+ “คอลลาเจน” ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "คอลลาเจน" ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ๆ เจอเพื่อนเจอฝูง หรือแม้แต่สังคมที่ทำงานก็ตาม ต่างก็ได้ยินแต่คนพูดถึงอาหารเสริมอย่าง “คอลลาเจน” (Collagen) กันใช่ไหมละคะ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่แอบหมกมุ่นกันมาก มีแต่คนบอกว่า ต้องทานนะ ทานแล้วผิวพรรณดูสวยสุขภาพดีมากขึ้น โน้น นี้ นั้น บลา ๆ ๆ ซึ่งเราเองก็เป็นอีกคนที่สนใจเจ้าอาหารเสริมตัวนี้ และอยากจะไปหาซื้อมาทานเหมือนกัน แต่ด้วยการที่ยังไม่เข้าใจถึงคอลลาเจนว่าทานแล้วช่วยเรื่องความงามยังไง และดันมีขายกันหลากหลายยี่ห้อเอามาก ๆ วันนี้จึงขออาสามาให้ความรู้เกี่ยวกับคอลลาเจน และรีวิวถึง 10 ยี่ห้อ ที่น่าซื้อไปทานกันคะ พร้อมแล้วก็ตามมาเลยจ้า



มาทำความรู้จักกับ “คอลลาเจน” และประโยชน์กันสักนิด

มาทำความรู้จักกับ "คอลลาเจน" และประโยชน์กันสักนิด

คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่ประกอบไปด้วยหน่วยย่อยของกรดอะมิโน่ โดยจะพบได้มากตามกระดูก, กระดูกอ่อน และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการยึดเกาะส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเสมือนกับเป็นกาวเชื่อมต่อกัน และคอลลาเจนเองก็ถือว่ามีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะ 1 ใน 3 ของโปรตีนที่มีอยู่ในร่างกายก็คือ คอลลาเจนนั้นเองค่ะ ซึ่งเอาจริง ๆ แล้ว เจ้าคอลลาเจนเนี่ยก็มีถึง 16 ประเภทกันเลยทีเดียว แต่หลัก ๆ ที่เราให้ความสำคัญกันนั้นจะเป็นประเภท I, II, III, และ IV ค่ะ

  • Type I : จะพบประเภทนี้ได้มากถึงประมาณ 90% ของคอลลาเจนในร่างกาย โดยจะมีลักษณะเป็นเส้นใยที่อัดแน่น ช่วยในการเป็นโครงสร้างของผิวหนัง, กระดูก, กระดูกอ่อน, เส้นเอ็น, เนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงฟันด้วย ซึ่งเจ้า Type I นี้แหละ จะพบได้มากในอาหารเสริมคอลลาเจนค่ะ
  • Type II : จะมีลักษณะเป็นเส้นใยที่หลวมกว่า และพบได้มากที่กระดูกอ่อน โดยจะมาช่วยรองรับข้อต่อของคนเราให้มีความยืดหยุ่น ทำให้ไม่เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ๆ รวมถึงป้องกันโรคไขข้อต่าง ๆ อีกด้วย จึงเป็น Type ที่เหมาะสำหรับการให้ผู้สูงอายุทานเสริมเพิ่มเติมค่ะ
  • Type III : มักจะพบพร้อมกับคอลลาเจน Type I โดยจะมาช่วยซัพพอร์ตโครงสร้างของกล้ามเนื้อ, อวัยวะต่าง ๆ และหลอดเลือดแดง
  • Type IV : จะพบได้มากที่ชั้นผิวหนังของคนเราค่ะ

โดยประโยชน์ของคอลลาเจนเนี่ยก็มีมากมายหลายอย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ, ป้องกันการสูญเสียความหนาแน่นของมวลกระดูก, ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ, ช่วยส่งเสริมสุขภาพของหัวใจ และที่สำคัญที่สุดที่คิดว่าหลาย ๆ คนซื้ออาหารเสริมคอลลาเจนมาทานเสริมกันก็คือ “เผื่อความสวยความงาม” นี้แหละค่ะ เพราะคนเราเมื่อมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น ก็จะเกิดการสูญเสียคอลลาเจนในร่างกาย ทำให้ผิวดูมีร่องรอย ดูแห้งกร้าน เหี่ยวย่น แลดูผิวอ่อนแอเอามาก ๆ ซึ่งสังเกตได้จากผู้สูงอายุที่สูญเสียคอลลาเจนไปนั้นเอง การเติมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย ก็จะมาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ค่ะ

คอลลาเจน (Collagen) ยี่ห้อไหนดี

เห็นไหมคะว่า ถ้าร่างกายสูญเสียคอลลาเจนละก็ ผิวหนังก็จะดูเหมือนผิวของผู้สูงอายุค่ะ

แล้วถ้าถามว่า จะเลือกซื้อคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี ยังไงดีละ? เราขอแนะนำว่า ให้ดูจาก “ปริมาณของคอลลาเจนที่จะได้ต่อการทานหนึ่งเม็ดหรือหนึ่งครั้ง” ก่อน เพราะบางยี่ห้อมีราคาค่อนข้างแพงแต่ให้คอลลาเจนมานิดเดียว ดูไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไร หรือบางยี่ห้อก็จัดเต็มทั้งคอลลาเจนและสารอาหารเพิ่มเติมหลายชนิด แต่ก็มีราคาที่แรงงงมากเช่นกัน ซื้อทีอาจจะกระเป๋าเงินแฟ่บกันได้เลยทีเดียว อยากให้เลือกซื้อยี่ห้อที่คิดว่าซื้อทานไหวและคุ้มค่ากับตัวเองมากที่สุดค่ะ

ส่วนปริมาณที่สมควรทานต่อวัน เอาจริง ๆ ยังไม่มีสถาบันไหนออกมายืนยันในเรื่องนี้ แต่ได้มีผลการศึกษาพบว่า การทานที่วันละ 2,500 – 5,000 mg จะช่วยส่งผลให้ผิวดูมีสุขภาพดี ดูชุ่มชื้น ดูดีขึ้นจากที่ไม่ได้ทานอย่างมีนัยสำคัญค่ะ


คอลลาเจนผิวขาว? ช่วยให้ขาวได้จริงหรือไม่?

คอลลาเจนผิวขาว? ช่วยให้ขาวได้จริงหรือไม่?

ต้องขอตอบอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า “ไม่ช่วยให้ผิวขาวแต่อย่างใด” ค่ะ ที่คอลลาเจนผิวขาวช่วยให้ผิวขาวได้นั้น เป็นเพราะว่ามีสารอาหารที่ใส่เข้าไปเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน C หรือกลูต้าไธโอน โดยทั้งคู่จะสามารถช่วยเรื่องผิวขาวได้ แต่เราไม่ค่อยแนะนำให้เลือกซื้อยี่ห้อที่โฆษณาว่า คอลลาเจนผิวขาวสักเท่าไรนัก เป็นเพราะว่า ปริมาณของสารอาหารอย่างคอลลาเจนเอง วิตามิน C เอง หรือกลูต้าไธโอนเอง จะชอบใส่มาปริมาณน้อย แล้วไปอัพราคาเอาซะมากกว่า ถ้าอยากจะทานพวกนี้จริง ๆ แนะนำซื้อแยกทานกันจะดีกว่า ถ้ายังไงสนใจอาหารเสริมวิตามิน C หรือกลูต้าไธโอนเพื่อผิวขาวละก็ ลองกดเข้าไปดูสองบทความด้านล่างได้เลยค่ะ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “คอลลาเจน” ยี่ห้อไหนดี

เผื่อใครที่ไม่มีเวลาอ่านเนื้อหาทั้งหมด หรืออยากดูตารางเปรียบเทียบทั้ง 10 ยี่ห้อไปเลยว่า ยี่ห้อไหนให้ Collagen เท่าไร มีสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมไหม ราคาเป็นยังไงบ้างแบบหมัดต่อหมัด ก็ขอเชิญกดเข้าไปดูได้ที่ปุ่มด้านล่างเลยค่ะ



1. คอลลาเจน ยี่ห้อ DHC Collagen

1. คอลลาเจน ยี่ห้อ DHC Collagen

ราคาโดยประมาณ 355 / 655 บาท ต่อ 360 / 540 เม็ด

ถ้าพูดถึงยี่ห้ออาหารเสริมที่ขายดีในบ้านเราละก็ DHC จากดินแดนปลาดิบ น่าจะเป็นอีกยี่ห้อที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันค่ะ โดย DHC Collagen จะมีปริมาณคอลลาเจนต่อเม็ดที่น้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ด้วยการที่ปริมาณน้อย ๆ ก็ทำให้เราสามารถทานจำนวนเม็ดเพิ่มเอาได้ ซึ่งทาง DHC เองก็แนะนำว่าควรทานที่ 6 เม็ด พร้อมกันในครั้งเดียว ซึ่งจะได้คอลลาเจนสูงถึง 2,050 mg เลยทีเดียว (แต่ก็น้อยกว่ายี่ห้ออื่นอยู่ดี) และยังมีวิตามิน B1 กับ B2 เพิ่มเติมมาให้ด้วย ส่วนคอลลาเจนก็ได้มาจากปลา ทานแล้วไม่ต้องกลัวอ้วนกันนะคะ นอกจากนี้ราคาก็ย่อมเยาาาามาก ตกที่เม็ดละประมาณ 1 บาท เท่านั้น ถ้าไม่รู้จะเริ่มทานคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี เริ่มจาก DHC สิคะ

ประเภทเม็ด
Collagen ต่อ 1 เม็ด341.67 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน B1, 2.33 mg / B2, 0.33 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน6 เม็ด พร้อมกันในครั้งเดียว
สัญชาติญี่ปุ่น

2. ยี่ห้อ 21st Century Super Collagen Plus Vitamin C

2. ยี่ห้อ 21st Century Super Collagen Plus Vitamin C

ราคาโดยประมาณ 500 บาท ต่อ 180 เม็ด

21st Century เป็นยี่ห้อขายอาหารเสริมที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา และมีขายกันหลายตัวมาก ๆ ถ้าอยากจะซื้อคอลลาเจนทานละก็ ต้องซื้อ Super Collagen plus Vitamin C ตัวนี้เลยค่ะ โดยคอลลาเจนจะเป็นแบบ Hydrolyzed ที่ย่อยโมเลกุลมาให้มีขนาดเล็กลงกว่าปกติแล้ว ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้ดี และแต่ละเม็ดเอง ก็ให้คอลลาเจนสูงถึง 1,000 mg! รวมถึงมีวิตามิน C อีก 10 mg ด้วย จัดหนักจัดเต็มบำรุงเรื่องความสวยกันเลยทีเดียว ส่วนด้านราคาก็ตกเม็ดละประมาณ 3 บาท ก็แพงกว่า DHC แต่ก็ได้ปริมาณคอลลาเจนต่อเม็ดสูงกว่า และจริง ๆ ก็ไม่ได้แพงมากมายนัก ก็เป็นอีกยี่ห้อที่คุ้มค่าน่าซื้อมาทานจริง ๆ ค่ะ

ประเภทเม็ด
Collagen ต่อ 1 เม็ด1,000 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 10 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน6 เม็ด แบ่งออกเป็นสามเวลาอย่างละ 2 เม็ด และควรทานตอนท้องว่าง
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

3. ยี่ห้อ Youtheory Collagen

3. ยี่ห้อ Youtheory Collagen

ราคาโดยประมาณ 489 / 955 บาท ต่อ 120 / 390 เม็ด

Youtheory อีกหนึ่งยี่ห้อที่น่าสนใจจากสหรัฐอเมริกา และมียอดขาย Collagen ที่ค่อนข้างสูงมากในบ้านเราค่ะ ที่ได้รับความนิยมกันมากนั้น น่าจะเป็นเพราะว่า ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก, แพ็กเกจสวยดูดี และที่สำคัญ มีแอบแบ่งออกเป็นของผู้หญิงสีขาวและผู้ชายสีดำให้เลือกซื้อกันด้วยนะคะ โดยหลัก ๆ ทั้งสองแบบจะมีสารอาหารที่คล้าย ๆ กัน (ดูได้จากตารางด้านล่าง) แต่ของผู้หญิงจะมีปริมาณของคอลลาเจนกับวิตามินซีที่มากกว่า จึงเหมาะสำหรับทั้งสาว ๆ และหนุ่ม ๆที่เน้นคอลลาเจนโดยเฉพาะ

ส่วนของผู้ชายจะมีสารอาหารเพิ่มเติมอย่าง Biotin ที่จะมาช่วยบำรุงสุขภาพผม, ผิวหนัง และเล็บ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ รวมถึง Fo-Ti Root Extract หรือสารสกัดโชวู ซึ่งเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่คนจีนนิยมทานกันมาก โดยจะมาช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า ไม่หมดแรงได้ง่าย ๆ รู้สึกถึงความเป็นหนุ่มนั้นเองค่ะ เห็นกันแบบนี้แล้ว คุณผู้ชายก็จัดสีดำ คุณผู้หญิงก็จัดสีขาวเลยสิคะ

ประเภทเม็ด
Collagen ต่อ 1 เม็ดขวดสีขาว 1,000 mg | ขวดสีดำ 833.33 mg
สารอาหารอื่น ๆ ขวดสีขาว วิตามิน C 15 mg | ขวดสีดำ วิตามิน C 10 mg / Biotin 150 mcg / Fo-Ti Root Extract 70 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน6 เม็ด พร้อมกัน หรือจะแบ่งทานก็ได้
สัญชาติสหรัฐอเมริกา


4. ยี่ห้อ Puritan’s Pride Hydrolyzed Collagen

ยังคงอยู่ต่อกับคอลลาเจนจากสหรัฐอเมริกากับยี่ห้อ Puritan’s Pride ที่ถ้าดูเผิน ๆ แล้ว จะเหมือนกับยี่ห้ออื่น ๆ ด้านบนเลย โดยมีทั้งปริมาณ Hydrolyzed คอลลาเจนต่อเม็ด 1,000 mg ที่เท่ากัน มีการเสริมวิตามิน C ด้วยเช่นกัน อีกทั้งราคาก็พอ ๆ กันที่เม็ดละประมาณ 3 บาท แต่ที่พิเศษกว่าใคร ๆ ตรงที่มีสารอาหารเพิ่มเติมอย่าง L-Ornithine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่จะมาช่วยกระตุ้นการสร้าง Growth Hormone รวมถึงเพิ่มพลังงานให้กับกล้ามเนื้อ และลดอาการเมื่อยล้าได้ ก็อาจจะดูแปลก ๆ ไปสักนิด ไม่ค่อยเกี่ยวกับความสวยความงามเท่าไร แต่จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานมากขึ้น อยากให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ร่างกายก็ต้องแข็งแรงด้วยเหมือนที่แบรนด์บอกว่า Beauty from within! ค่ะ

ประเภทแคปซูล
Collagen ต่อ 1 เม็ด1,000 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 10 mg / L-Ornithine 15 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน8 เม็ด แบ่งทานออกเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 4 เม็ด อาจจะมากเกินไป แนะนำว่า วันละ 6 เม็ดเหมือนยี่ห้ออื่น ๆ ก็ได้ค่ะ
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

5. ยี่ห้อ Vitamate Collagen

5. ยี่ห้อ Vitamate Collagen

ราคาโดยประมาณ 169 / 359 บาท ต่อ 25 / 60 เม็ด

นำเข้าอาหารเสริมคอลลาเจนจากสหรัฐอเมริกากันอีกแล้วกับยี่ห้อ Vitamate โดยถ้าสังเกตจากตารางข้อมูลที่ด้านล่างจะเห็นว่า มีสารอาหารที่เหมือนกับ Puritan’s Pride ตัวด้านบนทุกอย่างเลยค่ะ เพียงแค่มีปริมาณแตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น ด้านคอลลาเจนก็เป็นแบบ Hydrolyzed เช่นเดียวกันด้วย แต่ถ้าคิดราคาต่อหน่อยออกมาแล้ว ยี่ห้อนี้จะตกที่เม็ดละประมาณ 6 บาท ซึ่งแอบแพงกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อ น่าจะเป็นเพราะว่ามีแต่ปริมาณน้อย ๆ 25 / 60 เม็ดให้ซื้อ แต่ก็เหมาะสำหรับคนที่อยากลองทานคอลลาเจนที่มีปริมาณต่อเม็ดสูง แต่จำนวนเม็ดน้อย ๆ ดูก่อนเผื่อลองดู ถ้าทานแล้วได้ผลดี ก็ทานต่อ หรือค่อยไปสอยยี่ห้ออื่นก็ได้ค่ะ

ประเภทเม็ด
Collagen ต่อ 1 เม็ด1,000 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 11 mg / L-Ornithine 25 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวันทางแบรนด์แนะนำว่า วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร แต่เราว่าน้อยไปค่ะ อย่างต่ำควรสัก 3 เม็ด
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

6. ยี่ห้อ BLACKMORES COLLAGEN ACTIVE

BLACKMORES เป็นยี่ห้อที่ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะมีชื่อเสียงในบ้านเรากันอยู่แล้ว ซึ่งเอาจริง ๆ ทาง BLACKMORES เขาก็มีขายคอลลาเจนแบบเม็ด ๆ ให้ซื้อทานกันด้วย แต่เราว่าตัว COLLAGEN ACTIVE ที่เป็นแบบน้ำน่าสนใจกว่า เพราะมีความเข้มข้นของคอลลาเจนที่สูงถึง 10,000 mg ต่อขวดเลยทีเดียว ชนะยี่ห้ออื่น ๆ แบบขาดลอย

นอกจากนี้ ก็ยังมีสารอาหารเพิ่มเติมหลายอย่างมาก ๆ (ดูได้จากด้านล่าง) โดยพวกน้ำผลไม้ก็จะอุดมไปด้วยวิตามิน C ซึ่งเป็นวิตามินแห่งความงาม และยังพิเศษกว่าใครด้วยสารสกัดจากเมล็ดองุ่น นี้ก็ช่วยในเรื่องความงามแบบสุด ๆ เรียกได้ว่า ดื่มขวดนี้ควรเดียว ผิวพรรณดูดีอย่างแน่นอนค่ะ แต่ ๆๆๆๆ ด้วยสรรพคุณที่มากมายขนาดนี้ ก็แลกมากับราคาที่ “แพง” นะคะ โดยจะตกขวดละประมาณ 50 บาท ถ้างบไม่พอแนะนำยี่ห้ออื่น ๆ ถ้ามีงบเมื่อไร ค่อยซื้อตัวนี้ทานก็ได้ค่ะ

ประเภทน้ำเข้มข้น
Collagen ต่อ 1 ขวด10,000 mg
สารอาหารอื่น ๆ น้ำองุ่นแดง 1,800 mg / น้ำแอปเปิ้ล 7,800 mg / น้ำเชอร์รี่ 600 mg / สารสกัดจากข้าว 20 mg / สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 1.2 mg / ผงคลอเรลลา 1 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวันผสมน้ำ 15-30 ml คนให้เข้ากันแล้วดื่มทันทีวันละ 1 ขวด
สัญชาติออสเตรเลีย


7. ยี่ห้อ VISTRA Marine Collagen TriPeptide

เจอแต่กับ Collagen ยี่ห้อต่างชาติแล้ว คราวนี้มาดูของคนไทยกันบ้างกับ VISTRA ซึ่งเป็นยี่ห้อที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วในบ้านเรา และเขาก็มีขายคอลลาเจนหลายแบบมาก ๆ แต่ตัวที่เหมือนจะได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Marine Collagen TriPeptide ตัวนี้เลยค่ะ โดยถ้าดูจากตารางด้านล่างจะเห็นว่า มีปริมาณของคอลลาเจนที่สูงถึง 1,300 mg ต่อเม็ดเลยทีเดียว สูงกว่าพวกแบบเม็ดหลาย ๆ ยี่ห้อเลยค่ะ

อีกทั้งยังมีสารอาหารเสริมเพิ่มเติมหลายตัว ไม่ว่าจะวิตามิน C กับ E ที่จะมาช่วยกันบำรุงผิวพรรณให้ดูสุขภาพดี และโดนเด่นกว่าใครด้วย Coenzyme Q 10 ที่มีคุณสมบัติของการเป็น Anti-Aging ชั้นเยี่ยม ทำให้ไม่ต้องกลัวพวกสารอนุมูลอิสระกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมี Glycine กับ L-Arginine อีก รวม ๆ แล้ว ทานเม็ดเดียว สวย ครบ จบ เอาอยู่ แต่ราคาต่อเม็ดก็จะแอบแพงนิดหนึ่งนะคะ ตกที่เม็ดละประมาณ 10 บาท ถ้าจะเน้นคอลลาเจนอย่างเดียว ยี่ห้ออื่นจะตอบโจทย์กว่าค่ะ

ประเภทเม็ด
Collagen ต่อ 1 เม็ด1,300 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 60 mg / Coenzyme Q 10, 30 mg / Glycine 25 mg / L-Arginine 25 mg / วิตามิน E 10 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวันทางแบรนด์แนะนำ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย

8. คอลลาเจนเม็ดฟู่ ยี่ห้อ VOOST Collagen Formation

8. คอลลาเจนเม็ดฟู่ ยี่ห้อ VOOST Collagen Formation

ราคาโดยประมาณ 169 / 495 บาท ต่อ 20 / 60 เม็ด

อาจจะเบื่อกับพวกอาหารเสริมแบบเม็ด ๆ อยู่หรือเปล่า? ถ้างั้นลองมาทานแบบคอลลาเจนเม็ดฟู่กันดูสิคะ โดย VOOST จะเป็นยี่ห้อจากออสเตรเลีย แต่ที่เห็นว่า MADE IN GERMANNY นั้น เป็นเพราะว่า เขาไปผลิตที่เยอรมันค่ะ มั่นใจในเรื่องคุณภาพของสินค้าได้อย่างแน่นอน โดยปริมาณคอลลาเจนอาจจะน้อยกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ตกที่เม็ดละ 500 mg เท่านั้น แต่ดีตรงที่มีวิตามิน C เพิ่มเข้ามาสูงถึง 100 mg และยังมี Biotin อีก 8 mcg ด้วย

ก็แนะนำว่า อาจจะซื้อตัวนี้ มาทานเวลาเบื่อ ๆ หรือ ทานเสริมกับแบบเม็ดก็ดีนะคะ โดยตอนเช้าทานแบบเม็ด 1,000 mg สัก 3 เม็ด ระหว่างวันและตอนเย็นก็ทานเม็ดฟู่ยี่ห้อนี้อีก 1-2 เม็ดเพียงแค่นี้ ก็ได้คอลลาเจน 4,000-5,000 mg ต่อวันแล้ว และแบบพวกเม็ดฟู่ก็ทำให้น้ำดื่มอร่อยขึ้นด้วยนะ ลืมการดื่มน้ำเปล่าจืด ๆ ไปได้เลยค่ะ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
Collagen ต่อ 1 เม็ด500 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 100 mg / Biotin 8 mcg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน2 เม็ด ครั้งละ 1 เม็ด ละลายในน้ำ 200 ml
สัญชาติออสเตรเลีย

9. คอลลาเจนเม็ดฟู่ ยี่ห้อ SWISS ENERGY Beauty COLLAGEN

SWISS ENERGY เป็นยี่ห้อขายอาหารเสริมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องของคุณภาพเป็นอย่างมาก แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องของราคาที่แพงด้วยเช่นกัน โดยที 1 เม็ดฟู่จะตกประมาณ 37.50 บาท! แพงงงงมากกกกก ถ้าใครที่งบไม่ถึง แนะนำว่าซื้อยี่ห้ออื่นทานเถอะค่ะ ทางด้านสารอาหารก็ให้แค่คอลลาเจน 500 mg เท่านั้น ไม่มีสารอาหารเพิ่มเติมอื่น ๆ เลย แต่เป็นคอลลาเจน Hydrolyzed และยิ่งเป็นแบบละลายน้ำ จึงทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าแบบอื่น ๆ ดูรวม ๆ แล้ว ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร ยังไงถ้าอยากลองก็จัดไปค่ะ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
Collagen ต่อ 1 เม็ด500 mg
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด ละลายในน้ำ 200 ml
สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์

10. คอลลาเจนเม็ดฟู่ ยี่ห้อ Purafit​

10. คอลลาเจนเม็ดฟู่ ยี่ห้อ Purafit​

ราคาโดยประมาณ 180 บาท ต่อ 20 เม็ด

สำหรับคอลลาเจนเม็ดฟู่ยี่ห้อ Purafit​ ถ้าสังเกตจากตารางด้านล่าง จะเห็นว่ามีปริมาณของคอลลาเจนที่ 100 mg เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดจากทุกตัวเลยค่ะ ขนาด DHC ยังมีมากกว่า แต่ก็ทดแทนด้วยวิตามิน C ที่สูงถึง 300 mg โดยวิตามิน C เองก็จะมาช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนะคะ ก็เหมือนกับได้แบบอ้อม ๆ อยู่ อีกทั้งยังมีวิตามิน B1 และ B6 เพิ่มเติมมาให้ด้วย ก็ถ้าเบื่อ ๆ แบบเม็ด ๆ หรือเม็ดฟู่ยี่ห้ออื่น ๆ แล้ว ก็ลองทานตัวนี้ดูก็ได้ค่ะ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
Collagen ต่อ 1 เม็ด100 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C 300 mg / วิตามิน B1, 4 mg / วิตามิน B6, 4 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด ละลายในน้ำ 200 ml
สัญชาติเยอรมัน

เป็นยังไงกันบ้างคะ สาว ๆ หนุ่ม ๆ ได้เห็น “คอลลาเจน” ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้วถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน สนใจอยากจะซื้อยี่ห้อไหนไปทานเสริมเพิ่ม Collagen กันบ้าง จริง ๆ ยังมีอีกหลายยี่ห้อที่น่าสนใจในท้องตลาดบ้านเรานะคะ แต่ค่อนข้างจะมีราคาแพง และเหมือนแอบบรรยายสรรพคุณกันเว่อร์วังเอามาก ๆ ซึ่งยี่ห้อที่เราเอามารีวิวให้ดูกันนั้น ส่วนใหญ่จะมีความน่าเชื่อถือ และค่อนข้างมีราคาที่พอหาซื้อกันได้อยู่ค่ะ ยังไงก็ขอให้ได้คอลลาเจนยี่ห้อที่ถูกใจ ซื้อทานแล้วไม่เปลืองเงินกันมากนัก ส่วนผิวก็ดูสวยสุขภาพดีกันทุกคนค่ะ