+ “เบบี้ออยล์” (Baby Oil) ยี่ห้อไหนดี 2022 มีรีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "เบบี้ออยล์" (Baby Oil) ยี่ห้อไหนดี 2022 มีรีวิว 10 ยี่ห้อ +

คุณพ่อคุณแม่ที่ได้หลงคลิกเข้ามาอ่านที่บทความนี้ “เบบี้ออยล์” (Baby Oil) ยี่ห้อไหนดี แสดงว่า ผิวของลูกน้อยกำลังมีปัญหากันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ ไม่ว่าจะปัญหาผื่นที่เกิดขึ้นจากผ้าอ้อม หรือผิวดูแห้ง ๆ ไม่ชุ่มชื้นอยู่ก็ตาม จึงอยากจะหาซื้อเบบี้ออยล์ดี ๆ กันสักยี่ห้อ เพื่อไปใช้แก้ปัญหาเหล่านี้ รวมถึงสาว ๆ ที่อยากจะได้เบบี้ออยล์ไปใช้เป็น Make up remover หรือจะใช้ทาหน้าบำรุงผิวก็ตาม ก็ถือว่า มาได้ถูกที่แล้วค่ะ เพราะทางเราได้ไปคัดเบบี้ออยล์ดี ๆ เด็ด ๆ มารีวิวให้ดูกันถึง 10 ยี่ห้อ และถ้าอ่านเนื้อหาจนจบแล้วละก็ ต้องมีสักยี่ห้อนี้แหละ ที่คุณพ่อคุณแม่หรือสาว ๆ ต้องเสียเงินซื้ออย่างแน่นอนค่าาา



เบบี้ออยล์ทาหน้าได้ไหม?

เบบี้ออยล์ทาหน้าได้ไหม?

เอาจริง ๆ คนส่วนใหญ่จะไม่มีคนนิยมใช้ เบบี้ออยล์หรืออยล์ต่าง ๆ ทาบนผิวหน้า เพราะออยล์ส่วนใหญ่จะชอบก่อให้เกิดการอุดตันต่อรูขุมขน แล้วเกิดเป็นเจ้าสิวตัวร้ายขึ้นบนหน้าได้นั้นเอง แต่ก็มีคนบางส่วนใช้เบบี้ออยล์ทาหน้าอยู่เหมือนกันนะคะ เนื่องจากสภาพผิวหน้าของคนเหล่านี้ จะมีสภาพที่แห้งงงงงมากก พวกครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวหน้าเอาไม่อยู่ จึงต้องหันมาใช้พวกออยล์ทาหน้านี้เอง

แต่ ๆๆๆๆ การจะใช้ได้หรือไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของคนนั้น ๆ จริง ๆ ค่ะ โดยที่บางคนหน้าแห้งมาก ใช้เบบี้ออยล์ทาหน้าแล้ว ชุ่มชื่นขึ้น นุ่มลื่นขึ้น โดยรวมมีสภาพผิวที่ดีขึ้น และไม่เกิดปัญหาอะไร แต่บางคนที่หน้าแห้งเหมือนกัน พอเอาออยล์มาทาหน้าแล้ว กลับอุดตันจนสิวขึ้นเต็มหน้าเลยก็มี ดังนั้น ถ้าอยากจะใช้เบบี้ออยล์ทาหน้าละก็ ต้องลองทดสอบกับสภาพผิวหน้าของตัวเองดู เราแนะนำให้ลองทาบริเวณเล็ก ๆ บนก่อน ถ้าทาแล้วไม่เกิดปัญหาอะไร ก็ค่อยลองทาทั่วใบหน้าค่ะ


เลือกซื้อ “เบบี้ออยล์” ยังไงดีนะ?

เลือกซื้อ "เบบี้ออยล์" ยังไงดีนะ?

ก็เบบี้ออยล์ที่วางขายตามท้องตลาด จะมีอยู่ด้วยกัน 2 สูตร นั้นก็คือ สูตรปกติทั่วไปและสูตรออร์แกนิค โดยสูตรปกติ ก็จะมีราคาค่อนข้างถูก และอาจจะมีส่วนผสมของพวกแอลกอฮอล์, น้ำหอม หรือพาราเบน (สารกันบูดในสกินแคร์) รวมถึงพวกสารเคมีอื่น ๆ อีก ทำให้ถ้าลูกน้อยมีผิวไม่แข็งแรง หรือมีผิวแพ้ง่าย อาจจะทำให้เวลาใช้งานแล้ว เกิดการระคายเคือง รวมถึงเกิดผื่นหรือบวมแดงอาจมีขุยคล้ายกลากขึ้นได้ แต่ถ้าไม่มีปัญหาเหล่านี้ ก็ถือว่า ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีค่ะ

ส่วนสูตรออร์แกนิค ก็จะมีส่วนผสมที่ปลอดภัยมาก และส่วนใหญ่จะได้มาจากธรรมชาติ 100% จึงดีต่อผิวของลูกน้อย โอกาสการแพ้ก็เกิดได้ยาก อีกทั้งยังมีส่วนผสมที่หลากหลายกว่า จึงบำรุงผิวได้ดีกว่าด้วย (จะเห็นได้จากรีวิวเบบี้ออยล์ของแต่ละยี่ห้อด้านล่าง) แต่ด้วยคุณภาพที่จัดเต็ม ก็ทำให้สูตรออร์แกนิคจะมีราคาที่แพงกว่าสูตรทั่วไป แพงกว่าเกือบ 3-4 เท่าเลยทีเดียวค่ะ

นอกจากนี้ ก็ควรที่จะดูว่า เบบี้ออยล์ยี่ห้อนั้น ๆ ได้ผ่านการทดสอบการระคายเคืองหรือไม่ ถ้าได้ผ่านการทดสอบ ก็จะยิ่งมั่นใจว่าใช้ได้อย่างปลอดภัยค่ะ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นกังวลมากนัก เพราะในปัจจุบัน เบบี้ออยล์ส่วนใหญ่ต้องผ่านการทดสอบอยู่แล้วค่ะ (ลองไม่ผ่านสิ คุณพ่อคุณแม่คงไม่กล้าซื้อใช้งานกันเนาะ) และสุดท้ายขอเตือนกันสักนิด ไม่ว่าจะซื้อเบบี้ออยล์สูตรไหน ๆ มาก็ตาม ก่อนที่จะใช้ทาทั่วผิวกายของลูกน้อย อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทดลองทาในบริเวณเล็ก ๆ ก่อนนะคะ เช่น ตรงท้องแขนสัก 2-3 เซนติเมตร หรือทาเป็นวงกลมเล็ก ๆ เป็นต้น เพื่อทดสอบดูว่า เกิดอาการแพ้หรืออาการแดงอะไรหรือไม่ ถ้าไม่ ก็แสดงว่าใช้ได้อย่างปลอดภัยค่ะ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “เบบี้ออยล์” (Baby Oil) ยี่ห้อไหนดี

เนื่องจากเนื้อหาด้านล่างจะค่อนข้างยาวมาก ก็ถ้าคุณพ่อคุณแม่ท่านไหน ไม่มีเวลาอ่านเนื้อหาทั้งหมด หรืออยากจะอ่านแบบสรุปรวบ ๆ ไปเลยซะมากกว่า ก็ขอแนะนำให้กดเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบที่ปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ จะได้เห็นเบบี้ออยล์ทั้ง 10 ยี่ห้อมาวางเรียงเทียบกัน พร้อมทั้งมีสรุปแบบคร่าว ๆ ไว้ให้ด้วยค่า



1. เบบี้ออยล์ ยี่ห้อ Kinder Puppets Baby Organic Oil

ราคาโดยประมาณ 712 บาท ต่อ 60 ml

บำรุงผิวให้ลูกน้อยชุ่มชื้นอิ่มน้ำ ปราศจากความแห้งกร้าน และการระคายเคืองได้ง่ายด้วย Kinder Puppets Baby Organic Oil เบบี้ออยล์สูตรออร์แกนิกที่คัดสรรส่วนผสมมาจากธรรมชาติ 100% ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันอาร์แกนที่อุดมไปด้วยอาหารผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นเต็มที่, น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันเสริมสร้างชั้นปกป้องผิวให้ห่างไกลจากอาการระคายเคืองและความแห้งกร้าน, น้ำมันผลโรสฮิปเพิ่มความสดชื่นสบายให้แก่ผิวของลูกน้อย และน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ช่วยให้ลูกน้อยหลับสบาย ซึ่งสามารถนำมานวดกระตุ้นพัฒนาการ หรือใช้ผสมอาบน้ำเพิ่มความผ่อนคลายได้ด้วยนะคะ

โดยเนื้อสัมผัส ก็จะค่อนข้างซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ มอบความสบายผิวให้แก่ลูกน้อย และด้วยความที่เป็นสูตรออร์แกนิก คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายก็มั่นใจได้เลยว่า เบบี้ออยล์สัญชาติเกาหลียี่ห้อนี้ ปราศจากส่วนผสมอันตรายจำพวกแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือพาราเบน ที่อาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวกันได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังผ่านการรับรองจากสถาบันผิวหนังของประเทศเกาหลีมาแล้วว่า ใช้ได้ปลอดภัย หายห่วงค่ะ แต่ด้วยคุณภาพที่จัดเต็มขนาดนี้ ก็เลยทำให้มีราคาที่ค่อนข้างแรงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา และเพื่อผิวสุขภาพดีของลูกน้อยแล้ว เราขอแนะนำค่ะ

จุดเด่นปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำยาวนาน 24 ชม. / ซึมซาบเข้าสู่ผิวเร็ว ไม่เหนอะหนะ / มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนผ่อนคลาย
สูตร
ส่วนผสมสำคัญOrganic Argan Tree Kernel Oil / Organic Sunflower Seed Oil / Organic Rose Hip Fruit Oil / Organic Lavender Oil
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✓ / ✓
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค

2. ยี่ห้อ Johnson's Baby Oil

ราคาโดยประมาณ 42 / 89 / 145 บาท ต่อ 50 / 125 / 200 ml

เบบี้ออยล์ระดับตำนานที่ไม่ว่าจะ วัยเบบี๋ รุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ต่างก็เคยใช้กันมาแล้วทั้งนั้น เพราะเป็นเบบี้ออยล์ที่ขึ้นชื่อว่า หาซื้อได้ง่ายมากกกก และช่วยเก็บล็อคความชุ่มชื้นในผิวได้อย่างยาวนานด้วยส่วนผสมจาก Mineral Oil บริสุทธิ์ มอบเนื้อสัมผัสที่บางเบา สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะผิวแต่อย่างใด อีกทั้งยังทำหน้าที่คล้ายฟิล์มบาง ๆ คอยเคลือบผิว เพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอกหรืออาการระคายเคืองต่าง ๆ ได้อีกด้วย และที่สำคัญ มีความอ่อนโยนปลอดภัยต่อผิวอันบอบบางของลูกน้อยเป็นอย่างมาก เนื่องจากปราศจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอมสังเคราะห์ และพาราเบนนั่นเอง ขณะเดียวกันก็ผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกันค่ะ

โดย Johnson's Baby Oil ก็มีให้เลือกใช้หลากหลายสูตรด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สูตรออริจินัลฝาชมพูที่มีส่วนผสมของ Mineral Oil บริสุทธิ์, สูตร Lite ฝาสีฟ้าที่มีเนื้อสัมผัสบางเบาซึมเข้าสู่ผิวรวดเร็วกว่าสูตรอื่น ๆ, สูตร Bedtime ฝาสีม่วงมาพร้อมกับกลิ่นหอมอโรมาช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลายหลับสบาย และสูตร Aloe Vera and Vitamin E ฝาสีเขียวผสานคุณค่าจากว่านหางจระเข้และวิตามิน E ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวของลูกน้อยแบบยกกำลังสอง ก็ชอบสูตรไหนก็เลือกซื้อสูตรนั้นกันได้ อีกทั้งคุณพ่อคุณแม่เอง ก็สามารถนำเบบี้ออยล์นี้ มาใช้บำรุงผิวของตัวเองให้นุ่มชุ่มชื้น หรือคุณแม่จะนำมาผสมเครื่องสำอางจำพวกไพรเมอร์ เพื่อเพิ่มความฉ่ำวาวให้ผิวหน้าก็ได้เช่นกันนะคะ ยังไงถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นซื้อเบบี้ออยล์ ยี่ห้อไหนดี Johnson's Baby Oil ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าลงทุนมาก ๆ ค่ะ

จุดเด่นเก็บล็อคความชุ่มชื้นในผิวได้ยาวนาน / เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวรวดเร็ว
สูตรBaby Oil / Aloe Vera and Vitamin E / Lite / Bedtime
ส่วนผสมสำคัญสูตร Baby Oil + Lite + Bedtime: Mineral Oil
สูตร Aloe Vera and Vitamin E: Mineral Oil / Aloe Vera Extract / Tocopheryl Acetate
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✓ / ✘ (ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง)
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค

3. ยี่ห้อ Burt's Bees baby Bee Nourishing Baby Oil

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับแบรนด์นี้ ในฐานะแบรนด์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและความงามสัญชาติอเมริกันที่มาพร้อมกับส่วนผสมจากธรรมชาตินานาชนิด แต่ทางแบรนด์ เขาก็มีกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อยด้วยเช่นกันนะคะ ขอแนะนำ Burt's Bees baby Bee Nourishing Baby Oil เบบี้ออยล์สูตรออร์แกนิกที่พร้อมช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระในขวดเดียว จะใช้ก่อนอาบน้ำหรือหลังอาบน้ำก็มั่นใจได้เลยว่าผิวของลูกน้อยจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนเนื้อสัมผัสของออยล์ก็ค่อนข้างบางเบา ใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิวอีกด้วยค่ะ

อย่างที่บอกไปว่า คุณเขาเป็นแบรนด์ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ เบบี้ออยล์ของเขาก็ไม่พลาดเช่นกัน เพราะอัดแน่นมาด้วยออยล์ธรรมชาติหลากหลายชนิดที่มีคุณสมบัติดูแลผิวให้ชุ่มชื้นแบบจัดหนักจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันสกัดจากเมล็ดแอปริคอต, น้ำมันเมล็ดองุ่น, น้ำมันจมูกข้าวสาลี, น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน, น้ำมันคาโนล่า, น้ำมันถั่วเหลือง และสารสกัดจากโรสแมรี รวมถึงยังเสริมทัพการบำรุงผิวให้แข็งแรงปราศจากอาการระคายเคืองด้วยส่วนผสมของวิตามิน E อีกด้วย และถึงแม้จะมีส่วนผสมของน้ำหอม แต่ทางแบรนด์ก็เคลมไว้ว่า เป็นกลิ่นหอมจากพืชสมุนไพรธรรมชาติที่ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิว ก็ถ้าคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาเบบี้ออยล์คุณภาพดีงามจัดเต็มสำหรับเด็ก ๆ แล้วละก็ ลอง Burt's Bees ดูสิคะ

จุดเด่นใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ / ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ / เพิ่มความชุ่มชื้น / สามารถใช้ผสมน้ำเพื่ออาบได้
สูตร
ส่วนผสมสำคัญApricot Seed Oil / Grape Seed Oil / Wheat Germ Oil / Sunflower Seed Oil / Canola Oil / Rosemary Leaf Extract / Tocopherol / Glycine Soja Oil
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✓ / ✘ (ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง)
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค


4. ยี่ห้อ Cherub Rubs Organic Baby Calm Oil

บำรุงผิวลูกน้อยให้ชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกและยาวนานด้วย Cherub Rubs Organic Baby Calm Oil เบบี้ออยล์สูตรออร์แกนิกสัญชาติออสเตรเลียที่มาพร้อมกับออยล์สัมผัสบางเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดการอุดตันหรือระคายเคืองผิว สามารถเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวลูกน้อยได้อย่างล้ำลึกด้วยส่วนผสมของออยล์แมคคาเดเมียออสเตรเลีย ที่ทำงานร่วมกับน้ำมันดอกคาโมมายล์ คอยช่วยปลอบประโลมผิวจากอาการระคายเคืองและความแห้งกร้านของผิว ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ที่มาพร้อมกับสารสกัดโรสแมรี่ มอบความหอมผ่อนคลายให้ลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะนำมาใช้อาบน้ำหรือนวดก่อนนอนก็รับรองว่า หนูน้อยจะแฮปปี้สุด ๆ ค่ะ !

ที่สำคัญเป็นเบบี้ออยล์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของประเทศออสเตรเลียเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ปราศจากสารเคมีอันตรายหรือ Toxic Free ใช้แล้วปลอดภัยต่อผิวอันบอบบางของลูกน้อยแบบสุด ๆ รวมถึงยังผ่านการทดสอบการระคายเคืองผิวจากแพทย์ผิวหนัง แถมยังไม่เป็นอันตรายแม้หนูน้อยจะเผลอเอาเข้าปากอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีรีวิวบางเสียงบอกไว้ว่า เป็นเบบี้ออยล์ที่เหมาะสำหรับกับหนูน้อยที่มีโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (Eczema) เพราะใช้แล้วไม่ทำให้หนูน้อยเกิดอาการผื่นแสบระคายผิวนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าเป็นเบบี้ออยล์สูตรออร์แกนิกที่แท้ทรู ที่เหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ห้ามพลาดเด็ดขาด แม้ว่าราคาอาจจะค่อนข้างสูงไปสักหน่อยก็ตามค่ะ

จุดเด่นออยล์ซึมซาบเร็ว ไม่เหนอะหนะ หรือก่อให้เกิดการอุดตัน / เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวของลูกน้อย / ใช้ผสมน้ำเพื่ออาบหรือนวดได้ / มีกลิ่นหอมผ่อนคลาย
สูตร
ส่วนผสมสำคัญMacadamia Oil / Lavender Oil / Rosemary Leaf Extract / Chamomile Oil
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✓ / ✓
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค

5. ยี่ห้อ Oilatum Baby Bath Emollient

เพราะบางครั้งการอาบน้ำให้ลูกน้อยนาน ๆ ก็อาจทำให้ผิวของลูกน้อยแห้งกร้านขาดความชุ่มชื้น และยิ่งถ้าเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวให้ลูกน้อยไม่ดี ก็ยิ่งทวีความแห้งกร้านและเสี่ยงต่ออาการอักเสบระคายเคืองผิวของลูกน้อยเข้าไปอีก ฉะนั้นแล้วสำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่กำลังมองหาเบบี้ออยล์ที่เหมาะสำหรับการนำมาผสมอาบน้ำให้ลูกน้อยอยู่นั้น เราขอแนะนำ Oilatum Baby Bath Emollient เบบี้ออยล์ที่มาในรูปแบบของคลีนเซอร์ทำความสะอาดผิว เพียงแค่นำมาผสมน้ำเพื่อใช้อาบหรือแช่ให้ลูกน้อยแล้วล้างออก ผิวของลูกน้อยก็จะสัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่มที่เพิ่มมากขึ้นค่ะ

โดยส่วนผสมก็จะมี Paraffinum Liquidum และ Isopropyl Palmitate ที่ทำหน้าที่คล้ายแผ่นฟิล์มบาง ๆ คอยเคลือบผิวลูกน้อยไม่ให้เกิดการสูญเสียความชุ่มชื้น อีกทั้งยังบำรุงผิวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย และไม่เพียงแต่จะเป็นเบบี้ออยล์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของลูกน้อยได้ดีเยี่ยมแล้ว ผู้ใหญ่หลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาผิวแห้งกร้านหรือบอบบางแพ้ง่ายอยู่นั้น เราก็ขอแนะนำให้ลองใช้เบบี้ออยล์ขวดนี้ดูค่ะ จะช่วยให้ผิวกลับมานุ่ม ชุ่มชื้นและสุขภาพดีมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งยังสามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายเลยนะคะ แต่ก็อาจจะต้องระวังเรื่องการอุดตันรูขุมขนกันสักหน่อย เนื่องจากมีส่วนผสมของมิเนอรัลออยล์อยู่นั่นเองค่ะ

จุดเด่นลดการสูญเสียน้ำของผิว / ปกป้องผิวจากความแห้งกร้านและระคายเคือง / ใช้ผสมน้ำเพื่ออาบได้
สูตร
ส่วนผสมสำคัญParaffinum Liquidum / Isopropyl Palmitate / Acetylated Lanolin Alcohol
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✘ (ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง) / ✓
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค

6. ยี่ห้อ Enfant Organic Nourishing Baby Oil

ให้ผิวของลูกน้อยนุ่มนวลน่าสัมผัสแถมมีกลิ่นหอมตลอดเวลาด้วย Enfant Organic Nourishing Baby Oil เบบี้ออยล์สูตรอ่อนโยนซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะให้หนูน้อยไม่สบายตัว ซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Enfant ที่หลายคนตกหลุมรัก เพราะใช้แล้วเหมือนใช้แป้งเด็กอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยน้ำมันอาร์แกนออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองจากประเทศฝรั่งเศสแล้วว่า ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างล้ำลึกและอ่อนโยนต่อผิวของลูกน้อย ขณะเดียวกันก็บำรุงผิวลูกน้อยให้ชุ่มชื้นแบบทวีคูณด้วยน้ำมันจากพืชธรรมชาตินานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันรำข้าว, น้ำมันมะกอก, น้ำมันเมล็ดดอกคาเมเลียญี่ปุ่น, น้ำมันโจโจบา และน้ำมันเมล็ดองุ่น เป็นต้น

เท่านั้นยังไม่พอ ยังได้ส่วนผสมจากวิตามิน E หรือ Tocopheryl Acetate ที่จะมาช่วยปกป้องผิวอันบอบบางของลูกน้อยให้ห่างไกลจากสารอนุมูลอิสระและมลภาวะต่าง ๆ ที่เผชิญในแต่ละวัน เสริมทัพด้วยสารสกัดดอกคาโมมายล์ที่จะช่วยปลอบประโลมผิวจากความแห้งกร้านและระคายเคืองอีกด้วย นอกจากนี้ ได้ผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากประเทศเยอรมนีเป็นที่เรียบร้อย ก็ใช้ได้อย่างหายห่วง และมีหลายคนเลยนะคะ ที่ได้เคยลองใช้บำรุงผิวให้แก่ลูกน้อยนั้น ต่างก็บอกกันว่า ใช้แล้วผิวมีความเนียนนุ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้อย่างเป็นประจำ ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิวอีกด้วย ดูรวม ๆ แล้ว ก็น่าสนใจน่าซื้อมาใช้กันค่ะ

จุดเด่นซึมซาบเข้าสู่ผิวเร็ว ไม่เหนอะหนะ / ปกป้องผิวจากมลภาวะ / เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว / ปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน
สูตร
ส่วนผสมสำคัญTocopheryl Acetate / Rice Bran Oil / Olive Fruit Oil / Camelia Japonica Seed Oil / Jojoba Seed Oil / Grape Seed Oil / Matricaria Flower Extract / Argan Oil
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✓ / ✘
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค


7. ยี่ห้อ Himalaya Since 1930 Nourishing Baby Oil

คุณแม่มือใหม่มือเก่าน่าจะคุ้นเคยกับสกินแคร์ของแบรนด์นี้กันเป็นอย่างดี เพราะอัดแน่นมาด้วยส่วนผสมจากพืชธรรมชาติสัญชาติอินเดียที่พร้อมช่วยบำรุงผิวได้อย่างรอบด้าน และทางแบรนด์เอง เขาก็มีเบบี้ออยล์เพื่อเหล่าลูก ๆ ด้วยเช่นกันนะคะ ขอแนะนำ Himalaya Since 1930 Nourishing Baby Oil เบบี้ออยล์สัญชาติอินเดียที่อัดแน่นมาด้วยสมุนไพรธรรมชาติหลากหลายชนิดที่พร้อมช่วยเติมเต็มและล็อกเก็บความชุ่มชื้นในผิวของลูกน้อยได้อย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเอสเซนเชียลออยล์อย่างพวกน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน, น้ำมันงา และน้ำมันมะกอกที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยทำให้ผิวของหนูน้อยแข็งแรงสุขภาพดีมากกว่าเดิม

และกลุ่มสมุนไพรอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น Sida Cordifolia Root Extract ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม, Withania Somnifera Root Extract ช่วยต้านการอักเสบของผิว พร้อมด้วย Vetiveria Zizanoides Root Extract ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิว เสริมทัพด้วยส่วนผสมของว่านหางจระเข้อินเดียช่วยเติมน้ำและปลอบประโลมผิว เป็นต้น และด้วยความที่เป็นออยล์เนื้อสัมผัสที่ซึมซาบได้ดี ไม่เหนอะหนะผิว จะหยิบมาใช้ผสมอาบน้ำ หรือนวดกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้ผิวของลูกน้อยแข็งแรงกว่าที่เคยก็สบายหายห่วง แถมทางแบรนด์ยังเคลมว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนอีกด้วย ราคาก็ถือว่าไม่แพงเลย ซื้อมาใช้กันได้สบาย ๆ ค่ะ

จุดเด่นเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวลูกน้อย / ออยล์ซึมซาบดี ไม่เหนียวเหนอะหนะผิว / ใช้ผสมน้ำอาบได้ / ใช้นวดกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดได้
สูตร
ส่วนผสมสำคัญSunflower Seed Oil / Sesame Seed Oil / Olive Oil / Sida Cordifolia Root Extract / Withania Somnifera Root Extract / Vetiveria Zizanoides Root Extract / Aloe Vera Extract / Tocopherol
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✓ / ✘
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค

8. ยี่ห้อ Puffguin Organic Baby Oil

8. ยี่ห้อ Puffguin Organic Baby Oil

ราคาโดยประมาณ 790 บาท ต่อ 100 ml

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หรือมือเก่าท่านไหนที่เป็นสาวกผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และพยายามหาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวบอบบางแพ้ง่ายของลูกน้อยอยู่นั้น เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้จะต้องเคยผ่านหูผ่านตาทุกคนกันมาอย่างแน่นอนค่ะ เพราะคุณเขาถือเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ใช้ส่วนผสมจากพืชธรรมชาติ 100% แถมได้รับการรับรองจาก ECOCERT และสถาบันต่าง ๆ ว่าใช้แล้วอ่อนโยน ปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิวต่อผิวของลูกน้อยหรือผู้ที่มีสภาพผิวบอบบางแพ้ง่ายอย่างแน่นอน!

ซึ่ง Puffguin Organic Baby Oil ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยล่ะค่ะ เนื่องจากอัดแน่นมาด้วยน้ำมันสกัดจากพืชออร์แกนิกกว่า 10 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันโจโจบา, น้ำมันมะกอก, น้ำมันอาร์แกน, น้ำมันอีฟวินนิ่งพริมโรส, น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันดอกคำฝอย รวมถึงมีกลิ่นหอมอโรม่าชวนผ่อนคลายเวลาใช้งานของน้ำมันดอกลาเวนเดอร์และน้ำมันโรสแมรีอีกด้วย และถึงแม้ว่าจะอัดแน่นไปด้วยน้ำมันนานาชนิด แต่เนื้อออยล์นั้นมีความบางเบามาก ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะให้แก่ผิวลูกน้อยอย่างแน่นอน และด้วยความที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ค่อนข้างสูง คุณแม่หลังคลอดท่านไหนที่กำลังเผชิญภาวะรอยแตกลายอยู่ ก็สามารถนำเบบี้ออยล์ขวดนี้มาบำรุงผิวได้เช่นกันค่ะ ซื้อ 1 ใช้ได้ถึง 2 เลยน้า

จุดเด่นบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น / ปกป้องผิวจากความแห้งกร้านได้ตลอดวัน / เนื้อออยล์บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ / ออยล์ธรรมชาติหลากหลายชนิด
สูตร
ส่วนผสมสำคัญJojoba Oil / Olive Oil / Argan Oil / Evening Primrose Oil / Coconut Oil / Sunflower Oil / Safflower Oil / Squalane / Lavender Oil / Rosemary Oil
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✓ / ✓
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค

9. ยี่ห้อ Organik by Babi Mild Baby Oil

9. ยี่ห้อ Organik by Babi Mild Baby Oil

ราคาโดยประมาณ 480 บาท ต่อ 100 ml

อีกหนึ่งเบบี้ออยล์สูตรออร์แกนิกที่ได้รับความนิยมจากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ในประเทศค่อนข้างสูง เนื่องจากโดดเด่นด้วยส่วนผสมช่วยมอบความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างออยล์ธรรมชาติ 5 ชนิด ซึ่งได้แก่ น้ำมันอาร์แกน, น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันงา, น้ำมันมะกอก และเชียบัตเตอร์ที่ล้วนช่วยเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างยาวนานและล้ำลึก มอบผิวที่เนียนนุ่มลื่นมือมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีส่วนผสมของพืชธรรมชาติอีก 5 ชนิดคอยเสริมทัพดูแลผิวให้สุขภาพดีกว่าที่เคยด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ดอกคาโมมายล์ช่วยปลอบประโลมผิวจากอาการระคายเคือง, สารสกัดจากเปลือกต้นหลิวทำหน้าที่ต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

รวมถึงสารสกัดจากดอกสายน้ำผึ้งกับสารสกัดจากงาดำที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์คอยปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อมปลอบประโลมผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง สุดท้ายด้วยสารสกัดจากใบบัวบกที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวของลูกน้อยมีความนุ่มนิ่มมากยิ่งขึ้น ก็เรียกได้ว่า เป็นเบบี้ออยล์ที่อัดแน่นไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติกันแบบล้นขวดเลยทีเดียว แถมมอบผลลัพธ์การดูแลผิวที่เหนือขั้นกว่าด้วย และที่สำคัญ ยังเป็นเบบี้ออยล์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิคจาก COSMOS และปราศจากสารเคมีอันตรายที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองต่าง ๆ ทำให้สามารถใช้ได้อย่างสบายหายห่วงค่า

จุดเด่นบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม / ส่วนผสมจากธรรมชาติหลากหลายชนิด
สูตร
ส่วนผสมสำคัญArgan Oil / Coconut Oil / Sesame Oil / Olive Oil / Shea Butter / Chamomile Extract / Willow Bark Extract / Honeysuckle Flower Extract / Centella Asiatica Extract / Black Sesame Extract
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✘ (ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง) / ✓
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค

10. ยี่ห้อ Provamed Babini Baby Oil

กักเก็บและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวของลูกน้อยแลดูอิ่มน้ำสุขภาพดีตลอดเวลาด้วย Provamed Babini Baby Oil เบบี้ออยล์ที่ผสานการบำรุงจาก Mineral Oil บริสุทธิ์ช่วยเคลือบผิวของลูกน้อยให้ห่างไกลทั้งจากความแห้งกร้านก็ดี หรือมลภาวะ สารเคมีอันตรายต่าง ๆ ก็ดี พร้อมทั้งยังช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงด้วยส่วนผสมพิเศษอย่าง Defensil ที่เกิดจากการรวมตัวของพืชธรรมชาติ 3 ชนิด คือ Blackcurrant Seed Oil, Balloon Vine Extract และ Sunflower Seed Oil และยังทำงานร่วมกับส่วนผสม Salicornia Herbacea Extract ที่พร้อมจะช่วยกันบำรุงผิวของลูกน้อยให้แข็งแรงและชุ่มชื้นอยู่เสมอ ๆ

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีส่วนผสมของ Jojoba Oil ที่จะช่วยลดการระเหยน้ำของผิว และมี Tocopherol เสริมทัพปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ มอบผิวที่แข็งแรงมากขึ้น และที่สำคัญ เนื้อออยล์ก็มีสัมผัสค่อนข้างบางเบา ถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่กังวลว่าใช้แล้วหนูน้อยจะงอแงไม่สบายผิว ก็ขอบอกเลยว่าหายห่วงค่ะ ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ หรือคราบมันแต่อย่างใด ใช้แล้วออยล์จะซึมซาบเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว พร้อมสัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นของผิวได้ในแทบจะทันทีที่ใช้กันเลยค่ะ ส่วนคุณแม่ท่านไหนที่อยากได้เมคอัพรีมูฟเวอร์สูตรอ่อนโยน หรือต้องการบำรุงสุขภาพผม สุขภาพเล็บให้แข็งแรง ก็สามารถใช้เบบี้ออยล์ยี่ห้อนี้ ตอบโจทย์ปัญหาเรื่องความงามได้เช่นกันค่ะ

จุดเด่นช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวได้ยาวนาน / ปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก / เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว / เนื้อออยล์บางเบา ซึมเร็ว
สูตร
ส่วนผสมสำคัญMineral Oil / Salicornia Herbacea Extract / Defensil / Jojoba Oil / Tocopherol
ปราศจากแอลกอฮอล์/น้ำหอม✓ / ✘
ผ่านการทดสอบการระคายเคือง
สูตรออร์แกนิค

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย ได้เห็นรีวิว “เบบี้ออยล์” (Baby Oil) ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้วถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน สนใจอยากจะซื้อตัวไหน ยี่ห้อไหน ไปใช้ทาบำรุงผิวเด็ก ๆ ที่บ้านกันบ้างคะ??? บอกเลยทั้ง 10 ยี่ห้อที่ได้เห็นกันมาเนี่ย คัดมาให้แล้ว ดี ๆ เด็ด ๆ ปัง ๆ กันทั้งนั้น จะซื้อยี่ห้อไหนไปใช้ ก็คิดว่า น่าจะถูกใจและตอบโจทย์เหล่าคุณพ่อคุณแม่กันอย่างแน่นอน ยังไงก็ขอให้เมื่อนำไปใช้ทาผิวลูกน้อยที่บ้านแล้ว ผิวเด็ก ๆ ดูสุขภาพดี ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ไม่เกิดผื่นคันใด ๆ ด้วยค่า



เราใช้คุกกี้เพื่อนับผู้เข้าชมและพัฒนาเว็บไซต์ อ่านรายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    สำหรับวิเคราะห์สถิติของผู้ชมเว็บไซต์ เพื่อช่วยตัดสินใจ การปรับปรุงบทความ - ข้อมูลแหล่งที่มาของผู้ใช้งาน เช่น. ผู้ใช้เข้าสู่เว็บไซต์ Plus Around จาก Google Search หรือ Social Network - ข้อมูลพฤติกรรม เช่น. ระยะเวลา, เวลา, หน้า landing page และการติดตามกิจกรรมอื่น ๆ - ข้อมูลเนื้อหา เช่น. ผู้ใช้อ่านบทความเครื่องซักผ้าฝาหน้า ยี่ห้อไหนดี - ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น. ผู้ใช้แบ่งปันบทความบนเครือข่ายโซเชียล - ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ Google Analtics สามารถดูในระดับภาพรวม แต่ไม่สามารถเจาะจงเป็นรายบุคคลได้ เช่น. เพศ , อายุ , สถานที่ตั้ง - การทดสอบ A/B test สำหรับการปรับปรุงเว็บไซต์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    การโฆษณาตามความสนใจ - แสดงโฆษณาที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้งาน โดยอ้างอิงตามกิจกรรมของผู้ใช้ บนเว็บไซต์ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ ผู้ใช้งานสนใจ ในเชิงพาณิชย์ - อนุญาตให้ผู้เผยแพร่โฆษณา นำเสนอโฆษณาต่างๆ แก่ผู้ใช้งาน และยังให้ผู้เผยแพร่โฆษณา สามารถประมูลค่าของโฆษณา เพื่อเสนอราคาที่เหมาะสม ก่อนที่จะนำโฆษณาเสนอแก่ผู้ใช้งาน - การกำหนดความถี่สูงสุดในการมองเห็นโฆษณา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเห็นโฆษณาเดียวกันหลายครั้งเกินไป - รวบรวมข้อมูลบราวเซอร์และอุปกรณ์: ประเภทและรุ่นของอุปกรณ์, ผู้ผลิต, ประเภทระบบปฏิบัติการ และรุ่น (เช่น iOS หรือ Android) ประเภท และรุ่นของเว็บบราวเซอร์ (เช่น Chrome หรือ Safari), user-agent, ชื่อผู้ให้บริการ, เขตเวลา ประเภทการเชื่อมต่อเครือข่าย (เช่น Wi-Fi หรือ เซลลูลาร์), ที่อยู่ IP, ตำแหน่งทั่วไปที่อนุมานจากที่อยู่ IP หรือ บราวเซอร์ หรือ เว็บแคช)

Save