+ “เครื่องดักยุง” ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "เครื่องดักยุง" ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

เบื่อ ๆ พวกยุง ๆ ตัวร้ายกันบ้างไหมครับ? ทั้งที่ปิดประตู ปิดหน้าต่าง ปิดมุ้งลวดก็แล้ว แต่อยู่ ๆ เจ้ายุ่งเหล่านี้ก็ดันโผล่มาจากไหนกันก็ไม่รู้ และไม่ชอบมาตัวเดียวนะ มาทีชอบพาเพื่อนฝูงมาด้วย จะไปจุดยากันยุงก็ไม่ไหว สำลักควันเวียนหัวตายกันพอดี จะเอาไม้มาไล่ตี เดี่ยวก็โผล่มาอีก สงสัยได้ไล่ตีกันทั้งคืน จะไปใช้แบบเครื่องฆ่ายุงด้วยไฟฟ้า ก็แอบอันตรายน่ากลัว เสียวมีประกายไฟเกิดเพลิงไหม้ได้อีก จะใช้โลชั่นกันยุงทา เด็ก ๆ ที่มีผิวบอบบางก็อาจจะเกิดการแพ้ระคายเคืองได้ ถ้ายังงั้น ลองมาใช้ “เครื่องดักยุง” แบบลมดูด กันดูไหมล่ะครับ แล้วเครื่องดักยุ่งแบบนี้มีลักษณะอย่างไร จะสามารถจัดการยุงได้จริงไหม ปลอดภัยหรือเปล่า แล้วจะซื้อยี่ห้อไหนดี? ที่นี่มีคำตอบครับ



มาทำความรู้จักกับ “เครื่องดักยุง” แบบลมดูด กันสักนิด

มาทำความรู้จักกับ "เครื่องดักยุง" แบบลมดูด กันสักนิด

เครื่องดักยุงแบบลมดูด จะมีการทำงานหลัก ๆ ก็คือ การเปิดแสงไฟนีออนสีม่วง ๆ ทิ้งไว้เผื่อล่อยุงให้บินเข้ามาหาเครื่อง เมื่อยุงบินมาถึงบริเวณระยะแสงไฟแล้ว ก็จะถูก “ลมดูด” ดูดเข้าไปเก็บไว้ในกล่องทึบด้านล่าง โดยยุงจะยังไม่ตาย แต่ก็ไม่สามารถบินหนีออกไปจากกล่องได้ เพราะยังคงถูกลมดูดอยู่ ต้องเปิดไปสักระยะหรือประมาณอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง แล้วยุงถึงจะตายอยู่ในกล่อง แต่ถ้าอยากจะปิดการทำงานของเครื่องก่อน ก็เพียงแค่หาอะไรมาปิดฝาด้านบนไว้ หรือจะนำยุงไปปล่อยด้านนอกบ้านให้เป็นอิสระต่อไป ก็ทำได้ครับ

โดยเครื่องดักยุงแบบลมดูดนี้ จะมีข้อดีหลายอย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ มีความปลอดภัยสูงมาก เพราะไม่ได้ใช้สารเคมีในการไล่ยุง ไม่ส่งกลิ่นเหม็น และไม่แผ่รังสีใด ๆ ทั้งนั้น อีกทั้งไม่ได้ใช้ไฟฟ้าในการช็อตยุงให้ตาย จึงลดโอกาสในการเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงไร้ควันและไร้กลิ่น ก็ทำให้ไม่ต้องทนปวดหัวเวียนหัวจากน้ำยากันยุงอีกด้วย นอกจากนี้ การเคลื่อนย้ายเครื่องก็สะดวก และการทำงานก็ค่อนข้างเสียงเบามาก สามารถเปิดไว้ในห้องนอนก็ไม่รบกวนการนอนแต่อย่างใด และยังประหยัดเงิน ไม่ต้องคอยมาเติมน้ำยาหรือสารเคมีให้ยุ่งยากด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบประสิทธิภาพในการกันยุงหรือไล่ยุงแล้ว อาจจะสู้แบบพวกเครื่องอื่น ๆ ไม่ได้ เพราะไม่ได้เปิดปุ๊ป จัดการกับยุงได้ปั๊บ ต้องใช้เวลาในการล่อยุงให้มาติดกับดัก ซึ่งส่วนใหญ่ควรจะเปิดล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนที่จะเข้าห้องนั้น ๆ และควรสูงจากพื้นอย่างน้อย 1 เมตร อีกทั้งตัวเครื่องไม่ได้เป็นแบบมีแบตเตอรี่ในตัว เวลาจะใช้งานยังไงก็ต้องต่อไฟ USB กับ Power Bank หรือไฟบ้านอยู่เสมอ และต้องเปิดเครื่องไว้ค่อนข้างนานกว่ายุงจะตาย รวมถึงพื้นที่ที่ใช้ควรจะเป็นห้องปิดทึบ, มืด และมีขนาดไม่ควรเกิน 20 ตรม. แต่ถ้าเอาไปใช้พื้นที่เปิดโล่งหรือภายนอกบ้าน ก็ต้องให้เครื่องอยู่ใกล้ชิดกับตัวคนมาก ๆ ถึงพอจะจัดการกับยุงได้บ้างครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “เครื่องดักยุง” แบบลมดูด ยี่ห้อไหนดี

เผื่อว่าใครที่ไม่มีเวลาอ่านเนื้อหาทั้งหมด หรืออยากจะเห็นสินค้าเครื่องดักยุงของแต่ละยี่ห้อ มาวางเรียบเปรียบเทียบกันแบบช็อตต่อช็อต ก็ลองกดเข้าไปที่ปุ่มด้านล่างเพื่อเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบได้นะครับ



1. เครื่องดักยุง Xiaomi, Sothing

ถ้าอยากได้เครื่องดักยุงแบบลมดูดที่มีดีไซน์ดูเป็นเอกลักษณ์ ดูสวยเด่น และสามารถใช้เป็นของแต่งบ้านได้ด้วยแล้วละก็ ต้องขอแนะนำยี่ห้อ Sothing (แบรนด์ในเครือของ Xiaomi) กันเลยครับ โดยดีไซน์ได้ทำออกมาเป็นต้นกระบองเพชรดูสวยแปลกตา ที่ไม่ว่าจะเอาไปวางไว้ในห้องไหน ๆ ก็แต่งเข้ากับห้องนั้น ๆ ได้หมด อีกทั้งยังได้ออกแบบให้หลอดไฟ UV ที่ใช้ล่อยุงและช่องท่อลมดูดเป็นแบบ 360 องศา ทำให้ไม่ว่าเจ้าตัวร้ายจะบินมาจากทิศไหน ๆ ก็ถูกดูดลงไปในกล่องได้อย่างแน่นอน

ส่วนขนาดเครื่องก็เล็ก กะทัดรัด เคลื่อนย้ายไปไหนมาได้สะดวก และไม่ต้องพะวงกับการเสียบไฟบ้าน เพราะมีการชาร์จไฟแบบ USB จะเอาต้นกระบองเพชรไปวางไว้ในบ้าน นอกบ้าน หรือที่ไหน ๆ ก็ได้ทั้งนั้น (แต่อย่าลืม Power Bank ไปด้วยนะ) เห็นกันแบบนี้แล้ว สงสัยต้องจัดกันสักเครื่องแล้วครับ

จุดเด่นดีไซน์โดดเด่นต้นกระบองเพชร / พกพาเคลื่อนย้ายไปมาได้ง่าย / การทำงานแบบ 360 องศา / ไม่ต้องใช้สายไฟฟ้า
ขนาด / น้ำหนัก120 x 120 x 150 มม. / 307 กรัม
ชาร์จไฟUSB

2. ยี่ห้อ Remax รุ่น RT-MK04

2. ยี่ห้อ Remax รุ่น RT-MK04

ราคาโดยประมาณ 768 บาท

ถ้าคิดว่าเครื่องดักยุง Xiaomi ต้นกระบองเพชรนั้นเล็กเกินไป กลัวว่าจะดักจับยุงได้ไม่ดีพอ งั้นลองมาดูของยี่ห้อ Remax รุ่น RT-MK04 ที่ตัวเครื่องมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้น และน้ำหนักก็มากขึ้นด้วย อีกทั้งเมื่อดูจากรูปทรงแล้ว ก็ดูจริงจังเอามาก ๆ พร้อมที่จะทำงานล่อยุงได้อย่างเต็มที่ ซึ่งหลักการทำงานก็ยังคงเดิม ๆ คือการเปิดแสงไฟสีม่วงเพื่อล่อยุงให้เข้ามาติดกับครับ

แต่เครื่องนี้จะพิเศษตรงที่ตลับด้านบน จะมีการปล่อยสารที่ยุงชอบ (ไม่เป็นอันตรายต่อคน) เพิ่มเติมด้วย จึงล่อยุงได้ดีมากขึ้นกว่าเครื่องอื่น ๆ ที่ใช้เพียงแค่แสงไฟเท่านั้น แต่กลิ่นล่อยุงจะใช้ได้ประมาณ 45 วัน หลังจากนั้นจะเป็นแค่แสงไฟเฉย ๆ ถ้ายังอยากให้มีกลิ่นมาล่อเหมือนเดิม ก็ต้องไปซื้อซองกลิ่นมาเปลี่ยนเอาครับ ส่วนเรื่องการล่อยุง จากที่ได้ไปดูรีวิวของคนใช้งานจริง ก็พบว่า ล่อยุงให้มาติดกับได้ดีมาก ๆ แต่ต้องเปิดในห้องมืด ๆ กับตอนที่ไม่มีคนอยู่ ถึงจะล่อยุงได้ครับ

จุดเด่นดีไซน์ดูจริงจัง / ถึงจะหนักกว่าเครื่องอื่น ๆ แต่ก็ยังพกพาเคลื่อนย้ายไปมาได้สะดวกอยู่ / ไม่ต้องใช้สายไฟฟ้า / มีกลิ่นล่อยุงเพิ่มเติม
ขนาด / น้ำหนัก255 x 130 x 130 มม. / 695 กรัม
ชาร์จไฟUSB

3. เครื่องดักยุง Xiaomi, Cooperation Brand 3 Life

3. เครื่องดักยุง Xiaomi, Cooperation Brand 3 Life

ราคาโดยประมาณ 339 บาท

Cooperation Brand 3 Life เป็นอีกแบรนด์ที่อยู่ในเครือของ Xiaomi ที่มีเครื่องดักยุงที่น่าสนใจวางขายอยู่ โดยถ้าดูจากดีไซน์ อาจจะดูเรียบ ๆ ธรรมดา ๆ ไปนิดเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ก็ดูเรียบง่าย สีขาวหรือดำตามสไตล์มินิมอล และตัวเครื่องจะมีทรงเหมือนเป็นหม้อหุงข้าวขนาดเล็ก มาพร้อมกับหูหิ้วทำให้หิ้วไปไหนมาไหนได้สะดวก และที่เหมือนจะเป็นไฮไลท์ก็คือ หลอดแสงไฟจะลอยเหนืออยู่บนกล่องดักจับยุง ทำให้ไม่ไปกินเนื้อที่ของตะแกรงบนกล่อง เวลายุงบินมาแล้ว จึงโดนดูดเข้ากล่องได้ง่าย อีกทั้งยังทำให้แสงส่องเป็นจุด จึงแอบล่อยุงได้ดีกว่าด้วย ถ้ายังไงเป็นคนชอบของเรียบ ๆ เครื่องนี้แอบตอบโจทย์เลยครับ

จุดเด่นเคลื่อนย้ายไปมาได้สะดวกด้วยหูหิ้ว / ไม่ต้องใช้สายไฟฟ้า / แสงไฟลอยอยู่บนตะแกรง ไม่กินพื้นที่ และส่องไฟเป็นจุด ทำให้ล่อยุงได้ดี
ขนาด / น้ำหนัก112 x 121 x 131 มม. / 315 กรัม
ชาร์จไฟUSB


4. ยี่ห้อ YAGE-M002

YAGE รุ่น M002 ถือว่าเป็นเครื่องดักยุงที่มียอดขายที่ใช้ได้เลยในอินเตอร์เน็ทครับ โดยตัวเครื่องก็มีรูปทรงดูทันสมัย ดีไซน์มาในสไตล์สีขาว แนวมินิมอลเช่นเดียวกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ถ้าเทียบเรื่องการใช้งานแล้ว อาจจะไม่สะดวกสบายเท่าไรนัก เพราะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และต้องคอยเสียบกับปลั๊กไฟบ้าน ทำให้ไม่สามารถวางไว้ที่ตำแหน่งไหนก็ได้ แต่ด้วยการที่ใช้ไฟบ้านก็จะมีข้อดีตรงที่ ลมดูดแรงมาก และแรงดีไม่มีตกครับ

อีกทั้งเครื่องนี้ ยังมีความแรงลมให้เลือกปรับกันได้ 2 ระดับคือ ระดับ Strong ไว้ใช้เปิดตอนแรก ๆ และตอนที่ไม่มีคนอยู่ และระดับ Sleep ไว้ใช้เปิดตอนที่เราจะนอน ซึ่งจะมีเสียงการทำงานที่เบากว่า ส่วนเรื่องการดักยุงนั้น ก็มีหลาย ๆ รีวิวบอกมาว่า ใช้ดักได้ดีเลย แต่แสงไฟค่อนข้างสว่างมาก ถ้าเป็นคนที่ต้องนอนแบบห้องมืดสนิท ๆ เครื่องตัวนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ครับ

จุดเด่นการทำงานแบบ 360 องศา / เครื่องทำงานได้แรง / สามารถปรับระดับลมดูดได้
ขนาด / น้ำหนัก140 x180 x 190 มม. / NA
ชาร์จไฟไฟบ้าน

5. เครื่องดักยุง Xiaomi, DOKIY

เอาใจเด็ก ๆ และคนชอบของน่ารัก ๆ กันสักนิดกับ Xiaomi, DOKIY (ยี่ห้อในเครือ Xiaomi อีกแล้ว) ที่ออกแบบเครื่องมาเป็นตัวเป็ดน้อยสีเหลืองสดใส ดูเด่น ดูน่ารักมากกกก ถ้าได้เอาไปเปิดใช้งานในห้องของเด็ก ๆ พวกเขาคงจะฟินกันน่าดู แต่เห็นว่าน่ารักแบบนี้ วัสดุที่ใช้ผลิตก็แข็งแรง ทนไม้ทนมืออยู่นะครับ ส่วนการทำงานก็ถือว่าทำได้ดี และโดยรวม ๆ แล้ว ก็มีแต่เสียงรีวิวไปในทาง ++++ โดยเฉพาะเรื่องของความน่ารัก แต่ถ้าเปิดในห้องที่สว่าง ก็มีคนบอกว่า ยุงก็บินผ่านแบบไม่แคร์แต่อย่างใด ยังไงก็อย่าลืมเปิดก่อนล่วงหน้าและปิดไฟให้ห้องมืดสนิทด้วยครับ

จุดเด่นเป็ดน้อยสีเหลืองน่ารักมาก
ขนาด / น้ำหนัก130 x 130 x 230 มม. / NA
ชาร์จไฟUSB

6. ไม่มียี่ห้อ เครื่องดักยุงหูกระต่ายหรือเขากวาง

6. ไม่มียี่ห้อ เครื่องดักยุงหูกระต่ายหรือเขากวาง

ราคาโดยประมาณ 390 บาท

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มาลองดูเครื่องดักยุงที่เน้นความน่ารักกันอีกสักรุ่น (แต่ไม่มียี่ห้อนะ เป็นของจากประเทศจีน ก่อนซื้อก็คิดดี ๆ เน้อ) โดยตัวเครื่องจะมีให้เลือกซื้ออยู่ 2 แบบด้วยกันคือ แบบหูกระต่ายที่มีสีชมพูพาสเทลสวย กับแบบเขากวางที่มีสีขาว ก็ถ้าชอบแบบไหน ก็จัดแบบนั้นได้เลยครับ ส่วนทางด้านการทำงานก็ตามหลักของเครื่องดักยุงทั่ว ๆ ไป ที่ใช้การเปิดไฟล่อยุงมาให้โดนลมดูด ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือด้อยกว่าเครื่องอื่น ๆ แต่จะเน้นเรื่องดีไซน์และความน่ารักเป็นจุดเด่นเท่านั้นครับ

จุดเด่นดีไซน์น่ารักแบบหูกระต่ายหรือเขากวาง
ขนาด / น้ำหนัก130 x 130 x 230 มม. / NA
ชาร์จไฟUSB


7. เครื่องดักยุง Xiaomi, Mijia 3 Life

7. เครื่องดักยุง Xiaomi, Mijia 3 Life

ราคาโดยประมาณ 329 บาท

Xiaomi, Mijia 3 Life ที่ความน่ารักและความโดนเด่น อาจจะสู้กับ 2 ยี่ห้อด้านบนไม่ได้ แต่ Mijia 3 Life (แบรนด์ลูกของ Xiaomi) ขอเอาใจทาสแมวกันสักนิด เพราะตัวเครื่องได้รับเรื่องบันดาลใจการออกแบบมาจากน้องเมี้ยว โดยจะมีหูแมว 2 หู อยู่ด้านบน และมีเข็มสามแฉกที่ติดอยู่ด้านหน้าแทนปากกับจมูก พอมองรวม ๆ แล้ว ก็จะเห็นเป็นเหมือนกับหน้าน้องแมวนั้นเองครับ และยังมีสีขาวกับสีชมพูให้เลือกซื้อกันด้วย นอกจากนี้ ตัวเครื่องก็เป็นแบบแคบและเตี้ย จึงสามารถนำไปใช้วางในพื้นที่แคบ ๆ ได้ เช่น ตามชั้นหนังสือ ตามซอกต่าง ๆ เป็นต้น ก็ถ้าใครที่เป็นทาสแมวหรือชอบน้องแมว สงสัยต้องจัดเครื่องนี้ไปใช้กันละครับ

จุดเด่นดีไซน์แบบน้องเมี้ยว / เครื่องแคบเตี้ยวางที่ไหนก็ได้
ขนาด / น้ำหนัก112 x 121 x 131 มม. / 315 กรัม
ชาร์จไฟUSB

8. เครื่องดักยุง Xiaomi, Vortex

8. เครื่องดักยุง Xiaomi, Vortex

ราคาโดยประมาณ 440 บาท

เอาไปเอามา เครื่องดักยุง Xiaomi นี้มีเยอะมากกกหลายตัวจริง ๆ แต่ละตัวก็เป็นแบรนด์ในเครือทั้งนั้น รวมถึงตัวนี้ด้วยเช่นกันกับ Vortex โดยถ้าดูจากดีไซน์ก็จะเรียบ ๆ ทันสมัย แนวมินิมอล และจากดีไซน์นี้เอง ก็ได้รับรางวัลการออกแบบปี 2019 ของ Golden PIN Design Award ด้วยนะครับ อีกทั้งมาพร้อมสายหนังเทียมที่สามารถใช้เป็นหูหิ้ว หิ้วพกพาได้สะดวก, ไปห้อยตามเสาหรือแขวนตามผนัง หรือจะเอาไปห้อยใช้งานที่สวนนอกบ้านก็ได้ และยังสามารถถอดเข้าถอดออกเวลาที่ไม่ต้องการใช้ได้ด้วย ส่วนเครื่องก็ขนาดกะทัดรัด ไม่กินพื้นที่ วัสดุที่ใช้ก็ดูดีสมกับราคา โดยรวม ๆ แล้ว ก็ถือว่าเป็นอีกเครื่องดักยุงที่ถูกใจใครหลาย ๆ คนเลยครับ

จุดเด่นรางวัลการออกแบบปี 2019 ของ Golden PIN Design Award / มีสายหนังเทียมไว้ใช้หิ้วห้อยได้ / ไม่ต้องใช้สายไฟฟ้า
ขนาด / น้ำหนัก120 x 120 x 220 มม. / NA
ชาร์จไฟUSB

9. เครื่องดักยุง Xiaomi, DYT-X6

อีกเครื่องจากแบรนด์ลูก Xiaomi รุ่น DYT-X6 ที่ดูจากดีไซน์แล้ว ค่อนข้างเรียบ ๆ ไม่โดดเด่นเท่าตัวอื่น ๆ แต่กลับเป็นตัวที่มีคนรีวิวไปในทางด้านบวกเยอะมาก มีแต่คนบอกว่าใช้งานได้ดี ล่อยุงได้จริง ขนาดเล็กกะทัดรัดแบบสุด ๆ และน้ำหนักก็เบามากด้วย ที่เครื่องสามารถล่อยุงได้ดีกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อนั้น ก็น่าจะเป็นเพราะว่า นอกจากจะล่อยุงด้วยแสงไฟสีม่วงแล้ว ยังได้ใช้กลิ่นที่ทำจากสมุนไพรมาช่วยล่อยุงเพิ่มเติมด้วยนั้นเอง แต่ก็มีคนบ่น ๆ มาเหมือนกันว่า ตัวกลิ่นใช้งานได้แค่ประมาณ 30 วันเท่านั้น และเมื่อกลิ่นหมดแล้ว ก็จะเหลือแค่การล่อยุงจากแสงเท่านั้น ก็อาจจะล่อยุงได้พอ ๆ กับเครื่องอื่น ๆ ครับ

จุดเด่นเครื่องเล็กน้ำหนักเบา / มีกลิ่นสมุนไพรล่อยุงเพิ่มเติม / ไม่ต้องใช้สายไฟฟ้า
ขนาด / น้ำหนัก115 x 115 x 112 มม. / 46 กรัม
ชาร์จไฟUSB

10. ยี่ห้อ MOSQ, GM912G

เป็นอีกเครื่องดักยุงที่มียอดขายที่เยอะเอามาก ๆ ระดับพัน +++ ในอินเตอร์เน็ท โดยที่ขายกันได้ดีขนาดนี้ ก็เพราะเครื่องมีขนาดใหญ่ จึงทำให้นอกจากจะล่อยุงได้ดีแล้ว ยังสามารถล่อแมลงอื่น ๆ โดยเฉพาะแมลงเม่าได้ดีด้วย และการล่อแมลงเหล่านี้ ก็ใช้การล่อ 2 ระบบคือ แสงและกลิ่นก๊าซที่เหมือนกับลมหายใจของมนุษย์ จึงล่อยุงได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม ตัวกล่องเก็บยุงก็มีขนาดใหญ่ ทำให้ไม่ต้องคอยแกะออกมาทำความสะอาดบ่อย ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม เครื่องนี้ต้องใช้ไฟบ้านเท่านั้น ทำให้สถานที่ที่จะตั้งเครื่องต้องใกล้กับปลั๊กไฟ และดีไซน์ที่ค่อนข้างดูเฉยเอามาก ๆ เมื่อเทียบกับพวกเครื่องบน ๆ แล้ว ดูไม่ค่อยน่าซื้อมาใช้เลย แต่ถ้าเน้นเรื่องการล่อยุงและแมลงละก็ ถือว่าตอบโจทย์ครับ

จุดเด่นล่อยุงด้วยแสง และกลิ่นก๊าซที่เหมือนกับลมหายใจมนุษย์ / เครื่องขนาดใหญ่ / ล่อยุงและแมลงอื่น ๆ ได้
ขนาด / น้ำหนักNA แต่ค่อนข้างใหญ่ / 1,000 กรัม
ชาร์จไฟไฟบ้าน

ได้เห็นกันไปแล้วกับ “เครื่องดักยุง” ยี่ห้อไหนดี แบบลมดูดทั้ง 10 เครื่องด้วยกัน สนใจอยากจะซื้อเครื่องไหนไปใช้จัดการกับเจ้ายุ่งตัวร้ายที่บ้านกันบ้างครับ ดูไปดูมาแล้ว ชักอยากจะซื้อเครื่องมาตั้งโชว์ หรือเอามาประดับในห้องเพราะดีไซน์ของเครื่องมากกว่าการทำงานจริง ๆ ซะอีก ดีไซน์ดูดี ดูสวย ดูโดดเด่นกันมาก ๆ ส่วนเรื่องการทำงาน ก็ควรจะใช้ตามที่ทางผู้ผลิตแนะนำมาก็คือ เปิดเครื่องล่วงหน้า, ห้องมืด, ขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร และวางสูงจากพื้นประมาณ​ 1 เมตร เพื่อให้เครื่องทำงานได้มีประสิทธิภาพล่อยุงได้ดีมากที่สุด ยังไงก็ขอให้ได้เครื่องที่ชอบ ดีไซน์ที่ถูกใจ ใช้แล้วสามารถดักจับเจ้ายุงตัวร้ายให้หมดไปจากห้องกันด้วยนะครับผม