+ “รองเท้า Adidas” รุ่นไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 5 รุ่น +

+ "รองเท้า Adidas" รุ่นไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 5 รุ่น

ถ้าพูดถึงแบรนด์กีฬา มันต้องมีชื่อแบรนด์ Adidas เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยอย่างแน่นอน เพราะเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเลยครับ สินค้าของ Adidas นั้นมีหลากหลายมาก ๆ ทั้งเด่นในการใช้เล่นกีฬา และเด่นในด้านแฟชั่นอีกด้วย ผมเป็นคนหนึ่งที่แอบบ้าแบรนด์นี้เหมือนกัน มีสินค้าของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว บางวันแต่งตัวมีแต่แบรนด์ Adidas ครับ แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดที่ทำให้บ้าแบรนด์นี้มากก็คือ “รองเท้า Adidas” นั้นเอง วันนี้จึงขอมารีวิว รองเท้า Adidas ที่กระผมมีทั้ง 5 คู่ ให้ได้อ่านกัน เผื่อใครที่สนใจอยากจะซื้อบ้าง จะได้มีข้อมูลเอาไว้ตัดสินใจครับ



คำแนะนำในการซื้อ “รองเท้า Adidas”

คำแนะนำในการซื้อ "รองเท้า Adidas"

เอาจริง ๆ วิธีการเลือกซื้อรองเท้าที่ดีที่สุดคือ การได้ไปทดลองใส่รองเท้าด้วยตัวเองครับ จะทำให้สามารถรู้ได้เลยว่า รองเท้าคู่ไหน ไซส์ไหนเหมาะสมกับเท้าของเรามากที่สุด

แต่ถ้าอยากจะซื้อทางออนไลน์ ต้องเลือกซื้อกับร้านหรือเว็บไซต์ที่มั่นใจได้นะครับ สำหรับผม จะซื้อกับ Web Official อย่าง Adidas.co.th เท่านั้น เพราะ “ตัดปัญหาเรื่องรองเท้าปลอม” ไปได้เลย มันมีกรณีส่งรองเท้าปลอมมาให้อยู่นะครับ และถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เช่น รองเท้าที่ส่งมาชำรุด ของไม่ตรงกับที่สั่ง มันยังสามารถติดต่อไปยังทางเว็บไซต์เพื่อให้เขาแก้ปัญหาได้อยู่

และที่สำคัญที่สุดคือ Adidas.co.th เขามีการันตี “คืนสินค้าฟรีภายใน 30 วัน” ด้วย (***เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทาง Adidas.co.th กำหนด สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย) ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมาก เพราะถ้าได้รองเท้าไซส์ไม่เหมาะสมกับเท้าเรา หรือพอเห็นของจริงแล้วไม่ชอบ มันยังสามารถส่งคืนเพื่อเอาเงินคืนได้อยู่ครับ แต่ถ้าซื้อกับเว็บที่ไม่มีการรับประกัน พอเกิดปัญหามา มันไม่จบง่าย ๆ นะครับ รองเท้าก็ไม่ใช่จะถูก ๆ ด้วย เพื่อความสบายใจ ผมแนะนำว่า ซื้อกับ Adidas.co.th หรือไปซื้อเองที่ร้านก็ได้ครับ แต่ก็พอเข้าใจนะครับว่า ร้านค้าใน Shopee หรือ Lazada มันราคาถูกกว่าจริง ๆ ถ้ายอมรับความเสี่ยงได้ ก็ลองซื้อจากเว็บเหล่านี้ก็ได้ครับ

และปัญหาอีกส่วนที่ผมมักเจอคือ รองเท้ามันใส่ไม่ได้ถึงแม้ว่าจะซื้อไซส์ขนาดเท้าเราก็ตาม อย่าไปคิดว่า รองเท้า Adidas ทุกรุ่นและทุกไซส์มันจะมีขนาดเหมือนกัน ใส่แล้วกระชับเท้าเหมือนกันหมดนะครับ ตัวอย่างเช่น ผมเท้าขนาด 8 1/2 US แต่พอไปซื้อรองเท้า Adidas บางรุ่น มันใส่ 8 1/2 ไม่ได้ มันคับแน่นมาก ๆ ต้องเพิ่มขนาดเบอร์ไปอีกครึ่งหรือหนึ่งเบอร์เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ถ้าซื้อกับ Adidas.co.th มันยังสามารถคืนได้ เปลี่ยนได้ แต่ถ้าเว็บอื่นแล้วเลือกซื้อไซส์มาผิด มันอาจจะทำอะไรไม่ได้เลยนะครับ ผมถึงได้บอกไว้ตอนต้นว่า การได้ทดลองใส่เป็นวิธีการเลือกซื้อที่ดีที่สุดครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “รองเท้า Adidas” รุ่นไหนดี

รองเท้า Adidas1. STAN SMITH2. SUPER STAR3. NMD4. ULTRABOOST5. ULTRABOOST UNCAGE
ราคาโดยประมาณ3,200 บาท3,200 บาท4,600-5,000 บาท4,500-6,500 บาท4,500-6,500 บาท
สไตล์Classic แต่งโลโก้อาดิดาสตรงแถบป้ายส้นเท้าและที่ลิ้นClassic แต่งโลโก้อาดิดาสตรงแถบป้ายส้นรองเท้าและที่ลิ้นผ้าใบ มีโลโก้ Adidas ที่แถบป้ายส้นรองเท้าและขอบรองเท้าผ้าใบทรงสปอร์ตผ้าใบทรงสปอร์ต ผ้ายางยืดหุ้มข้อเท้า
แรงบันดาลใจกีฬาเทนนิสกีฬาบาสเกตบอลรองเท้าวิ่งรองเท้าวิ่ง เทคโนโลยีชั้นสูงรองเท้าวิ่ง เทคโนโลยีชั้นสูง
อัปเปอร์หนังแท้เกรดพรีเมียม สัมผัสนุ่ม แต่งแถบ 3-Stripes เเบบเจาะรูหนังแท้เกรดพรีเมียม สัมผัสนุ่ม แต่งแถบสีรอยหยัก 3-Stripesผ้าถักแบบถี่ผ้า adidas Primeknit+ผ้า adidas Primeknit+
ภายในบุด้วยหนังสังเคราะห์บุด้วยหนังสังเคราะห์โอบกระชับเท้า นุ่มสบายTailored Fibre Placement ช่วยกระชับเท้าโอบกระชับเท้า นุ่มสบาย
พื้นรองเท้าแบบคัพโซลทำจากยางสีขาวทำจากยางชั้นกลางเป็น Boost ชั้นล่างเป็นยางผลิตจากยาง Continental™ผลิตจากยาง Continental™
สีรองเท้าสีขาว มีโลโก้อาดิดาสหลายสีให้เลือก เช่น สีเขียว ดำ ฟ้า แดง เป็นต้นรองเท้าสีขาวแถมดำ สีดำแถมขาว สีดำล้วนหลากหลายสีสันมีทั้งแบบ Classic สีขาว ดำ เทา และสีเจ็บ ๆ ขึ้นอยู่กับรุ่นหลากหลายสีสันมีทั้งแบบ Classic สีขาว ดำ เทา และสีเจ็บ ๆหลากหลายสีสันมีทั้งแบบ Classic สีขาว ดำ เทา และสีเจ็บ ๆ
ความสบาย4.5/52/54/5ข้างซ้าย 5/5 ข้างขวา 1/55/5
ซื้อสินค้าได้ที่ Adidasซื้อสินค้าได้ที่ Adidasซื้อสินค้าได้ที่ Adidasซื้อสินค้าได้ที่ Adidasซื้อสินค้าได้ที่ Shopee
ซื้อสินค้าได้ที่ Shopeeซื้อสินค้าได้ที่ Shopeeซื้อสินค้าได้ที่ Shopeeซื้อสินค้าได้ที่ Shopeeซื้อสินค้าได้ที่ Lazada



1. รองเท้า Adidas รุ่น STAN SMITH

รองเท้า Adidas คู่แรกที่อยากจะมารีวิวให้ได้ทราบกันกับรุ่น STAN SMITH ที่คิดว่าหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นตากันมาบ้างแล้ว โดยรุ่นนี้ ได้ออกแบบและทำขึ้นมาเพื่อนักกีฬาเทนนิสชื่อ STAN SMITH ในปี 1971 จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปจึงได้กลับมาอีกครั้งเป็นรองเท้าทรง Classic สีขาวที่เห็นหลายคนใส่กันอยู่ทุกวันนี้ครับ

ตอนแรกที่ผมเห็นก็เฉย ๆ รู้สึกว่าไม่ค่อยสวย ผมคิดว่ารุ่น Super Star สวยกว่า แต่โดนเพื่อนยุบอกว่า ของมันต้องมี ตอนนั้นก็งง ๆ มึน ๆ ก็เลยไปซื้อมา และตอนที่ไปซื้อ มันดันมีแต่สีเขียวตรงแถบป้ายส้นรองเท้า (Heel Tab) วางขายเท่านั้น จริง ๆ ผมไม่ค่อยชอบ อยากได้สีอื่นมากกว่า เพิ่งมารู้ทีหลังว่า STAN SMITH มันมีแถบป้ายส้นรองเท้า สีอื่น ๆ ด้วยครับ มีทั้งสีดำ สีน้ำเงิน สีแดง และหลัง ๆ STAN SMITH ตัวใหม่ ๆ มีสีขาว และสีฟ้าอ่อนด้วย เสียดายมากตอนซื้อไม่รู้ เพราะจริง ๆ ผมอยากได้สีดำหรือสีน้ำเงินมากกว่าครับ แต่สีเขียวเป็นสี Original นะ

STAN SMITH

น่าอายมาก ใส่จากรองเท้าขอบขาวเป็นสีเหลืองเลย ถ้าเป็นรองเท้าคู่ใหม่มันสวยกว่านี้ครับ และสีตรงแถบป้ายส้นรองเท้า (Heel Tab) นี้แหละ ที่มีให้เลือกกันหลายสี

พอได้มาแล้ว ตอนแรกมองก็ยังรู้สึกว่า ไม่ชอบมันดูยังไงไม่รู้ แต่ซื้อมาแล้วก็เลยทน ๆ ใส่ไป แต่พอใส่ไปเรื่อย ๆ ก็พบว่า รองเท้ามันใส่สบายมาก ๆ นิ่มเท้า ใส่เดินทั้งวันก็ยังสบาย ๆ ไม่ปวดเท้าเลย รองเท้าก็ไม่หนักมาก กำลังดี และถอดเข้าถอดออกก็ง่ายแบบสุด ๆ ด้วยครับ ส่วนไซส์รองเท้าก็ค่อนข้างตรงเบอร์ อย่างผมใส่รองเท้าเบอร์ 42 ก็เลือกซื้อเบอร์ US 8 1/2 ใส่ได้พร้อมถุงเท้าไม่คับเท้าเลยครับ

และเนื่องจากเป็นรองเท้าโทนสีขาว เลยทำให้แต่งตัวกับอะไรก็ง่ายมาก ใส่กับกางเกงยีนก็สวย ขาสั้นก็ดีครับ ปรับแต่งได้หลายสไตล์มาก ๆ จะใส่ไปเดินเล่น เดินห้าง ใส่ไปเที่ยวต่างประเทศก็ดีนะครับ ลาก STAN SMITH ไปคู่เดียว เอาอยู่ และยังใส่เอาไปเล่นกีฬาได้อยู่นะ ผมเคยเอาไปใส่เข้ายิม เล่นพวกแมชชีนกับปั่นจักรยานก็พอได้อยู่ แต่ถ้าเอาไปวิ่งไม่เหมาะอย่างแรง และยังเป็นรองเท้าที่ทนทานมาก ๆ ผมใส่ใช้งานแบบชนิดสมบุกสมบัน ใช้แบบไม่ดูแลเลย ก็ยังอยู่ทรง ใส่สบายอยู่ครับ จนผมชอบใส่คู่นี้บ่อยมาก ถ้าวันนั้นไม่รู้จะใส่คู่ไหนดี ส่วนใหญ่ผมจะจบที่ STAN SMITH จนมันเป็นรองเท้าคู่ใจผมเลยครับ

แต่มันก็มีข้อเสียเหมือนกัน โดยเฉพาะทรงของรองเท้า เวลาใส่แล้วมันจะดูหนา ๆ ตัน ๆ และค่อนข้างรู้สึกหนักหลังเท้า ซึ่งถ้าเทียบกับรองเท้าผ้าแบบ Converse ที่บางกว่าเบากว่า หลังเท้าอาจจะใส่สบายไม่เท่า แต่เรื่องฝ่าเท้าและความทนทาน STAN SMITH ดีกว่าเยอะครับ และอีกจุดที่น่าเบื่อคือ สีขาวนั้นเอง มันสวยนะ แต่เปื้อนง่ายมาก ๆ และถ้าใส่บ่อย ๆ จะดูเก่าเร็วแบบสุด ๆ อย่างรองเท้าผมใส่จนหนังเปลี่ยนสีไปเลย ใกล้พังแล้วครับ ดูไม่สวยเหมือนตอนแรก ๆ เลย แต่ก็ไม่ได้คิดมาก ของซื้อมามันต้องใช้ คิดว่าถ้าใส่จนพังแล้ว จะซื้อคู่หน้าต่อแน่ ๆ แต่คราวนี้จะเลือกซื้อแถบป้ายส้นเท้าสีอื่นแน่ ๆ อย่างสีดำหรือสีฟ้าอ่อนครับ

สไตล์Classic แต่งโลโก้อาดิดาสตรงแถบป้ายส้นเท้าและที่ลิ้น
แรงบันดาลใจกีฬาเทนนิส
อัปเปอร์หนังแท้เกรดพรีเมียม สัมผัสนุ่ม แต่งแถบ 3-Stripes เเบบเจาะรู
ภายในบุด้วยหนังสังเคราะห์
พื้นรองเท้าแบบคัพโซลทำจากยางสีขาว
สีรองเท้าสีขาว มีโลโก้อาดิดาสหลายสีให้เลือก เช่น สีเขียว ดำ ฟ้า แดง เป็นต้น
ความสบาย4.5/5

2. รุ่น SUPER STAR

ปกติถ้าจัด STAN SMITH มาแล้ว SUPER STAR มันจะตามมาติด ๆ เหมือนเป็นรองเท้าพี่น้องครับ สำหรับตัวนี้ออกแบบมาเพื่อกีฬาบาสเกตบอลในยุค 70 ครับ โดยตัวรองเท้าจะมีทรงคล้าย ๆ กับ STAN SMITH มีตราโลโก้ Adidas ตรงส้นเท้าเหมือนกัน แต่จุดเด่นของ SUPER STAR คือ แถมสี 3 แถมด้านข้างที่เป็นเอกลักษณ์ของ Adidas และตรงหัวรองเท้าเป็นลายเปลือกหอยที่ดูแปลกตาครับ

โดยสีหลัก ๆ จะมีให้เลือกซื้อกันอยู่สามสีคือ รองเท้าสีขาวแถบดำ สีดำแถบขาว และสีดำล้วน โดยตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็น สีขาวแถบดำ แต่มันจะมีสีพิเศษแบบอื่น ๆ ขายด้วยอย่างสีขาวแถบน้ำเงินแดง เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ผมซื้อมาและเนื่องจากสีนี้ไม่ได้เป็นสี Classic มันอาจจะหาซื้อยากหน่อยนะครับ ส่วนเรื่องการแต่งกายก็จะได้แนวสตรีทที่เด่นชัดมาก ถ้าซื้อสีขาวแถบดำก็จะแต่งตัวง่ายหน่อย ใส่คู่กับอะไรก็ได้เหมือนรุ่น STAN SMITH เลยครับ แต่แค่ SUPER STAR เวลามองแล้วจะรู้สึกถึงความเป็น Adidas ได้ชัดเจนมากกว่า และค่อนข้างมีลูกเล่นมากกว่า ถ้าเป็นคนชอบแนวเรียบ ๆ แต่มีสีสัน คู่นี้จะดีกว่า STAN SMITH ครับ

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความสบาย ขอยกให้ STAN SMITH ชนะขาด เพราะ SUPER STAR ใส่แล้วเจ็บหน้าเท้ามากครับ เหมือนตัวรองเท้ามันออกแบบให้หัวรองเท้ามีขนาดเล็ก กระชับ และป้องกันการโดนเหยียบได้ดี แต่มันก็ทำให้เวลาใส่แล้วตรงหน้าเท้ามันเหมือนโดนบีบ ถ้าใส่แค่ไปเดินห้างเล่น ๆ นั่งพักตามคาเฟ่บ่อย ๆ อาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไร แต่ถ้าเดินนาน ๆ นี้ หัวแม่โป้งมันจะเสียดสีกับผนังหัวรองเท้าบ่อยมาก จนเจ็บหัวแม่โป้งไปหมดเลยครับ นี่ขนาดผมมีเท้าแบบธรรมดาแล้วนะ ถ้าพวกมีเท้าขนาดกว้างพิเศษ ใส่คู่นี้รับรองว่า ปวดเท้าแน่นอน

"รองเท้า Adidas" รุ่นไหนดี

หัวลายเปลืองหอยที่มีความหนาและแข็ง ช่วยป้องกันการโดนเหยียบได้ดี แต่ก็บีบหน้าเท้ามากเลย

เท่านั้นยังไม่พอ ตรงหน้าเท้าว่ารัดแล้ว แต่ตรงปลายเท้าดันมีขนาดใหญ่ เวลาใส่แล้วมันเหลือพื้นที่ด้านหลังส้นเท้าอยู่พอสมควรเลย ทำให้เวลาเดินหลังเท้ามันขยับไปมาอยู่บ้าง และถ้าลงเท้าไม่ดี หลังเท้ามันจะชอบลอย ๆ เหมือนจะหลุดออกมาได้ครับ เวลาผมใส่คู่นี้ จะมัดเชือกรองเท้าแปลก ๆ หน่อย คือจะพยายามทำให้ตรงหัวรองเท้าหลวม ๆ แล้วมามัดกระชับแน่นขึ้นตรงข้อเท้าครับ

โดยรวมแล้วถือว่า เป็นรองเท้ามีดีไซน์เด่น สวย ทำออกมาได้ทนทาน มีคุณภาพดีมาก แต่ผมใส่แล้วมันไม่สบายเท้าเท่าไร จึงเป็นคู่ที่ผมนาน ๆ ใส่ที อารมณ์แบบเบื่อใส่ STAN SMITH จึงมาใส่คู่นี้บ้าง ไม่ได้ใส่บ่อยครับ

สไตล์Classic แต่งโลโก้อาดิดาสตรงแถบป้ายส้นรองเท้าและที่ลิ้น
แรงบันดาลใจกีฬาบาสเกตบอล
อัปเปอร์หนังแท้เกรดพรีเมียม สัมผัสนุ่ม แต่งแถบสีรอยหยัก 3-Stripes
ภายในบุด้วยหนังสังเคราะห์
พื้นรองเท้าทำจากยาง
สีรองเท้าสีขาวแถมดำ สีดำแถมขาว สีดำล้วน
ความสบาย2/5

3. รองเท้า Adidas รุ่น NMD

รองเท้า Adidas รุ่น NMD เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา ถึงขนาดช่วงหนึ่งเป็นรองเท้าที่หลาย ๆ คนบอกว่า “ของมันต้องมี” กันเลยทีเดียวครับ ซึ่งเจ้ารุ่น NMD ก็มีหลากหลายรุ่นย่อยลงไปอีก เช่น NMD_R1, NMD_R1 V2 เป็นต้น และตรงส่วนอัปเปอร์ก็จะเป็นผ้าถักแบบถี่ ๆ ที่ช่วยระบายอากาศ มีความนุ่มสบายหลังเท้า และมีหลายสไตล์ให้เลือกด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นแบบ แถบ 3 แถบเหมือน SUPER STAR, แบบสีขาวล้วน หรือแบบลายทหาร เป็นต้น

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ตรงพื้นโฟมชั้นล่างจะมีแถบขอบชื่อ Adidas และโลโก้ติดอยู่ตรงหน้าเท้าหันออกไปด้านนอก และมีแถมเส้นแบบตั้ง 8 เส้น ติดอยู่ตรงด้านข้างบริเวณหลังเท้าทั้งด้านในและด้านนอก กับมีแถบป้ายติดอยู่ตรงส้นเท้าเลยเหนือขอบรองเท้าขึ้นมา ซึ่งเวลามองเห็นสิ่งพวกนี้แล้ว จะรู้เลยว่าเป็นรองเท้า Adidas รุ่น NMD ครับ

NMD

แถบตราโลโก้ Adidas และ แถบเส้นตั้งแปดเส้นนี้แหละ คือสัญลักษณ์ของ NMD

ยอมรับเลยว่าเป็นรองเท้าที่ใส่สบายเท้ามาก ๆ อีกคู่ โดยเฉพาะหลังเท้าที่เป็นแบบผ้า จะรู้สึกนิ่ม กระชับและไม่หนักเท้า ส่วนตรงหัวรองเท้าก็ไม่บีบรัด ไม่แข็ง และขยับนิ้วเท้าไปมาได้ไม่เหมือนพวก STAN SMITH กับ SUPER STAR ที่เป็นหนัง ตรงส้นเท้าก็ทำออกมาได้กระชับ ใส่แล้วไม่รู้สึกหลวมเลย คือใส่สบายมาก ๆ แบบว่าไม่จำเป็นต้องใส่ถุงเท้าก็ยังรู้สึกสบายเท้าเลยครับ ส่วนพื้นรองเท้าก็เป็นโฟมที่ช่วยรองรับฝ่าเท้า ใส่แล้วก็นิ่มมาก เดินไกล ๆ ได้สบาย ๆ ไม่รู้สึกปวดฝ่าเท้าเลย ถ้าเทียบเรื่องความสบายแล้ว NMD คู่นี้ ใส่สบายกว่าสองคู่บนมาก ๆ และเป็นคู่ที่ผมชอบใส่พอ ๆ กับ STAN SMITH เลยครับ

แต่รุ่นนี้เหมือนรองเท้ามันไม่ตรงไซส์นะครับ อย่างเท้าผม 8 1/2 US พอใส่เบอร์นี้มันคับแน่นเท้ามาก ๆ ควรจะเพิ่มเบอร์อีกสักครึ่งเบอร์ครับ อย่างผมเวลาซื้อจริง ๆ ผมซื้อเบอร์ 9 US ครับ และมีปัญหานิดหน่อยตรง ขอบส้นเท้าของ NMD ด้วย มันมีลักษณะดันสูงขึ้นมา ทำให้เวลาใส่เดินไปนาน ๆ แล้ว มันจะชอบเสียดสีกับผิวหลังข้อเท้า พอเสียดสีไปมานาน ๆ อาจจะทำให้เกิดแผลถลอกตรงหลังข้อเท้าได้ครับ

NMD

เกือบจะใส่สบายเท้าแล้วเชียว เพราะขอบตรงส้นรองเท้าที่เดียวเลย

ผมเคยใส่เดินเล่นเรื่อย ๆ หลายกิโลมันเสียดสีจนแสบเลยทีเดียว หลังจากนั้นเวลาเดินเลยต้องพยายามให้ขอบมันไม่ชนหลังข้อเท้า โดยการดันเท้าทั้งหมดไปที่ด้านหน้าแล้วประคองเท้าไว้ เป็นการเดินที่ตลกและลำบากมาก ๆ ซึ่งก็มีวิธีการแก้ปัญหานี้ ด้วยการใส่ถุงเท้าให้ยาวเกินขอบขึ้นมา แต่บางทีการแต่งตัวมันก็ต้องใส่ถุงเท้าแบบขอบสั้นบ้าง ไม่งั้นมันดูไม่เท่ครับ

สไตล์ผ้าใบ มีโลโก้ Adidas ที่แถบป้ายส้นรองเท้าและขอบรองเท้า
แรงบันดาลใจรองเท้าวิ่ง
อัปเปอร์ผ้าถักแบบถี่
ภายในโอบกระชับเท้า นุ่มสบาย
พื้นรองเท้าชั้นกลางเป็น Boost ชั้นล่างเป็นยาง
สีหลากหลายสีสันมีทั้งแบบ Classic สีขาว ดำ เทา และสีเจ็บ ๆ ขึ้นอยู่กับรุ่น
ความสบาย4/5


4. รุ่น ULTRABOOST

สามรุ่นที่ผ่านมาด้านบนเป็นรองเท้าสำหรับใส่เดินเล่น ใส่เที่ยว เป็นรองเท้าไลฟ์สไตล์มากกว่า แต่สำหรับรุ่นนี้ ULTRABOOST มันเป็นรองเท้าวิ่งที่ได้รับความนิยมของ Adidas มากครับ นักวิ่งหลาย ๆ คนเลยต่างก็ใส่รองเท้ารุ่นนี้วิ่ง และถึงแม้ว่าจะเป็นรองเท้าวิ่ง แต่ก็สามารถเอามาใส่เที่ยวกับเดินเล่นได้อยู่ และด้วยทรงของรองเท้าที่ดูสปอร์ต ดูเท่ดูคูลแบบสุด ๆ สายแต่งตัวแนวสปอร์ตและสตรีทน่าจะชอบมาก ใส่กับขาสั้นก็สวยอยู่ครับ และด้วยสีสันที่มีให้เลือกอย่างมากมาย ยิ่งกว่ารุ่นบน ๆ ไม่ว่าจะแนวสีคลาสสิกอย่าง ขาว ดำ เทาก็มี หรือแนวสีสันเจ็บ ๆ อย่างสีสะท้อนแสงก็มีให้เลือกเช่นกัน ตอบสนองความต้องการของทุกคนได้อย่างแน่นอน

แต่ปัญหาที่ผมเจอมาของรุ่น ULTRABOOST คือ ไซส์ของรองเท้าครับ อย่างที่ผมได้บอกไปผมใส่เบอร์ 8 1/2 US แต่พอมารุ่นนี้ ผมต้องซื้อแล้วเปลี่ยน ซื้อแล้วเปลี่ยนบ่อยมาก ตอนแรกลองซื้อไซส์ 8 1/2 มา มันคับแน่นเท้าไปหมดเลยครับ ปวดเท้ามาก ไม่สามารถใส่ได้เลย เลยเอาไปเปลี่ยนแล้วขอลองเบอร์ 9 พอลองแล้วก็ยังแน่นเท้าอยู่ คือมันดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สบายเท้าครับ เลยมาลองเบอร์ 9 1/2 ถึงจะโอเค ใส่แล้วรู้สึกดีกว่าเดิมมาก ๆ ไม่ปวดเท้าเท่า 2 เบอร์แรกแล้ว

"รองเท้า Adidas" รุ่นไหนดี

ไซส์ของรุ่นนี้ ไม่ตรงกับเบอร์เท้าขั้นสุด เลือกเผื่อเหลือเผื่อขาดกันด้วยครับ

แต่ ๆ ก็ยังเจอปัญหาอยู่ครับ ตอนเอามาใส่แรก ๆ มันก็สบายนะ แต่พอเดินไปนาน ๆ เริ่มปวดเท้าขวา น่าจะเป็นเพราะว่า เท้าผมสองข้างขนาดไม่เท่ากัน ข้างซ้ายใส่สบายเท้ามาก ส่วนข้างขวากับยังแน่นอยู่ ก็แอบหงุดหงิดมันเหมือนกันนะครับ และครั้งนี้ไม่สามารถเอาไปคืนได้แล้วด้วย เพราะมีการแกะป้ายออกและได้ใส่ไปเดินข้างนอกบ้านแล้ว ผมจึงต้องหาวิธีการมาแก้ปัญหา จากถุงเท้าปกติที่ใส่อยู่ ต้องมาใส่ถุงเท้าแบบบาง ๆ แทน มันก็ช่วยได้ดีขึ้น แต่ยังรู้สึกแน่นเท้าอยู่ สุดท้ายต้องใส่รองเท้าคู่นี้แบบ ไม่ใส่ถุงเท้า มันถึงจะไม่รู้สึกปวดเท้าเลย แต่ก็รู้สึกระคายเคืองเท้าแทนครับ

โดยรวม ULTRSBOOST เป็นรุ่นที่ทำทรงออกมาได้ดูสวย ดูเฉี่ยว ดูเท่มากครับ แต่เรื่องความสบาย ถ้านำความรู้สึกจากเท้าซ้ายของผม ถือว่าดีมาก เท้าซ้ายผมไม่ปวดเลย เดินหรือวิ่งก็ได้สบาย ๆ แต่ข้างขวาก็นะ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผมแนะนำว่า ถ้าจะซื้อรุ่นนี้ ต้องเล็งไซส์ให้ดี ๆ และถ้าซื้อออนไลน์ตอนลองอย่าลืมใส่ถุงเท้าที่คิดว่าใส่เป็นประจำด้วย อย่าลืมคิดเผื่อขนาดเท้าซ้ายขวาด้วยนะ ถ้ามันแน่นเกินไปก็จะได้คืนแล้วเปลี่ยนเบอร์รองเท้าครับ สำหรับรองเท้าคู่นี้ ถ้านับจาก 5 คู่ที่ผมมี คู่นี้ผมใส่น้อยครั้งที่สุดครับ

สไตล์ผ้าใบทรงสปอร์ต
แรงบันดาลใจรองเท้าวิ่ง เทคโนโลยีชั้นสูง
อัปเปอร์ผ้า adidas Primeknit+
ภายในTailored Fibre Placement ช่วยกระชับเท้า
พื้นรองเท้าผลิตจากยาง Continental™
สีหลากหลายสีสันมีทั้งแบบ Classic สีขาว ดำ เทา และสีเจ็บ ๆ
ความสบายข้างซ้าย 5/5 ข้างขวา 1/5

5. รองเท้า Adidas รุ่น ULTRABOOST UNCAGE

ถ้าเปรียบเทียบความสบายใน 5 รุ่นที่ผมมี รุ่น ULTRABOOST UNCAGE เป็นรุ่นที่ใส่แล้วสบายเท้ามากที่สุดเลยครับ จะใส่เดินนาน ๆ หรือเอาไปใส่วิ่งก็ไม่เคยงอแงหรือเกิดปัญหาขึ้นเลย ไม่มีการปวดเท้า แน่นเท้า ไม่มีการเจ็บที่หัวแม่โป้ง ไม่โดนรองเท้าบีบ เรียกได้ว่า ใส่แล้วสบายเท้าแบบสุด ๆ จึงเป็นรุ่นที่ผมใส่บ่อยมาก ๆ บ่อยพอ ๆ กับรุ่น STAN SMITH เลยครับ ยิ่งถ้าไปออกกำลังกายผมจะใส่รุ่นนี้ตลอดเลย

เรื่องทรงของรองเท้าจะคล้าย ๆ กับรุ่น ULTRABOOST และเป็นรองเท้าวิ่งเช่นเดียวกัน ทรงดูปราดเปรียว สปอร์ตเอามาก ๆ แต่เอาจริง ๆ รุ่น UNCAGE แอบดูเท่กว่าอยู่นะครับ และทั้งสองรุ่นจะแตกต่างกันที่ ส่วนหุ้มข้อเท้า โดย UNCAGE จะเป็นขอบแบบผ้ายางยืด ทำให้เวลาสวมใส่มันจะกระชับเข้ากับข้อเท้าได้พอดี ๆ และเนื่องจากขอบเป็นผ้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนขอบรองเท้ามาดัน ๆ ชน ๆ กับหลังเท้า หรือผิวเท้าให้เป็นแผลแสบอีกด้วยครับ

ULTRABOOST UNCAGE

ขอบเป็นแบบผ้ายางยืดนี้แหละ ใส่แล้วกระชับ ไม่เจ็บข้อเท้าและไม่เสียดสีให้แสบอีกด้วย

ส่วนเรื่องไซส์ของรองเท้าจะเหมือนกับ ULTRABOOST ตรงที่ต้องซื้อขนาดใหญ่กว่าปกติ โดยผมได้ซื้อขนาด 9 1/2 มาใส่ ซึ่งกระชับเท้า สวมใส่สบายมาก ๆ ไม่แน่นเท้า และไม่มีปัญหาทั้งเท้าซ้ายและขวาเลยครับ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ยี่ห้อ Adidas เหมือนกัน ไซส์เหมือนกัน แต่พอคนละรุ่น การกระชับเท้ามันดันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ตารางไซส์รองเท้าในเว็บ Official เอาจริง ๆ มันพอดูได้คร่าว ๆ นะครับ ถึงเวลาจริงมันต้องทดลองใส่ดูถึงจะรู้ว่า รองเท้ารุ่นนี้ ไซส์นี้ มันเหมาะกับเท้าของเราหรือไม่

และที่น่าเสียดายที่สุดคือ รุ่น UNCAGE ไม่มีขายใน Adidas.co.th แล้วครับ ถ้าอยากได้ต้องไปหาซื้อตามร้านค้าหรือ Shopee กับ Lazada แทน นี่ยังหวังว่า ทาง Adidas เขาจะออก ULTRABOOST UNCAGE รุ่นใหม่ ๆ สีใหม่ ๆ มาวางขายกันอีกทีครับ

สไตล์ผ้าใบทรงสปอร์ต ผ้ายางยืดหุ้มข้อเท้า
แรงบันดาลใจรองเท้าวิ่ง เทคโนโลยีชั้นสูง
อัปเปอร์ผ้า adidas Primeknit+
ภายในโอบกระชับเท้า นุ่มสบาย
พื้นรองเท้าผลิตจากยาง Continental™
สีหลากหลายสีสันมีทั้งแบบ Classic สีขาว ดำ เทา และสีเจ็บ ๆ
ความสบาย5/5

เป็นยังไงกันบ้างครับ ได้เห็นรีวิวของ “รองเท้า Adidas” รุ่นไหนดี กันไปถึง 5 รุ่นแล้ว มีรุ่นไหนสนใจอยากจะหาซื้อไปใช้งานกันบ้าง แต่ละรุ่นมันก็มีทรง มีสไตล์แตกต่างกันไปนะครับ ถ้าชอบแบบเรียบ ๆ คลาสสิก ๆ ก็ต้อง STAN SMITH หรือ SUPER STAR ก็น่าจะดี หรือถ้าอยากเอาเท่ ๆ ใส่เดินเล่นสบาย ๆ ก็ NMD หรือพวกรองเท้าวิ่งของ Adidas ก็ได้ครับ หรือจะลองรองเท้ารุ่นพิเศษ​ ๆ ที่ราคาโคตรโหดอย่าง Yeezy Boost ราคาประมาณ 35,000 บาท! เห็นราคาก็จะเป็นลมละครับ ไม่กล้าซื้อมาใส่จริง ๆ แต่ถ้าอยากดูเท่ ดูคูล พิเศษกว่าคนอื่น และงบไม่ใช่ปัญหา ก็ลองจัดกันได้นะครับ และมารีวิวให้ผมฟังด้วยนะ