเทียบ ปริมาณ ส่วนผสม หรือราคากันได้แบบง่าย ๆ ทางเราก็อยากให้ลองคลิกที่ปุ่มสีแดงด้านล่างได้เลยค่า



1. KERASTASE Discipline Maskeratine

เพื่อนสาวคนไหนมีปัญหาผมเส้นเล็ก ชี้ฟูเป็นไม้กวาด แถมจัดทรงยาก อยากจะกรี๊ดดัง ๆ เราขอแนะนำให้รู้จักกับครีมหมักผมเคราตินสูตรเข้มข้นจากฝรั่งเศส ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม มอร์ฟอร์ – เคราติน ที่สุดของสารบำรุงเคราตินที่จะช่วยเติมเต็มเส้นใยของผมที่ขาดหาย พร้อมเคลือบปิดเกล็ดผมที่แห้งแตกปลาย ทำให้ผมไม่ลีบแบน นุ่มลื่นเรียงเส้นสวย สปริงตัวได้ดีอย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยป้องกันปัญหาผมชี้ฟูได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ให้สาว ๆ หยุดกรี๊ดเพราะผมเสีย แล้วมาร้องว้าวเพราะผมสวยไปเลยค่ะ

นอกจากจะช่วยให้เส้นผมกับมานุ่มลื่นได้ดั่งใจแล้ว ตัวนี้เขายังมีส่วนช่วยปกป้องเส้นผมจากมลภาวะอีกด้วยนะ เพราะชีวิตประจำวันเราจะต้องเจอมลภาวะเยอะมากกก ไหนจะไอเสียรถยนต์ ไหนจะ PM 2.5 จะเลี่ยงก็เลี่ยงไม่ได้ พอฝุ่นพวกนี้มาโดนเส้นผม ผมก็เสียอีก หลังจากนี้ไปก็สบายใจได้ ที่สำคัญมาส์กตัวนี้เขายังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในเส้นผม ไม่ให้ผมกลับไปแห้งเสียเป็นไม้กวาดเหมือนเดิมอีกด้วย ถือเป็นตัวช่วยชั้นดีในการบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึกที่สาว ๆ จะต้องชอบแน่นอนค่า

ปริมาณ200 ml
ส่วนประกอบสำคัญมอร์ฟอร์-เคราติน คอมเพล็กซ์
เหมาะสำหรับปัญหาผมลีบแบนและผมแห้งเสีย

2. JOJI Secret Young Charcoal Keratin Treatment Mask 

เป็นสาวรักการทำสี ทั้งยืด ทั้งดัด ประโคมเคมีใส่เส้นผมมาซะนาน รู้ตัวอีกทีผมก็เสียชี้ฟูไปซะแล้ว แบบนี้มันต้องดีท็อกซ์ ! ด้วยครีมหมักผมเคราตินสูตรเข้มข้นมีส่วนผสมของผงชาร์โคล ที่จะมาช่วยดูดซับสิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้างจากการยืด ดัด ทำสีต่าง ๆ นานา นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนหนังศีรษะ ให้ผมของเราสะอาด เปลี่ยนจากผมแห้งกรอบมาเป็นผมสุขภาพดีได้ในพริบตาเลยค่ะ

อีกส่วนประกอบหลักที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ เคราติน ที่จะมาช่วยฟื้นฟูผมเสียที่แตกปลาย ขาดหลุดร่วง ให้กลับมาแข็งแรงไม่ชี้ฟู ทั้งยังเสริมความแข็งแรงให้กับรากผม ผสานด้วยคุณค่าจากสารสกัดเมล็ดมะรุม ที่จะเขามาช่วยแปลงโฉมให้ผมของสาว ๆ อ่อนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน พร้อมช่วยดูแลหนังศีรษะ ช่วยลดเปอร์เซ็นต์การขาดหลุดร่วงซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับสาว ๆ ได้อีกด้วย ใครที่รู้สึกอยากดีท็อกซ์ผมตัวเองพร้อมบำรุงเส้นผมไปในตัว ก็ขอแนะนำทรีทเม้นท์ JOJI ตัวนี้เลยค่า

ปริมาณ300 g
ส่วนประกอบสำคัญ ผงชาร์โคล, เคราติน, สารสกัดเมล็ดมะรุม
เหมาะสำหรับผมแห้งเสียจากการทำเคมี

3. NIGAO Hair Treatment Guardian

ไฮบริดทรีทเม้นท์แบรนด์ชื่อญี่ปุ่น (แต่เจ้าของไทยนะจ๊ะ) ที่สาว ๆ ผู้รักการทำเคมีจะต้องหลงรัก เพราะเขามาพร้อมกับนวัตกรรมไมโครโมเลกุล LPP Keratin คุณภาพสูงที่สามารถแทรกซึมลึกได้ถึงแกนชั้นใน ทำให้สามารถเข้าปกป้องและฟื้นฟูสภาพผมเสียจากการยืด ดัด ทำสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาพร้อมอีกหนึ่งส่วนผสมที่น่าสนใจอย่าง Hydroxyethyl Urea ที่มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บและให้ความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมและหนังศีรษะได้อย่างยาวนาน ให้ผมที่แห้งเป็นไม้กวาดกลับมานุ่มสลายได้ดั่งใจอีกครั้งค่ะ

ยัง ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีส่วนผสมของ Hydrolyzed Vegetable Protein หรือโปรตีนสกัดจากเมล็ดธัญพืชและถั่ว จำพวกถั่วเหลือง, ข้าวสาลี และข้าวโพด ที่จะมีส่วนช่วยปกป้องเส้นผมให้ดูเงางาม และช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้เส้นผมดูมีน้ำหนัก ไม่แห้งกรอบลีบแบนอย่างที่เคยเป็น เท่านี้เส้นผมของสาว ๆ ที่เคยเสื่อมสภาพเพราะการทำเคมีก็จะคืนสภาพเป็นเส้นผมที่แข็งแรงดังเดิมโดยไม่ต้องพึ่งพาซาลอนกันเลยค่า

ปริมาณ500 ml
ส่วนประกอบสำคัญLPP Keratin, Hydroxyethyl Urea, Hydrolyzed Vegetable Protein
เหมาะสำหรับผมแห้งเสียจากการทำเคมี


4. Dove advanced keratin treatment hair mask

พูดถึงผลิตภัณพ์ดูแลเส้นผมก็ต้องนึกถึง โดฟ มาเป็นชื่อแรก ๆ มาทำความรู้จักกับครีมหมักผมโดฟ สูตร แอดวานซ์ เคราติน ที่จะเข้ามาช่วยฟื้นฟูบำรุงเส้นผมลึกจนถึงแกน พร้อมช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกัน ทำให้เส้นผมแข็งแรง ช่วยลดปัญหาผมเปราะขาดได้ถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับสูตรทั่วไป อีกทั้งทางแบรนด์เคลมว่า แค่มีกระปุกนี้กระปุกเดียวก็สามารถเทียบได้กับการทำเคราตินที่ร้านทำผมได้เลย เอาอยู่หมดทุกปัญหาผมเสีย ไม่ว่าจะเป็นผมชี้ฟู, ผมแตกปลาย, ผมพังเพราะทำสี, ผมแห้งเป็นไม้กวาด ไปจนถึงขั้นผมช็อตเลยค่ะ

เท่านั้นยังไม่พอ โดฟกระปุกนี้เขายังมาพร้อมกับดับเบิ้ลพลังกู้ผมพังอย่างแอดวานซ์ เคราตินและไฮโดรฟิลเลอร์ ที่จะเข้าช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผมที่เสียจากการกัด ดัด ยืด และทำสี ให้เส้นผมกลับมาแข็งแรงและยืดหยุ่น นุ่มลื่นอิ่มน้ำ สวยสุขภาพดี ลดปัญหาผมแห้งและพันกัน มีรีวิวกระซิบมาว่าใช้แล้วสัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ดีงามมากกก ก็สมชื่อแบรนด์โดฟที่สาว ๆ หลายคนต้องเทใจให้จริง ๆ

ปริมาณ180 ml
ส่วนประกอบสำคัญแอดวานซ์ เคราติน, ไฮโดรฟิลเลอร์
เหมาะสำหรับทุกสภาพเส้นผม

5. โลแลน อินเทนซ์ แคร์ เคราติน รีแพร์ มาส์ก

อีกหนึ่งตัวช่วยคู่ใจสำหรับสาว ๆ ผู้รักการทำผมที่จะไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง โลแลน ที่คราวนี้เขามาพร้อมกับครีมหมักผมเคราตินโมเลกุลฟื้นบำรุงลึกถึง 3 ชั้นผม ตั้งแต่ชั้นนอกไปจนถึงระดับโครงสร้างชั้นในสุด โดยเริ่มตั้งแต่ช่วยปิดรูพรุนและซ่อมแซมเกล็ดผมชั้นนอกให้สมบูรณ์มีสภาพดี รวมไปถึงเข้าไปช่วยเสริมสร้างความชุ่มชื่นและบำรุงเส้นผมชั้นในให้มีความหนาแน่น แปรสภาพผมเส้นเล็กที่แห้งเสียราวไม้กวาดให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งค่ะ

เขายังมีนวัตกรรม Oxidized keratin ที่จะซึมลึกถึงระดับโครงสร้างผมในชั้นโปรตีนและกรดอะมิโนให้มีความแข็งแรง ส่วนเนื้อครีมของเขาก็ยังให้เนื้อสัมผัสที่เข้มข้นและมีกลิ่นที่หอมน่าใช้ การันตีด้วยรีวิวจากผู้ใช้งานจริงว่าใช้แล้วรู้สึกผมแข็งแรงขึ้นทันตาตั้งแต่ใช้งานครั้งแรก เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องก็จะรู้สึกได้ถึงผมที่มีวอลลุ่มมากขึ้น ไม่แตกปลาย ไม่เปราะหักง่าย ทั้งยังเงางามเป็นประกายอย่างมีสุขภาพดีอีกด้วย ส่วนราคาก็ไม่แรงเลย ก็แอบเหมาะสำหรับใช้เป็นยี่ห้อแรก ๆ กันเลยค่า

ปริมาณ200 g
ส่วนประกอบสำคัญPro – Keratin EX
เหมาะสำหรับผมแห้งเสียจากการทำเคมี

6. Carebeau Keratin Treatment

ครีมหมักผมเคราตินเคลือบแก้วที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ใช้ขนแกะที่อิมพอร์ตมาไกลจากอเมริกา มาผ่านกระบวนการ Hydrolyzed Alpha-Keratin เพื่อให้ได้เคราตินที่มีคุณภาพสูง และมีน้ำหนักโมเลกุลถึง 2,500 Da เข้าฟื้นฟูเส้นผมได้อย่างล้ำลึก รวมถึงซ่อมแซมเส้นผมได้จากทุกสภาพปัญหา เอาใจสาวนักทำสีด้วยการปรับสภาพผมที่เสียจากการทำเคมีให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง ทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดโอกาสขาดหลุดร่วงอีกด้วยนะคะ

นอกจากเคราตินคุณภาพดีแล้ว ทรีทเม้นท์ตัวนี้เขายังอุดมไปด้วยโปรวิตามิน B5 และโจโจ้บาออยล์ สารอาหารที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผมที่แห้งกร้านให้กลับมานุ่มสลาย เคลือบเส้นผมให้ดูเงางาม พร้อมทั้งฟื้นบำรุงหนังศีรษะและลดปัญหารังแค ก็รู้สึกได้เลยว่าผมกลับมาสวยสุขภาพดีราวเพิ่งออกจากซาลอนมาไม่มีผิด เพียงแค่สาว ๆ ชโลมเนื้อเนื้อครีมนี้ให้ทั่วหลังจากสระผม โดยเน้นบริเวณปลายผมเป็นพิเศษ ก็เป็นอันใช้ได้ค่า

ปริมาณ500 ml
ส่วนประกอบสำคัญเคราตินจากขนแกะ, โปรวิตามิน B5, โจโจ้บาออยล์
เหมาะสำหรับผมแห้งเสียจากการทำเคมี


7. CARISTA – Goat Milk Premium Keratin Mask

ครีมหมักผมเคราตินสูตรพรีเมี่ยมที่กำลังมาแรงในโลก TikTok ด้วยเสียงลือเสียงเล่าอ้างแบบปากต่อปาก ว่าตัวนี้เขากู้สภาพผมพังได้อย่างอยู่หมัด ด้วยเนื้อครีมเคราตินสูตรนมแพะที่นำเข้าจากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ สาว ๆ ที่มีผิวหัวบอบบางแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ ไม่มีปัญหา ทั้งยังมาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ น่าใช้ แถมกระปุกก็ใหญ่ ใช้งานได้นานจุใจอีกด้วยนะคะ

อีกทั้งครีมหมักผมเคราตินตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่ายเท่านั้น แต่ยังสามารถฟื้นฟูสภาพเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เส้นผมมีความดกดำเงางาม บำรุงรากผมและลดอาการขาดหลุดร่วง คืนความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผมได้อย่างยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ให้ผมนุ่มลื่นสวย มีน้ำหนัก จัดทรงง่ายอย่างเป็นธรรมชาติจนรู้สึกเหมือนเพิ่งไปทำที่ร้านแพง ๆ เลยค่า

ปริมาณ500 g
ส่วนประกอบสำคัญเคราตินจากนมแพะ
เหมาะสำหรับทุกสภาพเส้นผม

8. DAENG GI MEO RI Glamo Keratin Treatment

เคราตินสูตรพิเศษที่จะเข้าช่วยแก้ปัญหาผมลีบแบนและผมแห้งเสียโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มวอลลุ่มและคืนความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ให้ผมไม้กวาดกลับมาเงางาม นุ่มสลวย คืนความมีชีวิตชีวาให้กับเส้นผมอีกครั้ง และบอกเลยว่าตัวนี้เขาไม่ได้มีดีแค่เคราตินเท่านั้นนะ แต่ยังอุดมไปด้วยคุณค่าสารสกัดจากสมุนไพรที่ผ่านการหมักบ่มตามตำราแพทย์แผนตะวันออก อย่างสมุนไพรเกาหลีกว่า 19 ชนิด พืชธรรมชาติอีก 5 ชนิด และปิดท้ายด้วยสารสกัดจากดอกเบญจมาศป่าบนเกาะเชจู ออกมาเป็นทรีทเม้นท์สูตรพรีเมี่ยมที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวค่ะ

และนอกจากการบำรุงเส้นผมอย่างจัดเต็มแล้ว เขายังช่วยดีท็อกซ์เส้นผมและหนังศีรษะ เสริมความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับเส้นผม ช่วยลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ปัญหากวนใจระดับชาติของสาว ๆ รับรองเลยว่าถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ด้วยความที่ดีงาม คุณภาพจัดเต็ม ก็ทำให้มีราคาที่แอบแรงกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อ แต่ถ้างบไม่ใช่ปัญหา จัดไป เส้นผมดีขึ้นจริง ๆ ค่า

ปริมาณ400 ml
ส่วนประกอบสำคัญเคราติน, สารสกัดจากสมุนไพร, สารสกัดจากดอกเบญจมาศป่า
เหมาะสำหรับปัญหาผมลีบแบนและผมแห้งเสีย

9. FULUKO ครีมหมักผมเคราติน ชนิดไม่ต้องล้างออก

9. FULUKO ครีมหมักผมเคราติน ชนิดไม่ต้องล้างออก

ราคาโดยประมาณ 78 บาท

ในวันรีบ ๆ จะให้มาทำผมแบบฟูลคอร์สทั้งทีก็คงไม่มีเวลา แต่ผมแห้งเสียแบบนี้จะให้ออกไปเจอหน้าใคร ๆ ก็กระไรอยู่ งั้นมาทำความรู้จักกับครีมหมักผมเคราตินสูตรไม่ต้องล้างออก แถมไม่ต้องอบไอน้ำ รับรองชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ทั้งยังช่วยฟื้นฟูเส้นผมได้อย่างด่วนจี๋ทันใจ ซึมลึกถึงภายใน ไม่ก่อให้เกิดฟิล์มระเหย ช่วยให้ผมแห้งกลับมายืดหยุ่น ลดอาการชี้ฟูหรือแตกปลาย ช่วยซ่อมแซมผมเสียจากการการทำเคมีแบบครบสูตร ไม่ว่าจะเป็นทำสี, ดัด, ยืด หรือแม้แต่หนีบไดร์ก็เอาอยู่ค่ะ

นอกจากเคราตินแล้วเขายังอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายที่จำเป็นต่อเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่, น้ำมันเมล็ดคามีเลีย, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันโรสฮิป, น้ำมันโจโจ้บา และน้ำมันอาร์แกน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผม ซ่อมแซมเกล็ดผมตั้งแต่รากจนถึงปลาย ให้ผมเปล่งประกาย จัดทรงง่าย และเงางาม เหมาะสำหรับคนที่รักสะดวกและในวันรีบ ๆ อย่างยิ่งเลยค่ะ

ปริมาณ200 g
ส่วนประกอบสำคัญเคราติน, น้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่, น้ำมันเมล็ดคามีเลีย, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันโรสฮิป, น้ำมันโจโจ้บา และน้ำมันอาร์แกน
เหมาะสำหรับผมแห้งเสียจากการทำเคมี

10. MISTINE KERATIN HAIR TREATMENT

อีกหนึ่งแบรนด์ที่คนไทยคุ้นหูกันดีอย่าง MISTINE มาพร้อมกับทรีทเม้นท์เคราตินสูตรเข้มข้น ที่ช่วยปรับสภาพผมที่เคยเสียจากการทำผมให้กลับมาสุขภาพดีได้ทันตา ด้วยเทคโนโลยีแบบพิเศษพร้อมคุณค่าของ 3 Size Keratin Protein ซึมลึกเข้าสู่แกนผมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความหยาบกระด้างของเส้นผม ลดโอกาสการเปราะขาดหลุดร่วง ทั้งยังผสานด้วยเนื้อ Aloe butter ที่ช่วยให้เส้นผมที่ผ่านการทำสี, ยืด หรือดัดลอน ได้คงสีสัน, ผมเรียบตรงสวย และลอนคงรูปอย่างที่สาว ๆ วาดหวังเอาไว้ค่ะ

ครีมหมักผมเคราตินของ MISTINE เขายังมีตัวช่วยมากประสิทธิภาพ อย่าง Animo Acid Moisturizer และ Gold Omega Oil ที่จะเข้าช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ให้ผมดูสลวย ไม่แห้งกรอบแม้ผ่านการทำเคมีมา พร้อมทั้งยังช่วยให้เส้นผมสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้น หมดปัญหาผมแห้งเสียเป็นไม้กวาด เหลือแค่ผมที่นุ่มสลวยอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมสู้ทุกการทำเคมีต่อจากนี้เลยค่ะ

ปริมาณ200 g
ส่วนประกอบสำคัญเคราติน, Animo Acid Moisturizer และ Gold Omega Oil
เหมาะสำหรับผมแห้งเสียจากการทำเคมี

เป็นยังไงกันบ้างกับ ครีมหมักผมเคราติน ยี่ห้อไหนดี ที่ทางเราได้รวบรวมมารีวิวให้ดูกันถึง 10 ยี่ห้อ ก็ไม่ทราบว่าสาว ๆ สนใจ อยากจะซื้อผลิตภัณฑ์ตัวไหน ยี่ห้อไหน ไปใช้หมักผมกันบ้างคะ ? ถึงแม้ว่าเคราตินจะช่วยให้เส้นผมกลับมาสุขภาพดี นุ่มฟูได้ แต่หากเราเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับลักษณะเส้นผมแล้วละก็ อาจจะทำให้เส้นผมเสียหายได้ในระยะยาว ดังนั้นก่อนเลือกซื้ออาจจะต้องเลือกซื้อให้ตรงกับสภาพของเส้นผมของเราด้วยค่ะ ก็เตือนกันแล้วน้าาา สาว ๆ


เราใช้คุกกี้เพื่อนับผู้เข้าชมและพัฒนาเว็บไซต์ อ่านรายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    สำหรับวิเคราะห์สถิติของผู้ชมเว็บไซต์ เพื่อช่วยตัดสินใจ การปรับปรุงบทความ - ข้อมูลแหล่งที่มาของผู้ใช้งาน เช่น. ผู้ใช้เข้าสู่เว็บไซต์ Plus Around จาก Google Search หรือ Social Network - ข้อมูลพฤติกรรม เช่น. ระยะเวลา, เวลา, หน้า landing page และการติดตามกิจกรรมอื่น ๆ - ข้อมูลเนื้อหา เช่น. ผู้ใช้อ่านบทความเครื่องซักผ้าฝาหน้า ยี่ห้อไหนดี - ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น. ผู้ใช้แบ่งปันบทความบนเครือข่ายโซเชียล - ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ Google Analtics สามารถดูในระดับภาพรวม แต่ไม่สามารถเจาะจงเป็นรายบุคคลได้ เช่น. เพศ , อายุ , สถานที่ตั้ง - การทดสอบ A/B test สำหรับการปรับปรุงเว็บไซต์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    การโฆษณาตามความสนใจ - แสดงโฆษณาที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้งาน โดยอ้างอิงตามกิจกรรมของผู้ใช้ บนเว็บไซต์ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ ผู้ใช้งานสนใจ ในเชิงพาณิชย์ - อนุญาตให้ผู้เผยแพร่โฆษณา นำเสนอโฆษณาต่างๆ แก่ผู้ใช้งาน และยังให้ผู้เผยแพร่โฆษณา สามารถประมูลค่าของโฆษณา เพื่อเสนอราคาที่เหมาะสม ก่อนที่จะนำโฆษณาเสนอแก่ผู้ใช้งาน - การกำหนดความถี่สูงสุดในการมองเห็นโฆษณา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเห็นโฆษณาเดียวกันหลายครั้งเกินไป - รวบรวมข้อมูลบราวเซอร์และอุปกรณ์: ประเภทและรุ่นของอุปกรณ์, ผู้ผลิต, ประเภทระบบปฏิบัติการ และรุ่น (เช่น iOS หรือ Android) ประเภท และรุ่นของเว็บบราวเซอร์ (เช่น Chrome หรือ Safari), user-agent, ชื่อผู้ให้บริการ, เขตเวลา ประเภทการเชื่อมต่อเครือข่าย (เช่น Wi-Fi หรือ เซลลูลาร์), ที่อยู่ IP, ตำแหน่งทั่วไปที่อนุมานจากที่อยู่ IP หรือ บราวเซอร์ หรือ เว็บแคช)

บันทึกการตั้งค่า