+ “วิตามินซี” ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "วิตามินซี" ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

ไหน ๆ มีใครที่ เอะอะ เอะอะ ชอบเป็นหวัดบ่อย ๆ เวลาที่อากาศเย็น ๆ เอาละ หวัดเริ่มถามหา หรือมีผิวพรรณที่ดูแล้วสุขภาพไม่ดี มีริ้วรอย และดูไม่เต่งตึงกระชับอยู่ละก็ อาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายกำลังขาด “วิตามินซี (Vitamin c)” อยู่ก็ได้นะครับ แต่จะให้ไปทานส้ม, มะนาว, ฝรั่ง หรือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ๆ อยู่ตลอดก็คงอาจจะไม่ไหวหรือเบื่อ ๆ ไปกันบ้าง ถ้างั้นต้องมาทานอาหารเสริม Vitamin C กันดีกว่า ช่วยให้ร่างกายได้วิตซีแบบง่าย ๆ และสะดวกสบายแบบสุด ๆ แต่จะซื้อวิตามินซียี่ห้อไหนดีละ? ทางเรา PlusAround ก็ได้รวบรวมมาให้แล้วถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน เลื่อนลงไปดูด้านล่างได้เลยครับ



ประโยชน์ของการทานวิตามินซี

ประโยชน์ของการทานวิตามินซี

วิตามิน C เป็นหนึ่งในวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นมาเองได้ จะได้รับจากการทานอาหาร, ผัก หรือผลไม้ต่าง ๆ เท่านั้น (รวมถึงพวกอาหารเสริมด้วย) จึงเป็นหนึ่งในวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายมาก และมีประโยชน์อย่างหลากหลายดังนี้

  • ช่วยให้หายหวัดได้ไวขึ้น : หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจว่า Vitamin C นั้นช่วยป้องกันหวัดได้ แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่นะครับ ถึงจะมีวิตซีในร่างกายมากแค่ไหนก็ตาม ยังคงสามารถเป็นหวัดติดหวัดได้อยู่ แต่วิตซีจะช่วยให้ร่างกายหายจากหวัดได้ไวขึ้นครับ
  • ช่วยลดความดันโลหิต : จากงานศึกษาพบว่า Vitamin C จะช่วยทำให้หลอดเลือดมีการคลายตัว และสามารถขนส่งเลือดได้ง่ายขึ้น จึงช่วยลดความดันโลหิตนั้นเอง เมื่อมีความดันลดลงก็ลดโอกาสที่จะเกิดโรคต่าง ๆ อย่าง เส้นเลือดในสมองแตกหรือโรคหัวใจด้วยครับ
  • ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ : เนื่องจาก Vitamin C จะเต็มไปด้วยสาร Anti-Oxidant จึงช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำร้ายจากสารอนุมูลอิสระได้ดีมาก และยังช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์อีกด้วย จึงส่งผลช่วยชะลอวัย ป้องกันริ้วรอยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นบนผิว ไม่ให้ผิวแลดูแก่ก่อนวัยนั้นเอง และจากงานศึกษาพบว่า ผู้ที่ทานวิตซีเพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มระดับสาร Anti-Oxidant ในเลือดได้ถึง 30% เลยครับ
  • ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย : Vitamin C จะช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้นด้วย
  • ช่วยป้องกันสมองเสื่อม : เนื่องจากการมีสาร Anti-Oxidant ในปริมาณมากนี่เอง จึงช่วยป้องกันเซลล์สมองเสื่อมสภาพด้วย ถ้าเซลลสมองเสื่อมสภาพ ก็จะทำให้ความคิดความอ่านความทรงจำแย่ลงด้วยครับ
  • ช่วยป้องกันโรคเหงือกและเลือดออกตามไรฟัน : Vitamin C มีสรรพคุณในการต้านการอักเสบ จึงช่วยป้องกันไม่ให้เหงือกอักเสบและเลือดออกตามไรฟันได้
  • ช่วยป้องกันการขาดแคลนธาตุเหล็ก : Vitamin C จะมาช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น โดยจากงานศึกษาอีกเช่นเคยพบว่า เมื่อร่างกายมีวิตซีที่พอเหมาะ จะช่วยให้ดูดซึมธาตุเหล็กเพิ่มถึง 67% และพอมีธาตุเหล็กที่มากขึ้น ก็จะช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดง และลำเลียงออกซิเจนไปทั่วร่างกายได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคโลหิตจางอีกด้วย
  • ช่วยบำรุงผิวและเส้นผมให้แข็งแรง : ผิวหนังและเส้นผมจะประกอบไปด้วยโปรตีนคอลลาเจนจำนวนมาก ซึ่ง Vitamin C จะมาช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนนั้นเอง เมื่อมีปริมาณคอลลาเจนที่พอเหมาะ ก็จะทำให้ทั้งผิวและเส้นผมดูมีสุขภาพดี ดูเต่งตึง นุ่มนวล และไม่แห้งกร้าน ถือว่าเป็นอีกสารอาหารที่ช่วยในเรื่องความสวยความงามแบบสุด ๆ

เห็นไหมล่ะครับว่า Vitamin C นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริง ๆ ทั้งในเรื่องของสุขภาพและเรื่องของความสวยความงามอีกด้วย ก็อย่าลืมไปหาวิตซีมาทานเพิ่มเติมกันนะครับ


ปริมาณ “Vitamin C” ที่ควรทานในแต่ละวัน

ปริมาณ "Vitamin C" ที่ควรทานในแต่ละวัน

จากสถาบัน NIH (National Institutes of Health) ของสหรัฐอเมริกาได้แนะนำว่า ปริมาณสารอาหารที่ควรทาน RDA (Recommended Dietary Allowance) ของ Vitamin C สำหรับผู้ชายและผู้หญิงโดยทั่ว ๆ ไปคือ 90 mg และ 75 mg ใน 1 วัน แต่ถ้าเป็นผู้ที่ชื่นชอบสูบบุหรี่ ปริมาณที่ควรได้รับจะเพิ่มขึ้นเป็น 125 mg และ 110 mg ส่วนคุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรจะได้รับ 85-120 mg เมื่อดูจากปริมาณแล้ว ก็แอบมากอยู่ จะให้ร่างกายได้รับวิตซีจากการทานอาหารเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จึงทำให้คนส่วนใหญ่หันมาพึ่งพาอาหารเสริม Vitamin C นั้นเอง แล้วจะเลือกซื้อกันยังไงดี? อาหารเสริมวิตามินซีก็จะมีวางขายกันหลายแบบดังนี้

  • แบบเม็ดหรือแคปซูล : ที่ทานพร้อมน้ำเหมือนกับการทานยาทั่วไป จะเป็นแบบที่หาซื้อได้ง่ายมากที่สุดและมีราคาถูกที่สุด
  • แบบเม็ดอม : ไว้อมให้ละลายในปากหรือจะเขี้ยวก็ได้ โดยจะมีรสชาติและความอร่อยเพิ่มเติมเข้ามา ไม่เหมือนแบบแรกที่แค่กลืน ๆ เท่านั้น
  • แบบเยลลี่ : มีความหนึบ ๆ เขี้ยว ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทานขนม มีความอร่อยเช่นกัน แต่จะค่อนข้างจะหาซื้อได้ยากในบ้านเรา
  • แบบเม็ดฟู่ละลายน้ำ : เป็นแบบที่มีราคาแพงมากที่สุด แต่ก็แอบดูดีดูน่าสนใจมากที่สุด และยังมีหลายรสชาติให้เลือกซื้อ พร้อมทั้งมีความอร่อยกว่าพวกแบบบน ๆ อีกด้วย โดยเวลาจะทานต้องนำเม็ดฟู่ไปละลายในน้ำก่อน เมื่อละลายหมดแล้วจึงค่อยดื่มครับ

ส่วนอยากจะทานแบบไหน ชอบแบบไหนก็เลือกซื้อแบบนั้นได้เลย แต่ถ้าเป็นคนไม่ชอบกลืนยา ทานยายากก็แนะนำแบบอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากแบบแรกจะดีกว่า และอีกจุดที่ควรดูเวลาเลือกซื้อก็คือ “ปริมาณของวิตามินซี” อยากให้เลือกซื้อแบบปริมาณน้อย ๆ เช่น 250 – 500 mg ซะมากกว่าพวก 1,000 mg เพราะว่าร่างกายจะได้สามารถดูดซึมไปใช้ได้ทัน ซึ่งถ้าดูดซึมไม่ทัน ร่างกายก็จะขับออกกลายเป็นฉี่สีเหลืองเข้ม ๆ ที่ดูเหมือนจะสูญเสียวิตซีไปซะเปล่า ๆ เพราะฉะนั้นซื้อแบบปริมาณน้อย ๆ แล้วมาแบ่งทานออกเป็นหลายช่วงเวลาจะดีกว่าครับ แต่ถ้าคิดว่า มันลำบาก, ยุ่งยาก หรือขี้เกียจทาน ก็จัดแบบปริมาณมากเม็ดเดียวก็ได้ครับ

อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ คนอาจจะงงว่า อ้าว ตัวเลขด้านบนบอกแค่ 90 mg และ 75 mg ต่อวันเท่านั้นเอง ถ้าทานพวกอาหารเสริมเข้าไป งี้ก็ได้รับปริมาณมากเกินอ่ะสิ คือตัวเลข 90 mg กับ 75 mg ถือว่าเป็นปริมาณขั้นต่ำที่ควรได้รับต่อวัน ถ้าอยากให้ร่างกายได้ประโยชน์ของวิตซีที่มากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของความสวยความงาม ก็ควรที่จะทานมากกว่าขั้นต่ำ แต่ก็ไม่ควรทานมากกว่า 2,000 mg ต่อวัน ซึ่งวันละ 500-1,000 mg จะกำลังดีครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “วิตามินซี” ยี่ห้อไหนดี

เผื่อใครที่ไม่มีเวลาอ่านเนื้อหาทั้งหมด หรืออยากเห็นตารางเปรียบเทียบของแต่ละยี่ห้อ มาเรียงกันให้ดูเลยว่า แต่ละตัวมีปริมาณวิตซีเท่าไร มีสารอาหารอื่น ๆ อีกไหม ก็กดเข้าไปดูที่ปุ่มด้านล่างได้เลยครับ




1. วิตามินซี ยี่ห้อ DHC Vitamin C

1. วิตามินซี ยี่ห้อ DHC Vitamin C

ราคาโดยประมาณ 69 / 145 / 300 บาท ต่อ 40 / 120 / 180 เม็ด

ถ้าพูดถึงยี่ห้อวิตามินซีที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และถูกใจใครหลาย ๆ คนในบ้านเรา คงต้องยกให้กับ DHC Vitamin C จากญี่ปุ่น ยี่ห้อนี้เลยครับ เพราะด้วยราคาที่ไม่แพงจนเกินไป หาซื้อได้ง่าย และที่สำคัญปริมาณของวิตซีต่อ 1 แคปซูลจะอยู่ที่ 500 mg ซึ่งถือว่ากำลังดี พอให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันอยู่ และยังพิเศษกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ตรงที่มีการเสริมวิตามิน B2 ปริมาณ 1 mg มาด้วย ซึ่งวิตามิน B2 จะมาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของวิตามิน C ให้ดีขึ้น ส่วนตัวแพ็กเกจก็มาแบบซองทึบพร้อมด้วยซิปล็อค จึงทำให้ตอนแกะออกมาทาน, เคลื่อนย้าย และจัดเก็บก็ทำได้สะดวกด้วย ยังไงถ้าไม่เคยทานวิตซีมาก่อน หรือไม่รู้จะซื้อยี่ห้อไหนดี ขอแนะนำ DHC ตัวนี้เลยครับ

ประเภทแคปซูล
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค500 mg
สารอาหารเพิ่มเติมวิตามิน B2 1 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน2 แคปซูล ตอนเช้า 1 และตอนเย็น 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
ลักษณะของแพ็กเกจซองทึบ พร้อมซิปล็อค
สัญชาติญี่ปุ่น
ปราศจากน้ำตาล

2. ยี่ห้อ Kirkland Signature Vitamin C

Kirkland Signature เป็นยี่ห้อนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา จึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพของสินค้าได้เลยครับ โดย Vitamin C ของยี่ห้อนี้ เอาจริง ๆ ก็มีแบบ 1,000 mg ต่อเม็ดวางขายอยู่เช่นกัน แต่ผมว่าตัว 500 mg ต่อเม็ดน่าสนใจกว่า เพราะมีปริมาณของวิตซีที่ไม่มากจนเกินไป และแบ่งไปทานเช้าหนึ่งครั้งเย็นหนึ่งครั้งจะดีกว่าที่ทาน 1,000 mg ครั้งเดียว อีกทั้งยังเป็นวิตามินซีที่สามารถเขี้ยว หรืออมให้ละลายในปากได้ พร้อมด้วยรสส้มที่อร่อยมาก! ออกแนวเปรี้ยวหวาน ซึ่งไม่เหมือนยี่ห้ออื่น ๆ ที่จะทานคล้ายยาและไม่มีความอร่อยใด ๆ รวม ๆ แล้วก็เป็นอีกยี่ห้อที่น่าสนใจ เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี แต่ราคาแอบแพงไปนิดถ้าเทียบกับ DHC ครับ

ประเภทเม็ด เขี้ยวหรืออมละลายในปากได้
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค500 mg
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน2 เม็ด ตอนเช้า 1 และตอนเย็น 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
ลักษณะของแพ็กเกจขวดพลาสติก มีฝาเปิดปิด
สัญชาติสหรัฐ
ปราศจากน้ำตาล✓ ใช้สารให้ความหวานทดแทน

3. ยี่ห้อ 21st Century Vitamin C

3. ยี่ห้อ 21st Century Vitamin C

ราคาโดยประมาณ 169 / 389 บาท ต่อ 110 / 250 เม็ด

21st Century ก็เป็นอีกยี่ห้อจากสหรัฐอเมริกาเหมือนกับ Kirkland ตัวด้านบน โดยจุดเด่นที่เด่นกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ตรงที่มีปริมาณวิตซีต่อเม็ดให้เลือกซื้อกันหลายขนาด ตั้งแต่ 250, 500 หรือ 1,000 mg ต่อเม็ด ซึ่งถ้าเป็นไปได้การเลือกซื้อแบบ 250 mg จะดีที่สุด เพราะช่วยให้แบ่งการทานออกเป็น 3-4 ครั้งต่อวัน ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีได้เต็มที่ แต่ก็จะทำให้แอบรู้สึกน่ารำคาญไปบ้าง แป๊บ ๆ เอาอีกละ ต้องทานอีกละ ผมเลยแนะนำว่าซื้อแบบ 500 mg แล้วแบ่งทานเป็นเช้ากับเย็นเหมือนยี่ห้อบน ๆ จะดีกว่า อีกทั้งยี่ห้อนี้ เขายังเสริมแคลเซียม 30 mg ต่อเม็ด มาให้ด้วยนะครับ ก็ถือว่าแอบได้สารอาหารมากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ส่วนราคาก็ไม่แพงมากด้วย ลองซื้อไปทานกันสิครับ

ประเภทเม็ด
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค500 mg
สารอาหารเพิ่มเติมแคลเซียม 30 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน2 เม็ด ตอนเช้า 1 และตอนเย็น 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
ลักษณะของแพ็กเกจขวดพลาสติก มีฝาเปิดปิด
สัญชาติสหรัฐ
ปราศจากน้ำตาล


4. ยี่ห้อ Blackmores vitamin C

4. ยี่ห้อ Blackmores vitamin C

ราคาโดยประมาณ 295 / 650 บาท ต่อ 50 / 125 เม็ด

ถ้าพูดถึงเรื่องวิตามินอาหารเสริมสำหรับคนไทยแล้ว จะพลาดยี่ห้อ Blackmores จากออสเตรเลียไปไม่ได้เลยครับ เพราะมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ และเรื่องคุณภาพนั้นก็หายห่วง แต่ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนปวดหัวก็คือ มีสินค้าวิตามินซีขายกันหลายแบบมาก ๆ ทั้งแบบธรรมดาหรือ Bio C ละยังแบ่งเป็นแบบเม็ดกลืนพร้อมน้ำ, แบบเม็ดเขี้ยวได้, แบบเม็ดออกฤทธิ์นาน หรือแบบเยลลี่ก็มีขายด้วย ส่วนปริมาณก็มีให้เลือกเช่นกันทั้งแบบ 500 หรือ 1,000 mg ผมก็ยังคงแนะนำเช่นเคยว่า ให้เลือกซื้อที่ 500 mg ส่วนรูปแบบของเม็ด ชอบแบบไหนก็เลือกซื้อแบบนั้นได้เลยครับ แต่ด้วยความที่มีคุณภาพดีมาก ก็ทำให้เป็นวิตามินซีที่แพงมากเช่นกัน และแพงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด ถ้างบเหลือ ๆ ก็จัดไปครับ

ประเภทเม็ด
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค500 mg
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน2 เม็ด ตอนเช้า 1 และตอนเย็น 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
ลักษณะของแพ็กเกจขวดแก้วสีชา มีฝาเปิดปิด
สัญชาติออสเตรเลีย
ปราศจากน้ำตาล

5. ยี่ห้อ Solaray Timed Release Vitamin C

Solaray Timed Release Vitamin C เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่น่าสนใจจากสหรัฐ และมีปริมาณวางขายแบบ 500 หรือ 1,000 mg เช่นเดียวกันกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ผมก็ยังคงแนะนำให้เลือกซื้อแบบ 500 mg เช่นเดิมครับ โดยยี่ห้อนี้จะพิเศษกว่าใครตรงที่ ทางแบรนด์เขาได้ออกแบบให้การละลายของวิตามินซีออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน โดยช่วงแรกจะเป็นการละลายครึ่งเม็ดอย่างรวดเร็วเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตซีในทันที ส่วนที่เหลืออีกครึ่งเม็ดจะเป็นการละลายแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งใช้เวลานานถึง 12 ชั่วโมง นั้นหมายความว่า ถ้าทานตอนแปดโมงเช้า ร่างกายจะยังคงมีวิตซีไปถึงสองทุ่มเลยทีเดียว จึงช่วยให้แบ่งการทานออกเป็น 2 ครั้งต่อวันได้ง่าย ๆ ด้วยครับ

ประเภทแคปซูล
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค500 mg
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน2 แคปซูล ตอนเช้า 1 และตอนเย็น 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
ลักษณะของแพ็กเกจกระปุกพลาสติกสีขาวขุ่น พร้อมฝาเปิดปิด
สัญชาติสหรัฐ
ปราศจากน้ำตาล

6. วิตามินซีเม็ดฟู่ ยี่ห้อ Voost Vitamin C

6. วิตามินซีเม็ดฟู่ ยี่ห้อ Voost Vitamin C

ราคาโดยประมาณ 169 / 495 บาท ต่อ 20 / 60 เม็ด

ได้เห็นวิตามินซีแบบเม็ด ๆ หรือแบบทานปกติกันไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูแบบเม็ดฟู่ละลายน้ำกันบ้างกับยี่ห้อ Voost Vitamin C ซึ่งเป็นของสัญชาติออสเตรเลีย แต่ได้ไปทำการผลิตที่เยอรมัน ทำให้มั่นใจในเรื่องของคุณภาพได้แบบสุด ๆ แต่ก็ทำให้มีราคาแอบแรงแบบสุด ๆ ด้วยเช่นกัน (ตกเม็ดละประมาณ 8 บาท) และนอกจากเรื่องคุณภาพแล้ว ก็มีความอร่อยมากกว่าพวกยี่ห้อที่ผ่าน ๆ มาด้วย เพราะไม่ได้ทานพร้อมน้ำเแบบเดิม ๆ แต่ต้องนำไปละลายในน้ำ และเมื่อละลายแล้ว ก็จะได้น้ำสีส้มเข้มที่ให้รสส้มเข้มข้นพร้อมด้วยความหวานเปรี้ยวกำลังดี อร่อยใช้ได้เลยครับ แต่ด้วยการที่ 1 เม็ด มีวิตซีสูงถึง 1,000 mg ทำให้เมื่อทานแล้ว ร่างกายอาจจะดูดซึมได้ไม่หมด แล้วขับส่วนที่เหลือออกทางฉี่ กลายเป็นเสียของไปซะเปล่า ๆ ถ้าเป็นไปได้ ลองทานทีครั้งละครึ่งเม็ดสิครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค1,000 mg
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ดละลายในน้ำ 200 ml เวลาไหนก็ได้ แต่ช่วงเช้าจะดีที่สุด
ลักษณะของแพ็กเกจแท่งกลมขนาดเล็ก
สัญชาติออสเตรเลีย
ปราศจากน้ำตาล✓ ใช้สารให้ความหวานทดแทน


7. ยี่ห้อ AirBorne, Blast of Vitamin C

7. ยี่ห้อ AirBorne, Blast of Vitamin C

ราคาโดยประมาณ 235 / 765 บาท ต่อ 10 / 36 เม็ด

ตอนแรกว่า Voost แพงแล้ว พอมาเจอยี่ห้อ Airborne จากสหรัฐอเมริกากลับแพงยิ่งกว่า โดยจะตกเม็ดละประมาณ 21-23 บาท! เลยทีเดียว ถ้ามีงบไม่มากพอ ไปซื้อยี่ห้ออื่นทานเถอะครับ แต่ที่ราคาแพงขนาดนี้ ก็เพราะจัดหนักจัดเต็มไปด้วยคุณภาพนั้นเอง โดยใน 1 เม็ดฟู่ นอกจากจะมีวิตซีสูงถึง 1,000 mg แล้ว ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ อีกเพียบ (เช็คได้ที่ตารางด้านล่าง) และที่สำคัญยังช่วยส่งเสริมเรื่องผิวสวยแบบสุด ๆ เพราะมีวิตามิน A และวิตามิน E ถ้าใครเน้นเรื่องบำรุงผิวแล้ว ยี่ห้อนี้ถือว่าตอบโจทย์ อีกทั้งยังมีความอร่อย และมีรสชาติที่หลากหลายให้เลือกซื้อกันด้วยอย่าง รสมะนาว, รสเบอร์รี่, รสส้ม และรสส้มโอ ชอบรสไหนก็เลือกซื้อรสนั้นมาทานได้เลยครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค1,000 mg
สารอาหารเพิ่มเติมวิตามิน A 600 mcg / วิตามิน E 13.5 mg / แมกนีเซียม 40 mg / สังกะสี 8 mg / ซีลีเนียม 15 mcg / แมงกานีส 3 mg / โพแทสเซียม 75 mg / สารสกัดสมุนไพรหลายชนิด 350 mg / กรดอะมิโน่ L-Glutamine และ L-Lysine  50 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวันทางแบรนด์แนะนำว่า 2 เม็ด ต่อวัน แต่ผมว่า 1 เม็ดก็พอครับ
ลักษณะของแพ็กเกจแท่งกลมขนาดเล็ก
สัญชาติสหรัฐ
ปราศจากน้ำตาล✓ ใช้สารให้ความหวานทดแทน

8. ยี่ห้อ Mivolis DM Vitamin C 

ถ้ากำลังมองหาวิตามินซีเม็ดฟู่ละลายน้ำที่ราคาย่อมเยา และมีคุณภาพดีอยู่ละก็ ผมขอแนะนำให้รู้จักกับยี่ห้อ Mivolis DM Vitamin C จากเยอรมันกันเลยครับ โดยแต่ละเม็ดจะตกที่ประมาณ 2-3 บาทเท่านั้น ซึ่งถูกกว่ายี่ห้อเม็ดฟู่ด้านบน ๆ แบบคนละเรื่อง แต่ด้วยความที่ราคาถูกกว่า ก็ทำให้ปริมาณของวิตซีมีน้อยกว่าด้วยเช่นกัน ซึ่งจะอยู่ที่ 240 mg เท่านั้น ถือว่าน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับทุกยี่ห้อบน ๆ เลย แต่ผมว่ากลับเป็นข้อดี เพราะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทัน และช่วยให้แบ่งการทานออกเป็น 3-4 ครั้งตลอดวันได้ด้วย แค่อาจจะยุ่งยากตรงที่ต้องทานบ่อยกว่ายี่ห้ออื่น ๆ แต่เพื่อสุขภาพและ Vitamin C พอจะดื่มน้ำ ก็เอาเม็ดฟู่มาละลายดื่มไปด้วยเลย อีกทั้งยังทำให้น้ำมีรสส้มหวานอมเปรี้ยว ดื่มได้อร่อยกว่าเดิมด้วยนะครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค240 mg
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวันทางแบรนด์แนะนำว่า 1 เม็ด ต่อวัน แต่ผมว่าน้อยไปสัก 2-3 เม็ดกำลังดีครับ
ลักษณะของแพ็กเกจแท่งกลมขนาดเล็ก
สัญชาติเยอรมัน
ปราศจากน้ำตาล✓ ใช้สารให้ความหวานทดแทน

9. ยี่ห้อ Demosana Vitamin C

Demosana Vitamin C เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อวิตามินซีเม็ดฟู่ราคาย่อมเยา และมาจากเยอรมันเช่นเดียวกันกับยี่ห้อด้านบน แต่จะมีปริมาณของวิตซีที่ค่อนข้างน้อยมาก จะอยู่ที่เม็ดละ 46 mg เท่านั้น เรียกได้ว่าน้อยมากกกกกก แต่ก็เหมาะสำหรับคนที่ได้รับวิตซีจากการทานอาหารปกติมากเพียงพออยู่แล้ว และอยากทานเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือไม่ชอบดื่มน้ำจืด ๆ ก็สามารถเอาเม็ดฟู่ไปละลายเพื่อให้มีกลิ่นหอมมะนาวและรสออกเปรี้ยว ๆ จึงทำให้ดื่มน้ำได้อร่อยมากยิ่งขึ้น ก็ซื้อยี่ห้อนี้ได้เลยครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค46 mg
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน3-4 เม็ดต่อวัน หรือแล้วแต่สะดวก พยายามอย่าเกิน 1,000 mg ใน 1 วัน
ลักษณะของแพ็กเกจแท่งกลมขนาดเล็ก
สัญชาติเยอรมัน
ปราศจากน้ำตาล✓ ใช้สารให้ความหวานทดแทน

10. ยี่ห้อ Swisse Vitamin C

เจอกับวิตามินซีเม็ดฟู่ความเข้มข้นน้อย ๆ ไปกันบ้างแล้ว คราวนี้กลับมาดูที่ความเข้มข้น 1,000 mg ของยี่ห้อ Swisse Vitamin C กันดีกว่าครับ โดยเป็นยี่ห้อจากออสเตรเลียอีกแล้ว (เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเสริมจริง ๆ) และถ้าเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ ก็ดูเดิม ๆ ไม่มีอะไรแตกต่างอย่างเป็นพิเศษ แต่ตัวนี้จะมีรสชาติของสตรอว์เบอร์รีที่มีหลาย ๆ คนบอกเลยว่า รสชาติอร่อยมาก และเวลาละลายในน้ำแล้ว ก็ให้สีชมพูที่ดูสวยน่าดื่มดีด้วย ก็ถือเป็นอีกทางเลือกของวิตามินซีเม็ดฟู่ ถ้าเบื่อยี่ห้ออื่น ๆ รสชาติเดิม ๆ ก็ลองมาดื่มยี่ห้อนี้ดูครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
ปริมาณ Vitamin C ต่อหน่วยบริโภค1,000 mg
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ดละลายในน้ำ 200 ml เวลาไหนก็ได้ แต่ช่วงเช้าจะดีที่สุด
ลักษณะของแพ็กเกจแท่งกลมขนาดเล็ก
สัญชาติออสเตรเลีย
ปราศจากน้ำตาล✓ ใช้สารให้ความหวานทดแทน

เป็นยังไงกันบ้างครับ ได้เห็น “วิตามินซี” ยี่ห้อไหนดีกันไปแล้วถึง 10 ยี่ห้อ ที่มีทั้งแบบเม็ดที่ทานพร้อมน้ำแนวทานยาทั่ว ๆ ไป หรือแบบวิตามินซีเม็ดฟู่ที่ต้องละลายน้ำก่อนจึงจะทานได้ สนใจอยากจะซื้อแบบไหน ยี่ห้อไหนไปทานกันบ้างครับ? ตัวผมเองจะชอบแบบเม็ดมากกว่าเพราะว่า มันสะดวกและง่ายดี แต่ตอนนี้ก็ชักสนใจอยากจะลองแบบเม็ดฟู่บ้างเหมือนกัน เห็นตอนละลายในน้ำแล้ว ดูน่าอร่อยดีอะครับ ยังไงก็ขอให้ได้ยี่ห้อที่ถูกใจ ทานแล้วช่วยป้องกันไข้หวัด ช่วยบำรุงผิวให้ดูสุขภาพดีกันด้วยนะครับผม

และนอกจากเรื่องอาหารเสริมแล้ว ด้วยความที่วิตามินซีมีสรรพคุณในเรื่องของการดูแลผิวและเรื่องของความงามเอามาก ๆ ทำให้สกินแคร์หลาย ๆ ยี่ห้อก็นำวิตซีไปใช้เป็นส่วนผสมด้วย ถ้าสนใจยังไงก็ลองไปอ่านบทความด้านล่างได้นะครับ