ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข ยี่ห้อไหนดี รีวิว หลายยี่ห้อ

รูปภาพปกบทความ ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข ยี่ห้อไหนดี รีวิว หลายยี่ห้อ

หึ ๆๆ คนรักน้องหมา ชอบน้องหมา แล้วเลี้ยงน้องหมา แต่ดันมีปัญหาเรื่องเห็บหมัดบนตัวน้องหมา เห็นแล้วสงสารน้องหมา เหมือนน้องหมาไม่สบายตัว ไม่สบายใจ ต้องคอยเกาตัวเองอยู่ตลอด จนอยากจะได้ “ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข” ดี ๆ สักยี่ห้อ เพื่อไปใช้จัดการเจ้าเห็บหมัดตัวร้ายกันอยู่สินะครับ ก็คลิกเข้ามาได้ถูกที่ถูกบทความแล้ว เพราะที่นี่ จะมีรีวิวยายี่ห้อที่น่าสนใจ ยี่ห้อที่เด็ด ๆ ปัง ๆ ใช้แล้วเห็บหมัดหาย มีความปลอดภัยสูง มาให้ดูกันหลายยี่ห้อเลยทีเดียว และบอกเลยว่า ถ้าได้อ่านเนื้อหารีวิวกันจนจบ จะต้องอยากซื้อไม่ยี่ห้อใดก็ยี่ห้อหนึ่งอย่างแน่นอน ส่วนจะซื้อยี่ห้อไหนดีนั้น ก็ตามมาเลยครับ



จะเลือกซื้อ “ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข” ยังไงดีนะ ?

จะเลือกซื้อ "ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข" ยังไงดีนะ ?

ก็ก่อนที่จะซื้อยาเนี่ย ต้องขอเตือนก่อนว่า ถ้ายังไม่ชัวร์ ไม่แน่ใจ กลัวว่าใช้ยากำจัดเห็บหมัดแล้วจะมีอันตราย มีผลข้างเคียง ต้องขอแนะนำให้พาน้องหมาไปหาคุณหมอสัตว์แพทย์โดยตรงจะดีที่สุดครับ แต่ถ้าอยากจะซื้อยาเองล่ะก็ ก่อนอื่นให้คำนึงถึงเรื่อง “ความปลอดภัย” ของเด็ก ๆ เป็นสิ่งสำคัญ ต้องเน้นยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ มี “อย.” รองรับ ไม่ควรซื้อยี่ห้อที่ไม่แน่ใจ หรือพวกแบ่งขายแบบแปลก ๆ ที่มีราคาถูก เพราะส่วนผสมของตัวยาอาจจะมีการใส่สารแปลกปลอบ แล้วเกิดเป็นอันตรายต่อน้องหมาได้ครับ

ส่วนตัวยากำจัดเห็บหมัดสุนัขที่หาซื้อได้ทั่วไป ส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ คือ สำหรับกำจัดและป้องกันเห็บหมัดเท่านั้น กับจัดการและป้องกันทั้งเห็บหมัดรวมถึงพยาธิต่าง ๆ ด้วย ซึ่งการเลือกซื้อแบบแรก ก็จะมีราคาที่ถูกกว่า เน้นจัดการปัญหาเห็บหมัดได้ดีกว่า ส่วนแบบที่สอง ก็จะเน้นเรื่องการปกป้องเด็ก ๆ ที่ครอบคลุมกว่า เหมาะสำหรับน้องหมาที่ชอบผจญภัย เจอโลกภายนอกบ่อย ๆ ส่วนรูปแบบของตัวยา จะแบบกิน, แบบหยดหลังคอ หรือแบบสเปรย์ จะซื้อแบบไหนก็ได้ เอาตามที่สะดวกได้เลย แต่ถ้าอยากเห็นผลจริงจัง แบบฉีดจะดีที่สุด แต่ต้องไปฉีดกับสัตวแพทย์ ซึ่งถ้าไม่อยากเสียเวลา ก็จัดแบบกินหรือหยดก็ได้ หรือจะซื้อแบบสเปรย์มาฉีดเพิ่มก็จะยิ่งจัดการปัญหาเห็บหมัดได้ดีขึ้นครับ

แบบยาฉีดจะดีที่สุด แต่ก็แพง และเสียเวลาไปหาหมอ ถ้าไม่สะดวก จัดยากำจัดเห็บหมัดสุนัขแบบอื่น ๆ ครับ
แบบยาฉีดจะดีที่สุด แต่ก็แพง และเสียเวลาไปหาหมอ ถ้าไม่สะดวก จัดยากำจัดเห็บหมัดสุนัขแบบอื่น ๆ ครับ

และอีกเรื่องที่สำคัญมากเวลาซื้อยากำจัดเห็บหมัดสุนัขก็คือ ต้องเลือกซื้อตาม “ช่วงน้ำหนักตัว” ของเด็ก ๆ เพราะด้วยสภาพน้ำหนักตัวที่แตกต่างกัน จะทำให้ “ความเข้มข้นของตัวยา” ที่ใช้ในการจัดการปัญหาเห็บหมัด รวมถึงพยาธิต่าง ๆ มีความแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งการเลือกซื้อที่ผิดขนาดช่วงน้ำหนัก อาจจะทำให้ผลลัพธ์ในการจัดการเห็บหมัดได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรือถ้าน้องหมาน้ำหนักน้อย แต่ไปใช้ตัวยาของน้องหมาน้ำหนักมาก ๆ อาจจะทำให้น้องหมาตัวเล็กรับภาระที่มากเกินไป จนเกิดปัญหาเรื่องสุขภาพตามมาได้ครับ

น้ำหนักตัวที่แตกต่างกัน ก็ต้องใช้ความเข้มข้นของตัวยาที่แตกต่างกันเด้อ !
น้ำหนักตัวที่แตกต่างกัน ก็ต้องใช้ความเข้มข้นของตัวยาที่แตกต่างกันเด้อ !

ตารางเปรียบเทียบรีวิว ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข ยี่ห้อไหนดี

ก็ด้วยการที่สินค้าอย่างยากำจัดเห็บหมัดสุนัข เขาก็มีขายกันหลากหลายยี่ห้อและหลากหลายรูปแบบ การจะไปนั่งไล่ดูเองทีล่ะอัน ทีล่ะอัน อาจจะทำให้เสียเวลา หรือทำการเปรียบเทียบกันได้ยาก ดังนั้นขอแนะนำให้ลองกดเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบที่ปุ่มด้านล่างกันดูก่อน จะได้เห็นสินค้ามาวางเรียงเทียบกัน พร้อมทั้งมีสรุปรายละเอียดแบบคร่าว ๆ ก็อาจนจะช่วยให้เห็นภาพรวมและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ



1. ยี่ห้อ Nexgard Spectra for Dogs

ราคาโดยประมาณ 488 – 1,018 บาท ต่อ 1 กล่อง 3 เม็ด

บอกเลยว่า ถ้ากำลังมองหายากำจัดเห็บหมัดสุนัขแบบเม็ดให้เด็ก ๆ ที่บ้านทานอยู่ ต้องขอแนะนำยี่ห้อ Nexgard Spectra กันเลยครับ เพราะเป็นยี่ห้อที่มาจากประเทศออสเตรเลีย จึงมั่นใจเรื่องมาตรฐาณ คุณภาพ และความปลอดภัยได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังมียอดขายที่สูงมากกกกในโลกออนไลน์ของบ้านเราถึงระดับ 3k +++ เลยทีเดียว ก็ขายดีกันขนาดนี้ จะเห็บจะหมัดมากขนาดไหน ก็จัดการได้อย่างอยู่หมัดครับ

โดยตัวเม็ด จะมีการปรุงรสกับแต่งกลิ่น เพื่อช่วยให้น้องหมาทานได้ง่าย ๆ และตัวยาหลัก ๆ ที่ใช้จะเป็น Afoxolaner ที่มีฤทธิ์ในการควบคุมและกำจัดเห็บหมัด รวมถึงพวกโรคเรื้อน และไร เสริมทัพด้วย Milbemycin Oxime ที่จะมาช่วยป้องกันพวกพยาธิต่าง ๆ อย่าง พยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ พยาธิแส้ รวมถึงพยาธิตัวตืด และที่สำคัญยังป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจอีกด้วย คือน้องหมาทานเม็ดนี้เม็ดเดียว ครบ จบ ครอบคลุมปัญหาได้หลาย ๆ ด้าน อีกทั้งจากการทานที่ 1 เม็ด ก็จะสามารถควบคุมปัญหาเห็บหมัดพยาธิได้ยาวนานประมาณ​ 1 เดือน แต่ด้วยการที่ประสิทธิภาพและคุณภาพดีงาม เลยทำให้เป็นยี่ห้อที่มีราคาค่อนข้างแรงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ครับ

ประเภทแบบเม็ด เคี้ยวได้
ส่วนผสมหลักAfoxolaner / Milbemycin Oxime
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัด โรคเรื้อน และไร / ป้องกันพวกพยาธิต่าง ๆ อย่าง พยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ พยาธิแส้ รวมถึง พยาธิตัวตืด / ป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจ
เหมาะสำหรับอายุ8 สัปดาห์ขึ้นไป
น้ำหนักการใช้ยา 2 – 3.5 kg / 3.5 – 7.5 kg / 7.5 – 15 kg / 15 – 30 kg / 30 – 60 kg
ระยะเวลาออกฤทธิ์1 เม็ด ต่อ 1 เดือน

2. ยี่ห้อ BRAVECTO for Dogs

ราคาโดยประมาณ 370 – 699 บาท ต่อ 1 กล่อง 1 เม็ด

อีกหนึ่งยี่ห้อยากำจัดเห็บหมัดสุนัขที่มียอดขายสูง พอ ๆ กับ Nexgard Spectra ตัวด้านบน ต้องยกให้กับยี่ห้อ BRAVECTO จากสหรัฐอเมริกากันเลยครับ โดยเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมที่โน่นเป็นอันดับต้น ๆ และด้วยความที่คนอเมริกาทั้งหลายเขารักน้องหมาที่พวกเขาเลี้ยงมาก ๆ มีการดูแลใส่ใจอย่างดี เพราะฉะนั้นเรื่องมาตรฐาณ คุณภาพ และความปลอดภัยของยี่ห้อนี้ ก็มั่นใจได้อย่างแน่นอนครับ (ลองน้องหมาคนเมกันทานแล้วเกิดปัญหาสิ ตัวบริษัทยาโดนฟ้องร้องกันแน่ ๆ เด้อ)

ส่วนตัวเม็ดยา หลัก ๆ จะใช้เป็น Fluralaner ที่มีความปลอดภัยสูง สามารถช่วยควบคุมและกำจัดเห็บหมัด โรคเรื้อน และไรได้เป็นอย่างดี แต่จะไม่สามารถป้องกันถึงเรื่องปัญหาของพยาธิต่าง ๆ ได้ จึงเหมาะสำหรับน้องหมาที่มีปัญหาเรื่องเห็บหมัดโดยเฉพาะ และอีกส่วนที่น่าสนใจก็คือ ที่ 1 เม็ด จะสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนานถึง 3 เดือนเลยทีเดียว ก็คนเลี้ยงน้องหมาคนไหนที่ขี้หลงขี้ลืม หรือไม่ชอบให้ยากับเด็ก ๆ บ่อย ๆ ต้องจัด BRAVECTO ให้เด็ก ๆ ทานกันเลยครับ (เวลาซื้ออย่าลืมดูช่วงน้ำหนักของเด็ก ๆ ด้วยเด้อ)

ประเภทแบบเม็ด เคี้ยวได้
ส่วนผสมหลักFluralaner
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัด โรคเรื้อน และไร
เหมาะสำหรับอายุ8 สัปดาห์ขึ้นไป
น้ำหนักการใช้ยา 2 – 4.5 kg / 4.5 – 10 kg / 10 – 20 kg / 20 – 40 kg / 40 – 56 kg
ระยะเวลาออกฤทธิ์1 เม็ด ต่อ 3 เดือน

3. ยี่ห้อ Heartgard Plus

ราคาโดยประมาณ 418 – 570 บาท ต่อ 1 กล่อง 6 เม็ด

สำหรับยี่ห้อนี้ Heartgard Plus จะไม่มีส่วนผสมของตัวยาในการกำจัดเห็บหมัด ถ้าน้องหมาคนไหนที่มีปัญหาเรื่องเห็บหมัด ให้ข้ามยี่ห้อนี้ไปได้เลย แต่ยี่ห้อนี้จะมีจุดเด่นก็คือ ความสามารถในการควบคุมและจัดการกับพยาธิต่าง ๆ รวมถึงโรคพยาธิหนอนหัวใจได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ สามารถใช้เป็น “ยาถ่ายพยาธิ” ได้ด้วย น้องหมาคนไหนมีปัญหาเรื่องพยาธิเยอะ ๆ ยี่ห้อนี้เขาตอบโจทย์ครับ

แต่เวลาซื้อต้องระวังนิด เพราะทางแบรนด์ เขาจะมีขายกันอยู่ 2 รุ่นที่มีหน้าตาของแพ็กเกจจิ้งคล้ายคลึงกันมาก ๆ แต่จะแตกต่างกันที่ส่วนผสมของตัวยา โดยจะมีรุ่น Heartgard ธรรมดา ๆ ที่มีส่วนผสมเฉพาะ Ivermectin ส่วนรุ่น Heartgard Plus จะมีทั้ง Ivermectin และ Pyrantel ที่สามารถใช้เป็นยาถ่ายพยาธิได้ ซึ่งถ้าอยากจัดการปัญหาพยาธิในหลาย ๆ ด้าน ต้องซื้อรุ่น Heartgard Plus ครับ

ประเภทแบบเม็ด เคี้ยวได้
ส่วนผสมหลักIvermectin / Pyrantel
คุณสมบัติควบคุมและจัดการกับพยาธิต่าง ๆ รวมถึงโรคพยาธิหนอนหัวใจ และสามารถใช้เป็นยาถ่ายพยาธิได้
เหมาะสำหรับอายุ6 สัปดาห์ขึ้นไป
น้ำหนักการใช้ยา ไม่เกิน 11 kg / 12 – 22 kg / 23 – 45 kg
ระยะเวลาออกฤทธิ์1 เม็ด ต่อ 1 เดือน


4. ยี่ห้อ Simparica

ราคาโดยประมาณ 450 – 645 บาท ต่อ 1 กล่อง 3 เม็ด

Simparica เป็นยี่ห้อยากำจัดเห็บหมัดสุนัขจากสหรัฐอเมริกาที่อาจจะไม่ค่อยคุ้นในกลุ่มคนเลี้ยงน้องหมาเมืองไทยมากนัก ยอดขายยังสู้พวกรุ่นพี่อย่าง Nexgard ไม่ได้ แต่ที่ฝั่งเมกาถือว่า ได้รับความนิยมพอสมควร ซึ่งคุณสมบัติต่าง ๆ ก็จะคล้าย ๆ กับยี่ห้อทั่ว ๆ ไปที่สามารถควบคุมและกำจัดเห็บหมัด โรคเรื้อน และไรได้ดี แต่ที่พิเศษเพิ่มเติมมาก็คือ ทางแบรนด์เคลมว่า สามารถป้องกันโรคไลม์ที่เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียจากการโดนเห็บกัดได้ด้วย

อีกทั้งยังเคลมด้วยว่า ด้วยส่วนผสมอย่าง Sarolaner จะสามารถจัดการปัญหาเรื่องเห็บหมัดได้ดีกว่า Afoxolaner (ตามตัวอย่างการทดลองด้านล่าง) ก็ถ้าคิดว่า น้องหมาทานยากำจัดเห็บหมัดสุนัขยี่ห้ออื่น ๆ แล้วไม่ค่อยเห็นผลมากนัก ก็ลอง Simparica ดูครับ

การเปรียบเทียบเมื่อน้องหมาทานยากำจัดเห็บหมัดสุนัขได้ 48-72 ชั่วโมง / ที่มา https://www.zoetispetcare.com/products/simparica
การเปรียบเทียบเมื่อน้องหมาทานยากำจัดเห็บหมัดสุนัขได้ 48-72 ชั่วโมง / ที่มา https://www.zoetispetcare.com/products/simparica
ประเภทแบบเม็ด เคี้ยวได้
ส่วนผสมหลักSarolaner
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัด โรคเรื้อน และไร / ป้องกันโรคไลม์ที่เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียจากการโดนเห็บกัด 
เหมาะสำหรับอายุ8 สัปดาห์ขึ้นไป
น้ำหนักการใช้ยา 1.3 – 2.5 kg / 2.5 – 5 kg / 5 – 10 kg / 10 – 20 kg / 20 – 40 kg
ระยะเวลาออกฤทธิ์1 เม็ด ต่อ 1 เดือน

5. ยี่ห้อ FRONTLINE PLUS

ราคาโดยประมาณ 563 – 707 บาท ต่อ 1 กล่อง 3 หลอด

ถ้าพูดถึงยากำจัดเห็บหมัดสุนัขแบบหยดหลังคอ ยี่ห้อนี้ FRONTLINE น่าจะเป็นยี่ห้อที่หลาย ๆ ต้องผ่านตากันอย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็นยี่ห้อที่มีแต่คนแนะนำให้ใช้ และพูดถึงกันมากในเว็บไซต์ Pantip อีกด้วย โดยตัวยาจะใช้ Fipronil‎ ที่จะช่วยกำจัดเห็บหมัดตัวเต็มไวได้ดี แต่อาจจะต้องรอเวลาตัวยากระจายไปทั่วตัวก่อน ถึงจะเริ่มเห็นตัวเห็บหมัดตาย เสริมทัพด้วย (S)-methoprene จะเป็นส่วนผสมที่จะช่วยกำจัดไข่ ไข่หมัด และตัวอ่อนหมัด ตัดวงจรชีวิตไม่ให้พวกหมัดได้เกิดขึ้นมา ซึ่งรวม ๆ แล้ว เป็นยี่ห้อที่เน้นเรื่องจัดการเห็บหมัดโดยเฉพาะ ตอบโจทย์เอามาก ๆ

แต่ถ้าอยากจะจัดการพวกพยาธิต่าง ๆ พวกเรื้อนไร ต้องหายาแบบเม็ดมาให้เด็ก ๆ ทานเพิ่ม ส่วนเรื่องความปลอดภัย ก็หายห่วง สินค้าสัญชาติฝรั่งเศส กลุ่ม EU เขารณรงค์เรื่องความปลอดภัยเป็นหลักกันอยู่แล้ว อีกทั้งกลุ่มคนรักน้องหมาในไทยหลาย ๆ คนที่ได้ลองใช้ต่างก็คอนเฟิร์มครับ

ประเภทแบบหยด
ส่วนผสมหลักFipronil‎ ‎/ (S)-methoprene
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัด
เหมาะสำหรับอายุ8 สัปดาห์ขึ้นไป
น้ำหนักการใช้ยา น้อยกว่า 5 kg / น้อยกว่า 10 kg / 10 – 20 kg / 20 – 40 kg
ระยะเวลาออกฤทธิ์1 หลอด ต่อ 1 เดือน

6. ยี่ห้อ FRONTLINE TRI-ACT

ราคาโดยประมาณ 657 – 810 บาท ต่อ 1 กล่อง 3 หลอด

เพราะ FRONTLINE เขาไม่ธรรมดา ได้มีการพัฒนายากำจัดเห็บหมัดสุนัขแบบหยดอยู่เสมอ จนได้สูตรใหม่กับ FRONTLINE TRI-ACT ที่นอกจากจะมีส่วนผสมอย่าง Fipronil‎ ไว้ใช้ควบคุมและกำจัดเห็บหมัดเหมือนสูตร Plus แล้ว ยังมี Permethrin ที่จะมาช่วยไล่และป้องกันยุงกับแมลงวันคอกได้อีกด้วย (พวกแมลงดูดเลือดน้องหมา) จึงช่วยปกป้องน้องหมาได้ครอบคลุมกว่าสูตร Plus และยาหยดยี่ห้ออื่น ๆ เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่เลี้ยงแบบระบบเปิด หรือชอบผจญเจอกับแมลงหลาย ๆ ชนิด แต่สูตรนี้ จะไม่มีตัวยา (S)-methoprene ซึ่งถ้าเน้นเรื่องการกำจัดเห็บหมัดเป็นหลักล่ะก็ สูตร Plus จะดีกว่าครับ

ประเภทแบบหยด
ส่วนผสมหลักFipronil‎ ‎/ Permethrin
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัด / ไล่และป้องกันยุงกับแมลงวันคอก (แมลงวันดูดเลือด)
เหมาะสำหรับอายุ8 สัปดาห์ขึ้นไป
น้ำหนักการใช้ยา 2 – 5 kg / 5 – 10 kg / 10 – 20 kg / 20 – 40 kg / 40-60 kg
ระยะเวลาออกฤทธิ์1 หลอด ต่อ 1 เดือน


7. ยี่ห้อ Frontguard Plus

ราคาโดยประมาณ 31 – 53 บาท ต่อ 1 กล่อง 1 หลอด

ด้วยความที่รุ่นพี่อย่าง FRONTLINE PLUS มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ทำให้รุ่นน้องอย่าง Frontguard Plus จึงทำยากำจัดเห็บหมัดสุนัขแบบหยดออกมาตามรุ่นพี่บ้าง มีการใช้ตัวยาที่เหมือนกันทั้ง Fipronil‎ ‎และ (S)-methoprene รวมถึงปริมาณความเข้มข้นของตัวยาก็พอ ๆ กันด้วย แต่ช่วงน้ำหนักของเด็ก ๆ จะมีช่วงกลุ่มที่น้อยกว่า โดยเฉพาะช่วงน้ำหนักน้องหมาที่น้อยกว่า 10 kg ดังนั้นถ้าน้องหมาน้ำหนักน้อย ๆ อย่าง 3-4 kg แล้วไม่กล้าใช้ Frontguard Plus เนื่องจากช่วงน้ำหนักค่อนข้างกว้าง ก็หันไปซื้อรุ่นพี่ใช้แทนได้ แต่ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คนเลี้ยงน้องหมาหลาย ๆ คนหันมาใช้ Frontguard Plus ก็เพราะว่ามีราคาที่ย่อมเยากว่ายี่ห้ออื่น ๆ นั่นเองครับ

ประเภทแบบหยด
ส่วนผสมหลักFipronil‎ ‎/ (S)-methoprene
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัด
เหมาะสำหรับอายุ8 สัปดาห์ขึ้นไป
น้ำหนักการใช้ยา 2 – 10 kg / 10 – 20 kg / 20 – 40 kg
ระยะเวลาออกฤทธิ์1 หลอด ต่อ 1 เดือน

8. ยี่ห้อ Revolution

ราคาโดยประมาณ 468 – 838 บาท ต่อ 1 กล่อง 3 หลอด

Revolution เป็นอีกยี่ห้อที่คนรักน้องหมาจะพลาดไม่ได้ เพราะเป็นยากำจัดเห็บหมัดสุนัขแบบหยดที่มีส่วนผสมของ Selamectin ที่หยดแล้ว สามารถครอบคลุมและป้องกันปัญหาได้หลายด้านกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ทั้งควบคุมและกำจัดเห็บหมัด ป้องกันปัญหาเรื่องเรื้อนไร อีกทั้งยังป้องกันพยาธิหัวใจและพยาธิตัวกลมอีกด้วย ในขณะที่ยาแบบหยดส่วนใหญ่จะป้องกันปัญหาเรื่องเห็บกับหมัดเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังเป็นยี่ห้อที่มีการพูดถึงกันมากในเว็บไซต์ Pantip มากพอ ๆ กับยี่ห้อ FRONTLINE ซึ่งคนเลี้ยงน้องหมาหลาย ๆ คนต่างบอกว่า ปลอดภัย น้องหมาใช้แล้วปกติดี ไม่เห็นผลข้างเคียงอะไร ส่วนพวกเห็บหมัดก็ดูลดน้อยลงตามที่ควรจะเป็นถึงขนาดมีบางรายพูดว่า ใช้ FRONTLINE บ่อย ๆ จนเริ่มเอาไม่อยู่ ต้องหันมาใช้ Revolution แทนถึงจะจัดการเห็บหมัดได้ครับ

ประเภทแบบหยด
ส่วนผสมหลักSelamectin
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัด / ป้องกันและรักษาเรื้อนไร / ป้องกันพยาธิหัวใจและพยาธิตัวกลม
เหมาะสำหรับอายุ6 สัปดาห์ขึ้นไป
น้ำหนักการใช้ยา 1 – 2.5 kg / 2.6 – 5 kg / 5 – 10 kg / 10 – 20 kg / 20 – 40 kg
ระยะเวลาออกฤทธิ์1 หลอด ต่อ 1 เดือน

9. ยี่ห้อ BEARING สเปรย์กำจัดเห็บหมัดสุนัข

ถ้าคิดว่าแค่ยากำจัดเห็บหมัดสุนัขแบบกินหรือแบบหยดยังเอาไม่อยู่ หรือไม่อยากให้น้องหมารับสารเคมีโดยตรงเข้าสู่ร่างกาย ก็ลองหันมาใช้ยาในรูปแบบสเปรย์กำจัดเห็บหมัดสุนัขอย่างยี่ห้อ BEARING ดูสิครับ โดยเป็นยี่ห้อที่มียอดขายดีมากกกในโลกออนไลน์ และคนเลี้ยงน้องหมาหลาย ๆ คนต่างประทับใจ ต่างบอกกันว่า ได้ผลดี ฉีดแล้วเห็บหมัดหายเกลี้ยง อีกทั้งยังกลิ่นหอมมม ช่วยกลบกลิ่นสาปน้องหมาได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย และที่สำคัญ มีความปลอดภัยสูง ถึงขนาดน้องหมาสามารถเลียได้ ไม่เกิดอันตรายแต่อย่างใด จะใช้รวมกับยาแบบกิน หรือหยด หรือแชมพูอาบแห้งก็ได้ แต่เพียงแค่ต้องใช้กับน้องหมาที่อายุมากกว่า 3 เดือนขึ้นไปครับ

ประเภทแบบสเปรย์
ส่วนผสมหลักไม่ระบุ
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัด
เหมาะสำหรับอายุ3 เดือน ขึ้นไป
น้ำหนักการใช้ยาขอเพียงอายุ 3 เดือน น้ำหนักเท่าไรก็ได้
ระยะเวลาออกฤทธิ์ไม่ระบุ แต่ควรใช้ควรใช้สเปรย์ทุกสัปดาห์

10. ยี่ห้อ Baytical

สำหรับคนเลี้ยงน้องหมาคนไหนที่อยากจะลองใช้ยากำจัดเห็บหมัดสุนัขแบบสเปรย์ ต้องขอแนะนำยี่ห้อ Baytical กันเลยครับ เพราะเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากกก ได้ผลในการควบคุมและกำจัดเห็บหมัดได้ดี และยังสามารถใช้ฉีดได้กับน้องหมาทุกช่วงวัย

อีกทั้งราคาก็ไม่แพง ถึง 1 ขวด จะตกขวดล่ะประมาณ 95 บาท และได้เพียงแค่ 10 ml แต่เวลาใช้งาน จะนำตัวยา 1 ml ไปผสมกับน้ำ 1,500 ml เขย่า ๆ ให้เขากันแล้วค่อยฉีด ทำให้ที่ 1 ขวด จะสามารถใช้งานได้ถึง 10 ครั้ง และสเปรย์น้ำยา 1,500 ml ก็สามารถใช้งานได้นาน ๆ จนกว่าจะหมด และตัวสเปรย์เอง ยังสามารถนำไปฉีดที่บริเวณน้องชอบนอน, กรง หรือที่ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการวางไข่ของเห็บหมัดอีกด้วย โดยรวมคุ้มค่า ป้องกันเห็บหมัดได้ดี น้องหมาเลิฟ ๆ ครับ

ประเภทยาผสมน้ำให้เป็นสเปรย์
ส่วนผสมหลักFlumethrin 
คุณสมบัติควบคุมและกำจัดเห็บหมัด
เหมาะสำหรับอายุทุกช่วงวัย
น้ำหนักการใช้ยาน้ำหนักเท่าไรก็ได้
ระยะเวลาออกฤทธิ์ไม่ระบุ แต่ควรใช้ควรใช้สเปรย์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ติดต่อกัน

เป็นยังไงกันบ้างครับ หลังจากที่ได้เห็นรีวิว “ยากำจัดเห็บหมัดสุนัข” ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้วถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน ไม่ทราบว่า สนใจ อยากจะซื้อยี่ห้อไหน ยาแบบไหน ไปใช้จัดการเจ้าเห็บหมัดบนตัวน้องหมากันบ้างง ?? ก็เอาจริง ๆ ถ้าอยากป้องกันได้แบบชัวร์ ๆ ที่สุด แบบยาฉีดโดยสัตวแพทย์จะดีที่สุด ป้องกันได้เห็นผลที่สุด แต่ก็มีราคาที่แพงที่สุดและต้องไปหาหมอบ่อย ๆ ก็ถ้าอยากจะประหยัดเงินกว่า ทางเลือกแบบยากินหรือยาหยดก็ใช้ได้อยู่ แต่ถ้ายังได้ผลไม่ดีพอ เห็บหมัดลดลงแต่ยังมี ก็สามารถใช้แบบสเปรย์เพิ่มเสริมไปด้วยได้ ยังไงก็ขอให้ได้ยี่ห้อที่ถูกใจ ใช้แล้วเห็นผล น้องหมาสุขภาพดี แข็งแรง มีความสุขกันด้วยครับบ



Leave a Comment