+ “วิตามินรวม” ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "วิตามินรวม" ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

ไหน ๆ ใครเป็นคนที่ทานอาหารไม่หลากหลาย วัน ๆ ทานแต่อาหารตามสั่งเพียงอย่างเดียว วน ๆ ไปมีแต่กระเพราและกระเพราะกับกระเพราตลอดทั้งวัน หรือทานแต่เนื้อ ๆๆ และเนื้อ ๆ ผักผลไม้ก็ไม่ทาน หรือทานน้อยมาก แล้วกลัวว่าจะได้รับสารอาหารที่ไม่หลากหลาย ขาดวิตามินและแร่ธาตุไปหลายตัว ถ้ายังงั้นต้องหา “วิตามินรวม” มาทานเสริมกันดีกว่าครับ แล้ววิตามินรวมคืออะไร ทานแล้วจะดีจริงไหม คุ้มค่าต่อการซื้อหรือเปล่า อีกทั้งจะซื้อยี่ห้อไหนดี มีขายกันหลายยี่ห้อเอามาก ๆ ถ้ายังงั้นต้องไปดูรีวิวของวิตามินรวมแต่ละยี่ห้อที่ด้านล่างได้เลยครับ



เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยของ “วิตามินรวม”

เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยของ "วิตามินรวม"

วิตามินรวม คือ อาหารเสริมในรูปแบบเม็ด, แคปซูล, ผง, เยลลี่, เม็ดฟู่ละลายน้ำ หรือรูปแบบอื่น ๆ ที่ประกอบไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด เช่น A, B1, B2, B3, B6, B12, C, D, E เป็นต้น ที่ทางผู้ผลิตจัดทำขึ้นมา เพื่อให้สะดวกแก่การทาน ไม่ยุ่งยาก และง่ายต่อการได้รับสารอาหารที่หลากหลายเพิ่มเติมนั้นเอง แต่วิตามินที่มีอยู่ในอาหารเสริมเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นวิตามินแบบสังเคราะห์ ไม่ใช่วิตามินจากธรรมชาติ ถ้าเป็นไปได้การที่ร่างกายได้รับวิตามินจากธรรมชาติย่อมดีกว่า พวกอาหารเสริมถือว่าเป็นตัวช่วยเท่านั้นครับ

แต่นอกจากวิตามินที่ร่างกายต้องการแล้ว ยังมี “แร่ธาตุ” อีกหลายชนิดที่มีประโยชน์และช่วยส่งเสริมสุขภาพของร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม,​ แมกนีเซียม, ไอโอดีน, ธาตุเหล็ก, สังกะสี, ทองแดง หรืออื่น ๆ ทำให้อาหารเสริมบางยี่ห้อ ก็ไม่ได้มีแค่วิตามินเท่านั้น ยังได้ใส่แร่ธาตุอีกหลายชนิดเข้ามาด้วย จึงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า แต่ก็ทำให้ราคาแพงเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

แล้วแบบนี้จะเลือกซื้อ “อาหารเสริมวิตามินรวม” อย่างไรดี?

แล้วแบบนี้จะเลือกซื้อ "อาหารเสริมวิตามินรวม" อย่างไรดี?

ผมแนะนำว่า ถ้าอยากเน้นสะดวกมากที่สุด ขี้เกียจทานอาหารเสริมหลายตัว ให้เลือกซื้อยี่ห้อที่มีทั้งวิตามินและแร่ธาตุรวมกันไปเลย จะได้ง่าย ครบ ทานแล้วจบในเม็ดเดียว ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกนิดดีกว่าครับ แต่จริง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อ ถ้าคิดว่าได้รับแร่ธาตุจากอาหารปกติเยอะอยู่แล้ว หรือคิดว่าไม่จำเป็น ก็เลือกซื้อยี่ห้อที่มีแค่วิตามินเท่านั้นก็ได้ ประหยัดเงินด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม พวกอาหารเสริมที่มีวิตามินและแร่ธาตุรวมแบบนี้ ปริมาณของวิตามินหรือแร่ธาตุที่ใส่มาจะน้อยกว่าพวกอาหารเสริมที่ขายแบบแยกเฉพาะ เช่น อาหารเสริมวิตามิน C อย่างเดียวก็จะมีปริมาณวิตามิน C สูงกว่า หรือ อาหารเสริมแมกนีเซียมก็จะเน้นแมกนีเซียมที่มากกว่าแบบพวกรวมมิตร เป็นต้น เพราะฉะนั้น ถ้ามีความต้องการที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงเช่น เน้นเรื่องความสวยงาม ผิวสวยใส หรือเน้นบำรุงสมอง พวกวิตามินและแร่ธาตุรวมแบบนี้ จะไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไรนัก เพราะปริมาณที่ไม่มากพอ แต่ถ้าไม่ได้เน้นอะไรมาก ทานเพื่อเสริมสารอาหารให้ร่างกายมีสุขภาพดี อาหารเสริมแบบรวมมิตรก็ถือว่าเอาอยู่ครับ

ยังไงถ้าสนใจที่อยากจะซื้อเฉพาะอาหารเสริมวิตามิน C หรืออยากได้ความรู้เรื่องประโยชน์ของวิตามิน B ก็ลองไปดูที่บทความด้านล่างได้นะครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “วิตามินรวม” ยี่ห้อไหนดี

สำหรับใครที่อยากเห็นตารางเปรียบเทียบของสินค้าแต่ละยี่ห้อ ว่าให้วิตามินอะไรบ้าง ให้แร่ธาตุด้วยไหม แบบรวมรัด ก็กดเข้าไปดูที่ปุ่มด้านล่างได้เลยครับ



1. วิตามินรวม ยี่ห้อ DHC Multi Vitamin

ถ้าพูดถึงวิตามินรวมยี่ห้อไหนดีแล้วละก็ ต้องขอยกให้กับยี่ห้อ DHC จากญี่ปุ่นตัว Multi Vitamin ซองสีส้มขาวกันเลยครับ โดยจะมีวิตามินรวมกันถึง 12 ชนิด (สามารถดูได้ที่ตารางด้านล่าง) ซึ่งแต่ละชนิดก็ถือว่า เป็นวิตามินสำคัญที่ร่างกายควรจะได้รับในทุก ๆ วัน ซึ่งทาง DHC เอง ก็ได้จัดปริมาณของวิตามินเหล่านี้ มาในระดับที่เหมาะสมต่อความต้องการในแต่ละวันด้วย

และเนื่องจากราคาที่ย่อมเยามาก ๆ นี่เอง จึงช่วยให้ซื้อมาทานกันได้สบาย ๆ ไม่ทำร้ายกระเป๋าเงินมากนัก อีกทั้งยังเหมาะสำหรับมือใหม่ หรือใครที่ไม่เคยทานวิตามินรวมมาก่อน การเริ่มจาก DHC Multi Vitamin ตัวนี้ ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีครับ แต่ ๆๆ ตัวนี้จะมีเฉพาะวิตามินเท่านั้น ถ้าอยากได้แร่ธาตุเสริมเพิ่มเติมด้วย ต้องซื้อ DHC Multi Minerals ซองสีเทาขาวมาทานเพิ่มเอา หรือซื้อซองสีเขียวที่เป็นแบบรวมวิตามินและแร่ธาตุไว้ในซองเดียวกันมาทานแทนครับ

ประเภทเม็ด
มีวิตามิน12 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีA, B1, B2, B3, B5, B6, B7, B9, B12, C, D, E
มีแร่ธาตุ
ประเภทของแร่ธาตุที่มี
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด พร้อมมื้ออาหารมื้อใดก็ได้
สัญชาติญี่ปุ่น

2. ยี่ห้อ Blackmores Multi Active

ราคาโดยประมาณ 239 / 404 บาท ต่อ 30 / 60 เม็ด

Blackmores เป็นยี่ห้อจากออสเตรเลียที่ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเสริมและได้รับความนิยมในบ้านเราเอามาก ๆ สำหรับวิตามินและแร่ธาตุรวมต้องยกให้กับ Multi Active ตัวนี้เลยครับ โดยจะมีวิตามินและแร่ธาตุรวมกันถึง 17 ชนิด แถมยังเพิ่มเติมเสริมสารอาหารอื่น ๆ อย่าง Coenzyme Q10 ที่จะมาช่วยให้กระบวนการผลิตพลังงานให้แก่เซลล์ในร่างกาย อีกทั้งยังมีทอรีนและลูทีนที่จะมาช่วยกันบำรุงสายตา ซึ่งเหมาะมาก ๆ กับคนรุ่นใหม่ที่มองหน้าจอคอมและมือถือตลอดทั้งวัน และที่พิเศษกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ก็คือ สารสกัดจากใบอาร์ติโชคที่จะมาช่วยบำรุงตับ, หัวใจ และลดคอเลสเตอรอลกันด้วย อย่างไรก็ตามด้วยสารอาหารที่มีหลายอย่างขนาดนี้ ก็ทำให้มีราคาที่ค่อนข้างแพงด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ก็จัดเลยครับ

ประเภทเม็ด
มีวิตามิน9 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีA, B1, B2, B3, B5, B6, B7, C, E
มีแร่ธาตุ8 ชนิด
ประเภทของแร่ธาตุที่มีแคลเซียม, แมกนีเซียม, ทองแดง, โครเมียม, ธาตุเหล็ก, สังกะสี, แมงกานีส, ซีลีเนียม
สารอาหารเพิ่มเติมCoenzyme Q10, สารสกัดจากใบอาร์ติโชค, ทอรีน, ลูทีน
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด พร้อมมื้ออาหารมื้อใดก็ได้
สัญชาติออสเตรเลีย

3. ยี่ห้อ Kirkland Signature Daily Multi Vitamins & Minerals

สหรัฐอเมริกาเป็นอีกประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเสริมเอามาก ๆ และมีวางขายกันหลากหลายยี่ห้อด้วย โดยหนึ่งในยี่ห้อที่น่าสนใจและผมอยากจะมาแนะนำให้รู้จักกันก็คือ Kirkland Signature กับตัว Daily Multi Vitamins & Minerals เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุรวมกันในเม็ดเดียวถึง 26 ชนิด! แถมยังมีสารอาหารเพิ่มเติมอีก 5 ชนิดด้วย มากกว่าพวกยี่ห้อบน ๆ คนละเรื่อง ส่วนปริมาณของแต่ละตัวก็ถือว่าเหมาะสมต่อความต้องการในแต่ละวันของร่างกายอยู่ แต่ถ้าไปเทียบกับพวกยี่ห้อเกรด Premium หรือราคาที่แพงกว่า ก็จะมีปริมาณที่น้อยกว่า อย่างไรก็ตามด้วยราคาที่ย่อมเยามาก ๆ ตกเม็ดละประมาณ 2 บาทเท่านั้น! ถ้าไม่รู้จะทานวิตามินและแร่ธาตุรวมยี่ห้อไหนดี Kirkland Signature ตอบโจทย์แบบสุด ๆ เลยครับ

ประเภทเม็ด
มีวิตามิน13 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีA, B1, B2, B3, B5, B6, B7, B9, B12, C, D, E, K
มีแร่ธาตุ13 ชนิด
ประเภทของแร่ธาตุที่มีแคลเซียม, แมกนีเซียม, ทองแดง, โครเมียม, ธาตุเหล็ก, สังกะสี, แมงกานีส, ซีลีเนียม, ฟอสฟอรัส, ไอโอดีน, โมลิบดินัม, คลอไรด์ , โปสแตสเซียม,
สารอาหารเพิ่มเติมไลโคปีน, ลูทีน, โบรอน, วาเนเดียม, ซิลิคอน
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด พร้อมมื้ออาหารมื้อใดก็ได้
สัญชาติสหรัฐอเมริกา


4. ยี่ห้อ Centrum Dietary Supplement

ราคาโดยประมาณ 279 / 829 บาท ต่อ 30 / 108 เม็ด

Centrum เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อจากสหรัฐที่หลาย ๆ คนน่าจะพอคุ้นหูกันมาบ้าง โดยเป็นแบรนด์ขายวิตามินและแร่ธาตุรวม ที่แยกย่อยออกเป็นหลายแบบเอามาก ๆ ทั้งแบบ Silver สำหรับผู้สูงอายุวัย 50+, แบบ Multi Beauti ที่เน้นเรื่องความสวยความงาม, แบบ For Men สำหรับผู้ชาย หรือแบบ For Women สำหรับผู้หญิง เป็นต้น แต่ตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นแบบ Centrum ตัวต้นตำรับที่เหมาะสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่มีอายุ 12-49 ปี รวมถึงวัยเรียนและวัยทำงาน เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุรวมกันถึง 22 ชนิด พร้อมด้วยเบต้าแคโรทีน, ลูทีน และไลโคปีน อีกทั้งยังจัดปริมาณแต่ละวิตามินและแร่ธาตุมาให้อย่างเหมาะสมกับในช่วงวัยนี้ด้วย แต่ด้วยการจัดเต็มทั้งชนิดและปริมาณ ก็ทำให้ Centrum มีราคาที่ค่อนข้างแพงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ แต่ยี่ห้อนี้ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ

ประเภทเม็ด
มีวิตามิน12 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีA, B1, B2, B3, B5, B6, B9, B12, C, D, E, K
มีแร่ธาตุ10 ชนิด
ประเภทของแร่ธาตุที่มีแคลเซียม, แมกนีเซียม, ทองแดง, โครเมียม, ธาตุเหล็ก, สังกะสี, แมงกานีส, ซีลีเนียม, ฟอสฟอรัส, ไอโอดีน
สารอาหารเพิ่มเติมเบต้า-แคโรทีน, ไลโคปีน, ลูทีน
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด พร้อมมื้ออาหารมื้อใดก็ได้
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

5. ยี่ห้อ Life Extension Two-Per-Day Capsules

ถ้ากำลังมองหาวิตามินรวมยี่ห้อที่ค่อนข้าง Premium มากที่สุด และได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาดีมาก ๆ คงต้องลอง Life Extension ตัว Two-Per-Day เลยครับ โดยจะมีให้เลือกซื้อกันทั้งแบบแคปซูลหรือแบบเม็ด ชอบทานแบบไหนก็เลือกซื้อแบบนั้นได้เลย ซึ่งในแต่ละเม็ดจะประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวม 20 ชนิด พร้อมด้วยปริมาณที่จัดมาให้ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีสารอาหารเพิ่มเติมถึง 7 ชนิดที่แต่ละตัวเรียกได้ว่าเด็ด ๆ ทั้งนั้น ตัวอย่างเช่น แอลฟาไลโพอิกแอซิดหรือ ALA ที่จะมาช่วยให้ร่างกายสามารถนำวิตามิน C, E, Coenzyme Q10 และกลูตาไธโอนกลับมาใช้ได้อีกครั้ง พร้อมทั้งยังช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระอีกด้วย ส่วนโทโคฟีรอลก็คือรูปแบบหนึ่งของวิตามิน E ทำให้ทานแล้วได้รับวิตามิน E เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น ดูรวม ๆ แล้ว เป็นยี่ห้อที่จัดหนักจัดเต็ม แต่ราคากลับไม่แพงมากนัก ถือว่าน่าสนใจมาก ๆ เลยครับ

ประเภทแคปซูล / เม็ด
มีวิตามิน13 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีA, B1, B2, B3, B5, B6, B7, B8, B9, B12, C, D, E
มีแร่ธาตุ7 ชนิด
ประเภทของแร่ธาตุที่มีแมกนีเซียม, โครเมียม, สังกะสี, แมงกานีส, ซีลีเนียม, ไอโอดีน, โมลิบดินัม
สารอาหารเพิ่มเติมแอลฟาไลโพอิกแอซิด, โทโคฟีรอล, ไบโอ – เควอซิตินไฟโตโซม, สารสกัดดอกดาวเรือง, อะพิจีนีน, โบรอน, ไลโคปีน
ปริมาณที่ควรทานต่อวันทางแบรนด์แนะนำว่า 2 เม็ด พร้อมมื้ออาหารเช้า 1 อาหารเย็น 1 เม็ด แต่ผมว่า วันละ 1 เม็ดก็เพียงพอแล้วครับ
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

6. วิตามินรวมเม็ดฟู่ ยี่ห้อ Voost MultiVitamin + Minerals

ราคาโดยประมาณ 169 บาท ต่อ 20 เม็ด

เบื่อกับการทานอาหารเสริมแบบเดิม ๆ อยู่ใช่ไหม งั้นลองมาทานแบบเม็ดฟู่กันดีกว่ากับยี่ห้อ Voost แบรนด์จากออสเตรเลีย แต่ตัวสินค้าไปผลิตที่เยอรมัน เพราะฉะนั้นมั่นใจในเรื่องคุณภาพได้อย่างแน่นอน ซึ่ง Voost เองเนี่ยก็มีขายวิตามินเม็ดฟู่กันหลายแบบมาก ๆ ทั้งเม็ดฟู่วิตามิน C, บีรวม, แมกนีเซียม หรืออื่น ๆ แต่ถ้าต้องการวิตามินและแร่ธาตุรวมต้องซื้อตัว MultiVitamin นะครับ อย่างไรก็ตามถ้าดูจากข้อมูลตารางด้านล่างแล้ว จะเห็นว่า มีวิตามินและแร่ธาตุรวมค่อนข้างน้อยชนิดเมื่อเทียบกับพวกยี่ห้อแบบเม็ด ๆ ด้านบน จึงไม่ค่อยตอบโจทย์เรื่องความหลากหลายเท่าไรนัก แต่ถ้าเรื่องความอร่อยแล้ว ชนะขาด นาน ๆ ซื้อมาทานทีเปลี่ยนบรรยากาศเอาก็ได้ครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
มีวิตามิน11 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีB1, B2, B3, B5, B6, B7, B9, B12, C, D, E
มีแร่ธาตุ3 ชนิด
ประเภทของแร่ธาตุที่มีธาตุเหล็ก, สังกะสี, แมกนีเซียม
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ดละลายในน้ำ 200 ml
สัญชาติออสเตรเลีย


7. วิตามินรวมเม็ดฟู่ ยี่ห้อ Swiss Energy Gold Vitamins and Mineral

อยากลองทานวิตามินและแร่ธาตุรวมเม็ดฟู่เกรด Premium กันบ้างไหมครับ? ถ้าอยากละก็ ขอแนะนำยี่ห้อ Swiss Energy จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ, ประสิทธิภาพ และราคาแบบสุด ๆ โดยเม็ดฟู่ Gold Vitamins and Mineral ตัวนี้ จะตกเม็ดละประมาณ 34.5 บาท! ถ้าเรื่องเงินคือปัญหา ข้ามไปซื้อยี่ห้ออื่นหรือทานแบบเม็ดปกติดีกว่าครับ แต่ด้วยราคาที่แพงแบบนี้ ก็ทำให้จัดเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวมกันถึง 22 ชนิด! มากกว่าแบบเม็ด ๆ บางยี่ห้อซะอีก อีกทั้งยังเสริมลูทีนที่ช่วยบำรุงสายตามาด้วย ยังไงถ้ามีโอกาส ก็ลองหาซื้อมาทานกันดูนะครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
มีวิตามิน11 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีA, B1, B2, B3, B5, B6, B9, B12, C, E, K
มีแร่ธาตุ11 ชนิด
ประเภทของแร่ธาตุที่มีแมกนีเซียม, โครเมียม, สังกะสี, แมงกานีส, ซีลีเนียม, ไอโอดีน, โมลิบดินัม, โพแทสเซียม, แคลเซียม, ธาตุเหล็ก, ทองแดง
สารอาหารเพิ่มเติมลูทีน
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ดละลายในน้ำ 200 ml
สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์

8. วิตามินรวมเม็ดฟู่ ยี่ห้อ Interpharma Multivitamin

Interpharma Multivitamin เป็นวิตามินรวมเม็ดฟู่ที่มียอดขายดีและได้รับความนิยมเอามาก ๆ ในบ้านเรา เพราะด้วยราคาที่ย่อมเยา และมีรสชาติที่อร่อย ทานง่าย ทานแล้วไม่น่าเบื่อแบบพวกเม็ด ๆ เดิม ๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เม็ดฟู่ตัวนี้จะให้เฉพาะวิตามิน 10 ชนิดแก่ร่างกายเท่านั้น ไม่มีแร่ธาตุและสารอาหารเพิ่มเติมอื่น ๆ ดังนั้นถ้าทานตัวนี้ตัวเดียวโดด ๆ อาจจะไม่เหมาะเท่าไรนัก แต่ถ้าคิดว่าทานอาหารหลากหลาย หรือทานอาหารเสริมอื่น ๆ อยู่แล้ว และเพียงแค่ต้องการวิตามินเสริมเพิ่มเติมจากปกติ วิตามินรวมเม็ดฟู่ตัวนี้ ก็ตอบโจทย์อยู่ครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
มีวิตามิน10 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีB1, B2, B3, B5, B6, B7, B9, B12, C, E
มีแร่ธาตุ
ประเภทของแร่ธาตุที่มี
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ดละลายในน้ำ 200 ml
สัญชาติเยอรมัน

9. วิตามินรวมเม็ดฟู่ ยี่ห้อ Mivolis DM Multivitamin

Mivolis DM Multivitamin (ฝาสีม่วง) เป็นอีกยี่ห้อวิตามินเม็ดฟู่จากเยอรมันที่น่าสนใจ เพราะมีราคาที่ย่อมเยามากกกกกกก โดยจะตกที่เม็ดละประมาณ 3 บาทเท่านั้น จึงเหมาะมาก ๆ สำหรับหนุ่มสาววัยทำงานหรือพวกพนักงานออฟฟิศที่จะซื้อเพื่อไปใส่ละลายในน้ำดื่มจืด ๆ ให้มีความอร่อยเพิ่มเติม และดื่มแล้วก็ได้ประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นจากวิตามินรวม 10 ชนิดกันด้วย แต่ด้วยราคาที่ย่อมเยานี้เอง เม็ดฟู่ตัวนี้ก็จะให้แต่วิตามินเท่านั้น ไม่ให้แร่ธาตุและสารอาหารอื่น ๆ ถ้าอยากได้แร่ธาตุเพิ่มเติมต้องไปซื้อฝาสีน้ำเงินมาทานเพิ่มเอาครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
มีวิตามิน10 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีB1, B2, B3, B5, B6, B7, B9, B12, C, E
มีแร่ธาตุ
ประเภทของแร่ธาตุที่มี
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ดละลายในน้ำ 200 ml
สัญชาติเยอรมัน

10. วิตามินรวมเม็ดฟู่ ยี่ห้อ Altapharma Multivitamin 

ราคาโดยประมาณ 55 บาท ต่อ 20 เม็ด

Altapharma เป็นอีกยี่ห้อจากเยอรมันที่มีราคาย่อมเยาพอ ๆ กับ Mivolis DM ตัวด้านบน และมีขายหลากหลายชนิดของเม็ดฟู่เช่นเดียวกัน ถ้าอยากได้วิตามินรวมต้องซื้อตัว Multivitamin รสส้มมาทานนะครับ ถ้าซื้อรสอื่น ๆ จะได้สารอาหารอย่างอื่นแทน ระวังซื้อกันผิดด้วย เพราะแพ็กเกจแอบดูเหมือน ๆ กันไปหมดจริง ๆ ส่วนเรื่องวิตามินก็ให้ที่ 10 ชนิด ไม่มีแร่ธาตุหรือสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติม ก็แอบดูธรรมดา ๆ ไปบ้าง แต่ถ้าอยากได้ยี่ห้อนี้ แบบมีแร่ธาตุด้วย ต้องซื้อรสมะม่วงที่มีแร่ธาตุเพิ่มมาให้อีก 3 ชนิด (แคลเซียม, แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส) รวมเป็น 13 ชนิด แทนตัวนี้ครับ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
มีวิตามิน10 ชนิด
ประเภทของวิตามินที่มีB1, B2, B3, B5, B6, B7, B9, B12, C, E
มีแร่ธาตุ
ประเภทของแร่ธาตุที่มี
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ดละลายในน้ำ 200 ml
สัญชาติเยอรมัน

ได้เห็นและอ่านจนจบไปแล้วกับ “วิตามินรวม” ยี่ห้อไหนดี กันไปถึง 10 ยี่ห้อ ที่เป็นแบบเม็ดทานเหมือนยา 5 ยี่ห้อ และแบบเม็ดฟู่ละลายน้ำอีก 5 ยี่ห้อ มีความคิดว่าอยากจะซื้อยี่ห้อไหนไปทานเสริมเพิ่มเติมกันบ้างไหมครับ? สำหรับตัวผมเอง ผมจะซื้อแบบเม็ดไว้ทานตอนเช้า ส่วนแบบเม็ดฟู่จะเอาไว้ละลายน้ำแล้วดื่มตอนบ่าย ๆ หรือเย็น ๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นและคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ถ้ายังไงสนใจวิธีการทานแบบผมก็เอาไปใช้กันได้นะครับ ไม่หวงเลย ยังไงก็ขอให้ได้วิตามินรวมยี่ห้อที่ถูกใจ ทานแล้วมีสุขภาพที่ดีขึ้นกันด้วยนะครับผม