“หม้อทอดไร้น้ำมัน” ยี่ห้อไหนดี 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ

"หม้อทอดไร้น้ำมัน" ยี่ห้อไหนดี 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ

หม้อทอดไร้น้ำมัน ถือเป็นไอเท็มยอดฮิตของพ่อบ้านแม่บ้านในยุคนี้ที่จะต้องมีติดบ้าน ซึ่งจะมาช่วยแก้ปัญหาของทอดตั้งไว้นานแล้วไม่กรอบเพราะเริ่มชื้น และที่สำคัญยังสามารถทำอาหารคลีนอร่อย ๆ ได้แบบไม่ต้องทอด สามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งง่าย สะดวก ประหยัดเวลา คุณสมบัติมากมายน่าซื้อขนาดนี้ตงต้องหามาใช้แล้วล่ะ ว่าแต่จะซื้อ หม้อทอดไร้น้ำมัน ยี่ห้อไหนดี ในบทความนี้เรารวบรวมรุ่นที่น่าสนใจมาให้ชมกัน 10 รุ่น พร้อมมาทำความรู้จักกับข้อดีของหม้อทอดแบบนี้กันด้วยจ้าา



หม้อทอดไร้น้ำมัน ดีไหม

หม้อทอดไร้น้ำมัน ดีไหม

จุดเด่นของหม้อทอดไร้น้ำมัน ที่ทำให้ครองใจใครหลาย ๆ คนนั้นก็คือ การไม่ต้องใช้น้ำมัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพเราเอง หม้อทอดไร้น้ำมันจะสร้างความร้อนออกมา ช่วยให้น้ำมันที่แทรกอยู่ในเนื้อสัตว์ไหลออกมา ได้เนื้อที่มีไขมันน้อยลงอีกด้วย เวลาใช้งานก็ไม่ต้องกังวลว่าน้ำมันจะกระเด็นใส่เราหรือเลอะฝาผนัง จึงช่วยลดภาระในการทำความสะอาดครัว การทำความสะอาดหม้อหลังจากใช้งานก็ง่าย เพียงแค่ ถอดที่วางอาหาร ทำความสะอาดผิวเทฟล่อนด้วยฟองน้ำ เหมาะกับชีวิตชาวกรุงที่อาศัยอยู่ในคอนโดเอามาก ๆ การสั่งงานตัวเครื่องทำได้ง่าย มีโหมดอัตโนมัติที่จะเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้อุ่นอาหารแทนไมโครเวฟได้อีกด้วย เรียกว่าซื้อ 1 เหมือนได้ 2 ฟังก์ชั่นกันเลยทีเดียว


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “หม้อทอดไร้น้ำมัน” ยี่ห้อไหนดี

สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาอ่าน อยากดูหม้อทอดไร้น้ำมันแบบสั้น ๆ วางเรียงเปรียบเทียบ ราคา, ความจุของอาหาร, กำลังไฟฟ้า และอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แนะนำให้กดเข้าไปที่ปุ่มสีแดงด้านล่างได้เลย หรือถ้าอยากอ่านแบบเต็ม ๆ ก็เลื่อนผ่านปุ่มสีแดง ไปดูรีวิวสินค้าต่อเลยครับ



1. Smarthome Air-Fryer MV014

หม้อทอดไร้น้ำมัน Smarthome รุ่น MV014 ขนาดความจุ 2 ลิตร ขนาดกำลังพอดีสำหรับผู้เริ่มต้นอยากลองใช้หม้อทอดในการทำอาหาร และด้วยเทคโนโลยีอบลมร้อนด้วยความร้อนที่คงที่ ให้ความร้อนแบบทั่วทิศ 360 องศา และคงอุณหภูมิสม่ำเสมอ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายเช่น การทอด อบ คั่ว หรือแม้กระทั่งการย่าง นอกจากนี้ยังมีตะแกรงใส่อาหารที่เคลือบ Non-Stick สามารถป้องกันเศษอาหารติดหม้อทอด และยังทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

ตัวเครื่องทำจากพลาสติก PP ทนความร้อนสูง น้ำหนักเบา สามารถแยกอุปกรณ์ออกมาทำความสะอาดได้ง่าย ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80-200 องศา และตั้งเวลาได้สูงสุดถึง 30 นาที มีระบบจับเวลาและตัดไฟอัตโนมัติ หมดห่วงเรื่องไฟฟ้าเกินขนาด ด้วยความสะดวกสบาย ใช้งานง่ายจึงทำให้ หม้อทอด Smarthome รุ่น MV014 เหมาะกับมือใหม่ที่อยากมีหม้อทอดว่าไว้ในครัวมาก ๆ

ความจุ2 L
กำลังไฟ1200 W
แผงควบคุมมือหมุน
ปรับอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา30 นาที

2. Haier Airfryer HAF-25B1









ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาหม้อทอดใช้งานง่าย มีรูปภาพและคู่มือประกอบครบครัน หลากหลายฟังก์ชั่นผมขอแนะนำ หม้อทอดไร้น้ำมัน Haier Airfryer HAF-25B1 ขนาด 2.5 ลิตร ไม่เล็กไม่ใหญ่ สามารถทำอาหาร 1 มื้อพร้อมรับประทานได้อย่างสบาย ด้วยหน้าตาที่ใช้งานง่าย มีรูปภาพเมนูต่าง ๆ อยู่บนตัวเครื่อง ทั้งเมนูคาว หวาน เมนูของสด เมนูฟรีส ทำให้เราไม่ต้องกังวลว่าจะตั้งอุณหภูมิและเวลาผิด รับประกันได้ว่าอาหารที่เราทำนั้นจะออกมาได้อย่างสวยสดงดงาม สามารถทำเมนูได้อย่างหลากหลาย

ด้วยเทคโนโลยี AIR BOOST ทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศและอุณหหภูมิที่เหมาะสม สามารถรักษาอุณหภูมิให้คงที่ รองรับอาหารชิ้นใหญ่ให้สุกอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ตัวหม้อสามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80-200 องศา และตั้งเวลาได้นานถึง 60 นาที นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันการทำความร้อนสูง สามารถตรวจจับอุณหภูมิของอาหาร และตัวหม้อได้อย่างแม่นยำ ทำให้การทำอาหารนั้นปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Noise Reduction ที่ลดเสียงของตัวเครื่องขณะทำงานได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหม้อทอดที่ครบเครื่องทั้งด้านการใช้ทำงาน และการออกแบบเลยครับ

ความจุ2.5 L
กำลังไฟ1300 W
แผงควบคุมมือหมุน
ปรับอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา60 นาที

3. OTTO CO-725

หม้อทอดไร้น้ำมัน OTTO CO-725 จากแบรนด์ OTTO ที่เราคุ้นเคยกันดี เป็นหม้อทอดสามัญประจำบ้านที่ใคร ๆ ก็มีไว้ติดบ้าน หาซื้อง่ายราคาถูก พบเจอได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป แถมการใช้งานก็ง่าย มีปุ่มตั้งเวลาอัตโนมัติได้ตามชนิดของอาหาร ปรับง่ายใช้งานสะดวก ตัวหม้อทอดทำจากพลาสติกอย่างดี ทนความร้อน มีตะแกรงสำหรับรองอาหารป้องกันอาหารติดตัวหม้อ ตะแกรงสามารถถอดมาล้างทำความสะอาดได้ง่ายไม่ยุ่งยากอีกด้วย

ตัวหม้อใช้กำลังไฟ 1,300 วัตต์ สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80 – 200 องศา และตั้งเวลาทำอาหารได้นาน 30 นาที ทำอาหารได้อย่างหลากหลาย มีระบบตัดไฟอัตโนมัติป้องกันความเสี่ยงจากระบบไฟฟ้าหรือความร้อนที่มากจนเกินไป ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟฟ้าลัดวงจร ช่วยให้เพื่อน ๆ ทำอาหารได้อย่างเพลิดเพลิน นั่นทำให้ OTTO CO-725 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกตัวนึงเลยครับ

ความจุ2.8 L
กำลังไฟ1300 W
แผงควบคุมมือหมุน
ปรับอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา30 นาที


4. Tefal EASY FRY PRECISION EY401866

หม้อทอด Tefal EASY FRY PRECISION เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่การันตีในเรื่องคุณภาพมาอย่างยาวนาน หม้อทอดมีสีดำรูปทรงน่าใช้งาน มีขนาดความจุ 1.2 กิโลกรัม หรือ 4.2 ลิตร ถือว่าใหญ่มาก สามารถทอดเฟรนฟรายขนาดประมาณ 500 กรัมได้ในทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าเพื่อน ๆ ทอดเฟรนฟรายครั้งเดียวสามารถทานได้เพลิน ๆ ไม่ต้องกลัวหมดเลยครับ ตะแกรงทอดมีสารเคลือบกันอาหารติด สามารถนำออกมาล้างทำความสะอาดได้ง่าย และยังสามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องล้างจานได้อีกด้วย

หน้าจอของตัวเครื่องเป็นแบบดิจิทัล ตัวเลขต่าง ๆ คมชัด สังเกตได้ง่าย ระบบใช้งานแบบทัชสกรีน ให้ความรู้สึกน่าใช้งาน นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมทำอาหารถึง 8 โปรแกรม สามารถทำอาหารได้อย่างอัตโนมัติ ทำเมนูได้หลากหลาย เพียงแค่เพื่อน ๆ ใส่อาหารที่ต้องการทานลงไป แล้วใช้โปรแกรมอัตโนมัติ ตัวเครื่องก็จะรังสรรค์เมนูออกมาให้เพื่อน ๆ ได้ทาน ไม่ต้องเสียเวลามาคอยเฝ้าอาหาร นอกจากนี้ถ้าอยากจะทำอาหารด้วยตัวเอง ตัวหม้อทอดไร้น้ำมันก็สามารถตั้งอุณหภูมิเองได้ ตั้งแต่ 80-200 องศา และตั้งเวลาได้นานถึง 60 นาที ถือว่าเป็นหม้อทอดที่ครบเครื่องเลยครับ ก็ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาหม้อทอดดี ๆ ครบจบในที่เดียว หม้อทอด Tefal EASY FRY PRECISION ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยครับ

ความจุ4.2 L
กำลังไฟ1500 W
แผงควบคุมปุ่มกดแบบดิจิตอล
ปรับอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา60 นาที

5. Xiaomi Liren Air Fryer 5L

Xiaomi Liren Air Fryer หม้อทอดไร้น้ำมันจากทาง Xiaomi แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องของใช้ในบ้านอยู่แล้ว ตัวนี้มาพร้อมกับขนาดความจุ 5 ลิตร สามารถใส่อาหารได้เยอะมาก รูปร่างและรูปทรงของ Xiaomi Liren Air Fryer นั้นมีความสวยงาม ทันสมัย แต่อาจจะแปลกตาไม่เหมือนหม้อทอดไร้น้ำมันทั่วไปสักหน่อย เพราะทาง Xiaomi ออกแบบเครื่องรุ่นนี้ให้ส่งความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ ทั่วถึงทุกทิศทุกทาง ไม่มีมุมอับ ทำให้อาหารของเรานั้นสุกอย่างทั่วถึง หน้าตาเลยมีความคล้ายหม้ออบอยู่เหมือนกัน

ตัวหม้อทอดสามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 90-210 องศา และตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที สามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู และด้วยความที่ตัวหม้อทอดเป็นแบบกระจกใส ทำให้เราสามารถมองเห็นอาหารของเราได้ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน เพื่อน ๆ สามารถกะได้ว่าอาหารที่เราทำนั้นพอดีกับความต้องการของเราแล้วหรือไม่ เป็นอีกหนึ่งข้อดีของหม้อทอด Xiaomi Liren Air Fryer ตัวนี้เลยครับ

ความจุ5 L
กำลังไฟ1100 W
แผงควบคุมมือหมุน
ปรับอุณหภูมิ90-210 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา60 นาที

6. Philips AirFryer HD9741/11

หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่น HD9741/11 แบรนด์คุณภาพอีกแบรนด์นึงเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อทอด Philips รุ่น HD9741/11 นี้ก็ถือว่าเป็นหม้อทอดที่ครบครัน ด้วยรูปร่างหน้าตาที่น่าใช้ มีความทันสมัย สีดำล้วนตัดกับหน้าจอ LED สีส้มสวยงาม ปุ่มปรับค่าต่างเป็นแบบดิจิตอล มีฟังก์ชั่น Cooking preset เป็นการตั้งเวลาและอุณหภูมิสำหรับ 4 เมนูยอดฮิต ให้พร้อมใช้งานได้ทันที และยังมีฟังก์ชั่นอุ่นอาหาร สำหรับอุ่นอาหารให้อร่อยพร้อมรับประทาน

และด้วยเทคโนโลยี TwinTurboStar Technology ที่สามารถลดไขมันได้สูงถึง 90% โดยการใช้ลมร้อนรีดไขมันส่วนเกินออก แต่ยังสามารถรักษาความสดใหม่และความอร่อยของอาหารไว้ ทำให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่ได้ทานอาหารไขมันต่ำที่แต่อร่อย นอกจากนี้ตะแกรงใส่อาหารยังเป็นแบบ QuickClean basket ล้างทำความสะอาดง่าย และที่ชอบอีกอย่างนึงคือ Philips รุ่น HD9741/11 มีแอปพลิเคชั่นสำหรับทำอาหารในหม้อทอด ซึ่งในแอปมีเมนูกว่า 200 เมนูให้เลือก เพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดมาใช้กันได้ในสมาร์ทโฟน เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ มือใหม่หรือใครที่กำลังคิดเมนูไม่ออกเลยครับ

ความจุ4.5 L
กำลังไฟ1500 W
แผงควบคุมปุ่มกดดิจิตอล
ปรับอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา60 นาที


7. Mandel Air Fryers ความจุ 6.5L กำลัง 1500W

Mandel Air Fryers หม้อทอดไร้น้ำมันขนาดใหญ่ ความจุถึง 6.5 ลิตร ใหญ่ถึงขนาดสามารถย่างไก่ได้ถึง 2 ตัว และด้วยความที่มันใหญ่ขนาดนี้ หม้อทอด Mandel Air Fryers จึงมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ความร้อนขณะทำอาหารคงที่ สม่ำเสมอ และมีระบบหมุนเวียนความร้อนแบบ 360 องศา ช่วยให้อาหารของเรานั้นสุกอย่างทั่วถึงและคงความร้อนไว้ได้ ตัวหม้อสามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80-200 องศา และปรับเวลาได้สูงสุด 60 นาที นอกจากนี้ยังมีระบบละลายน้ำแข็งคล้าย ๆ กับไมโครเวฟ ช่วยให้เราละลายอาหารแช่แข็งได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ตัวหม้อมีสีน้ำเงินเข้ม มีขอบภาชนะและด้ามจับเป็นสีโรสโกลด์ ให้ความรู้สึกหรูหรา และการควมคุมแบบ Smart touch ซึ่งเป็นการควบคุมการทำงานแบบระบบสัมผัส ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น หน้าจอบอกค่าต่าง ๆ เป็นแบบ LED มีความคมชัด สังเกตง่าย นอกจากนี้ที่หน้าจอ LED ยังมีโหมดทำอาหาร 6 เมนูหลักพร้อมรูปภาพประกอบให้เลือกใช้อีกด้วย หม้อ Mandel Air Fryers จึงเหมาะกับเพื่อน ๆ ที่ชอบทำอาหารแต่ไม่ชอบความยุ่งยากมาก ๆ เลยครับผม

ความจุ6.5 L
กำลังไฟ1500 W
แผงควบคุมปุ่มกดดิจิตอล
ปรับอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา60 นาที

8. HAN RIVER HRAF03GN ความจุ 4L กำลัง 1200W

หม้อทอดไร้น้ำมัน HAN RIVER HRAF03GN ความจุ 4 ลิตร ช่วยให้เพื่อน ๆ ทำอาหารได้ในปริมาณที่มากในครั้งเดียว และด้วยเทคโนโลยี Turbine circulation mode ที่จะช่วยให้ความร้อนหมุนเวียนได้อย่างเต็มที่ มีความร้อนเท่ากันทุกจุด ซึ่งไม่ว่าเพื่อน ๆ จะใส่อาหารปริมาณมากเท่าไร หม้อทอด HAN RIVER นี้ก็จะช่วยให้อาหารของเพื่อน ๆ สุกอย่างทั่วถึง และยังมีเทคโนโลยี Uniform circulation ที่จะช่วยให้อาหารกรอบอร่อยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังล้อมรอบไปด้วยร่องนำลม ซึ่งจะช่วยให้ระบายความร้อนได้ดี สามารถเก็บความร้อนได้สูง และช่วยทำให้อาหารสุกไวขึ้น

ตัวหม้อเป็นระบบสัมผัส ใช้งานง่าย ไวต่อการสัมผัส สามารถปรับค่าต่าง ๆ ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นและเมนูอาหารอัตโนมัติต่าง ๆ ให้ใช้งานอีกมากมาย หน้าจอเป็นแบบ LED ขนาดใหญ่ สังเกตง่าย และยังสามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80-200 องศา เป็นเวลา 60 นาที และที่ชอบอีกอย่างนึงคือ สีสันที่สวยงาม มีความินิมอลพาสเทล เหมาะกับการมีไว้ติดครัวจริง ๆ ครับ

ความจุ4 L
กำลังไฟ1400 W
แผงควบคุมมือหมุน
ปรับอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา60 นาที

9. Philips AirFryer HD9200/91

หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips AirFryer หม้อทอดอากาศฟิลิปส์ HD9200/91 แบรนด์ดังเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกเจ้านึง ตัวนี้เป็นรุ่นขนาด 4.1 ลิตร สีดำล้วน รูปร่างน่าใช้งาน เป็นอีกหนึ่งหม้อทอดที่ผมชอบมาก ๆ ด้วยรูปลักษณ์ของมันนี่แหละ ตัวหม้อทอดมีเทคโนโลยี Rapid Air ช่วยลดไขมันในอาหารได้ถึง 90% และช่วยปรุงอาหารให้กรอบนอก ฉ่ำใน อาหารที่เราทำนั้นไม่แห้งจนเกินไป และที่เป็นข้อดีอีกอย่างนึงคือเค้ามีโปรแกรมทำอาหารได้โดยการไม่ต้องกลับอาหาร ไม่ต้องมาคอยเสียเวลานั่งเฝ้านั่งพลิกอาหารเลยครับ

สามารถควบคุมและปรับอุณหภูมิได้อย่างเต็มที่ด้วยระดับความร้อน 80-200 องศาเซลเซียส และสามารถตั้งเวลาทำอาหารได้ถึง 60 นาที มีฟังก์ชันเสียงแจ้งเตือนเมื่ออาหารเสร็จแล้ว และยังสามารถปิดเครื่องได้อัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรได้อีกด้วย นอกจากนี้ชิ้นส่วนสามารถถอดได้ทุกชิ้น ตะกร้ามีสารเคลือบกันอาหารติด เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด และยังสามารถนำเข้าเครื่องล้างจานได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสะดวก ใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเข้าครัวมาก ๆ เลยครับ

ความจุ4.1 L
กำลังไฟ1300 W
แผงควบคุมปุ่มกดดิจิตอล
ปรับอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา60 นาที

10. Simplus Air Fryer 4.5 ลิตร

หม้อทอดไร้น้ำมัน Simplus Air Fryer รุ่นนี้มาในสีสดใสด้วยกัน ถึง 2 สี คือสีชมพูพาสเทลและฟ้าพาสเทล เหมาะกับแม่บ้านหรือเพื่อน ๆ ที่อยากหาหม้อทอดมาไว้ในครัว ด้วยความที่ยุคนี้ทุกคนอยู่บ้านมากขึ้นและหม้อทอดรุ่นอื่น ๆ อาจจะมีสีดำจำเจคล้าย ๆ กัน การมีหม้อทอดสีสันสวยงามเพิ่มเข้าไปไว้ในมุมครัว น่าจะช่วยให้เพื่อน ๆ อยากลุกออกมาทำอาหารมากขึ้น นอกจากสีสันที่สวยงามแล้วเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ถือว่าทำได้ดีไม่แพ้กัน มีระบบหมุนเวียนลมร้อน 360 องศา ช่วยให้อาหารสุกได้อย่างทั่วถึง และรวดเร็ว ฟังก์ชั่นป้องกันการปิดเครื่อง เครื่องจะหยุดโดยอัตโนมัติเมื่อนำตะกร้าทอดออก และสามารถใส่เข้าไปได้ใหม่โดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่

ตัวหม้อทอด Simplus Air Fryer มีขนาดความจุถึง 4.5 ลิตร สามารถทำอาหารได้หลากหลายแบบ สามารถตั้งอุณหภูมิได้สูงถึง 200 องศา และตั้งเวลาได้ 30 นาที นอกจากนี้ยังมีกิมมิคเล็ก ๆ คือการสกรีนรูปเมนูอาหารและการตั้งค่าต่าง ๆ ลงบนตัวเครื่อง ช่วยให้เราทำอาหารได้ง่ายขึ้น ซึ่งรูปต่าง ๆ นั้นมีความเข้ากับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี อีกทั้งตัวตะแกรงยังมีสารเคลือบกันอาหารติด สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ก็ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาเครื่องที่สีสวยน่ารักปุ๊กปิ๊กแล้วละก็ Simplus Air Fryer เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ เลยครับ

ความจุ4.5 L
กำลังไฟ1300 W
แผงควบคุมมือหมุน
ปรับอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลา30 นาที

อ่านกันมาถึงตรงนี้คงจะมีคำตอบสำหรับ หม้อทอดไร้น้ำมัน ยี่ห้อไหนดี แล้วใช่ไหม หลายรุ่นก็ได้รับความนิยมมียอดขายใน Shopee หรือ Lazada สูงมากเลย บางรุ่นก็ยังออกแบบเป็นกระจกใส มองเห็นอาหารเวลาทำได้อีกด้วย สะดวกสำหรับคนทำมาก ๆ บางรุ่นก็มีปุ่มหรือโปรแกรมอัตโนมัติมาเพิ่มความสะดวกเวลาใช้งานอีก ตั้งเวลาเสร็จสรรพ ไปทำงานอย่างอื่นได้เลย ไม่ต้องเฝ้าหม้อ กลัวอาหารจะไหม้เลยครับ สุดท้ายนี้ก็ขอให้ได้รุ่นที่ถูกใจ สนุกและมีความสุขกับการทำอาหารกันนะครับ