+ “อาหารเสริม Hyaluronic Acid” ยี่ห้อไหนดี 2021 มีรีวิว 9 ยี่ห้อ +

+ "อาหารเสริม Hyaluronic Acid" ยี่ห้อไหนดี 2021 มีรีวิว 9 ยี่ห้อ +

สาว ๆ หนุ่ม ๆ อาจจะสงสัยกันว่า มันมี “อาหารเสริม Hyaluronic Acid” ให้เลือกซื้อไปทานกันด้วยเหรอ? ปกติจะเจอแต่กรดไฮยาลูโรนิคในสกินแคร์และเครื่องสำอางกันแค่นั้นใช่ไหมล่ะคะ แต่ขอบอกเลยว่า แบบอาหารเสริมหรือแบบเม็ด เดี๋ยวนี้เขาก็มีให้เลือกซื้อไปทานกันด้วย ยิ่งถ้าใครที่ใช้สกินแคร์แบบจัดหนักจัดเต็ม แต่ผิวก็ยังดูแห้งกร้าน ดูไม่อิ่มน้ำ ยังดูไม่สุขภาพดีอยู่ละก็ อาจจะเป็นเพราะว่า กรดไฮยาในร่างกายมีปริมาณลดลงนั้นเอง ดังนั้นจึงควรที่จะซื้อกรดไฮยาไปทาน เพื่อช่วยบำรุงจากภายในกันค่ะ ว่าแต่จะซื้อยี่ห้อไหนดีนะ? ก็ตามไปดูรีวิวกันได้เลยค่า



ประโยชน์ของกรดไฮยาลูโรนิค

ประโยชน์ของกรดไฮยาลูโรนิค

เอาจริง ๆ แล้ว กรดไฮยาลูโรนิคไม่ได้มีประโยชน์แค่ในด้าน ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ หรือประโยชน์แค่ด้านความงามเท่านั้น ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างต่อร่างกายเลยค่ะ ไม่ว่าจะ ช่วยให้แผลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนร่างกายหายได้ไวขึ้น รวมถึงบรรเทาอาการปวดตามข้อต่อต่าง ๆ ด้วยการหล่อลื่นให้ข้อต่อชุ่มชื้น อีกทั้งยังช่วยเสริมกระดูกให้มีความแข็งแรง นอกจากนี้ ก็ยังบรรเทาอาการกรดไหลย้อน และบรรเทาอาการตาแห้งด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตา และยังช่วยป้องกันอาการปวดกระเพาะปัสสาวะได้ด้วย แต่หลัก ๆ ที่คนหันมาทานกันก็คงเป็นเรื่องความงามอยู่ดี ส่วนประโยชน์อื่น ๆ ก็ถือเป็นตัวเสริม ให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีขึ้นละกันค่ะ

จะเลือกซื้ออาหารเสริม Hyaluronic Acid ยังไงดีนะ?

จะเลือกซื้ออาหารเสริม Hyaluronic Acid ยังไงดีนะ?

หลัก ๆ เลย ก็คงต้องดูที่ “ความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid ต่อเม็ด” ว่ามีความเข้มข้นที่เท่าไร ยิ่งถ้าเข้มข้นมาก ก็จะยิ่งช่วยบำรุงร่างกายได้ดี ซึ่งได้มีงานวิจัยได้ค้นพบว่า การทาน Hyaluronic Acid แบบเม็ด ที่วันละ 120-240 mg เป็นระยะเวลา 1 เดือน ผิวพรรณที่ได้จะมีความชุ่มชื้น นุ่มขึ้น และส่วนที่เคยแห้งกร้านก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเลยล่ะค่ะ

และนอกจากเรื่องความเข้มข้นแล้ว อาจจะดู “สารอาหารเพิ่มเติม” ที่เพิ่มเสริมมาในแต่ละเม็ดด้วย เพราะบางยี่ห้อ จัดหนักจัดเต็มมาก ๆ มีทั้งกรดไฮยาไม่พอ ยังมีคอลลาเจน รวมถึงมีสารสกัดต่าง ๆ ที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดีมากกว่าเดิมด้วย แต่ยี่ห้อเหล่านี้ ก็จะมีราคาที่ค่อนข้างแพงนะคะ ก็ถ้างบมีจำกัด แนะนำซื้อยี่ห้อที่มีเฉพาะกรดไฮยาก็พอ แต่ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ก็ตามสะดวกได้เลยค่ะ

แต่ถ้าอยากจะบำรุงผิวพรรณได้ดีมากกว่าเดิมละก็ นอกจากจะทานกรดไฮยาแล้ว ก็หันมาใช้เซรั่มกรดไฮยาบำรุงผิวหน้าเพิ่มเติมกันสิคะ รับรองว่า ผิวหน้าจะดูอิ่มน้ำ ดูนิ่ม ดูเด้ง ดูสุขภาพดีมากกว่าเดิมเลยล่ะค่ะ ก็ถ้าสนใจเซรั่มไฮยาละก็ ขอฝากบทความด้านล่างด้วยค่า


ตารางเปรียบเทียบ อาหารเสริม Hyaluronic Acid ยี่ห้อไหนดี

ก็ถ้าอยากจะเห็นอาหารเสริมแต่ละยี่ห้อ มาวางเรียงเปรียบเทียบกันแบบหมัดต่อหมัด เทียบกันไปเลยว่า มีความเข้มข้นของกรดไฮยาต่อเม็ดที่เท่าไร? มีสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมบ้างไหม? และราคาประมาณเท่าไรแบบง่าย ๆ ละก็ ขอแนะนำให้กดเข้าไปที่ปุ่มด้านล่างเพื่อที่จะไปดูตารางเปรียบเทียบได้เลยค่ะ



1. อาหารเสริม Hyaluronic Acid ยี่ห้อ Puritan’s Pride

ราคาโดยประมาณ 275 / 549 บาท ต่อ 60 / 120 เม็ด

Puritan’s Pride เป็นยี่ห้อขายอาหารเสริมที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา และก่อตั้งมาอย่างยาวนานกว่า 45 ปี จึงมั่นใจในเรื่องของคุณภาพได้อย่างแน่นอน ซึ่งทางแบรนด์เขาก็ขายอาหารเสริมหลากหลายชนิดเอามาก ๆ แม้แต่กรดไฮยาลูโรนิคแบบเม็ด ก็มีขายเช่นกัน และถ้าดูจากตารางด้านล่างแล้ว จะเห็นว่า มีความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid ต่อเม็ด ที่ 100 mg ก็อาจจะไม่ได้เข้มข้นมากที่สุด แต่ก็ถือว่า เข้มข้นสูง กำลังดี ส่วนราคาก็กำลังพอเหมาะด้วย โดยจะตกเม็ดละประมาณ 4-5 บาท พอดูรวม ๆ แล้ว ค่อนข้างคุ้มค่าใช้ได้เลย ยังไงถ้าสาว ๆ ไม่รู้จะเริ่มซื้ออาหารเสริม Hyaluronic Acid ยี่ห้อไหนดี ลองซื้อ Puritan’s Pride สิคะ

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ด100 mg
สารอาหารอื่น ๆโซเดียม 10 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1-2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

2. กรดไฮยาลูโรนิคแบบเม็ด ยี่ห้อ Jarrow Formulas

ราคาโดยประมาณ 399 / 735 บาท ต่อ 60 / 120 เม็ด

ถ้าพูดถึงอาหารเสริมไฮยาแบบเม็ดที่ได้รับความนิยมสูง และมียอดขายในระดับมากกว่า 700 +++ ละก็ คงต้องยกให้กับยี่ห้อนี้ Jarrow Formulas กันเลยค่ะ โดยถ้าสังเกตจากตารางด้านล่างแล้วละก็ จะเห็นว่า มีความเข้มข้นของไฮยาลูโรนิคกันอยู่ 2 แบบคือ รุ่นเก่าเม็ดละ 50 mg ส่วนรุ่นใหม่จะเม็ดละ 60 mg ก็เวลาเลือกซื้อให้ดูดี ๆ กันนิดหนึ่งนะคะ เพราะบางร้านจะขายปนกันทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ แต่ใช้ราคาเดียวกันค่ะ นอกจากนี้ ถ้านำความเข้มข้นของ Jarrow ไปเทียบกับ Puritan’s Pride ตัวด้านบนแล้ว จะเห็นว่า Puritan’s Pride มีความเข้มข้นสูงกว่า และมีราคาต่อเม็ดที่ถูกกว่าด้วย ดังนั้นแนะนำว่า ซื้อ Puritan’s Pride จะดีกว่า ไม่ก็รอให้ยี่ห้อนี้ จัดโปรโมชั่นค่ะ

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ดรุ่นเก่า 50 mg / รุ่นใหม่ 60 mg
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานวันละ 2-4 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

3. อาหารเสริม Hyaluronic Acid ยี่ห้อ DHC

ราคาโดยประมาณ 265 บาท ต่อ 40 เม็ด

อาหารเสริมจากประเทศญี่ปุ่นยี่ห้อ DHC ชื่อนี้หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยทาง DHC เอง เขาก็มีอาหารเสริมกรดไฮยาลูโรนิคแบบเม็ดให้เลือกซื้อกันด้วยนะคะ และมีความน่าสนใจเอามาก ๆ เพราะมีความเข้มข้นของกรดไฮยาต่อเม็ดค่อนข้างสูงที่ 75 mg (ที่เห็นหน้าซองว่า 150 mg นั้นคือ ทาน 2 เม็ดค่ะ) และนอกจากกรดไฮยาแล้ว ยังมีสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกเพียบ (ดูได้จากตารางด้านล่าง) ซึ่งจะมาช่วยกันบำรุงร่างกายและผิวพรรณได้ดีกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อ แต่ถ้าดูเรื่องราคาจะแอบแพงกว่า 2 ยี่ห้อบน โดยจะตกเม็ดละประมาณ 6-7 บาท เราแนะนำว่า ถ้าจะเน้นกรดไฮยาและราคาถูกไป Puritan’s Pride แต่ถ้าเน้นความหลากหลายต้อง DHC ค่ะ

ประเภทเม็ด
ความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ด75 mg
สารอาหารอื่น ๆวิตามิน B2, 1 mg / น้ำมันปลาฉลามน้ำลึก 85 mg / สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ 5 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร เช้า 1 เย็น 1
สัญชาติญี่ปุ่น


4. กรดไฮยาลูโรนิคแบบเม็ด ยี่ห้อ SOLGAR

ถ้ากำลังมองหาอาหารเสริมกรดไฮยาลูโรนิคแบบเม็ดที่มีเกรด Premium กว่าหลาย ๆ ยี่ห้อแล้วละก็ ต้องขอแนะนำ SOLGAR จากสหรัฐอเมริกากันเลยค่ะ เพราะมีความเข้มข้นของกรดไฮยาต่อเม็ดที่สูงถึง 120 mg! เลยทีเดียว ซึ่งสูงกว่าพวกยี่ห้อบน ๆ ทั้งหมด อีกทั้งยังมีสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมมาหลายชนิด และแต่ละชนิดเอง ก็เน้นช่วยเรื่องผิวพรรณกับความงามกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน C หรือวิตามินแห่งความงาม รวมถึงคอลลาเจนที่จะมาช่วยให้ผิวพรรณดูเต่งตึง ไม่มีริ้วรอย และ Chondroitin Sulfate ที่อาจจะไม่ได้ช่วยเรื่องความงาม แต่จะมาช่วยบำรุงกระดูกอ่อนในร่างกายให้มีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้นค่ะ

ซึ่งพอดูรวม ๆ แล้ว จะเห็นได้ถึงความ Premium ของยี่ห้อ SOLGAR เอามาก ๆ แต่ด้วยความที่ Premium นี้เอง ก็ทำให้มีราคาที่โหดร้ายด้วยเช่นกัน โดยจะตกเม็ดละประมาณ 21-22 บาท! ถือว่าแพงมาก ๆๆๆ ก็ถ้ามีงบค่อนข้างจำกัด แนะนำซื้อยี่ห้ออื่น ๆ แต่ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาละก็ จัดไปเลยค่ะ

ประเภทเม็ด
ความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ด120 mg
สารอาหารอื่น ๆวิตามิน C 100 mg / โซเดียม 20 mg / คอลลาเจน Type ii 720 mg / Chondroitin Sulfate 192 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

5. อาหารเสริม Hyaluronic Acid ยี่ห้อ Youtheory

Youtheory อีกยี่ห้อเกรด Premium จากสหรัฐอเมริกาที่มีราคาต่อเม็ดค่อนข้างสูงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ (แต่ก็ยังน้อยกว่า SOLGAR) โดยจะตกเม็ดละประมาณ 11-12 บาท ในขณะที่ความเข้มข้นของกรดไฮยาจะอยู่ที่ 100 mg ก็เข้มข้นเท่ากับ Puritan’s Pride

แล้วยี่ห้อนี้มีราคาแพงที่ตรงไหน? ก็จะอยู่ที่สารอาหารเพิ่มเติมที่เป็นสูตรเฉพาะของทางแบรนด์ Youtheory นั้นเอง (ดูได้จากตารางด้านล่าง มีหลายตัวหลายชนิดมาก) ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้ ก็จะมาช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณและร่างกายได้ดีกว่าเดิม อีกทั้งยังช่วยบำรุงพวกข้อต่อต่าง ๆ อีกด้วย จึงเหมาะมาก ๆ สำหรับผู้ที่ผิวแห้งกร้านอย่างหนัก รวมถึงผู้สูงอายุนั้นเอง แต่ถ้าจะเน้นทานแค่กรดไฮยาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวละก็ แนะนำยี่ห้ออื่น ๆ ที่ราคาถูกกว่า จะคุ้มค่ากว่าค่ะ (ยกเว้น SOLGAR นะ)

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ด100 mg
สารอาหารอื่น ๆBoswellia extract, Bromelain, Ginger (root) extract, Cayenne (fruit) powder, White Willow extract รวมกันทั้งหมดที่ 800 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 4 เม็ด ครั้งละ 2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ถ้ารู้สึกมากไปให้ลดเหลือครึ่งหนึ่ง
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

6. กรดไฮยาลูโรนิคแบบเม็ด ยี่ห้อ Doctor’s Best

ราคาโดยประมาณ 550 / 1,300 บาท ต่อ 60 / 180 เม็ด

Doctor’s Best เป็นอีกหนึ่งยี่ห้ออาหารเสริมจากสหรัฐอเมริกาที่ได้รับความนิยม แต่ถ้าดูจากตารางข้อมูลด้านล่างแล้ว จะเห็นว่า ในแต่ละเม็ดจะมีความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid เพียงแค่เม็ดละ 50 mg เท่านั้น ซึ่งถือว่า มีความเข้มข้นน้อยที่สุดจากทุกยี่ห้อที่ผ่านมาเลย ทางแบรนด์จึงแนะนำให้ทานวันละ 2 เม็ด เพื่อให้ความเข้มข้นเพิ่มไปที่ 100 mg ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีความเข้มข้นน้อย แต่ก็ยังมีความน่าสนใจตรงที่มีสารอาหารเพิ่มเติมอย่าง คอลลาเจน Type ii 300 mg และ Chondroitin Sulfate 100 mg เพิ่มเสริมเข้ามาด้วย ก็ทำให้ช่วยบำรุงร่างกายได้ดีกว่า และยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการปวดข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกายด้วย ส่วนราคา ถ้าซื้อแบบแพ็กเกจใหญ่ 180 จะตกเม็ดละประมาณ 7-8 บาท ก็ดูคุ้มอยู่ น่าสนใจซื้อมาทานกันค่ะ

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ด50 mg
สารอาหารอื่น ๆคอลลาเจน Type ii 300 mg / Chondroitin Sulfate 100 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา


7. อาหารเสริม Hyaluronic Acid ยี่ห้อ Puritan’s Pride Ultra Woman Collagen Support

ถ้าคิดว่า Puritan’s Pride ตัวด้านบนที่ให้แค่กรดไฮยาเฉย ๆ มันไม่น่าสนใจ ถ้ายังงั้นลองมาดูอีกตัวที่บำรุงได้ดียิ่งกว่ากับ Puritan’s Pride Ultra Woman Collagen Support ที่อาจจะมีความเข้มข้นของกรดไฮยาต่อเม็ดน้อยไปหน่อยที่เม็ดละ 50 mg เท่านั้น แต่ก็มีสารอาหารอื่น ๆ อีกเพียบที่จะมาช่วยบำรุงผิวพรรณเพิ่มเติม ไม่ว่าจะ คอลลาเจน Type ii, สารสกัดเมล็ดองุ่น และเรสเวอราทรอล ซึ่งดูรวม ๆ แล้ว จะเน้นช่วยทั้งผิวชุ่มชื้น รวมถึงปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระได้ดี อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ริ้วรอยแห่งวัยมาเยือนก่อนเวลาอันควรอีกด้วย ส่วนราคาก็ตกเม็ดละประมาณ 8-9 บาท อาจจะดูเหมือนแพง แต่ค่อนข้างคุ้มเมื่อเทียบกับสารอาหารที่ได้อย่างหลากหลายค่ะ

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ด50 mg
สารอาหารอื่น ๆคอลลาเจน Type ii 500 mg / สารสกัดเมล็ดองุ่น 100 mg / เรสเวอราทรอล (Resveratrol) 50 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 4 เม็ด ครั้งละ 2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ถ้ารู้สึกมากไปให้ลดเหลือครึ่งหนึ่ง
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

8. กรดไฮยาลูโรนิคแบบเม็ด ยี่ห้อ Now Foods

Now Foods หลาย ๆ คนน่าจะเดาได้ว่า เป็นยี่ห้ออาหารเสริมจากประเทศอะไร (สหรัฐอเมริกากันอีกแล้ว) โดยทางแบรนด์เขาก็มีขายความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ดที่ 2 ความเข้มข้นด้วยกันคือ แบบ 50 mg และ 100 mg เราแนะนำว่า ซื้อแบบ 50 mg จะดีกว่า เพราะมีราคาที่ถูกกว่า สามารถซื้อได้ 2 กระปุก แล้วราคายังถูกกว่าแบบ 100 mg กระปุกเดียวซะอีกค่ะ

ส่วนเรื่องความเข้มข้นที่อาจจะน้อยไปหน่อย ทางแบรนด์เขาก็แนะนำให้ทานถึงวันละ 2-4 เม็ด ก็จะได้กรดไฮยาที่เพิ่มมากกว่าเดิม และที่สำคัญมีสารอาหารอย่าง MSM (Methylsulfonylmethane) เพิ่มเสริมมาด้วย 450 mg ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น แร่ธาตุแห่งความงาม เพราะพบได้มากในเส้นผม, เล็บ และผิวหนัง โดยถ้ามีเจ้า MSM ในปริมาณน้อยละก็ จะทำให้ทั้งสามดูสุขภาพไม่ดี ไม่อ่อนเยาว์กันนั้นเอง ก็ถ้าคิดว่า กรดไฮยาแบบเม็ดยี่ห้ออื่น ๆ มันดูไม่น่าสนใจ ขอแนะนำ Now Foods ค่ะ

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ด50 mg
สารอาหารอื่น ๆโซเดียม 5 mg / MSM (Methylsulfonylmethane) 450 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 2-4 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ทานครั้งละ 2 เม็ด
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

9. อาหารเสริม Hyaluronic Acid ยี่ห้อ Neocell

ก็สำหรับใครที่กำลังอยากจะซื้ออาหารเสริมกรดไฮยาแบบเม็ดยี่ห้อ Neocell จากสหรัฐอเมริกากันละก็ ต้องขอเตือนว่า เป็นยี่ห้อที่มีความน่าสนใจน้อยกว่ายี่ห้ออื่น ๆ มาก ๆ ค่ะ เพราะความเข้มข้นของกรดไฮยาต่อเม็ดจะมีเพียงแค่ 50 mg ซึ่งน้อยกว่าหลายยี่ห้อเลยทีเดียว แล้วยังไม่มีสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมแม้แต่น้อย อีกทั้งราคาก็แพงมากกกก โดยจะตกเม็ดละประมาณ 15-16 บาท ในขณะที่ Puritan’s Pride ตัวบนสุด จะมีความเข้มข้นที่ 100 mg ซึ่งมากกว่า และราคาเพียงเม็ดละประมาณ 4-5 บาท เท่านั้นเอง ก็ดู ๆ แล้ว ยี่ห้อนี้ ไม่ค่อยมีความน่าซื้อเท่าไรเลยค่ะ

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้น Hyaluronic Acid ต่อเม็ด50 mg
สารอาหารอื่น ๆ
ปริมาณที่ควรทานวันละ 2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

ก็จบไปแล้วกับรีวิว “อาหารเสริม Hyaluronic Acid” ยี่ห้อไหนดี กันไปถึง 9 ยี่ห้อด้วยกัน ไม่แน่ใจว่า สาว ๆ ทั้งหลายสนใจอยากจะซื้อตัวไหน ยี่ห้อไหน ไปทานเพื่อบำรุงผิวพรรณให้มีความชุ่มชื้น ดูอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดีกันบ้างคะ?? ก็จากที่ได้เห็น ๆ มาเนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นยี่ห้อของกรดไฮยาลูโรนิคแบบเม็ดจากสหรัฐอเมริกากันเนาะ ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า ประเทศนี้ มีชื่อเสียงเรื่องนี้กันมาก ก็ถ้าให้แนะนำว่าเลือกซื้อยี่ห้อไหนดี เราว่า Puritan’s Pride ไม่ว่าจะตัวที่มีแค่กรดไฮยาเฉย ๆ หรืออีกตัวที่เพิ่มเสริมคอลลาเจนและสารอาหารอื่น ๆ เข้ามา น่าสนใจทั้งคู่ และดูคุ้มค่าที่สุดจากทุกยี่ห้อเลยค่ะ แต่ถ้ามีเงินละก็ ต้องจัด SOLGAR เลยค่า