+ “น้ำมันปลา” (Fish Oil) ยี่ห้อไหนดี 2022 มีรีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "น้ำมันปลา" (Fish Oil) ยี่ห้อไหนดี 2022 มีรีวิว 10 ยี่ห้อ +

ก็ถ้าคลิกเข้ามาอ่านที่บทความนี้ “น้ำมันปลา” (Fish Oil) ยี่ห้อไหนดี แสดงว่า อยากจะซื้อน้ำมันปลาดี ๆ สักยี่ห้อไปทาน เพื่อบำรุงร่างกายกันอยู่ใช่ไหมล่ะครับ?? แต่แค่ไม่รู้ว่า จะซื้อยี่ห้อไหนดี? เวลาไปเลือกซื้อเองตามร้านค้าหรือร้านออนไลน์ ก็ดันมีให้เลือกกันหลากหลายยี่ห้อเอามาก ๆ จนงง ๆ เป็นไก่ตาแตก ซื้อไม่ถูกกันเลยทีเดียว ก็คลิกเข้ามาได้ถูกที่ถูกบทความแล้วล่ะครับ เพราะที่นี่ ทางผมได้ไปคัด Fish Oil ยี่ห้อที่น่าสนใจ ยี่ห้อที่เด็ด ๆ ราคาโดน ๆ มารีวิวให้ดูกันถึง 10 ยี่ห้อ และบอกเลย ถ้าได้อ่านรีวิวกันจนจบ ไม่ยี่ห้อใดก็ยี่ห้อหนึ่งจะทำให้อยากซื้อกันอย่างแน่นอน ก็ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูรีวิวด้านล่างกันเลยครับ



จะเลือกซื้อ “น้ำมันปลา” ยังไงดีนะ ?

จะเลือกซื้อ "น้ำมันปลา" ยังไงดีนะ ?

ก็เวลาที่ไปเลือก ๆ ซื้อน้ำมันปลาของแต่ละยี่ห้อเนี่ย หลัก ๆ เราก็จะเห็นถึงค่าที่ระบุ “ความเข้มข้นของน้ำมันปลา” กันใช่ไหมล่ะครับ เช่น ยี่ห้อนี้มีความเข้มข้นของน้ำมันปลาที่ 1,000 mg บางยี่ห้อก็จะมีความเข้มข้นที่ 1,500 mg หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า ยิ่งมีความเข้มข้นของน้ำมันปลาที่สูงกว่า ก็น่าจะบำรุงร่างกายได้ดีกว่า ก็ถือว่ามีความเข้าใจที่ “ทั้งถูกและไม่ถูก” ซะทีเดียว

เพราะถ้ามีการใช้วัตถุดิบในการผลิตที่แตกต่างกัน ถึงจะมีความเข้มข้นของน้ำมันปลาที่เท่ากัน แต่อาจจะให้ปริมาณของ Omega 3 ที่แตกต่างกันก็ได้ เช่น มี 2 ยี่ห้อที่มีความเข้มข้นของน้ำมันปลาที่ 1000 mg เท่านั้น แต่ยี่ห้อหนึ่งจะให้ Omega 3 ที่ 300 mg ในขณะที่อีกยี่ห้อจะให้ที่ 600 mg (จะเห็นภาพมากขึ้นที่รีวิวด้านล่าง) ดังนั้นเวลาเลือกซื้อ ก็อย่าดูแต่ความเข้มข้นของน้ำมันปลาเท่านั้น ควรที่จะดู “ปริมาณของ Omega 3” ที่ให้ด้วย ยิ่งมีปริมาณของ Omega 3 สูง ๆ ก็จะยิ่งบำรุงร่างกายได้ดีครับ

ตัวอย่างสารอาหารของน้ำมันปลา 2 ยี่ห้อ ที่มีความเข้มข้นของ Fish Oil เท่ากันที่ 1,000 mg แต่ ให้ Omega 3 ไม่เท่ากัน
ตัวอย่างสารอาหารของน้ำมันปลา 2 ยี่ห้อ ที่มีความเข้มข้นของ Fish Oil เท่ากันที่ 1,000 mg แต่ให้ Omega 3 ไม่เท่ากัน

แต่ ๆๆ พวกยี่ห้อที่มี Omega 3 สูง ๆ ก็จะมีราคาที่ค่อนข้างแรงมาก อาจจะตกเม็ดละ 5-10 บาทเลยทีเดียว ในขณะที่ยี่ห้อทั่ว ๆ ไปอาจจะตกเม็ดละ 1-3 บาทเท่านั้น ก็ถ้าอยากจะประหยัดเงิน ก็ซื้อพวกยี่ห้อทั่ว ๆ ไปที่มี Omega 3 ไม่สูงมาก แต่ไปเน้นทาน “จำนวนเม็ด” เพิ่มเอาก็ได้ เช่น จากแทนที่จะทานวันละ 1 เม็ด ก็เป็นทานวันละ 2 เม็ด เช้า เย็น แบบนี้ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับ Omega 3 ที่เพิ่มมากขึ้น และอาจจะประหยัดเงินกว่าซื้อพวกยี่ห้อที่มี Omega 3 เข้มข้นสูง ๆ นอกจากนี้ ถ้าเป็นคนที่ทนกลิ่นคาว ๆ ของปลาไม่ได้ ก็แนะนำให้เลือกซื้อพวกยี่ห้อที่เป็น “Odorless หรือแบบไร้กลิ่น” ก็น่าจะช่วยให้ทานได้ง่ายมากขึ้นครับ

และอีกเรื่องที่อยากให้คำนึงกันก็คือ “ปริมาณจำนวนเม็ด” ที่จะซื้อ โดยยี่ห้อที่ขายแบบขวดใหญ่ ๆ ได้ปริมาณเม็ดมาก ๆ ก็จะมีราคาต่อเม็ดที่ถูกลง โดยรวมจึงประหยัดเงินมากกว่า แต่ ๆๆๆ การที่ได้จำนวนเม็ดมาก ๆ ถ้าไม่ทานสม่ำเสมอ หรือเก็บรักษาไม่ดี อาจจะทำให้ “คุณภาพอาหารเสริมเสื่อมลงได้” หรือถึงขั้นที่ไม่สามารถทานได้เลย แทนที่จะประหยัดเงิน จะกลายเป็นเสียเงินมากกว่า ดังนั้นถ้ายังไม่ชัวร์ว่าจะทานได้หมด หรือกลัวทานไม่ทัน แนะนำลองเริ่มจากขวดปริมาณน้อย ๆ ดูก่อนครับ

กะซื้อขวดใหญ่ ได้ราคาต่อเม็ดที่ถูกลง แต่ดันเก็บรักษาไม่ดี กลายเป็นของเสีย เปลืองเงินไปอีกก !!
กะซื้อขวดใหญ่ ได้ราคาต่อเม็ดที่ถูกลง แต่ดันเก็บรักษาไม่ดี กลายเป็นของเสีย เปลืองเงินไปอีกก !!

ตารางเปรียบเทียบรีวิว “น้ำมันปลา” ยี่ห้อไหนดี

ก็เผื่อใครที่อยากจะเห็นน้ำมันปลาทั้ง 10 ยี่ห้อ มาวางเรียงเทียบกัน เปรียบเทียบทั้งราคาและสเปคกันแบบหมัดต่อหมัด ความเข้มข้นต่อความเข้มข้นแบบง่าย ๆ ไม่ต้องไปไล่ไถบขึ้นไล่ไกลลงดูเอง ก็สามารถกดเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบที่ปุ่มด้านล่างได้นะครับ ก็อาจจะช่วยให้เห็นภาพรวม เปรียบเทียบ และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ



1. ยี่ห้อ KIRKLAND Signature fish oil

ถ้ากำลังมองหาอาหารเสริมน้ำมันปลายี่ห้อที่มีราคาค่อนข้างย่อมเยา และได้ปริมาณเม็ดจำนวนมากอยู่ล่ะก็ ต้องขอแนะนำ KIRKLAND Signature จากสหรัฐอเมริกากันเลยครับ โดยที่ 1 กระปุก จะได้ถึง 400 เม็ด ในราคาประมาณ 680 บาท ก็จะตกเม็ดละประมาณ 1.7 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อที่ให้ความเข้มข้นของน้ำมันปลาในระดับ 1,000 mg ที่เท่ากัน

และด้วยความที่เป็นสินค้านำเข้าจาก USA ก็มั่นใจถึงคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยได้อย่างแน่นอน แต่ ๆ ด้วยการที่กระปุกใหญ่ได้ปริมาณเม็ดจำนวนมาก หากทานไม่สม่ำเสมอหรือเก็บรักษาไม่ดี อาจจะทำให้เม็ดที่เหลือเสื่อมคุณภาพแล้วกลายเป็นของเสียไปซะเปล่า ๆ ก็ถ้ายังไม่ชัวร์ว่าจะทานน้ำมันปลาดีไหม แนะนำลองซื้อยี่ห้ออื่น ๆ ที่มีจำนวนเม็ดน้อยกว่านี้ดูก่อนจะดีกว่าครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish Oil1,000 mg
ให้ Omega 3300 mg เป็น EPA + DHA 250 mg / ชนิดอื่น ๆ 50 mg
ให้ Omega อื่น ๆ
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

2. ยี่ห้อ Healthy Care Triple Strength Fish Oil

ราคาโดยประมาณ 375 / 795 บาท ต่อ 50 / 150 เม็ด

ถ้าคิดว่า พวกยี่ห้อทั่ว ๆ ไปให้ Fish Oil ไม่ค่อยเข้มข้น ยังไม่ตอบโจทย์ อยากจะได้แบบที่มีความเข้มข้นสูง ๆ ทานเม็ดเดียวแล้วได้ Omega 3 ในปริมาณมาก ๆ ถ้ายังงั้นต้องลองซื้อยี่ห้อนี้ Healthy Care จากออสเตรเลียไปทานดูครับ เพราะที่ 1 เม็ดจะมีความเข้มข้นของน้ำมันปลาที่ 1,500 mg และเมื่อทานแล้ว จะได้ Oemga 3 ที่เข้มข้นถึง 900 mg โดยแบ่งเป็น EPA 600 mg และ DHA 300 mg ก็ถือว่า มีความเข้มข้นของ Oemga 3 ที่เข้มข้น ซึ่งเหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่ต้องการบำรุงสมองอย่างหนัก แต่พอมีความเข้มข้นสูง ๆ ก็ทำให้มีราคาที่สูงตามไปด้วย ตกเม็ดละประมาณ 5 บาทเลยทีเดียว แต่ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ก็ถือเป็นยี่ห้อที่น่าสนใจครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish Oil1,500 mg
ให้ Omega 3900 mg เป็น EPA 600 mg / DHA 300 mg
ให้ Omega อื่น ๆ
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติออสเตรเลีย

3. ยี่ห้อ Puritan’s Pride Maximum Strength Triple Omega 3-6-9

3. ยี่ห้อ Puritan's Pride Maximum Strength Triple Omega 3-6-9

ราคาโดยประมาณ 525 / 995 บาท ต่อ 120 / 240 เม็ด

ไหน ๆ อยากจะทานน้ำมันปลาเพื่อให้ได้สารอาหารอย่าง Omega แล้ว จะทานให้ได้เพียงแค่ Omega 3 ทำไมล่ะครับ ? ต้องทานให้ได้ Omega 6 และ 9 ด้วย ขอแนะนำ Puritan’s Pride Maximum Strength Triple Omega ที่นอกจากจะมีน้ำมันปลาเป็นส่วนผสมหลัก ยังมีน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์และน้ำมันเมล็ดดอกโบราจเป็นส่วนผสมเพิ่มเติมด้วย ส่วน Omega 3 ก็ให้ความเข้มข้นสูงถึง 453 mg ซึ่งถือว่าสูงกว่าพวกยี่ห้อทั่ว ๆ ไปที่มีความเข้มข้นของน้ำมันปลาที่ 1,000 mg และยังให้ Omega 6 : 109 mg กับ Omega 9 : 89 mg ด้วย ก็ทานเม็ดเดียวได้สารอาหารที่ดีกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อ ส่วนราคาอาจจะดูแพงตกเม็ดละประมาณ 4 บาท แต่ได้สารอาหารเยอะขนาดนี้ ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish OilN/A เป็นการรวมกันของ น้ำมันปลา, น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ และน้ำมันเมล็ดดอกโบราจ
ให้ Omega 3453 mg เป็น EPA + DHA + ALA
ให้ Omega อื่น ๆOmega 6 : 109 mg / Omega 9 : 89 mg
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานวันละ 3 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ถ้ารู้สึกเยอะไป วันละ 1 เม็ด ก็เพียงพอ
สัญชาติสหรัฐอเมริกา


4. ยี่ห้อ Puritan’s Pride All In One Omega

ตอนแรกว่า Puritan’s Pride Triple Omega 3-6-9 ตัวด้านบนให้ Omega หลายชนิดแล้ว แต่พอมาเจอกับตัวนี้ Puritan’s Pride All In One Omega! คือให้ Omega ที่มากชนิดยิ่งกว่าอีกครับ โดยถ้าสังเกตจากตารางด้านล่าง จะเห็นว่า มีน้ำมันหลาย ๆ ชนิดผสมกัน ทำให้เมื่อทานแล้ว จะได้ Omega ทั้ง 3, 5, 6, 7 และ 9 ในเม็ดเดียว สมชื่อ All in One จริง ๆ และไม่พอ ยังจะได้ Astaxanthin หรือสารสกัดจากสาหร่ายแดงที่จะมาช่วยปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ไม่ให้ถูกทำร้ายจากสารอนุมูลอิสระอีกด้วย คือทานแล้วช่วยบำรุงร่างกายได้ดีกว่ายี่ห้ออื่น ๆ จริง ๆ ครับ

แต่ ๆๆ พอได้สารอาหารที่หลากหลาย ก็ทำให้มีราคาที่ค่อนข้างแพงมาก (ตกเม็ดละประมาณ 8 บาท) และไม่พอ ถ้าดูเรื่องความเข้มข้นของแต่ละสารอาหารแล้ว จะเห็นว่าไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไรนัก อย่าง Omega 3 ก็ได้ที่ 250 mg ซึ่งน้อยกว่าทุกยี่ห้อที่ผ่านมาเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อเพิ่มความเข้มข้น จึงควรที่จะทานวันละ 2 เม็ด เช้า 1 เย็น 1 แต่ก็จะทำให้ทานตกวันละเกือบ 16 บาท ซึ่งถ้ารู้สึกเปลือกงบเกินไป แนะนำลองยี่ห้อที่ย่อมเยากว่า น่าจะดีกว่าครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish OilN/A เป็นการรวมกันของ น้ำมันปลา, น้ำมันแครี่เซจ, น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันไธม์, สารสกัดโรสแมรี่ และวิตามิน E จากธรรมชาติ
ให้ Omega 3250 mg เป็น EPA 101 mg / DHA 90 mg / ชนิดอื่น ๆ 38 mg
ให้ Omega อื่น ๆOmega 5 : 0.95 mg / Omega 6 : 24 mg / Omga 7 : 96 mg / Omega 9 : 192 mg
สารอาหารอื่น ๆAstaxanthin 10 mcg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร เช้า 1 เย็น 1
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

5. ยี่ห้อ MEGA We care fish oil

5. ยี่ห้อ MEGA We care fish oil

ราคาโดยประมาณ 190 / 450 บาท ต่อ 30 / 100 เม็ด

MEGA We care ยี่ห้ออาหารเสริมของคนไทยที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว และแน่นอนว่า น้ำมันปลาทางแบรนด์เขาก็มีขายเช่นกัน โดยรายละเอียดรวม ๆ ก็จะเหมือนกับพวกยี่ห้อทั่ว ๆ ไปที่มีความเข้มข้นของน้ำมันปลาที่ 1,000 mg และให้ Omega 3 (EPA และ DHA) เท่านั้น ไม่ได้ให้ Omega ชนิดอื่น ๆ แต่ที่ดูเหมือนจะพิเศษกว่าก็คือ การมีวิตามิน E 1.4 mg เพิ่มเสริมเข้ามาด้วย ก็ทำให้ได้สารอาหารที่เพิ่มมากขึ้น

แต่ถ้าดูเรื่องราคา จะเห็นว่า ค่อนข้างแรงเลยทีเดียว ตกเม็ดละประมาณ 4.5 บาท ยิ่งถ้าเทียบกับยี่ห้ออย่าง KIRKLAND Signature ตัวบนสุดที่ให้น้ำมันปลา 1,000 mg เช่นกัน MEGA ตัวนี้จะแพงกว่าเกือบ 3 เท่า ทำให้ถ้าเน้นเรื่องความคุ้มค่ายี่ห้ออื่น ๆ จะดีกว่า แต่ด้วยปริมาณเม็ดที่ค่อนข้างน้อย ก็เหมาะสำหรับลองเริ่มทานอาหารเสริม Fish Oil หรือยังไม่แน่ใจจะซื้อพวกยี่ห้อที่ได้จำนวนเม็ดเยอะ ๆ ครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish Oil1,000 mg
ให้ Omega 3300 mg เป็น EPA 180 mg / DHA 120 mg
ให้ Omega อื่น ๆ
สารอาหารอื่น ๆวิตามิน E 1.4 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 3 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ถ้ารู้สึกเยอะไป วันละ 1 เม็ด ก็เพียงพอ
สัญชาติไทย

6. ยี่ห้อ MEGA We care Maxx Omega 3

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอรีวิว MEGA We care กันอีกสักรุ่นกับ Maxx Omega 3 ที่จะมีความเข้มข้นของ Fish Oil 1,000 mg เช่นเดียวกันกับรุ่นก่อนหน้า แต่ถ้าดูตรงปริมาณของ Omega 3 ที่จะได้ จะเห็นว่า ให้มากถึง 600 mg! (สมกับชื่อรุ่นดี) โดยแบ่งเป็น EPA 350 mg และ DHA 250 mg ก็ถ้าเน้นเรื่องความเข้มข้นรุ่น Maxx Omega จะดีกว่า แต่ก็ทำให้มีราคาที่แพงกว่าด้วยเช่นกัน จะตกเม็ดละประมาณ 11 บาทเลยทีเดียว ถือว่าค่อนข้างแพงมากกก ดู ๆ แล้วไปซื้อยี่ห้อ Healthy Care Triple Strength ตัวด้านบนจะดีกว่า หรือไม่งั้นต้องรอให้มีโปรโมชั่นลดราคาสำหรับรุ่นนี้ครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish Oil1,000 mg
ให้ Omega 3600 mg เป็น EPA 350 mg / DHA 250 mg
ให้ Omega อื่น ๆ
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย


7. ยี่ห้อ Blackmores Fish Oil

ก็ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารเสริมแล้ว จะไม่มียี่ห้อรุ่นบุกเบิกที่ทำให้คนไทยหันมาทานอาหารเสริมกันมากขึ้นอย่าง Blackmores จากออสเตรเลียกันได้ไงล่ะครับ โดยเอาจริง ๆ ทาง Blackmore เขาก็มีน้ำมันปลาขายกันหลายรุ่น ทั้งแบบรุ่นที่มีความเข้มข้นของ Omega 3 สูง ๆ หรือรุ่นที่มีส่วนผสมอื่น ๆ เพิ่มเติม ก็ชอบแบบไหนก็ไปเลือกซื้อกันได้

แต่รุ่นที่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากที่สุด ก็จะเป็นรุ่นธรรมดา ๆ ที่มี Fish Oil 1,000 mg เหตุผลส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะว่า มีราคาถูก ตกเม็ดลประมาณ 1.5 บาทเท่านั้น และถึงความเข้มข้นของ Omega 3 จะไม่สูงมาก แต่ก็สามารถทานเพิ่มเป็นวันละ 2-3 เม็ด เพื่อให้ได้ Oemga เพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญ มีรุ่นแบบ Odorless หรือไม่มีกลิ่นคาวของปลาให้เลือกซื้อทานกันด้วย ก็เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่ทนกลิ่นคาวปลาไม่ได้ครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish Oil1,000 mg
ให้ Omega 3300 mg เป็น EPA 180 mg / DHA 120 mg
ให้ Omega อื่น ๆ
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติออสเตรเลีย

8. ยี่ห้อ Nature Made Fish Oil

Nature Made เป็นอีกหนึ่งยี่ห้ออาหารเสริมจากสหรัฐอเมริกาที่ได้รับความนิยมในบ้านเราเช่นกัน โดยเฉพาะอาหารเสริมน้ำมันปลาก็มียอดขายในระดับที่สูงถึง 1,200 +++ เลยทีเดียว และถ้าสังเกตจากตารางด้านล่าง จะเห็นว่า มีความเข้มข้นของ Fish Oil ที่ 1,200 mg ให้ Omega 3 โดยรวม 360 mg แบ่งเป็น EPA 180 mg, DHA 120 mg และชนิดอื่น ๆ อีก 60 mg ก็มีรายละเอียดโดยรวมที่เหมือน ๆ กับพวกยี่ห้อทั่ว ๆ ไป ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ราคาดันตกเม็ดละประมาณ 3.2 บาท ก็แนะนำว่า ซื้อยี่ห้ออื่น ๆ จะดีกว่า หรือไม่งั้นต้องรอให้มีโปรโมชั่นลดเยอะ ๆ ถึงจะน่าสนใจซื้อยี่ห้อนี้ครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish Oil1,200 mg
ให้ Omega 3360 mg เป็น EPA 180 mg / DHA 120 mg / และชนิดอื่น ๆ อีก 60 mg
ให้ Omega อื่น ๆ
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

9. ยี่ห้อ VISTRA Odorless Fish Oil

VISTRA เป็นอีกหนึ่งยี่ห้ออาหารเสริมของคนไทยที่มีน้ำมันปลาขายเช่นกัน และถ้าดูข้อมูลสินค้าจากตารางด้านล่างแล้ว จะเห็นว่า มีความเข้มข้นของ Fish Oil ที่ 1,000 mg เหมือนกับพวกยี่ห้อทั่ว ๆ ไป ให้ Omega 3 ที่พอ ๆ กัน แต่ VISTRA จะมีความพิเศษตรงที่ มีวิตามิน E เสริมมา 11.48 mg และเป็นแบบ Odorless หรือไร้กลิ่น ซึ่งทำให้เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ทนกลิ่นคาว ๆ ของปลาไม่ได้ อีกทั้งราคาก็ไม่แพงมาก ตกเม็ดละประมาณ 2 บาท และมีปริมาณจำนวนเม็ดที่ไม่สูงมากจนเกินไป ขวดใหญ่สุดก็มีที่ 100 เม็ด ทำให้สามารถทานได้หมดโดยไม่ต้องห่วงเรื่องการเสื่อมสภาพของอาหารเสริมครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish Oil1,000 mg
ให้ Omega 3350 mg เป็น EPA 180 mg / DHA 120 mg / และชนิดอื่น ๆ อีก 50 mg
ให้ Omega อื่น ๆ
สารอาหารอื่น ๆวิตามิน E 11.48 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย

10. ยี่ห้อ Swisse Ultiboost Fish Oil 

ถ้าใครที่กำลังมองหาน้ำมันปลาที่มีความเข้มข้นสูง ๆ และให้ Omega 3 ในปริมาณมาก แต่ราคากลับย่อมเยา อยากให้มอง ๆ ยี่ห้อนี้ Swisse Ultiboost จากออสเตรเลียกันเลยครับ เพราะที่น้ำมันปลา 1,500 mg จะให้ Omega 3 ที่ 450 mg อาจจะไม่สูงเท่ายี่ห้อ Healthy Care ตัวด้านบน แต่ยี่ห้อนี้จะมีราคาที่ถูกกว่าแบบครึ่งต่อครึ่ง ตกเม็ดละประมาณ 2 บาทเท่านั้น อีกทั้งถ้าเทียบกับพวกยี่ห้อทั่ว ๆ ไปที่มี Fish Oil ระดับ 1,000 mg ก็ยี่ห้อนี้แน่นอนว่าจะให้ Omega 3 ที่มากกว่า แต่แทบจะมีราคาที่พอ ๆ กัน และยังเป็นแบบ Odourless อีกด้วย ก็ใครที่เน้นความคุ้มค่าแบบสุด ๆ ยี่ห้อนี้ค่อนข้างตอบโจทย์ครับ

ประเภทเม็ดนิ่ม
ความเข้มข้นของ Fish Oil1,500 mg
ให้ Omega 3450 mg เป็น EPA 270 mg / DHA 180 mg
ให้ Omega อื่น ๆ
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติออสเตรเลีย

เป็นยังไงกันบ้างครับ หลังจากที่ได้เห็นรีวิวอาหารเสริม “น้ำมันปลา” (Fish Oil) ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้วถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน ไม่ทราบว่า สนใจ อยากจะซื้อยี่ห้อไหน กระปุกไหน ไปทานเพื่อเพิ่มปริมาณ Omega 3 ในร่างกายกันบ้างครับ ?? ก็จากที่เห็น ๆ มาเนี่ย ก็มีหลากหลายช่วงราคาเลยทีเดียว พวกยี่ห้อทั่ว ๆ ไปที่ความเข้มข้นของ Fish Oil 1,000 mg ก็จะมีราคาที่ย่อมเยา ส่วนพวกที่มีความเข้มข้นสูง ๆ ก็จะมีราคาที่แพงกว่า ยังไงตอนเลือกซื้อ ก็อย่าลืมดูงบประมาณที่ตนเองมีด้วย สุดท้ายก็ขอให้ได้ยี่ห้อที่ถูกใจ ทานแล้วบำรุงร่างกาย มีสุขภาพที่แข็งแรงกันด้วยครับผม