+ “แท่นชาร์จมือถือไร้สาย” (Wireless Charger) ยี่ห้อไหนดี 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "แท่นชาร์จมือถือไร้สาย" (Wireless Charging) ยี่ห้อไหนดี 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 ยี่ห้อ +

ยุคนี้การชาร์จด้วยแท่นชาร์จไร้สาย ช่วยเพิ่มความสะดวกในการชาร์จสมาร์ทโฟนคู่ใจเราได้เป็นอย่างมาก ไม่มีสายไฟยาวให้รกรุงรัง สามารถวางบนโต๊ะทำงานให้ดูสวยมีความมินิมอลได้อีกด้วย แถมยังเป็นการช่วยถนอมพอร์ตชาร์จไปในตัว ใครเจอปัญหาพอร์ตชาร์จมือถือเสียบ่อย คงจะต้องถูกใจนวัตกรรมตัวนี้เอามาก ๆ แล้วเราจะเลือกซื้อแท่นชาร์จไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับรุ่นที่น่าสนใจ จะมีอันไหนมีฟีเจอร์เด็ด ๆ ตอบโจทย์การใช้งานของเรา จนต้องมีเสียตังค์กันบ้างตามไปอ่านกันเลยครับ



วิธีเลือกซื้อแท่นชาร์จมือถือไร้สาย

วิธีเลือกซื้อแท่นชาร์จมือถือไร้สาย

เลือกแบบตั้งได้ สำหรับคนทำงานบนโต๊ะ ที่ต้องการดูแจ้งเตือน Notification ทั้งหลายได้อย่างสะดวก แจ้งเตือนมาปุ๊บต้องเห็นแน่นอนเพราะแสงจอจะกระทบสายตาเราเวลานั่งทำงาน จะได้ไม่พลาดการติดต่อสำคัญครับ

เลือกวัสดุกันลื่น จะช่วยป้องกันมือถือเราไม่ให้ลื่นหลุดออกจากแท่นชาร์จเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันได้ อย่าลืมสังเกตวัสดุด้วยครับ

เลือกที่สามารถชาร์จ Apple Watch และ AirPod ใครที่เป็นสาวก Apple มีอุปกรณ์ของแบรนด์นี้ครบเซ็ทแล้วละก็ อย่าได้ลืมที่ชาร์จที่สามารถชาร์จพร้อมกันได้เพื่อความสะดวกครับ

เลือกแท่นชาร์จไร้สายที่รองรับการชาร์จเร็ว มาตรฐาน Qi (ชี่) เป็นมาตรฐานกลางในการชาร์จมือถือแบบไร้สาย (Apple Watch ชาร์จไร้สายด้วยเทคโนโลยีอื่น) ในปัจจุบันจะรองรับความเร็ว 7.5 Watt แต่ผู้ผลิตหลายยี่ห้อโดยเฉพาะแบรนด์อย่าง Huawei Xiaomi Samsung Apple ก็ผลิตที่ชาร์จไร้สายรุ่นที่ทำความเร็วได้สูงกว่าออกมา ก่อนซื้ออย่าลืมเช็ครุ่นมือถือที่ใช้งานว่ารองรับ Fast Wireless Charging ได้ไหมด้วยครับ หลายยี่ห้อรองรับการชาร์จเร็วได้เฉพาะยี่ห้อตัวเองเท่านั้น ถ้าไม่รองรับก็จะชาร์จได้ที่ 7.5 Watt แทนนะครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “แท่นชาร์จมือถือไร้สาย” ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว "แท่นชาร์จมือถือไร้สาย" ยี่ห้อไหนดี

สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาอ่าน อยากดูแท่นชาร์จมือถือไร้สาย แบบสั้น ๆ วางเรียงเปรียบเทียบ ราคา, จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน, รูปแบบของพอร์ต, กำลังจ่ายไฟ, วัสดุ และอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แนะนำให้กดเข้าไปที่ปุ่มสีแดงด้านล่างได้เลย หรือถ้าอยากอ่านแบบเต็ม ๆ ก็เลื่อนผ่านปุ่มสีแดง ไปดูรีวิวสินค้าต่อเลยครับ



1. eloop W5 All in one Charger + แบตสำรองชาร์จไร้สาย 10000mAh

เป็นแท่นชาร์จมือถือไร้สายที่ดีงาม จนอยากแนะนำเป็นลำดับที่ 1 สำหรับ W5 All in one Charger + แบตสำรองชาร์จไร้สาย 10000mAh จากแบรนด์ eloop ชื่อรุ่นตามนี้เลย จริง ๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่บอกว่ามันดีงามด้วย เพราะในราคาพันนิด ๆ นอกจากจะได้แท่นชาร์จที่สามารถใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 6 พอร์ต คือ 1 Wireless Charging, 2 พอร์ตซูเปอร์ชาร์จ 27 วัตต์ ที่แบ่งเป็น USB-A กับ USB-C และอีก 3 พอร์ตชาร์จเร็ว 15 วัตต์ แบบ USB-A แล้วยังได้พาวเวอร์แบงค์ไร้สายความจุ 10,000 มิลลิแอมป์ พร้อมพอร์ตชาร์จเร็ว 18 วัตต์ สามารถชาร์จเร็วได้ทั้ง Samsung Huawei Oppo Vivo Xiaomi Apple ทุกรุ่นที่รองรับเลยครับ

ในส่วนของการใช้งาน เพียงต่อปลั๊กไฟบ้านเข้ากับแท่นชาร์จ ก็สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้ทั้ง 6 พอร์ต พร้อมกันโดยไม่เป็นอันตราย ด้วยอแดปเตอร์กำลังจ่ายไฟสูงสุดถึง 60 วัตต์ เมื่อชาร์จพร้อมกันหลายอุปกรณ์ ทำให้เจ้า eloop W5 All in one Charger ตัวนี้เพียงตัวเดียว จบครบทุกอุปกรณ์จริง ๆ ส่วนตัวพาวเวอร์แบงค์ก็สามารถใช้งานเป็น Wireless Charger ได้อีกด้วย สามารถใช้เป็นแท่นชาร์จไวร์เลสได้เพียงแค่เสียบพาวเวอร์แบงค์ลงบนแท่นชาร์จเท่านั้น สรุปว่าเป็นแท่นชาร์จมือถือไร้สายที่สะดวก ใช้งานได้หลากหลายเป็นพาวเวอร์แบงค์ไวร์เลสก็ได้ คุ้มค่า หน้าตาดี มีไว้ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน6
Port TypeWireless Charging / USB-C / 4 USB-A
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)60W ( 27 / 15 / 10 )
วัสดุABS
ขนาด16.1 x 5.8 x 1.6 cm
น้ำหนัก86.5g
สีดำ

2. Apple MagSafe Charger

อุปกรณ์เสริมในตระกูล Apple ที่สาวกตัวจริงต้องมี สำหรับแท่นชาร์จไร้สาย MagSafe Charger สีขาวสุดมินิมอลเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมกรอบอลูมิเนียมดูเรียบหรูสมราคา สามารถชาร์จได้ทีละ 1 อุปกรณ์ แต่ต้องเป็นเครื่องที่รองรับการชาร์จไร้สายระบบ Qi (ชี่) หรือตั้งแต่ iPhone 8 ขึ้นไป AirPods รุ่น 3 กับ Pro ก็ใช้ได้ ทั้งนี้อุปกรณ์ของแบรนด์อื่น ๆ ที่รองรับมาตรฐาน Qi ก็สามารถใช้งานได้เช่นกันครับ

แต่หากเป็น iPhone 12/12 Pro กับ 13/13 Pro จะมีแม่เหล็กที่สามารถประกบกันได้พอดีเป๊ะกับแท่นชาร์จ จึงดูดติดแน่นเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชาร์จได้เป็นอย่างดี ส่วนฟีดแบคจากผู้ใช้งานไปในทางที่ดี แบรนด์นี้ไม่มีทำให้เสียชื่อ ตัวแม่เหล็กยึดเกาะแน่นดีมาก บางคอมเมนต์บอกว่าแน่นจนแกะทีมีรอยวงกลมหลังเครื่อง แต่แค่เช็ดเบา ๆ รอยก็หายไปไม่ใช่ปัญหา ส่วนการใช้งานร่วมกับเคสซิลิโคนนั้น สามารถชาร์จไฟเข้าเป็นปกติ แต่ตัวแม่เหล็กยึดเกาะได้ไม่ค่อยดี อาจต้องลองเปลี่ยนไปใช้เคสโลหะ หรือถอดเคสเวลาชาร์จ น่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน1
Port TypeWireless Charging
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)15W
วัสดุAluminum
ขนาด8.2 x 8.2 x 1.8 cm
น้ำหนัก45.3g
สีขาว

3. hoco. CW21 Wisdom 3-in-1 wireless charger

hoco. CW21 Wisdom 3-in-1 wireless charger แท่นชาร์จมือถือไร้สาย ที่รองรับ Urban Lifestyle ได้อย่างแท้ทรู เพราะทุกวันนี้วิถีชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่ไม่ได้มีแค่สมาร์ทโฟนแล้ว นาฬิกาที่ใส่ก็ต้องเป็น Apple Watch ไหนจะต้องมี AirPods ไว้ฟังเพลงหรือยูทูบระหว่างการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งพอกลับถึงบ้านหรือคอนโดทุกวันก็ต้องวุ่นวายหาสายชาร์จแต่ละอย่าง ถ้ามีแท่นชาร์จมือถือไร้สายรุ่นนี้สบายเลย แค่แปะ วาง เสียบ ก็สามารถชาร์จทั้ง 3 อุปกรณ์ ได้พร้อมกันทีเดียวเลยครับ

วัสดุเป็นพลาสติก ABS กับ PC ดีไซน์มินิมอลดูทันสมัยและเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับสีขาว ในส่วนของพอร์ตที่รองรับสมาร์ทโฟนนั้นมีกำลังจ่ายไฟสูงสุดอยู่ที่ 10 วัตต์ สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกรุ่นที่รองรับการชาร์จไร้สายระบบ Qi (ชี่) ส่วนพอร์ตสำหรับ Apple Watch และ AirPods กำลังจ่ายไฟคือ 2 และ 3 วัตต์ ตามลำดับ ฟีดแบคส่วนใหญ่ค่อนข้างพอใจ ใช้งานได้ค่อนข้างดี มีบ้างที่หลังจากชาร์จ Apple Watch แล้ว ตัวเครื่องเกิดความร้อนอุ่น ๆ นิดหน่อย ส่วนใครที่ชาร์จมือถือไม่ได้ แนะนำให้ลองตรวจสอบรุ่นมือถือก่อนว่ารองรับไวร์เลสชาร์จหรือเปล่า ไม่ก็อาจจะต้องลองถอดเคสช่วยในกรณีที่เคสหนาหรือใช้วัสดุที่กันการส่งพลังงานได้ แนะนำให้ใช้หัวชาร์จ QC3.0 ด้วยครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน3
Port Type10W (Max), 2W Wireless Charging / Lightning
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)10W / 2W / 3W
วัสดุABS + PC
ขนาด20 x 9.2 x 5 cm
น้ำหนัก148g
สีขาว


4. HUAWEI SuperCharge Wireless Car Charger

หากจะพูดถึงความสำคัญของแท่นชาร์จมือถือไร้สาย ไม่ได้มีแค่ที่บ้านหรือที่ทำงานเท่านั้นนะ แต่บนรถนี่ก็จำเป็นมาก ๆ เลย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องขับไปในที่ ๆ ไม่เคยไป ไม่รู้เส้นทาง จำเป็นต้องใช้แมปหรือระบบนำทาง ซึ่งก็หนีไม่พ้น Google Maps ยอดนิยมที่ต้องใช้บนมือถือแน่นอน สามารถบอกได้แม้กระทั่งถนนตรงไหนรถติดเยอะ คนส่วนใหญ่จึงนิยมใช้วิธีขับรถไป ดูแมปในมือถือไปด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่กินแบตแบบสุด ๆ แต่ด้วย HUAWEI SuperCharge Wireless Car Charger แท่นชาร์จมือถือในรถแบบไร้สาย จะช่วยคืนชีพแบตเตอรี่ให้สมาร์ทโฟนของคุณอย่างรวดเร็ว สามารถจ่ายไฟสูงสุดถึง 50 วัตต์เลยทีเดียวครับ

มาพร้อมเซ็นเซอร์คู่อัจฉริยะบริเวณมือจับข้างตัวเครื่อง ที่จะยืดออกเมื่อต้องการวางโทรศัพท์ลงไปที่แท่นชาร์จ หลังจากนั้นจะหดเข้าให้กระชับพอดีแบบอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อต้องการนำโทรศัพท์ออก เซ็นเซอร์คู่นี้ก็จะทำงานโดยอัตโนมัติเช่นกัน และถึงแม้จะเป็นอุปกรณ์เสริมแบรนด์หัวเว่ย แต่สามารถใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย แต่ความเร็วในการชาร์จจะเป็นแบบปกติ ใส่เคสอยู่ก็ชาร์จเข้า ขอแค่ความหนาไม่เกิน 3 มิลลิเมตร และไม่ใช่เคสโลหะ ติดตั้งก็ง่าย แค่เสียบฐานยึดไว้กับช่องแอร์ แล้วเสียบหัวชาร์จในช่องจุดบุหรี่ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน2 (แท่นชาร์จ / หัวชาร์จ)
Port TypeWireless Charging / USB-A
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)66W (Wireless 50 W)
วัสดุแก้ว / คาร์บอน
ขนาด7.35 x 11.8 x 4.05 cm
น้ำหนัก194g
สีดำ

5. LUKEN 4 IN 1 DUAL WIRELESS CHARGING STAND

LUKEN 4 IN 1 DUAL WIRELESS CHARGING STAND

ราคาโดยประมาณ 660 บาท

โดนใจสายแกดเจ็ต พร็อพเยอะ Apple Watch ก็มา AirPods ก็มี พกโทรศัพท์ที 2 เครื่อง หรือจะเป็นคู่รักที่อยู่ร่วมกันก็ดี ถึงเวลาชาร์จอุปกรณ์แต่ละที ต้องหาปลั๊กกันให้วุ่นวาย สายชาร์จระโยงระยางวุ่นวายไปหมด แต่ปัญหานั้นจะหมดไปในพริบตา ด้วย LUKEN 4 IN 1 DUAL WIRELESS CHARGING STAND แท่นชาร์จมือถือไร้สายที่ชาร์จพร้อมกันได้ถึง 4 อุปกรณ์ ทั้ง Apple Watch, AirPods และสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนได้พร้อมกันถึง 2 เครื่องอีกด้วยครับ

บริเวณจุดชาร์จสมาร์ทโฟนหลักจะมีพนักพิงหลัง จึงสามารถเป็นแท่นวางใช้งานมือถือระหว่างชาร์จได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่หากวางแนวนอนจะไปกินพื้นที่ชาร์จโทรศัพท์อีกเครื่อง ทำให้ชาร์จได้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ตรงนี้อาจไปลดประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์สักหน่อย แต่ข้อดีอื่น ๆ ก็ยังอยู่ครบ อย่างระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จจนเต็ม เพื่อถนอมอุปกรณ์ และเพื่อความปลอดภัย ในส่วนของ Wireless Charging สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนที่รองรับการชาร์จไร้สายระบบ Qi (ชี่) อย่าง iPhone 8 ขึ้นไป หรือ SAMSUNG Galaxy S8 กับ Note9 ขึ้นไปครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน4
Port Type15W (Max), 5W, 2W Wireless Charging / Lightning
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)15W / 5W / 2W / 3W
วัสดุN/A
ขนาดN/A
น้ำหนักN/A
สีขาว / ดำ

6. Yeelight Wireless Charging Nightlight

ไอต้าวฟูจิซัง เอเวอเรสต์ พนมดงรัก น่ารักน่าใช้จริง ๆ สำหรับ Yeelight Wireless Charging Nightlight ที่เป็นทั้งแท่นชาร์จมือถือไร้สาย และโคมไฟตั้งโต๊ะรูปทรงภูเขา ดีไซน์โมเดิร์นเข้ากันได้ดีกับสีขาวสะอาดตา เรียบหรูดูแพง ในราคาเพียงหลักร้อยกลาง ๆ เท่านั้น ตัวโคมไฟเลือกเปิดได้ทั้งสีขาวสว่างตา และสีวอร์มไวท์แสงส้มนวลตา สามารถถอดโคมไฟจิ๋วออกมาได้ แล้วยังเอาไปติดตามที่ต่าง ๆ ที่แม่เหล็กดูดติดได้ ถือเป็นของตกแต่งบ้านที่สวยงาม เหมาะกับผนังทุกสี และสามารถใช้งานได้จริงด้วยครับ

ในส่วนของแท่นชาร์จมือถือนั้น ก็สามารถใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่รองรับการชาร์จไร้สายระบบ Qi (ชี่) หากไม่มั่นใจว่าโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ใช่ชี่ไหม ให้ทำการตรวจเช็คก่อนซื้อผลิตภัณฑ์นี้ เพราะจะไม่สามารถคืนสินค้าได้ ในด้านประสิทธิภาพของ Wireless Charging ถือว่าดีเยี่ยม วางปุ๊บชาร์จปั๊บ ไม่ช้า ไม่หน่วง ซึ่งตรงจุดนี้ผู้ใช้ต่างพึงพอใจและคอมเมนต์ตรงกันว่าเป็นความจริง มีที่ชาร์จไม่เข้าเพราะเคสโทรศัพท์หนา แต่เมื่อถอดเคสออกก็สามารถชาร์จได้ทันทีเลยครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน1
Port TypeWireless Charging
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)10W
วัสดุABS + PC
ขนาด22.5 x 8 x 4.35 cm
น้ำหนัก140g
สีขาว


7. Baseus Simple 2in1 Wireless Charger Turbo Edition

น่าจะเป็นแท่นชาร์จมือถือไร้สายที่พัฒนาต่อมาจากรุ่นแรก ๆ ที่ชาร์จได้เพียงครั้งละ 1 อุปกรณ์ โดยรุ่นนี้สามารถชาร์จได้ 2 เครื่องพร้อมกัน แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนนำแท่นชาร์จไร้สายแบบดั้งเดิมมาต่อกันเป็น 2 พอร์ตเท่านั้น จึงอาจดูธรรมดาเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ถ้าพิจารณาให้ดี เขามีลูกเล่นที่เท่ไม่เหมือนใครเลยทีเดียว เพราะการดีไซน์ของแบรนด์อื่น ๆ จะเป็นแบบทึบ แต่ Baseus Simple 2in1 Wireless Charger Turbo Edition มีพื้นผิวเป็นกระจกนิรภัย โปร่งใส เห็นแผงวงจรข้างใน ถือเป็นกิมมิคที่ทั้งเท่และแตกต่างมาก ๆ เลยครับ

ไม่เพียงเท่านั้น ตัวแท่นชาร์จยังตอบสนองระดับ 0.1 วินาที วางปุ๊บ ชาร์จปั๊บ เร็วมาก ขนาดก็บาง เพียง 7.3 มิลลิเมตร บางเท่าโทรศัพท์เลย จึงพกใส่กระเป๋าไปใช้ที่ออฟฟิศได้อย่างไม่เกะกะ ส่วนความกว้างกับความยาวก็แค่ 16 x 8 เซนติเมตร พร้อมน้ำหนักอีก 130 กรัม เท่านั้นเอง เห็นบาง ๆ แต่ไม่บอบบางนะ เพราะนอกจากจะใช้กระจกนิรภัยแล้ว ยังใช้อลูมิเนียมอัลลอยด์ที่เบาแต่แข็งแรง ทนทาน ซึ่งทางแบรนด์ก็ได้เคลมไว้เลยว่า หล่นไม่แตกแน่นอน สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่รองรับการชาร์จไร้สายระบบ Qi (ชี่) รวมไปถึง AirPods ที่เป็น Wireless Charging Case ด้วยครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน2
Port TypeWireless Charging
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)10W / 10W
วัสดุAluminum Alloy + Metal Tempered Glass
ขนาด16 x 8 x 0.73 cm
น้ำหนัก130g
สีดำ

8. Mi 20W Wireless Car Charger

แท่นชาร์จมือถือในรถแบบไร้สาย จาก Xiaomi ของแท้ของแบรนด์จริง ๆ ไม่ใช่แค่ Ecosystem สำหรับ Mi 20W Wireless Car Charger ซึ่งแน่นอนว่าต้องจัดเต็มเทคโนโลยีไม่มีเสียชื่อหรือน้อยหน้ากว่าอยู่แล้ว โดยเมื่อเป็นแท่นชาร์จในรถความสะดวกจึงสำคัญ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้วย ดังนั้นเมื่อวางโทรศัพท์ลงไป ตัวเซ็นเซอร์อินฟราเรดภายในมือจับยึดข้างตัวเครื่องจะล็อคให้กระชับพอดีแบบอัตโนมัติเลย ซึ่งปรับหมุนได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนครับ

ซึ่งตัวมือจับนี่สามารถยืดได้กว้างถึง 81.5 มิลลิเมตรเลยนะ ถ้าเป็นขนาดสมาร์ทโฟนของแบรนด์ก็วาง Mi 9 ได้สบาย ๆ หรืออย่างบ้าน iPhone ก็ระดับ Pro Max ได้เลยไม่มีปัญหา เอาเป็นว่าถ้าความกว้างไม่เกินนี้ ก็สามารถใช้ได้กับทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่รองรับการชาร์จไร้สายระบบ Qi (ชี่) แล้วยิ่งถ้าใครใช้ Mi 9 อยู่แล้วนะยิ่งแนะนำเลย เพราะสามารถชาร์จไวที่กำลังจ่ายไฟสูงถึง 20 วัตต์ รถติด ๆ อยู่ในกรุงเทพฯ หรือขับออกต่างจังหวัด 90 นาที แบตเตอรี่ก็เต็มแล้ว ส่วนรุ่นอื่น ๆ ยี่ห้ออื่น ๆ ก็สามารถใช้งานได้ โดยกำลังจ่ายไฟสำหรับการชาร์จก็จะอยู่ที่ 10 วัตต์ครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน1
Port TypeWireless Charging
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)20W
วัสดุPC + Glass
ขนาด7.34 x 11.72 x 9.17 cm
น้ำหนัก192g
สีดำ

9. OWIRE Wireless Charging Pad

คำจำกัดความสำหรับ OWIRE Wireless Charging Pad ก็คงต้องบอกว่าเป็นแท่นชาร์จมือถือไร้สายที่ “ง่าย” ทั้งในด้านของการใช้งาน และในเรื่องของราคาที่ทำให้สามารถตัดสินใจซื้อได้โดยง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ ยังไม่ถึง 200 บาทด้วยซ้ำ มีให้เลือก 2 สี คือสีขาวกับสีดำ และมีอย่างละ 2 รุ่น คือรุ่นที่มีกำลังจ่ายไฟสูงสุด 10 วัตต์ กับ 15 วัตต์ ราคาต่างกันประมาณ 40 กว่าบาทเท่านั้นเองครับ

ส่วนความง่ายในด้านการใช้งาน แท่นชาร์จรุ่นนี้เป็นแบบชาร์จได้ทีละอุปกรณ์ แค่วางลงไปบนแท่นก็ชาร์จเลยไม่ซับซ้อน ชาร์จสมาร์ทโฟนได้ ชาร์จ AirPods ก็ได้ คือถ้าเครื่องของคุณรองรับการชาร์จไร้สายระบบ Qi (ชี่) ก็สามารถใช้ได้เลย แบบไม่ต้องถอดเคสด้วย เพราะระยะของเซ็นเซอร์ทำงานได้ถึง 8 มิลลิเมตรเลยทีเดียว วัสดุด้านหน้าจะเป็นแผ่นกระจกทนความร้อน ทำด้วยโพลิเมอร์ที่ทนทานกว่ากระจกธรรมดา ส่วนด้านหลังเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์ที่ระบายความร้อนได้ดี ด้วยตัวคุณสมบัติของวัสดุทั้ง 2 จึงช่วยระบายความร้อนระหว่างการชาร์จให้ไม่สูงเกิน 45 องศาเซลเซียสครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน1
Port TypeWireless Charging
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)10W / 15W
วัสดุPlexiglass + Aluminum Alloy
ขนาด13.5 x 10 x 2.4 cm
น้ำหนัก75.2g
สีขาว / ดำ

10. AUKEY LC-C6

แท่นชาร์จมือถือไร้สายระดับรางวัล iF DESIGN AWARD 2018 ซึ่งเป็นรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกจากประเทศเยอรมนี ที่นอกจากจะพิจารณาด้านการดีไซน์แล้ว ฟังก์ชันการทำงานยังต้องมีประสิทธิภาพ มีนวัตกรรมด้านความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย โดยในด้านการทำงานสามารถชาร์จไวด้วยกำลังจ่ายไฟสูงสุด 10 วัตต์ ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่รองรับการชาร์จไร้สายระบบ Qi (ชี่) วัสดุเป็น TPU ยางเทอร์โมพลาสติก โพลียูรีเทน ที่อ่อนนุ่มเป็นพิเศษ ส่วนตัวฐานเป็นซิงค์อัลลอยด์พร้อมแผ่นรองวงแหวนซิลิโคนกันลื่นด้วยครับ

ในด้านความปลอดภัย ทางแบรนด์ยืนยันเลยว่า 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะผ่านการรับรอง CE ตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่สหภาพยุโรปกำหนด รวมไปถึง RoHS ข้อกำหนดของการใช้สารอันตรายในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้มาตรฐานเช่นกัน มีไฟ LED แสดงสถานะของตัวอุปกรณ์อย่างชัดเจน โดยสามารถวางสมาร์ทโฟนเพื่อชาร์จได้เมื่อไฟขึ้นสีแดง หากแบตเตอรี่เต็มแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว และถ้าไฟขึ้นสีแดงกะพริบ ๆ แสดงว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่บนแท่นชาร์จ ให้รีบนำออกนะครับ

จำนวนอุปกรณ์ที่ชาร์จได้พร้อมกัน1
Port TypeWireless Charging
กำลังจ่ายไฟ (Maximum)10W
วัสดุTPU + Zinc Alloy
ขนาด8.7 x 8.7 x 1.2 cm
น้ำหนัก128g
สีดำ

อ่านกันมาถึงตรงนี้คงจะได้คำตอบสำหรับ แท่นชาร์จไร้สาย ยี่ห้อไหนดี แล้วใช่ไหมครับ หลายยี่ห้อก็ทำออกมาได้น่าใช้งาน สวยงามจนเอาไปวางเป็นของประดับโต๊ะทำงานเราได้เลย บางรุ่นก็ทำออกมาตอบโจทย์ผู้ขับขี่รถยนต์ได้ดี มีที่หนีบแข็งแรง มีเซ็นเซอร์สำหรับล็อคตัวเครื่อง ไม่ต้องมาคอยกดที่หนีบให้คลายออกเพื่อยึดจับมือถือ ที่จับเป็นยางซิลิโคนไม่ต้องกังวลว่าวางไว้แล้วจะหล่น สุดท้ายนี้ก็ขอให้ได้แท่นชาร์จไร้สายที่ถูกใจ ตอบโจทย์การใช้งานกันนะครับ