เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนดี รีวิวล่าสุด

รูปภาพปกบทความ เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนดี

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi เป็นอีกยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากตัวเครื่องดีไซน์สวย, ทันสมัย, มีความทนทาน, การเปลี่ยนไส้กรองก็ทำได้ง่าย, และราคาเครื่องรวมถึงไส้กรองก็จัดว่าถูก รวม ๆ แล้วคุ้มค่าเลยครับ อีกทั้งสิ่งที่โดนใจหลาย ๆ คนแบบสุด ๆ เลยก็คือ เซ็นเซอร์บอกค่า PM2.5 ที่นับว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้โดดเด่นกว่ายี่ห้ออื่น ๆ จนทำให้เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi มียอดขายอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

อีกทั้งก็มีการส่งรุ่นอัพเกรดออกใหม่อย่างเสมอ ๆ เช่น เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Pro H ที่แบบว่า แค่อ่านสเปคแล้วก็รู้สึกถึงความว้าวพอสมควร และก็ยังเปิดตัวรุ่น 3C ที่ราคาถูกสุด ๆ มาเอาใจสายประหยัดอีกด้วย ถ้าใครที่ยังไม่เคยซื้อเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi มาก่อน ก็ลองมาอ่านบทความนี้ได้ ผมได้ทำการเปรียบเทียบรายละเอียดของทั้งเครื่องฟอกรวมถึงไส้กรองไว้ ณ ที่แล้วครับ



คำแนะนำในการซื้อ “เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi”

เครื่องกรองอากาศ Xiaomi

กดเปลี่ยนความแรงลมได้ พร้อมดู PM 2.5 แบบเรียลไทม์ / ไส้กรองถอดเปลี่ยนได้ง่าย

เลือกเครื่องศูนย์ไทย (Global Ver.) หรือ เครื่องจีนดี ?

ผลิตภัณฑ์ Xiaomi จะมีสิ่งน่าปวดหัวอยู่อย่างหนึ่งก็คือ จะมีวางจำหน่ายอยู่ 2 เวอร์ชั่นครับ โดยมีเวอร์ชั่นจีน กับเวอร์ชั่นที่วางขายทั่วโลก ทำให้บางทีสเปคของเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi จะไม่เหมือนกัน เช่น รุ่น 3 (จีน) และ 3H (Global) จะมีไส้กรองที่แถมมาต่างกัน และเรื่องของภาษาการใช้งานบนหน้าจอ โดยเวอร์ชั่นจีนจะเป็นภาษาจีน ในขณะที่เวอร์ชั่นที่วางขายทั่วโลกถึงจะเป็นภาษาอังกฤษ แต่จุดนี้ ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไรนัก เพราะเมนูบนหน้าจอพอที่จะเดาได้ ส่วนภาษาในแอปก็จะเปลี่ยนตามภาษาในมือถือของเราครับ

และเวลาเชื่อมต่อกับแอป Mi Home ก็ต้องทำการเลือกประเทศให้ตรงกับรุ่นที่ซื้อมาด้วย ถ้าเป็นเวอร์ชั่นจีน ก็ต้องเลือก Mainland China เท่านั้น ไม่งั้นเชื่อมต่อแอปไม่ติดนะครับ และถ้ามีการใช้กับอุปกรณ์จำพวก Mi Smart Sensor ก็ต้องเลือกใช้ทั้งเครื่องฟอกและเซ็นเซอร์ที่เป็นเวอร์ชั่นเดียวกันด้วย ไม่งั้นทำงานร่วมกันไม่ได้ จีนก็จีน Global ก็ Global ครับ และอีกอย่างที่สำคัญก็คือ เวลาเสีย แนะนำให้ซื้อเครื่องที่รับประกันโดยศูนย์ในไทย ถึงแม้เครื่องจีนราคาจะถูกกว่า แต่ไม่สามารถเข้าศูนย์ซ่อมในไทยได้นะครับ ถ้าเสียก็เตรียมเงินซื้อเครื่องใหม่ได้เลย ส่วนการซ่อมแบบเสียเงิน เท่าที่ทราบมาทางศูนย์เค้าไม่รับซ่อมนะครับ ต้องหาทางซ่อมเองครับ

เลือกให้เหมาะกับขนาดห้อง

ก็ดูจากพื้นที่ในห้องนะครับ ว่าห้องเราใหญ่กี่ตารางเมตร อย่างคอนโด 40 ตารางเมตร ถ้าเป็นห้องสตูดิโอที่มีกระจกกั้นหรือแยกเป็น1ห้องนอน ก็อาจเลือกรุ่น 2H ที่เหมาะกับพื้นที่ 31 ตารางเมตรก็ได้ครับ เพราะเวลาใช้งานจริงเราคงใช้พื้นที่ทีละส่วน ใช้ส่วนไหนก็ย้ายเครื่องไปห้องนั้น คงไม่ได้เปิดประตูส่วนห้องนอนกับกับนั่งเล่นแล้วกรองพร้อมกัน แต่ถ้าห้องเป็นแบบสตูดิโอที่ไม่มีอะไรกั้นก็อาจจะต้องเลือกให้ใหญ่ขึ้นเป็น 3H ที่รองรับพื้นที่ถึง 45 ตารางเมตร การที่เลือกเครื่องฟอกให้ใหญ่กว่าห้องเราก็จะมีข้อดีตรงถ้าฝุ่นเยอะมาก เลือกใหญ่กว่าก็จะกรองได้เร็วขึ้นครับ

มีหน้าจอบอกข้อมูลต่าง ๆ

ถ้าใครประสบปัญหาเรื่องฝุ่นมาก แบบมีงานก่อสร้างใกล้บ้านใกล้ห้อง ผมแนะนำว่า ควรเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ที่มีหน้าจอแสดงผลจะดีกว่าครับ เพราะตัวหน้าจอจะช่วยบอกค่าต่าง ๆ ให้รู้ถึงสภาพของห้อง ไม่ว่าจะเป็นค่า PM 2.5, อุณหภูมิ, ความชื้น, สถานะการเชื่อมต่อไวไฟ และโหมดการทำงาน เมื่อทราบค่าต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ก็จะได้พยายามแก้ไขปัญหาต่อไป เช่น ถ้าห้องมีความชื้นสูงก็จะได้ระวังเรื่องเชื้อรา เดี๋ยวเครื่องหนังหรือตู้ไม้ในห้องจะเกิดคราบราแล้วเสียหายได้ (การเปิดแอร์เย็น ๆ จะช่วยลดความชื้นได้) และพอไส้กรองถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนก็มีการแจ้งเตือนที่หน้าจอด้วยครับ

สามารถเชื่อมต่อไวไฟ และสั่งการจากแอป Mi Home ได้

การเชื่อมต่อกับแอปได้จะมีข้อดีตรงที่ สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดตัวเครื่อง และยังดูค่า PM 2.5 ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย ก่อนกลับบ้านก็เช็คค่า PM 2.5 สะหน่อย ถ้าที่บ้านมีค่า PM 2.5 สูง ก็จะได้สั่งการให้เครื่องทำงานรอไว้ได้เลย พอถึงบ้านแล้วก็จะได้มีแต่อากาศบริสุทธิ์ นอกจากค่า PM 2.5 แล้ว แอป Mi Home ยังบอกเปอร์เซ็นต์การใช้งานของไส้กรองด้วย พอเปอร์เซ็นต์ใกล้หมด ก็จะได้ไปหาซื้อมาเปลี่ยนครับ

และถ้ามีการใช้งานร่วมกับ Mi Smart Sensor เวลาเข้าบ้านผ่านเซ็นเซอร์ปุ่บ ตัวเครื่องฟอกอากาศจะทำงานในทันที ดูสมาร์ทไปอีก แต่เวลาเชื่อมต่อครั้งแรกที่มือถือต้องเชื่อมเครือข่ายไวไฟ 2.4GHz นะครับ ไม่งั้นจะเชื่อมไม่ได้ ถ้าเคยเชื่อม 5GHz ให้กดยกเลิกก่อน ไม่แน่ใจว่ารุ่นหลัง ๆ ได้รับการแก้ปัญหานี้แล้วหรือยัง หวังว่าทาง Xiaomi จะแก้ปัญหานี้แล้วนะครับ

เลือกไส้กรองให้ตรงกับความต้องการ

เพราะไส้กรองที่แถมมากับเครื่องบางรุ่นจะตัดไส้กรองคาร์บอนสำหรับกรองกลิ่นออก เช่นรุ่น 2S, Pro หรือ 2C อาจจะต้องซื้อไส้กรองเพิ่มถ้าต้องการกำจัดกลิ่น แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มากนัก เพราะทาง Xiaomi ได้พัฒนาไส้กรองสีเทาที่เป็นรุ่นใหม่ขึ้นมา โดยรวมข้อดีของรุ่นเก่าสีเขียวและม่วงเข้าด้วยกัน สามารถกรองละเอียดขึ้น, กำจัดกลิ่นได้ และยังสามารถใช้กับเครื่องรุ่นเก่าได้เลย หลัง ๆ มาก็ซื้อแค่ไส้กรองรุ่นใหม่ตัวเดียวเอาอยู่ครับ

แต่เครื่องฟอกอากาศอย่างรุ่น Max จะใช้ใส้กรองทรงสี่เหลี่ยมที่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ทำให้ไม่สามารถซื้อไส้กรองของรุ่นอื่น ๆ มาใส่ได้นะครับ และสุดท้ายรุ่น Pro H ตัวใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับไส้กรองรูปทรงกระบอกที่มีหน้าตาคล้าย ๆ ของเดิมรุ่นสีฟ้า แต่มีดีไซน์ใหญ่พิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ เวลาซื้ออาจจะสับสนกับรุ่นสีฟ้าได้ ให้ดูดี ๆ ด้วยนะครับ แต่ไม่ต้องกังวลไป ทาง PlusAround ได้รวบรวมข้อมูลไส้กรองของเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ไว้ให้แล้ว ไปดูที่ปุ่มด้านล่างเลยครับ


ตารางเปรียบเทียบรวมรีวิว “เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi” รุ่นไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรวมรีวิว "เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi" รุ่นไหนดี

สำหรับใครที่ไม่มีเวลา แล้วอยากดูสรุปแบบรวบรัดของเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi เลย ก็สามารถเข้าไปดูตารางที่ปุ่มด้านล่างได้เลยครับ



1. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Pro

Xiaomi Air Purifier Pro

ราคาเครื่องจีนโดยประมาณ 5,990 บาท

ราคาศูนย์ไทยโดยประมาณ 6,990 บาท

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Pro เป็นรุ่นขนาดกลางที่ออกวางจำหน่ายได้ประมาณ 2 ปีแล้ว โดยตัวเครื่องสามารถใช้งานกับห้องที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ถึง 60 ตร.ม. อาจจะไม่เท่ากับรุ่น Pro H ที่สามารถใช้กับห้องขนาด 72 ตร.ม. และก็มีข้อจำกัดที่มากกว่า เช่น ตัวไส้กรองที่แถมมาให้เป็นรุ่นสีฟ้าแบบประหยัดที่กรองได้แค่ฝุ่น ไม่สามารถกรองพวกกลิ่น, สารฟอร์มาลดีไฮด์, และแบคทีเรียได้ แต่ยังดีที่สามารถไปซื้อไส้กรองแบบสีเทาที่มีความสามารถในการกรองที่ดีกว่ามาใช้แทนได้ และก็ปรับระดับความแรงลมได้ไม่ละเอียดเท่ารุ่น Pro H ด้วย โดยไม่มีเบอร์ 1 / 2 / 3 ให้เลือก แต่โดยรวมก็ยังน่าใช้อยู่ และด้วยการมาของเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Pro H จึงทำให้รุ่น Pro มีราคาที่ถูกลง ก็เป็นโอกาสอันดีของคนที่อยากจะซื้อเครื่องฟอกอากาศตัวนี้ครับ

ขนาดและน้ำหนัก73.5 x 26 x 26 cm. / 9.7 kg
ปริมาณอากาศที่กรอง550 ลบ.ม./ชม.
ระดับเสียง69 dB(A)
ขนาดห้อง35-60 ตร.ม.
ไส้กรองแถมEPA E11 สีฟ้า
จอแสดงผลOLED
โหมดการทำงานAUTO / เงียบ / ตั้งค่า (แรงสุด)
เชื่อมต่อและตั้งเวลากับแอป
จำนวน Watt ที่ใช้66w
วันที่ออกจำหน่าย29/9/2019

2. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Pro H

Xiaomi Air Purifier Pro H

ราคาเครื่องจีนโดยประมาณ 6,990 บาท

ราคาศูนย์ไทยโดยประมาณ 8,990 บาท

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Pro H เป็นรุ่นขนาดกลางตัวล่าสุด ที่เพิ่งวางขายในไทยวันที่ 21/09/2563 โดยขนาดจะใหญ่กว่ารุ่น Pro เล็กน้อย และจุดเด่นหลัก ๆ จะเป็นการปรับปรุงตัวไส้กรองให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จึงสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานถึง 14 เดือน และตัวไส้กรองก็ยังมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ถ้าดูจากการทดสอบการกรองสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ TVOC จะพบว่า สามารถกรองได้สูงถึง 135 ลบ.ม./ชม. กรองเมทิลเบนซีน 150 ลบ.ม./ชม. กรองฟอร์มัลดีไฮด์ 220 ลบ./ชม. ในขณะที่พวกไส้กรองรุ่นเล็กจะกรองได้แค่ฟอร์มัลดีไฮด์ที่ 60 ลบ.ม./ชม. ซึ่งน้อยกว่าพอสมควรครับ

นอกจากการอัพเกรดไส้กรองแล้ว ยังมีการอัพเกรดประสิทธิภาพของเครื่อง โดยเพิ่มพื้นที่การกรองอากาศให้กว้างขึ้นเป็น 72 ตร.ม. จากรุ่นก่อนหน้าที่ 60 ตร.ม. และโหมดการทำงานก็มีให้เลือกถึง 6 โหมด แต่รุ่นก่อนหน้าจะมีแค่ 3-4 โหมดเท่านั้น ส่วนเรื่องเสียงก็เงียบยิ่งกว่าเดิมด้วยครับ โดยที่ระดับ High Speed เครื่องจะส่งเสียงที่ 57.5 dB(A) ในขณะที่รุ่น Pro จะส่งเสียงดังที่ 69 dB(A) ถือว่าทำงานได้เงียบกว่าเดิม ช่วยให้สบายหูมากขึ้นด้วยครับ แต่ถ้าคิดว่าเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Pro H มันใหญ่ไปหนักไป ลองเลือกรุ่น 3H x 2 เครื่อง มาใช้แทนก็เป็นไอเดียที่ดีนะครับ ขนย้ายได้สะดวกกว่า และสามารถกระจายโซนในการตั้งเครื่องได้ด้วย

ขนาด และน้ำหนัก73.8 x 31 x 31 cm. / 9.6 kg.
ปริมาณอากาศที่กรอง600 ลบ.ม./ชม.
ระดับเสียง57.5 dB(A) @ High Speed
ขนาดห้อง42 – 72 ตร.ม.
ไส้กรองแถมHEPA H13 + กรองกลิ่น *ไส้กรองใหญ่ สีฟ้าใหม่
จอแสดงผลOLED + ปุ่มสัมผัสบนจอ
โหมดการทำงานAUTO / เงียบ / 1 / 2/ 3 / ตั้งค่า (แรงสุด )
เชื่อมต่อและตั้งเวลากับแอป
จำนวน Watt ที่ใช้70w
วันที่ออกจำหน่าย21/9/2020

3. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Air Purifier 3/3H

Xiaomi Air Purifier 3H

ราคาเครื่องจีนโดยประมาณ 3,990 บาท

ราคาศูนย์ไทยโดยประมาณ 4,590 บาท

เครื่องกรองอากาศรุ่นเล็ก ที่มีฟีเจอร์ครบครันที่สุดอย่างรุ่น 3/3H โดยสามารถกรองอาการได้มากถึง 380 ลบ.ม./ชม. เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดไม่เกิน 45 ตร.ม. และสามารถเลือกโหมดความแรงพัดลมได้หลายระดับให้เหมาะกับสภาพห้อง แต่ตัวไส้กรองจะแตกต่างกันตามเวอร์ชั่นที่ซื้อ ถ้าเป็นเครื่องศูนย์ไทยหรือเวอร์ชั่น Global จะเป็นเครื่องรุ่น 3H ซึ่งจะได้ไส้กรองเป็นแบบ HEPA H13 สีเทามาในเครื่องเลย

แต่ถ้าซื้อเวอร์ชั่นจีนจะเป็นรุ่น 3 ตัวไส้กรองที่ได้จะเป็นตัว EPA E11 สีฟ้ารุ่นประหยัดที่ไม่มีชั้นกรองคาร์บอนหรือตัวกรองกลิ่นมาด้วย ถ้าอยากได้แบบกรองกลิ่นต้องซื้อไส้กรองเพิ่มเติม ถ้าไม่อยากคิดมากก็แนะนำให้ซื้อรุ่น 3H ไปเลย ได้ไส้กรองที่ดีกว่า กรองได้ครอบจักรวาลครับ

ขนาด และน้ำหนัก52 x 24 x 24 cm. / 4.8 kg.
ปริมาณอากาศที่กรอง380 ลบ.ม./ชม.
ระดับเสียง64 dB(A)
ขนาดห้อง26-45 ตร.ม.
ไส้กรองแถมรุ่น 3H = HEPA H13 + กรองกลิ่น สีเทา
รุ่น 3 = EPA E11 สีฟ้า
จอแสดงผลOLED + ปุ่มสัมผัสบนจอ
โหมดการทำงานAUTO / เงียบ / 1 / 2/ 3 / ตั้งค่า (แรงสุด )
เชื่อมต่อและตั้งเวลากับแอป
จำนวน Watt ที่ใช้38w
วันที่ออกจำหน่าย31/10/2019


4. เครื่องกรองอากาศ Xiaomi Air Purifier 3C

เครื่องกรองอากาศ Xiaomi Air Purifier 3C เป็นรุ่นราคาประหยัดของรุ่น เครื่องกรองอากาศ Xiaomi Air Purifier 3H โดยได้ทำการลดโหมดทำงานให้เหลือเพียงแค่ 3 โหมด ตัดโหมดทำงานเบอร์ 1 2 3 ออก ซึ่งส่วนตัวไม่ค่อยชอบครับ เพราะเวลาผมนั่งทำงานในห้องอยากจะเปิดประมาณเบอร์ 2 เป็นส่วนใหญ่ แต่บางทีเพิ่งเข้าห้องมาใหม่ ๆ ก็อยากจะเปิดเบอร์แรงสุดเพื่อให้เครื่องกรองอากาศได้ไว ๆ ซึ่งจะทำได้ก็ต้องไปเลือกโหมดตั้งค่าแล้วเซทให้แรงสุด คราวนี้ถ้าผมอยากจะเปิดให้เสียงเบาเหมือนเบอร์ 2 ผมก็ต้องไปตั้งค่าในแอปใหม่ให้ความเร็วลดลงมา แต่ถ้าเป็นรุ่น 3H กดปุ่มที่เครื่องได้เลยสะดวกกว่าครับ

อีกส่วนที่ปรับลดลงมาก็จะเป็นกำลังเครื่อง โดยปริมาณอากาศที่กรองได้ลดลงเหลือ 320 ลบ.ม./ชม. และพื้นที่ห้องก็ลดลงเหลือ 38 ตร.ม. ส่วนอื่น ๆ อย่างหน้าจอที่บอกปริมาณฝุ่น PM 2.5 ยังคงมีอยู่ แต่ตัดอุณหภูมิกับความชื้นออก ไส้กรองก็ใด้ตัวสีเทาแบบกรองครอบจักรวาลมา และยังคงสามารถเชื่อมต่อแอปได้ตามปกติ เหตุผลที่หลาย ๆ คนจะซื้อ เครื่องกรองอากาศ Xiaomi Air Purifier 3C รุ่นนี้ก็คงเป็นที่ ราคาถูกกว่า นั้นแหละครับ

ขนาด และน้ำหนัก52 x 24 x 24 cm. / 4.6 kg.
ปริมาณอากาศที่กรอง320 ลบ.ม./ชม.
ระดับเสียง30.5 – 61 db(A)
ขนาดห้อง22-38 ตร.ม.
ไส้กรองในเครื่องHEPA H13 + กรองกลิ่น สีเทา
จอแสดงผลOLED + ปุ่มสัมผัสบนจอ
โหมดการทำงานAUTO / เงียบ / ตั้งค่า (แรงสุด )
เชื่อมต่อและตั้งเวลากับแอป
จำนวน Watt ที่ใช้29w
วันที่ออกจำหน่าย8/9/2020

5. เครื่องกรองอากาศ Xiaomi Air Purifier 2H

Mi Air Purifier 2H

ราคาเครื่องจีนโดยประมาณ 2,690 บาท

ราคาศูนย์ไทยโดยประมาณ 3,290 บาท

เครื่องกรองอากาศ Xiaomi Air Purifier 2H รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เปิดตัวมาพร้อมกับ เครื่องกรองอากาศ Xiaomi Air Purifier 3H แต่เป็นรุ่นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการเครื่องฟอกอากาศราคาประหยัด หลักการทำงานก็เหมือนกับรุ่น 3H เลย เพียงแต่ประสิทธิภาพจะด้วยกว่าทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องปริมาณอาการที่กรองได้ต่อชั่วโมงที่น้อยกว่า, ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมกับห้องก็เล็กกว่า, โหมดการทำงานก็มีน้อยกว่า และไม่มีหน้าจอแสดงผลด้วย ทำให้เวลาอยากจะตรวจสอบค่าต่าง ๆ ต้องไปดูผ่านแอปเอา ก็แอบยุ่งยากเพิ่มเติมมานิดหนึ่ง (ถ้าเน้นสะดวกหนีไปเล่นรุ่น 3C หรือ 2S จะดีกว่า) แต่ยังดีที่ได้ไส้กรองแบบ Hepa H13 สีเทาเหมือนรุ่น 3H ที่กรองได้ครอบคลุมทุกอย่างครับ

ขนาด และน้ำหนัก52 x 24 x 24 cm. / 4.5 kg.
ปริมาณอากาศที่กรอง260 ลบ.ม./ชม.
ระดับเสียง60 dB(A)
ขนาดห้อง18 – 31 ตร.ม.
ไส้กรองในเครื่องHEPA H13 + กรองกลิ่น สีเทา
จอแสดงผล
โหมดการทำงานAUTO / เงียบ / ตั้งค่า (แรงสุด)
เชื่อมต่อและตั้งเวลากับแอป
จำนวน Watt ที่ใช้31w
วันที่ออกจำหน่าย15/6/2020

6. เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2C

Mi Air Purifier 2C

ราคาศูนย์ไทยโดยประมาณ 2,790 บาท

เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2C นี้ มักจะเห็นเอามาแถมมือถือรุ่นแพง ๆ ของ Mi บ่อย ๆ แต่ก็มีขายใน Shopee กับ Lazada นะครับ โดยรุ่น 2C ถือว่าเป็นรุ่น ตัด ตัด ตัด ตัดสเปกออกไปเยอะมาก โดยใช้ตัวกรอง HEPA H13 แบบไม่มีกรองกลิ่น เชื่อมแอปก็ไม่ได้ หน้าจอก็ไม่มี เวลาเปลี่ยนไส้กรองก็แปลก ๆ ต้องถอดฝาด้านบนออก ซึ่งลำบากกว่ารุ่นอื่น ๆ ที่เปิดจากฝาด้านหลัง แต่ยังดีที่พัดลมสามารถเลือกความแรงได้แบบ 1 / 2 / 3 แต่เอาจริง ๆ ผมแนะนำว่า ให้มองข้ามไปเลยครับ รุ่น 3C หรือ 2H ยังดูน่าใช้กว่าเยอะ ราคาของเครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2C ก็ไม่ได้ชวนว้าวด้วย ที่เขียนถึงเผื่อมีใครสงสัย หรือได้เป็นของแถมมาแล้วอยากรู้ว่าคุณสมบัติเป็นอย่างไร ก็ไปอ่านสเปคข้างล่างได้ครับ

ขนาด และน้ำหนัก52 x 24 x 24 cm. / 4.6 kg.
ปริมาณอากาศที่กรอง350 ลบ.ม./ชม.
ระดับเสียง65 dB(A)
ขนาดห้อง42 ตร.ม.
ไส้กรองในเครื่องHEPA H13
สีฟ้า
จอแสดงผล
โหมดการทำงานAUTO / 1 / 2 / 3
เชื่อมต่อและตั้งเวลากับแอป
จำนวน Watt ที่ใช้33w
วันที่ออกจำหน่าย18/10/2019


7. เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2S

ราคาเครื่องจีนโดยประมาณ 2,690 บาท

ราคาศูนย์ไทยโดยประมาณ 3,590 บาท

เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2S ก็เป็นรุ่นที่ออกมาวางขายได้ 2 ปีแล้ว ถึงตัวเครื่องจะมีหน้าจอบอกปริมาณ PM2.5, ความชื้น, และอุณหภูมิ และสามารถเชื่อมต่อแอป Mi Home กับตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ แต่จุดด้อยที่มีก็คือ โหมดพัดลมที่ปรับได้น้อยเหมือนรุ่นประหยัดอื่น ๆ ไม่มีเบอร์ 1 / 2 / 3 ให้เลือก แล้วไส้กรองที่แถมมาก็เป็นแบบสีฟ้ารุ่นเก่า ที่ไม่สามารถกรองกลิ่นได้ ผมแนะนำว่า เพิ่มเงินอีกสักหน่อยแล้วเลือก เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 3C ไปเลยน่าจะคุ้มกว่า แต่ถ้าใครมีรุ่นนี้ประจำบ้านแล้วยังไม่พัง ก็แนะนำให้ไปซื้อไส้กรองตัวใหม่สีเทาได้เลยครับ อากาศจะได้สะอาดแบบสุด ๆ

ขนาด และน้ำหนัก52 x 24 x 24 cm. / 4.5 kg.
ปริมาณอากาศที่กรอง310 ลบ.ม./ชม.
ระดับเสียง60 dB(A)
ขนาดห้อง21-37 ตร.ม.
ไส้กรองในเครื่องEPA E11
สีฟ้า
จอแสดงผลOLED
โหมดการทำงานAUTO / เงียบ / ตั้งค่า (แรงสุด)
เชื่อมต่อและตั้งเวลากับแอป
จำนวน Watt ที่ใช้29w
วันที่ออกจำหน่าย28/9/2018

8. เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier Max

ราคาเครื่องจีนโดยประมาณ 10,499 บาท

ราคาศูนย์ไทยโดยประมาณ 13,999 บาท

เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier Max เป็นรุ่นที่ใหญ่ที่สุดและได้ทำการขายมาสักระยะแล้ว ซึ่งรุ่นนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นเครื่องของศูนย์จีน จึงอาจจะมีปัญหาเรื่องประกันของตัวเครื่องเวลาที่เครื่องเกิดเสียขึ้นมา พูดง่าย ๆ ว่า อาจจะเคลมได้ยาก และยิ่งเครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier Max มีราคาสูงด้วย ผมแนะนำว่า ควรซื้อเครื่องจากศุนย์ไทยที่มีการรับประกันดีกว่าครับ แต่อาจจะหายากสักนิดหนึ่ง ด้วยความที่รุ่นนี้กรองห้องได้ใหญ่ที่สุดคือ 120 ตร.ม. การกินไฟก็มากเป็นเงาตามตัว 86w กันเลยทีเดียว

แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยง ก็ลองเลือกรุ่นที่มีประกันศูนย์ไทยแบบแน่นอนอย่างเครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier Pro / Pro H สัก 2 ตัว มาใช้งานแทนครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier Max ก็ได้ครับ จะได้ส่งเคลมเวลาเสียได้ง่ายด้วยเพราะเป็นเครื่องศูนย์ไทย และการซื้อ 2 ตัวมาใช้แทนก็ยังดีกว่ารุ่น Max ตรงที่ การขนย้ายทำได้ง่ายกว่าและสะดวกกว่า รุ่น Max มันขนย้ายลำบาก, หนัก และดีไซน์ก็ยกยากด้วยครับ

ขนาด และน้ำหนัก96.5 x 38.6 x 38.6 cm. / 18 kg.
ปริมาณอากาศที่กรอง1000 ลบ.ม./ชม.
ระดับเสียง63.5 dB(A)
ขนาดห้อง70-120 ตร.ม.
ไส้กรองในเครื่องHEPA H13 + กรองกลิ่น *ไส้กรองสี่เหลี่ยม
จอแสดงผลOLED
โหมดการทำงานAUTO / เงียบ / 1 / 2 / 3 / ตั้งค่า (แรงสุด )
เชื่อมต่อและตั้งเวลากับแอป
จำนวน Watt ที่ใช้86w
วันที่ออกจำหน่าย3/4/2018

ได้เห็น “เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนดี” กันไปทั้ง 8 ตัวแล้ว ตอนนี้น่าจะพอเลือกซื้อเป็นแล้วนะครับ ที่น่าสนใจสำหรับปี 2020 ก็จะมีรุ่น Pro H ที่เพิ่งมาใหม่ โดยมีผลทดสอบการกรองสารเคมีบางชนิดได้ดีกว่ารุ่นอื่น ๆ แถมไส้กรองก็ใช้ได้ยาวนานถึง 14 เดือน แล้วก็ยังมีรุ่น 3C รุ่นประหยัดที่ลดคุณสมบัติลงนิดหน่อยดูผ่าน ๆ คิดว่าแทบไม่ลดอะไรเลยด้วยซ้ำ แอบรู้สึกว่าเหมือนจะมาฆ่ารุ่น 3H ซะเอง ส่วนใครที่มีเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi อยู่แล้ว และกำลังมองหาไส้กรองอยู่ ก็ลองไปอ่านในบทความไส้กรองอากาศ Xiaomi ที่ด้านบนได้เลยครับ



Leave a Comment