+ “หมอนยางพารา” ยี่ห้อไหนดี 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "หมอนยางพารา" ยี่ห้อไหนดี 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

อยากจะได้ “หมอนยางพารา” ดี ๆ สักใบสองใบ ไปใช้นอนหนุนที่บ้านกันอยู่ใช่ไหมล่ะครับ แต่แค่ไม่รู้จะซื้อยี่ห้อไหนดี ดันมีให้เลือกซื้อกันเยอะแยะ มากมาย หลากหลายยี่ห้อเอามาก ๆ จนเลือกซื้อไม่ถูกกันเลยทีเดียว ก็คลิกเข้ามาได้ถูกที่ถูกบทความแล้วล่ะครับ เพราะที่นี่ ทางเราได้ไปรวบรวมยี่ห้อที่น่าสนใจ มีรีวิวดี มีรีวิวปัง มาให้แล้วถึง 10 ยี่ห้อ และถ้าได้อ่านรีวิวกันจนจบ บอกเลยว่า จะต้องอยากซื้อไม่ยี่ห้อใดก็ยี่ห้อหนึ่งอย่างแน่นอน ไม่ต้องพูดมากันแล้วดีกว่าครับ ไปดูรีวิวที่ด้านล่างกันได้เลยยย



จะเลือกซื้อทรงหมอนยางพาราแบบไหนดี ?

จะเลือกซื้อ "หมอนยางพารา" ยังไงดีนะ ?

ก็เวลาที่ไปเลือกซื้อหมอนยางพารากันเนี่ย หลาย ๆ ยี่ห้อเลย เขาก็จะมี “ทรงของหมอน” ให้เลือกซื้อ จนหลาย ๆ คนอาจจะงง ๆ ว่า แล้วจะเลือกซื้อทรงไหนดี แบบไหนดีล่ะ ก็ขอแนะนำตามรายละเอียดด้านล่างเลยครับ

1. ทรง Contour

1. ทรง Contour

จะมีทรงลาดเอียงแบบตัว S และเน้นถึงส่วนโค้งนูนของหมอน เพื่อช่วยพยุงบริเวณศรีษะ ไหล่ และคอ ให้มีการนอนในท่าทางที่ถูกต้องตามสรีระของร่างกาย จึงช่วยลดอาการปวดเมื่อยปวดคอต่าง ๆ ได้ดี อีกทั้งยังสามารถช่วยลดอาการนอนกรณได้ด้วย นอกจากนี้ ถ้าอยากให้หมอนสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ก็ควรที่จะเลือกแบบมีปุ่มแทนแบบเรียบ ๆ ครับ

2. ทรง Heart

2. ทรง Heart

ก็ตามชื่อเลยว่า จะมีทรงแบบรูปหัวใจ และมีความโค้งเว้าแบบ C-Curve ที่จะช่วยรองรับบริเวณคอและไหล่ได้ดีกว่าแบบอื่น ๆ จึงช่วยลดอาการปวดได้ดีมาก และยังช่วยป้องกันการนอนตกหมอนได้ดีด้วย แต่ตัวหมอนจะไม่ค่อยมีความหนามากนัก จะเหมาะสำหรับคนที่ชอบนอนหมอนต่ำ ไม่ชอบนอนหมอนสูง ๆ และเช่นเดิม ถ้าอยากได้การกระตุ้นไหลเลือดเวียนที่ศีรษะเพิ่มเติม ก็ต้องเลือกแบบมีปุ่มครับ (หลายยี่ห้อจะชอบเรียกว่าทรง Durian)

3. ทรง Standard

3. ทรง Standard

สำหรับใครที่ชอบนอนหมอนสูง ๆ และอยากได้หมอนยางพารา ต้องขอแนะนำให้เลือกซื้อทรง Standard เพราะจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีความหนาค่อนข้างมาก จึงช่วยรองรับ ยืดหยุ่น และกระจายแรงกดทับได้ดี อีกทั้งยังเหมาะสำหรับคนที่ตัวใหญ่ ๆ น้ำหนักเยอะ ๆ ด้วยครับ


หมอนยางพารา ซักได้ไหม ?

หมอนยางพารา ซักได้ไหม ?

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยกันว่า หมอนยางพารานั้นซักได้ไหม ? ก็เอาตรง ๆ นะครับว่า สามารถซักได้ แต่ไม่ควรที่จะซักด้วยเครื่อซักผ้าเด็ดขาด ! เพราะแรงปั่นแรงการทำงานของเครื่อง อาจจะทำให้เนื้อยางพาราฉีกขาดได้นั่นเอง ดังนั้นจึงควรที่จะซักด้วยมือ และอย่าขัดถูรุนแรงจนเกินไปนัก อีกทั้งเวลานำไปตาก ก็ไม่ควรที่จะตากกลางแดด ! เพราะแสงแดดจะทำให้ยางพาราเสื่อมคุณภาพ จนอาจจะทำให้หมอนเสียรูปทรงได้ จึงควรที่จะตากในลม หลีกเลี่ยงแสงแดดครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “หมอนยางพารา” ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว "หมอนยางพารา" ยี่ห้อไหนดี

เผื่อใครที่อยากจะเห็นสินค้าหมอนยางพาราทั้ง 10 ยี่ห้อ มาวางเรียงเปรียบเทียบกัน พร้อมทั้งมีข้อมูลสรุปรายละเอียด ราคา, สเปคแบบคร่าว ๆ ไว้ด้วย ก็สามารถกดที่ปุ่มด้านล่างได้นะครับ น่าจะช่วยให้เห็นภาพรวมของสินค้าทั้งหมด แล้วอาจจะช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ



1. ยี่ห้อ SiamLatex Double Slopes

หากพูดถึงหมอนยางพาราแล้ว SiamLatex น่าจะเป็นยี่ห้อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง โดยทางแบรนด์เขาก็มีหมอนให้เลือกซื้อหลายรุ่น แต่รุ่นที่ดูเหมือนจะขายดีที่สุด ต้องยกให้กับรุ่น Double Slopes เพราะมีคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ตรงที่มีความแน่นและเด้งกว่า จึงเหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบนอนหมอนนิ่ม ๆ แถมยังมีรูปทรงแบบ S Curve ที่มีความลาดเอียง 2 ระดับ จึงช่วยในการรองรับสรีระต้นคอได้ดี และทำให้ลดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ รวมถึงป้องกันการนอนตกหมอนได้ด้วย อีกทั้งยังช่วยจัดเรียงกระดูกสันหลังให้อยู่ในท่าที่ถูกต้อง และช่วยไม่ให้เกิดการกดทับหลอดลม จึงลดการนอนกรนได้ด้วยครับ

โดยผิวสัมผัสของหมอนรุ่นนี้ จะมีปุ่มนวดตลอดทั้งใบ พร้อมทั้งมีความนุ่มนิ่มช่วยให้นอนสบาย รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ขยับศีรษะ และตัวปุ่มยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดความเมื่อยล้าและความเครียดได้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี ทำให้หมอนไม่อมความร้อน ช่วยให้นอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังผลิตจากวัสดุธรรมชาติ Organic 100 % ทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัย ใครที่เป็นภูมิแพ้ก็หายห่วง แถมราคาไม่แพงมาก ก็ถ้ายังไม่รู้จะซื้อหมอนยางพารายี่ห้อไหนดีล่ะก็ จัด SiamLatex ก่อนเลยครับ

ขนาด60 x 38 x 10/12 CM
น้ำหนัก1.2 kg.
รูปทรงS Curve
จุดเด่นเฟิร์ม & เด้ง, ลาดเอียง 2 ระดับ, มีปุ่มนวด
อายุการใช้งาน5 – 10 ปี

2. ยี่ห้อ Hilton

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า ใบนี้เป็นหมอนยอดฮิตในโลกออนไลน์เลยครับ สำหรับหมอนยางพาราเกรดใช้ในโรงแรม 5 ดาวอย่าง Hilton ที่ผลิตจากยางพารา 80 % กับเมมโมรีโฟม 20 % และถึงจะไม่ได้ใช้ยางพาราแท้ ๆ 100% เหมือนยี่ห้ออื่น ๆ แต่ก็ทำให้มีราคาที่ถูกกว่า ซื้อใช้เปลี่ยนใหม่กันได้แบบสบาย ๆ และด้วยคุณสมบัติของยางพารา ทำให้มีความยืดหยุ่นและหนาแน่นสูงกว่าหมอนทั่วไป ช่วยรองรับน้ำหนักของศีรษะ คอ บ่า ไหล่ กระจายแรงกดทับได้ทั่วถึง และคืนสภาพได้ดี ทำให้ไม่ปวดเมื่อย ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ลดการนอนกรน ช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับได้ดียิ่งขึ้นครับ

ส่วนตัวหมอนก็มีปุ่มทั่วใบ ช่วยนวดกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย และมีรูระบายอากาศทำให้หมอนไม่อมความร้อน ป้องกันความอับชื้น เชื้อราและแบคทีเรีย รวมถึงยังช่วยป้องกันไรฝุ่นได้ด้วย การทำความสะอาดก็ง่าย สามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าได้ แต่ควรตากในที่ร่มหรือเป่าลมให้แห้ง ไม่ควรตากแดด เพราะจะทำให้หมอนเสื่อมคุณภาพได้ไว และที่สำคัญ หมอนรุ่นนี้ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และจากที่หลาย ๆ คนได้ซื้อไปลองใช้นอนกันต่างก็รีวิวไว้ว่า รู้สึกนิ่มไป แบนไป แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่พึงพอใจ มีความนุ่มฟูใช้ได้ดี ซึ่งอาจจะเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบนอนหมอนสูงครับ

ขนาด55 x 35 x 12 CM
น้ำหนักN/A
รูปทรงS Curve
จุดเด่นยืดหยุ่นสูง, คืนตัวดี, ราคาไม่แพง
อายุการใช้งาน10 ปี

3. ยี่ห้อ Phurinn Pillow

Phurinn Pillow เป็นหมอนยางพาราแท้ 100 % ที่มากับราคาคุ้ม ๆ และยังเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่มียอดขายค่อนข้างสูงมากในอินเทอร์เน็ต ก็ขายดีกันขนาดนี้ น่าจะลองหาซื้อมาใช้กันบ้างนะครับ โดยทางแบรนด์จะมีหมอน 4 แบบให้เลือกซื้อตามความชอบและความต้องการของแต่ละคนคือ แบบ Contour (เหลี่ยมเรียบ) หมอนทรงเหลี่ยมที่มีพื้นผิวเรียบ มีรูระบายอากาศ มีความลาดเอียงแบบ S-Slopes รองรับต้นคอ แก้ปัญหาการปวดเมื่อยได้ดี, แบบ Knobby (เหลี่ยมปุ่ม) คุณสมบัติคล้ายกับแบบแรก แต่มีปุ่มช่วยนวดศีรษะกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และกระจายแรงกดทับทำให้หลับสบายยิ่งขึ้นครับ

ส่วนอีกสองแบบคือ แบบ Heart (หัวใจเรียบ) หมอนรูปทรงหัวใจหรือทรงถั่วแบบ C-Curve มีส่วนเว้าช่วงบนล่าง ซึ่งจะช่วยลดการกดทับช่วงคอ บ่า ไหล่ และยังช่วยรองรับการเปลี่ยนท่านอน รวมถึงป้องกันการนอนตกหมอนอีกด้วย, สุดท้ายแบบ Durian (ถั่วปุ่ม) คล้ายกับแบบ Heart แต่มีปุ่มเพิ่มเข้ามาช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และนอกจากเรื่องทรงหมอนทั้ง 4 แบบแล้ว คุณสมบัติทั่ว ๆ ไปยังช่วยบรรเทาการนอนกรน ป้องกันไรฝุ่น และช่วยแก้ปัญหาการนอนไม่หลับอีกด้วย โดยรวมก็เป็นหมอนยางพาราอีกยี่ห้อที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ

ขนาด58 x 36 x 10/12 CM (Contour) / 58 x 36 x 10/11 CM (Knobby) / 56 x 35 x 9/11 CM (Durian) / 55 x 36 x 9/10 CM (Heart)
น้ำหนักN/A
รูปทรงS-Slopes / C-Curve
จุดเด่นมีหลายแบบ, ราคาไม่แพง
อายุการใช้งาน5 – 10 ปี


4. ยี่ห้อ LATEX MONSTER

ยอดขายครึ่งแสนในโลกออนไลน์น่าจะช่วยการันตีคุณภาพได้ดี สำหรับหมอนยางพารา LATEX MONSTER แบรนด์ที่มาพร้อมโลโก้ลายการ์ตูนน่ารัก โดยตัวหมอนจะมีรุ่นให้เลือกซื้อกันหลากหลาย เวลาซื้อก็เลือกกันตามความชอบและความต้องการหมอนกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น รุ่น Contour เหมาะสำหรับคนชอบนอนหงาย มีความลาดเอียง 2 ด้านไม่เท่ากัน เพื่อให้รองรับสรีระที่ต่างกันได้เป็นอย่างดี, รุ่น Knobby คล้ายกับรุ่นแรก แต่มีปุ่มช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด, รุ่น Healthy เหมาะกับคนนอนตะแคง มีส่วนโค้งเว้ารองรับช่วงบ่า ช่วยป้องกันการตกหมอนได้ครับ

และยังมีรุ่น Durian ทรงเดียวกับ Healthy แต่มีปุ่มนวดศีรษะเพิ่มเข้ามา, รุ่น Standard เป็นทรงมาตรฐาน สำหรับคนชอบหมอนใบใหญ่ไม่มีส่วนโค้งเว้า และรุ่น Candy ทรงมาตรฐานเช่นกัน แต่มีขนาดเล็กและแบนกว่า เหมาะสำหรับคนไม่ชอบนอนหมอนสูง ซึ่งทุกรุ่นนั้นก็มีคุณสมบัติของยางพารา คือ ช่วยลดการนอนกรนได้ คลายความปวดเมื่อย คอ บ่า ไหล่ เพราะรองรับสรีระได้อย่างถูกต้อง ทำให้นอนหลับได้สนิทยิ่งขึ้น ส่วนรีวิวส่วนใหญ่ก็ออกมาค่อนข้างดี หมอนไม่นิ่มไม่ยุบ แม้จะดูเหมือนนิ่มในตอนแรกแต่คืนรูปได้ไว ส่วนปลอกหมอนที่ให้มาก็เป็นลวดลายเดียวกับโลโก้ ช่วยเพิ่มความน่ารักน่าใช้มากขึ้นด้วยครับ

ขนาด57 x 34 x 9/10 CM (Contour) / 57 x 32 x 9/11 CM (Knobby) / 53 x 30/33 x 8/9 CM (Healthy) / 56 x 29/32 x 10/11 CM (Durian) / 61 x 35 x 13 CM (Standard) / 56 x 35 x 9/10 CM (Knobby)
น้ำหนักN/A
รูปทรงS Curve / C Curve / Standard
จุดเด่นมีหลายรุ่น, ราคาไม่แพง, มีลายการ์ตูน
อายุการใช้งานN/A

5. ยี่ห้อ COLEGO

5. ยี่ห้อ COLEGO

ราคาโดยประมาณ 185 บาท

สำหรับใครที่ตามหาหมอนยางพาราแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ราคากำลังน่ารัก ยี่ห้อนี้ COLEGO ก็น่าสนใจไม่น้อย โดยตัวหมอนจะดีไซน์มาเป็นทรงคลื่น ให้มีความลาดเอียง 2 ด้าน ด้านหนึ่งสูง อีกด้านหนึ่งต่ำ เพื่อช่วยรองรับสรีระของศีรษะและต้นคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยแก้ปัญหาการนอนกรน การปวดคอ บ่า ไหล่ หรือใครที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมได้ดี อีกทั้งตัวหมอนก็ไม่อับชื้น ไม่อมความร้อน เพราะมีรูระบายอากาศ และยังให้สัมผัสที่นุ่มสบาย ไม่แข็ง มีความยืดหยุ่น นอนแล้วหมอนไม่เสียรูป คืนสภาพได้ดีครับ

นอกจากนี้ ตัวหมอนก็ยังมีปุ่มนวดทั่วใบ ช่วยให้ผ่อนคลายและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้ด้วย และด้วยการที่ผลิตจากยางพาราแท้ จึงไม่มีสารอันตรายต่อร่างกาย ช่วยป้องกันเชื้อราและการเกิดไรฝุ่น ไม่ทำให้เกิดภูมิแพ้ จึงช่วยให้นอนหลับสบายตลอดคืน ทางด้านรีวิวจากผู้ใช้ก็โอเค อาจจะมีบางคนที่รู้สึกว่านิ่มและย้วยไปนิด แต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้ในราคาที่ถูกกว่ายี่ห้ออื่น หลายคนมองว่าคุณภาพก็พอสมน้ำสมเนื้อ อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็คุ้มค่าเงินที่เสียไปครับ

ขนาด60 x 40 x 12 CM
น้ำหนักN/A
รูปทรงS Curve
จุดเด่นมีปุ่มนวด, ราคาไม่แพง
อายุการใช้งานN/A

6. ยี่ห้อ PATEX Euro Sweet Heart

มาดูหมอนยางพาราระดับเกรดพรีเมียมขึ้นมาหน่อย อย่างยี่ห้อ PATEX ที่ครองใจลูกค้าได้ เพราะคุณภาพและมาตรฐานที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย โดยรุ่นที่น่าสนใจจะเป็น Euro Sweet Heart ที่ผลิตจากยางพาราแท้ 100 % และมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ จึงเหมาะมาก ๆ กับคนที่ชอบนอนหมอนสูง, คนที่รูปร่างใหญ่ หรือชอบนอนหมอนใบโต อีกทั้งยังใช้ได้ทั้งคนที่ชอบนอนหงายและนอนตะแคงด้วย ส่วนตัวผ้าหุ้มก็ทำจากผ้ายืดแจคการ์ดช่วยป้องกันไรฝุ่น ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น และไม่สะสมความร้อน รวมถึงมีความยืดหยุ่นสูง นุ่มสบาย นอนแล้วไม่ยุบไม่เสียรูป คืนทรงได้เร็ว แถมมีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีเลยครับ

การออกแบบหมอนมีส่วนเว้าส่วนโค้งเพื่อรองรับศีรษะและต้นคอได้อย่างถูกต้อง มีปุ่มนวดช่วยให้ผ่อนคลาย ลดอาการปวดเมื่อยได้ดี ป้องกันการนอนตกหมอน นอกจากนี้ ยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจากทั้งเยอรมัน รัสเซีย และสถาบันชื่อดังในประเทศไทย จึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพได้อย่างแน่นอน และสำหรับใครที่ไม่อยากเสี่ยง กลัวซื้อหมอนมาแล้วไม่ดีอย่างที่คาดหวัง ก็ลองจ่ายเงินเพิ่มอีกสักนิดซื้อใบนี้ เพื่อเน้นเรื่องคุณภาพและการนอนหลับที่ดีขึ้น ก็น่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนครับ

ขนาด66 x 42 x 14 CM
น้ำหนัก1.8 – 2 kg.
รูปทรงStandard
จุดเด่นใบใหญ่, เหมาะทั้งนอนหงายและตะแคง, ผ่านมาตรฐานสากล
อายุการใช้งาน> 5 ปี


7. ยี่ห้อ Dunlopillo Original Latex Pillow

อีกหนึ่งแบรนด์ที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องนอนที่ทุกคนน่าจะรู้จักดีอย่าง Dunlopillo ยี่ห้อดังจากประเทศอังกฤษ ก็ไว้ใจได้ในคุณภาพที่ล้วนผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล และสำหรับหมอนยางพาราที่เลือกมาแนะนำจะเป็นรุ่น Original Latex Pillow ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ปลอดภัยไม่มีสารอันตราย และยังออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้รองรับศีรษะและต้นคอได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดอาการปวดเมื่อย การเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดการบาดเจ็บ และการอักเสบของกระดูกต้นคอ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งเมื่อนอนหลับครับ

โดยตัวหมอนก็สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้รู้สึกร้อนศีรษะเมื่อใช้งาน รวมทั้งยังไม่ก่อให้เกิดแบคทีเรียและไรฝุ่น จึงช่วยป้องกันอาการภูมิแพ้ได้ด้วย จัดว่าเป็นรุ่นพรีเมียมอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ ราคาเท่า ๆ กับ PATEX รุ่นตัวบน แต่เป็นแบรนด์ต่างประเทศที่หลายคนเชื่อถือกว่า และลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพราะมั่นใจในคุณภาพ หลายเสียงบอกว่า สินค้าดี แน่น ไม่ย้วย ไม่ยุบ เหมาะกับคนชอบหมอนสูง มาตรฐานดีสมราคา ลองหามาใช้สักใบน่าจะช่วยให้นอนหลับฝันดีเลยทีเดียวครับ

ขนาด59.7 x 36.8 CM
น้ำหนักN/A
รูปทรงS Curve
จุดเด่นนุ่มแน่นไม่ยุบ, ได้มาตรฐานสากล
อายุการใช้งานN/A

8. ยี่ห้อ Royal Latex

8. ยี่ห้อ Royal Latex

ราคาโดยประมาณ 485 บาท

ยี่ห้อ Royal Latex เรียกได้ว่า เป็นเกรดส่งออกระดับพรีเมียมเลยทีเดียว โดยตัวหมอนจะผลิตจากยางพาราแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล และยังได้รางวัลการออกแบบ LGA จากเยอรมัน ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผลิตภัณฑ์ยางพาราโดยเฉพาะ ก็การันตีคุณภาพได้อย่างดีเยี่ยม ตัวหมอนก็ไม่มีสารอันตรายเพราะเป็นวัสดุธรรมชาติ และแน่นอนว่า ด้วยคุณสมบัติของยางพาราก็ช่วยรองรับสรีระของศีรษะและช่วงคอได้เป็นอย่างดี ลดปัญหาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ ที่เป็นฝันร้ายของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศ ทำให้นอนหลับได้สบาย และตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นครับ

ทางด้านตัวหมอนมีรูระบายอากาศทั่วทั้งใบ ทำให้นอนแล้วไม่ร้อนศีรษะ ไม่มีกลิ่นอับชื้น มีปุ่มนวดช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ช่วยคลายความตึงเครียด รวมทั้งยังบรรเทาการนอนกรน ป้องกันไรฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ได้ การทำความสะอาดหากมีรอยเปื้อนให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ บิดหมาด ๆ เช็ด แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง หมอนยางพาราไม่แนะนำให้ตากแดด เพราะอาจทำให้เสื่อมสภาพเร็ว โดยรวมแล้วหมอนรุ่นนี้ก็มีครบทั้งคุณสมบัติและรางวัลการันตี ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสินค้ามีคุณภาพ ราคาก็สมเหตุสมผลครับ

ขนาด60 x 37 x 11/13 CM
น้ำหนัก1.5 kg.
รูปทรงS Curve
จุดเด่นสินค้าเกรดส่งออก, ได้รับรางวัล LGA
อายุการใช้งาน10 ปี

9. ยี่ห้อ VERZA LATEX Contour

ใครที่กำลังต้องการหมอนยางพาราเกรดพรีเมียม แต่ราคาไม่สูงจนเกินไป ยี่ห้อ VERZA LATEX นี้ น่าจะตอบโจทย์ได้ดี และสำหรับรุ่นที่น่าสนใจ จะเป็นรุ่น Contour ทรง S Curve ที่มีความลาดเอียง 2 ระดับ ด้านสูงกับด้านเตี้ย ให้เลือกนอนได้อย่างเหมาะสมกับสรีระของผู้ใช้ ออกแบบมาสำหรับคนที่นอนหงาย และชอบนอนหมอนระดับกลาง ๆ ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป โดยรวมจึงช่วยรองรับน้ำหนักและปรับแนวกระดูกสันหลังให้ตรง ลดอาการปวดคอปวดหลังได้ รุ่นนี้จะไม่มีปุ่มนวด ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ชอบนอนหมอนเรียบ ทั้งยังมีการระบายอากาศเข้าออกได้ดี จึงไม่รู้สึกร้อนเวลานอน และไม่มีกลิ่นเหม็นอับครับ

และแน่นอนว่า หมอนยางพารานั้นไม่มีแบคทีเรียและเชื้อรา เพราะไม่สามารถเจริญเติบโตในยางพาราได้ จึงช่วยป้องกันไรฝุ่น ลดอาการภูมิแพ้ รวมทั้งรุ่นนี้ออกแบบมาให้มีความหนาแน่นพอดี ๆ จึงนุ่มสบายเมื่อหนุนนอน นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาการนอนกรน ช่วยให้หลับสนิทได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญ ผ่านการทดสอบจากสถาบันในประเทศนิวซีแลนด์ พร้อมทั้งมีรางวัลการันตี ทั้งรางวัลออกแบบ LGA, การรับรองจากสถาบันวิเคราะห์ระบบอย่าง SGS และการรับรองคุณภาพยางพาราจาก eco-INSTUTUT จัดมาแน่น ๆ ขนาดนี้ ก็น่าจะมั่นใจได้แล้วว่า ได้หมอนยางพาราที่ดีมีคุณภาพอย่างแน่นอนครับ

ขนาด58 x 38 x 12 CM
น้ำหนัก1.2 – 1.4 kg.
รูปทรงS Curve
จุดเด่นได้รับรางวัล LGA, ECO, SGS
อายุการใช้งาน10 ปี

10. ยี่ห้อ KA Natural Latex

10. ยี่ห้อ KA Natural Latex

ราคาโดยประมาณ 275 – 319 บาท

หมอนยางพาราธรรมชาติแบรนด์ KA หรือ Khwan Andaman Latex ที่รับประกันผลิตภัณฑ์ของตัวเองว่า เป็นสินค้าคุณภาพเกรดส่งออกราคาโรงงาน ราคาจึงน่าคบหามากพอสมควร อีกทั้งตัวสินค้ายังได้การรับรองจากสถาบันยางพาราทั้งในและนอกประเทศ เรียกว่ามีมาตรฐานสากลเชื่อถือได้ ตัวหมอนก็ผลิตจากยางพาราแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ปลอดภัยไม่เจือปนสารอันตราย ป้องกันเชื้อราและไรฝุ่นได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ยุบ ไม่เสียทรง ใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ปี มีรูระบายอากาศด้านบน-ล่าง ช่วยให้ไม่อับชื้น และไม่เก็บความร้อนครับ  

โดยยี่ห้อนี้มีทรงหมอนหลากหลายแบบให้เลือก เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานและสรีระของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น Contour (ทรงเหลี่ยมเรียบ), Knobby (ทรงเหลี่ยมปุ่ม), Durian (ทรงถั่วปุ่ม), Heart (ทรงหัวใจเรียบ), Standard (ทรงมาตรฐาน) ทุกแบบล้วนช่วยแก้ปัญหานอนกรน มีส่วนโค้งเว้า และความสูง-ต่ำ ที่รองรับศีรษะและต้นคอ จึงช่วยลดปัญหาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ ส่วนแบบที่มีปุ่ม ก็จะช่วยกระตุ้นเรื่องการไหลเวียนเลือดเพิ่มเข้ามา รีวิวของคนที่ได้ลองใช้ก็ค่อนข้างดี สินค้ามีคุณภาพ หลายคนซื้อซ้ำเพราะติดใจ เห็นอย่างนี้แล้วก็ตัดสินใจลองหามาใช้กันได้เลยครับผม  

ขนาด60 x 38 x 10/12 CM (Knobby) / 58 x 38 x 10/12 CM (Contour) / 57 x 37 x 9 CM (Durian) / 57 x 37 x 10 CM (Heatr) / 60 x 40 x 13 CM (Standard)
น้ำหนัก1.2 – 1.4 kg.
รูปทรงS Curve / C Curve / Standard
จุดเด่นมีหลายรุ่น / เกรดส่งออกราคาโรงงาน
อายุการใช้งาน10 ปี

เป็นยังไงกันบ้างครับผม หลังจากที่ได้เห็นรีวิว “หมอนยางพารา” ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้วถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน ไม่ทราบว่า สนใจ อยากจะซื้อยี่ห้อไหน หมอนใบไหน ไปใช้หนุนนอนที่บ้านกันบ้างครับ ก็จากที่เห็น ๆ มาเนี่ย ถึงจะเป็นหมอนยางพาราเหมือนกัน แต่ก็มีราคาที่หลากหลายช่วงอยู่ บางยี่ห้อก็ใบละเป็นพัน แต่บางยี่ห้อก็หลักร้อยต้น ๆ เท่านั้น ก็ถ้างบไม่มากพอ ลองเริ่มจากพวกยี่ห้อย่อมเยาดูก่อน ถ้านอนแล้วไม่ชอบ ไม่สบายหัวดี ก็ค่อยเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้อที่มีราคาที่แพงมากขึ้น ยังไงก็ขอให้ได้หมอนใบที่ถูกใจ ซื้อแล้วตอบโจทย์ นอนหลับสบายกันด้วยครับ