+ “วิตามินลดสิว” ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 9 ยี่ห้อ+

+ "วิตามินลดสิว" ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 9 ยี่ห้อ+

เคยเป็นกันบ้างไหมค่ะ ทำความสะอาดหน้าและผิวกายอย่างดีก็แล้ว ใช้สกินแคร์ต่าง ๆ ที่ช่วยต่อสู้กับสิวก็แล้ว ไปหาหมอสิวก็แล้ว แต่สิวก็ยังขึ้นเต็มหน้าเต็มหลังอยู่ดี ไม่หายไปสักที จะออกไปไหนก็ไม่กล้าเพราะหน้าเป็นสิว จะใส่เสื้อโชว์แผ่นหลังก็ยิ่งลืมไปได้เลย ที่สิวตัวร้ายไม่ยอมจากหายไปนั้น สาเหตุอาจจะเป็นเพราะว่า ร่างกายกำลังขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางอย่างอยู่นั้นเอง ถ้าใครที่กำลังประสบปัญหาแบบนี้อยู่ละก็ ลองมาทาน “วิตามินลดสิว” กันดีกว่าค่ะ พวกอาหารเสริมลดสิวนี้แหละ อาจจะเป็นคำตอบในการต่อสู้กับสิวอยู่ก็ได้ แล้วจะทานวิตามินลดสิวชนิดไหนดี หรือมียี่ห้ออะไรวางขายกันอยู่บ้างนั้น เราเตรียมรีวิวมาให้แล้ว ไปดูกันเลยค่ะ



วิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยในการต่อสู้กับสิว

วิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยในการต่อสู้กับสิว

ร่างกายนั้นมีความจำเป็นต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ รวมทั้งยังช่วยป้องกันพร้อมกับลดความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย แล้วจะมีวิตามินหรือแร่ธาตุตัวใดบ้าง ที่ช่วยในการต่อสู้กับสิว จากงานวิจัยและผลการศึกษาต่าง ๆ ก็พบว่ามีดังต่อไปนี้ค่ะ

  • สังกะสี (Zinc) : จากงานศึกษาและวิจัยของสารอาหารอย่าง Zinc ในเรื่องเกี่ยวกับสิวพบว่า Zinc จะช่วยลดการผลิตน้ำมันที่ไม่จำเป็นหรือน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าหรือตามผิวหนังของร่างกาย จึงทำให้ใบหน้าและผิวหนังไม่มันจนเกินไป ซึ่งความมันถือว่าเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเกิดสิว อีกทั้ง Zinc ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อของแบคทีเรีย อีกสาเหตุของการเกิดสิว รวมถึงการอักเสบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นบนใบหน้าหรือตามผิวหนังได้ ซึ่งก็มีงานวิจัยระบุว่า การได้รับ Zinc ที่ประมาณ 30 mg จะช่วยส่งผลดีต่อการลดสิวของร่างกาย และถือได้ว่า Zinc เป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดในการลดสิวเลยละค่ะ
  • วิตามิน A : วิตามิน A แบบทาลงบนผิวที่มีในพวกสกินแคร์หรือยาแต้มสิวอย่าง เรตินอล (รูปแบบหนึ่งของวิตามิน A) จะเห็นผลในการลดสิวได้ดีกว่าวิตามิน A แบบทาน แต่แบบทานก็ยังช่วยลดสิวอยู่นะคะ โดยวิตามิน A ที่ทานเข้าสู่ร่างกายจะช่วยให้เซลล์ผิวหนังมีสุขภาพดี และยังช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงมากกว่าเดิมด้วย เมื่อเซลล์ผิวหนังมีความแข็งแรง ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวนั้นเอง อีกทั้งวิตามิน A ยังช่วยลดการผลิตน้ำมันบนผิวหนังเหมือน Zinc อีกด้วยค่ะ
  • วิตามิน E : เอาจริง ๆ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า วิตามิน E สามารถช่วยในการลดสิวได้ แต่จากงานศึกษาตัวใหม่ได้ค้นพบว่า สาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่มีสิวขึ้นตามใบหน้าและร่างกายที่มากกว่าปกติ จะมีปริมาณของสารอาหารอย่าง Zinc, วิตามิน A และวิตามิน E ภายในร่างกายที่น้อยมาก จึงอาจจะตีความได้ว่า พอขาดแคลนสารอาหารทั้งสามอย่างนี้แล้ว ร่างกายจึงมีสิวนั้นเอง เพราะฉะนั้นก็อย่าลืมทานวิตามิน E เสริมเพื่อช่วยในการลดสิวด้วย
  • วิตามิน B6 : สำหรับวิตามินตัวนี้ หนุ่ม ๆ อาจจะไม่ได้ประโยชน์ในเรื่องลดสิเท่าไรนะคะ เพราะจากงานศึกษาอีกเช่นเคยจะพบว่า วิตามิน B6 จะช่วยในการลดสิวที่เกิดขึ้นจากการมีประจำเดือนค่ะ สาว ๆ คนไหนที่เวลามีประจำเดือนแล้วสิวชอบขึ้น ก็ลองทานวิตามิน B6 เสริมเพิ่มเติมดู นอกจากช่วยเรื่องสิวแล้ว ยังช่วยเรื่องของอารมณ์แปรปรวนกับการปวดหัวด้วยค่ะ
  • วิตามิน C : เป็นสารอาหารที่ไม่มีผลในเรื่องของการลดสิว แต่!!! จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนขึ้นมา เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ทั้งริ้วรอยแห่งวัย รวมถึงหลุมร่องที่เกิดจากสิว หน้าจึงดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใส ช่วยลดเลือนรอยดำรอยแดงต่าง ๆ ที่เกิดจากสิวได้ด้วยค่ะ

และนอกจากสารอาหารที่กล่าวมาข้างบนแล้ว ยังมีอาหารเสริมอีกหนึ่งตัวที่มีส่วนช่วยในการลดสิวได้ดี ซึ่งนั้นก็คือ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส โดยมีงานวิจัยได้ค้นพบว่า พริมโรสสามารถช่วยลดอาการสิวอักเสบ รวมถึงพวกร้ิวรอยต่าง ๆ ที่เกิดจากสิวได้อย่างมีนัยยะสำคัญค่ะ ก็ถ้าสนใจอยากซื้อพริมโรสมาทานละก็ ขอฝากบทความที่ด้านล่างด้วยค่า


แล้วแบบนี้จะเลือกซื้อ “อาหารเสริมลดสิว” กันยังไงดีละ?

แล้วแบบนี้จะเลือกซื้อ "อาหารเสริมลดสิว" กันยังไงดีละ?

ก็จากข้อมูลข้างต้น ก็ต้องเน้นไปที่สารอาหารอย่าง Zinc ก่อนแล้วจึงไปเน้นสารอาหารที่เหลือ หรือถ้าให้ดีก็เลือกซื้อยี่ห้อที่มีสารอาหารครบทุกตัวเลยก็ได้ จะได้สารอาหารที่ช่วยในการลดสิวครบ จบในยี่ห้อเดียว ไม่ต้องไปเลือกซื้ออาหารเสริมอื่น ๆ มาทานเพิ่มเติม และเนื่องจากคนเรามีร่างกายที่แตกต่างกัน ทำให้การทานอาหารเสริมลดสิวยี่ห้อเดียวกันอาจจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันด้วย แนะนำว่า ถ้าทานแล้วไม่ค่อยเห็นผล ก็ลองเปลี่ยนไปทานยี่ห้อที่มีปริมาณ Zinc ที่มากขึ้นดูค่ะ

และอยากจะขอเตือนกันนิดหนึ่งว่า การทานวิตามินลดสิวหรืออาหารเสริมลดสิวนั้น ค่อนข้างจะใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ของสิวนะคะ อย่างน้อยก็ 14 วัน บางคนอาจจะนานถึง 30 วันเลยก็มี เนื่องจากเป็นการทานอาหารเสริมเข้าไปเพื่อช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับสภาพ, รักษาและฟื้นฟู ไม่ได้เหมือนกับการทานยาหรือทายาแต้มสิวที่จะเห็นผลเร็วกว่า ของแบบนี้มันต้องใจเย็น ๆ ส่วนสาว ๆ ที่ตั้งครรภ์ หากอยากจะทานวิตามินลดสิว ขอแนะนำว่าให้ปรึกษาคุณหมอก่อนจะดีที่สุดนะคะ เพราะสารอาหารบางอย่าง ถ้าได้รับมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายและเป็นอันตรายได้ ระวังกันด้วยนะคะ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “วิตามินลดสิว” หรือ “อาหารเสริมลดสิว” ยี่ห้อไหนดี

เผื่อถ้าใครไม่มีเวลาอ่านเนื้อหาทั้งหมด หรืออยากดูแบบสรุปรวบรัดเอาเลยสะมากกว่า งั้นขอแนะนำให้ลองกดเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบที่ปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ กระชับ ฉับไว เทียบวิตามินลดสิวแต่ละยี่ห้อ ให้เห็นกันแบบจะ ๆ ไปเลยค่ะ



1. อาหารเสริมลดสิว ยี่ห้อ Puritan’s Pride Zinc for Acne

Puritan’s Pride Zinc for Acne จากสหรัฐอเมริกาที่แค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วนะคะว่า จะมาช่วยในการต่อสู้กับสิวและลดสิวได้อย่างแน่นอน โดยถ้าดูจากสารอาหารต่าง ๆ ที่ตารางด้านล่างแล้ว จะเห็นว่า มีทั้งแร่ธาตุและวิตามินที่ช่วยในการลดสิวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ Zinc ตัวสำคัญในการลดสิว รวมถึงวิตามิน A, E, B6 ที่จัดมาในปริมาณที่เหมาะสมในการต่อสู้กับสิว อีกทั้งยังเสริมด้วยวิตามิน C กับสารสกัด Rose Hip ที่อาจจะไม่ได้ช่วยลดสิวโดยตรง แต่จะมาช่วยลดเรือนริ้วรอยของสิวด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน รวมถึงทำให้ผิวดูกระจ่างใส รอยแดงรอยดำจากสิวก็ดูจางลงด้วย ยังไงถ้าไม่เคยทานอาหารเสริมลดสิวมาก่อน ขอแนะนำตัวนี้เลยค่ะ

ประเภทเม็ด
Zinc ต่อ 1 เม็ด25 mg
วิตามิน A 150 mcg
วิตามิน E11.25 mg
วิตามิน B610 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C : 75 mg / สารสกัด Rose Hip 5 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน2 เม็ด แบ่งเป็น เช้า 1 และเย็น 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

2. วิตามินลดสิว ยี่ห้อ Mega We Care Acna Care

ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารเสริมของคนไทย หลาย ๆ คนน่าจะต้องรู้จักกับยี่ห้อ Mega We Care กันแน่ ๆ โดยเขาก็มีอาหารเสริมที่จะมาช่วยในการต่อสู้กับสิวเช่นกันกับ Acna Care ที่จะมาในรูปแบบของแคปซูลชนิดนิ่ม ที่จะมีสารอาหารในการลดสิวสูตรลิขสิทธิ์เฉพาะอย่าง ACP Complex ซึ่งประกอบไปด้วยสารอาหารอย่าง Zinc, วิตามิน C, E, โครเมียม และสารสกัดจากสาหร่าย ดี ซาลีน่า อาจจะดู ๆ แล้วมีสารอาหารและปริมาณที่น้อยกว่าอาหารเสริมลดสิวตัวด้านบน แต่การเพิ่มโครเมียมเข้ามา ก็จะช่วยในการปรับสภาพผิว ส่วนสารสกัดจากสาหร่ายเอง ก็เป็นแหล่งของวิตามิน A ที่จะมาช่วยลดสิวด้วย ก็ถือว่าเป็นอาหารเสริมลดสิวอีกยี่ห้อที่น่าสนใจค่ะ

ประเภทแคปซูลชนิดนิ่ม
Zinc ต่อ 1 เม็ด15 mg
วิตามิน A
วิตามิน E10 mg
วิตามิน B6
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C : 60 mg / โครเมียม 130 mcg / สารสกัดจากสาหร่าย ดี ซาลีน่า 20 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย

3. อาหารเสริมลดสิว ยี่ห้อ VISTRA Gotu Kola Extract Plus Zinc

หนึ่งในอาหารเสริมลดสิวที่ได้รับความนิยม และมียอดขายท่ีดีมากเป็นอันดับต้น ๆ ขอแนะนำยี่ห้อ VISTRA กับ Gotu Kola Extract Plus Zinc ตัวนี้เลยค่ะ ที่ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นเป็นเพราะว่า มีสารอาหารทุกอย่างที่จำเป็นในการต่อสู้กับสิวอย่างครบถ้วนทั้ง Zinc, วิตามิน E, B6 รวมถึงวิตามิน A (ในรูปแบบของเบต้า-แคโรทีน) อีกทั้งนอกจากสารอาหารเหล่านี้แล้ว ยังมีวิตามิน C, สารสกัดจากใบบัวบก และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ที่จะมารวมพลังกันช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้มีริ้วรอยและจุดด่างดำจากสิวดูจางลง รวมถึงแคลเซียม, แมงกานีส และวิตามิน B7 ที่จะมาเสริมสุขภาพผิวให้แข็งแรงมากขึ้น เรียกได้ว่า เป็นอาหารเสริมลดสิวที่มีสารอาหารจัดหนักจัดเต็ม มีครบจบทุกอย่างในเม็ดเดียวเลยค่ะ

ประเภทแคปซูล
Zinc ต่อ 1 เม็ด15 mg
วิตามิน A
วิตามิน E20 mg
วิตามิน B62 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C : 60 mg / สารสกัดจากใบบัวบก 100 mg / สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 60 mg / เบต้า-แคโรทีน 30 mg / แมงกานีส 2 mg / วิตามิน B3 : 20 mg / แคลเซียม 5 mg / วิตามิน B7 : 0.15 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน2 แคปซูล แบ่งเป็นเช้าและเย็นพร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย


4. วิตามินลดสิว ยี่ห้อ Clover Plus Z PLUS+

ถ้ากำลังมองหาวิตามินลดสิวดี ๆ สักยี่ห้อ ยี่ห้อ Clover Plus ตัว Z PLUS+ อาจจะเป็นตัวที่กำลังตามหาและตอบโจทย์อยู่ก็ได้ค่ะ วิตามินลดสิวยี่ห้อนี้มีสารอาหารที่ช่วยในการจัดการกับสิวได้อย่างอยู่หมัดและครบถ้วนเช่นเดียวกันกับยี่ห้ออื่น ๆ ทั้ง Zinc, วิตามิน A, E และ B6 รวมถึงมีวิตามิน C วิตามิน B1 และแร่ธาตุอย่างซีลีเนียมและโครเมียมเพิ่มเติมมาด้วย แต่ที่พิเศษกว่ายี่ห้อไหน ๆ เพราะมี L-Cysteine ที่จะมาช่วยให้ร่างกายผลิตกลูตาไธโอน ซึ่งเจ้ากลูตาไธโอนนี้แหละ ตัวสำคัญที่จะมารวมพลังการทำงานกับวิตามิน C ช่วยลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำที่เกิดขึ้นจากเจ้าสิวตัวปัญหาได้อย่างดี ดังนั้นถ้าใครที่หน้ามีสิวพร้อมหลุมสิวเยอะมาก ต้องทานตัวนี้เลยค่ะ

ประเภทแคปซูล
Zinc ต่อ 1 เม็ด15 mg
วิตามิน A 1.5 mg
วิตามิน E20 mg
วิตามิน B62 mg
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C : 60 mg / L-Cysteine 500 mg / ซีลีเนียม 7 mg / วิตามิน B1 : 1.5 mg / โครเมียม 1 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย

5. อาหารเสริมลดสิว ยี่ห้อ 21st Century Zinc

หากคิดว่าวิตามินลดสิวยี่ห้ออื่น ๆ มีราคาแพงมากเกินไป ตกเม็ดละหลายบาท งั้นลองมาทานยี่ห้อ 21st Century จากสหรัฐอเมริกาตัว Zinc กันดูไหมละคะ โดยจะเป็นอาหารเสริมที่เน้นเสริมแต่ Zinc จริง ๆ ซึ่งก็ให้ Zinc ในปริมาณที่สูงมากถึง 50 mg ต่อ 1 เม็ด ในขณะที่ยี่ห้ออื่น ๆ จะให้เพียงแค่ 10-20 mg เท่านั้น ทำให้ร่างกายได้รับ Zinc แบบสุด ๆ จึงจัดการกับสิวได้แบบเน้น ๆ และนอกจาก Zinc แล้ว ยังได้เสริมแคลเซียมเพิ่มเติมมาให้ด้วย (ไม่ค่อยเกี่ยวกับการจัดการกับสิวเท่าไรนัก) อีกทั้งราคาก็ย่อมเยามาก ตกเม็ดละประมาณ 1.33 บาท แต่ด้วยราคาที่ย่อมเยานี่เอง ก็ทำให้ไม่มีสารอาหารตัวอื่น ๆ ที่จะมาช่วยต่อสู้กับสิวหรือจัดการกับรอยหลุมสิว ยังไงก็ควรจะทานอาหารเสริมอื่น ๆ เช่น วิตามิน C เพิ่มเติมด้วยนะคะ

ประเภทเม็ด
Zinc ต่อ 1 เม็ด50 mg
วิตามิน A
วิตามิน E
วิตามิน B6
สารอาหารอื่น ๆ แคลเซียม 125 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

6. อาหารเสริมลดสิว ยี่ห้อ DHC ZINC

DHC อีกหนึ่งยี่ห้ออาหารเสริมจากดินแดนปลาดิบที่คนไทยนิยมทานกันมาก โดยเฉพาะวิตามิน C หรือบีรวม แต่อาหารเสริมลดสิวเอง ทาง DHC ก็มีเช่นกันค่ะ กับตัว Zinc ซองสีเทาขาว โดยถ้าดูจากสารอาหารที่ตารางด้านล่างแล้ว จะเห็นว่ามีแต่ Zinc ที่ใช้ต่อสู้กับสิวเท่านั้น และยังปริมาณไม่มากเหมือนกับยี่ห้อ 21st Century Zinc ตัวด้านบนด้วย แต่ด้วยการที่มี Zinc ปริมาณน้อย ๆ ก็ทำให้สามารถแบ่งทานออกเป็น 2-3 เม็ดตลอดทั้งวัน เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึม Zinc ไปใช้ได้จนหมด จึงอาจจะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดีกว่าพวกยี่ห้อที่มีปริมาณ Zinc มาก ๆ แต่ทานแค่เม็ดเดียว อีกทั้งราคาก็ไม่ได้แพงมากด้วย ถ้ายังไงอยากลองเริ่มทาน Zinc เพื่อลดสิวแล้วละก็ DHC Zinc ตัวนี้ ใช้ได้เลยค่ะ

ประเภทเม็ด
Zinc ต่อ 1 เม็ด15 mg
วิตามิน A
วิตามิน E
วิตามิน B6
สารอาหารอื่น ๆ โครเมียม 60 mcg / ซิลิเนียม 50 mcg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติญี่ปุ่น


7. วิตามินลดสิว ยี่ห้อ Solaray Zinc

7. วิตามินลดสิว ยี่ห้อ Solaray Zinc

ราคาโดยประมาณ 195 บาท ต่อ 100 เม็ด

ตอนแรกว่ายี่ห้อ 21st Century Zinc มีปริมาณ Zinc ต่อเม็ดที่มากแล้ว แต่พอมาเจอกับยี่ห้อ Solaray อาหารเสริมลดสิวรุ่น Zinc จะมีปริมาณ Zinc ที่มากกว่าซะอีกค่ะ โดยจะตกที่แคปซูลละ 50 mg เช่นเดียวกัน แต่ที่มี Zinc ที่มากกว่า เพราะมีสารกัดจากเมล็ดฟักทองเพิ่มอีก 50 mg โดยสารสกัดจากเมล็ดฟักทองนี้แหละ จะอุดมไปด้วย Zinc จากธรรมชาติที่จะมาช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ดีขึ้น Solaray Zinc จึงเป็นอาหารเสริมลดสิวที่ให้ Zinc ค่อนข้างมากที่สุด และยังเหมาะมาก ๆ กับคนที่ทานยี่ห้ออื่น ๆ แล้วไม่ค่อยเห็นผลในการลดสิวเท่าไรนัก อาจจะเพราะว่ามี Zinc น้อยเกินไป ถ้ายังงั้นต้องลองทานตัวนี้ดู เผื่อจะเห็นผลในการลดสิวที่ดีขึ้นค่ะ

ประเภทแคปซูล
Zinc ต่อ 1 เม็ด50 mg
วิตามิน A
วิตามิน E
วิตามิน B6
สารอาหารอื่น ๆ สารสกัดเมล็ดฟักทอง 50 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

8. วิตามินลดสิว ยี่ห้อ Swiss Energy ACE 

Swiss Energy ACE จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นวิตามินลดสิวแบบเม็ดฟู่ละลายน้ำ ถ้าใครเบื่อ ๆ การทานอาหารเสริมลดสิวแบบเดิม ๆ แนะนำว่าลองทานแบบเม็ดฟู่ดูสิคะ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่า อีกทั้งมีความอร่อยที่มากกว่าด้วย โดยจะมีสารอาหารที่ช่วยในการจัดการกับสิวอยู่หลายตัวทั้ง Zinc, วิตามิน A, E ขาดเพียงแค่ B6 เท่านั้น แต่ก็มีสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาทดแทนอีกเพียบ เช่น วิตามิน C, B9 และซีลิเนียมที่จะมาช่วยกันปกป้องผิว ไม่ให้ผิวถูกทำร้ายจากสารอนุมูลอิสระตัวร้าย รวมถึงสารสกัดจากมะละกอที่อุดมไปด้วยวิตามิน A จะมาช่วยเสริมในเรื่องความยืดหยุ่นของผิว ทำให้ริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากสิวดูเลือนลางลงด้วย แต่ด้วยสรรพคุณที่จัดหนักจัดเต็มขนาดนี้ ก็ขอเตือนนิดหนึ่งว่า ราคาแพงมาก แพงกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อ ก่อนซื้อก็คิดดูดี ๆ นะคะ

ประเภทเม็ดฟู่ละลายน้ำ
Zinc ต่อ 1 เม็ด15 mg
วิตามิน A 10 mg
วิตามิน E10 mg
วิตามิน B6
สารอาหารอื่น ๆ วิตามิน C : 60 mg / ซีลีเนียม 30 mcg / สารสกัดจากมะละกอ 100 mg / วิตามิน B9 : 200 mcg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์

9. อาหารเสริมลดสิว ยี่ห้อ Natrabio Acne Relief

สำหรับ Natrabio Acne Relief อาจจะไม่เหมือนพวกอาหารเสริมลดสิวทั่ว ๆ ไปที่เป็นการทานแร่ธาตุอย่าง Zinc และวิตามินต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อการต่อสู้กับสิว แต่ Natrabio Acne Relief จะเหมือนกับเป็นการทานยาค่ะ โดยส่วนผสมทั้งหมดจะได้จากธรรมชาติหลายชนิด เช่น Belladonna, Ledum palustre, Sulphur และอื่น ๆ (ดูได้จากตารางด้านล่าง) และเมื่อทานแล้ว จะช่วยให้สิวที่เกิดขึ้นทั้งบนใบหน้าและร่างกายลดน้อยลงจนถึงหายเกลี้ยง รวมถึงป้องกันการเกิดสิวใหม่ด้วย ยังไงถ้าทานอาหารเสริมลดสิวยี่ห้ออื่น ๆ แล้ว สิวไม่ลด ไม่หาย ก็ลองตัวนี้ได้ แต่ทางแบรนด์ก็เตือนมาว่า เป็นเพียงแค่การรักษาชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหมดฤทธิ์ยา ก็อาจจะทำให้สิวต่าง ๆ กลับมาเหมือนเดิมค่ะ

ประเภทเม็ด
Zinc ต่อ 1 เม็ด
วิตามิน A
วิตามิน E
วิตามิน B6
สารอาหารอื่น ๆ Belladonna, Ledum palustre, Sulphur, Graphites, Bromium, Hepar Sulphuris Calcareum, Kali Bromatum, Selenium, Natrum Muriaticum
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน4 เม็ด แบ่งทานตลอดทั้งวัน
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

ก็จบไปแล้วกับรีวิว “วิตามินลดสิว” หรือ “อาหารเสริมลดสิว” ยี่ห้อไหนดี กันถึง 9 ยี่ห้อด้วยกัน สาว ๆ หนุ่ม ๆ สนใจอยากจะซื้อยี่ห้อไหนไปทานเพื่อต่อสู้กับสิวบนใบหน้าและร่างกายกันบ้างคะ? ดู ๆ ไปแล้ว แต่ละยี่ห้อเองก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป บางยี่ห้อก็เน้นเฉพาะสารอาหารอย่าง Zinc เท่านั้น ส่วนบางยี่ห้อ Zinc อาจจะมีปริมาณที่น้อยกว่า แต่ก็มีสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาทดแทน ยังไงก็ขอให้ได้วิตามินลดสิวตัวที่ชอบ ตัวที่ถูกใจ ทานแล้วสิวตัวร้ายหายไป ไม่กลับมากันด้วยนะคะ เผยผิวเด่นสวยและความมั่นใจเต็ม 100 กันเลยค่ะ