+ “โลชั่นกันยุง” ยี่ห้อไหนดี 2021 รวมมาแล้ว รีวิว 7 ตัว +

+ "โลชั่นกันยุง" ยี่ห้อไหนดี 2020 รวมมาแล้ว รีวิว 7 ตัว +

คนเราอาจจะไม่มีปัญหากับยุงมากเท่าไรนักถ้าอยู่ในบ้าน แต่เวลาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกนี้สิ อย่างเข้าแคมป์, ไปเดินป่า, ทำสวน หรือแม้แต่นั่งเล่นอยู่นอกบ้านก็ตาม หลายคน ๆ ต้องเคยโดนยุงกัดกันอย่างแน่นอน และถ้าแต่ละที่ที่ไปมียุงอยู่ชุกชุมด้วยแล้วละก็..ไม่อยากจะนึกสภาพเลยนะครับ ได้เป็นอาหารอันโอชะให้เจ้าพวกยุงตัวร้ายอย่างแน่นอน ดังนั้นวิธีการอย่างหนึ่งที่จะทำให้ไม่โดนยุงกัดได้ง่ายมากก็คือ การใช้ “โลชั่นกันยุง” นี่เองครับ วันนี้ทาง PlusAround ก็จัดโลชั่นกันยุงมารีวิวให้ดูกันถึง 7 ตัว จะมียี่ห้ออะไรบ้างนั้น เลื่อนลงไปได้เลยครับ



คำแนะนำในการเลือกซื้อ “โลชั่นกันยุง”

คำแนะนำในการเลือกซื้อ "โลชั่นกันยุง"

ที่โลชั่นกันยุงสามารถป้องกันไม่ให้ยุงมันบินเข้ามากัดตามผิวหนังของเราและเด็ก ๆ ได้นั้น เป็นเพราะว่า “ส่วนผสมสำคัญในการไล่ยุง” ที่มีอยู่ในโลชั่นนั้นเองครับ ซึ่งโลชั่นกันยุงที่วางขายส่วนใหญ่ จะมีส่วนผสมสำคัญในการไล่ยุงอยู่ 3 อย่าง คือ DEET, อิคาริดิน และส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยส่วนผสมทั้ง 3 อย่างนี้ จะทำหน้าที่ในการผลิต “กลิ่น” ที่ยุงไม่ชอบออกมา พอยุงได้กลิ่นพวกนี้แล้ว ก็จะบินหนีห่างออกไปนั้นเอง ลองไปดูรายละเอียดของทั้ง 3 ตัวกันครับ

  • DEET (N,N-Diethyl-meta-toluamide) คือ สารเคมีที่นิยมใช้กันมากในโลชั่นกันยุง เพราะมีประสิทธิภาพสูง, ราคาถูก และมีความปลอดภัย(หากใช้อย่างเหมาะสม) อย่างไรก็ตาม การทา DEET ลงบนผิวมีโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการระคายเคือง, ผื่นแดง หรือบวมได้ ดังนั้นคนที่มีผิวแพ้ง่าย, บอบบาง หรือเด็ก ๆ คนกลุ่มนี้ควรหลีกหนีโลชั่นกันยุงที่มีส่วนผสมของ DEET แล้วหันไปใช้พวกที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติแทนจะดีกว่าครับ
  • อิคาริดิน (Icaridin) เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการไล่ยุง ไล่แมลง โดยมีประสิทธิภาพในการไล่ยุงได้ดีพอ ๆ กับ DEET แต่ตัวนี้จะดีตรง “ไม่มีกลิ่น” ทำให้ไม่ต้องทนกับกลิ่นของโลชั่นกันยุง และไม่ทำให้ปวดหัวด้วย และยังไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเท่า DEET แต่อิคาริดินไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรนัก จึงหาซื้อโลชั่นกันยุงที่มีส่วนผสมตัวนี้ค่อนข้างยากครับ
  • ส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยส่วนผสมสำคัญในการไล่ยุงจะเป็นพวก น้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปตันหรือลาเวนเดอร์ เป็นต้น และนอกจากมีส่วนผสมในการไล่ยุงแล้ว โลชั่นกันยุงกลุ่มนี้ จะชอบมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวหรือเพิ่มความชุ่มชื้นด้วย เช่น วิตามินอีหรือสารกัดว่านหางจระเข้ เป็นต้น ทำให้เป็นโลชั่นแบบ 2 in 1 ได้เลยครับ และเนื่องจากมีส่วนผสมของธรรมชาตินี่เอง ทำให้เป็นโลชั่นกันยุงที่มีความปลอดภัยมากที่สุด สามารถใช้ได้กับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ๆ ถึงขนาดบางยี่ห้อสามารถใช้กับเด็กทารกได้ด้วย แต่ก็เป็นกลุ่มที่มีราคาแพงที่สุด และประสิทธิภาพการกันยุงก็จะน้อยกว่าพวกที่ใช้สารเคมีครับ

อยากจะเลือกซื้อโลชั่นกันยุงที่มีส่วนผสมแบบไหน ก็เลือกเอาตามความต้องการได้เลย แต่เมื่อซื้อมาแล้ว ก่อนใช้ผมแนะนำว่า ควรทาที่ข้อพับดูก่อนเพื่อทดสอบอาการแพ้ หากทาแล้วไม่เกิดการผิดปกติ ก็ค่อยใช้ได้อย่างสบายใจครับ หรือถ้าไม่อยากใช้โลชั่นกันยุง งั้นลองใช้ไม้ตียุงหรือแผ่นแปะกันยุงดูไหมละครับ สนุกสนานไปกับการได้ตียุงด้วย ถ้าสนใจลองอ่านที่บทความด้านล่างได้เลยครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “โลชั่นกันยุง” ยี่ห้อไหนดี

สำหรับใครที่ไม่มีเวลาอ่านเนื้อหาทั้งหมด ก็กดเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบได้เลยนะครับ ทางเราได้ทำการนวบรัดและสรุปเนื้อหามาให้แล้วครับ



1. โลชั่นกันยุง ยี่ห้อ ซอฟเฟล กลิ่นฟลอร่า, เฟรช และตะไคร้หอม

ซอฟเฟล เป็นยี่ห้อโลชั่นกันยุงที่ผลิตขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซียแล้วนำเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทย โดยหลัก ๆ จะมีสามกลิ่นด้วยกันคือ กลิ่นฟลอร่าขวดสีชมพู, กลิ่นเฟรซขวดสีส้ม และตะไคร้หอมขวดสีเขียว ตอนแรกเห็นมีสามสีแล้วนึกว่า ส่วนผสมจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ถ้ามาดูดี ๆ แล้ว ทั้งสามตัวจะมีส่วนผสมที่สำคัญเหมือนกันเลยคือ ดีอีอีที (DEET) 13% w/w ครับ

ส่วนเนื้อโลชั่นก็เป็นครีมสีขาว ๆ นุ่ม ๆ เนื้อไม่เละ ทาแล้วเกลี่ยง่ายทั้งสามสี และทางซอฟเฟลยังเคลมมาว่า ทาแล้วสามารถป้องกันยุงได้ยาวนานถึง 7 ชั่วโมงเลย แต่ส่วนที่แตกต่างกันจะเป็นเพียงแค่เรื่องของกลิ่นตามชื่อเท่านั้น โดยสีชมพูจะมีกลิ่นหอม ๆ ของดอกไม้ แต่กลิ่นแรงมาก ค่อนข้างฉุน ดมไปนาน ๆ แล้วแอบมึน ๆ หัวอยู่ ส่วนสีส้มจะมีกลิ่นเฟรซ ๆ สะอาด ๆ ส่วนสีเชียวก็จะมีกลิ่นของตะไคร้หอม ซึ่งกลิ่นของทั้งสีส้มกับสีเขียวจะไม่แรงมาก ไม่ฉุน ทาแล้วสบายจมูก และไม่ทำให้รู้สึกเวียนหัวด้วยครับ

และถ้าพูดถึงเรื่องการใช้งานป้องกันยุงแล้ว ผมขอบอกเลยว่า สุดยอดมาก! จากบริเวณเดิม ๆ ที่เคยโดนยุงกัดเป็นประจำ พอทาโลชั่นกันยุงตัวยี่ห้อนี้แล้ว ไม่โดนยุงกัดอีกต่อไป! แต่ต้องทาให้ทั่ว ๆ ตัวหน่อยนะครับ เพราะผมเคยทาแค่บริเวณแขนเท่านั้น แต่ยุงมันก็ยังบินมาวน ๆ แถวคอกับใบหูได้อยู่ เสียงยุงบินก็น่ารำคาญมาก แต่พอทาโลชั่นที่ใบหูแล้ว ดีขึ้นเยอะครับ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะป้องกันยุงกัดได้ดี แต่เป็นเพียงการไล่ยุงออกไปจากตัวเท่านั้น พวกยุงมันยังบินวนไปวนมาได้อยู่ครับ พวกมันคงรอโอกาสว่า โลชั่นหมดฤทธิ์เมื่อไร มันจะได้บินมากัดเมื่อนั้นเลย อีกทั้งโลชั่นกันยุงซอฟเฟลดันมีส่วนผสมของ DEET จึงไม่เหมาะใช้กับเด็ก ๆ และผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และทางแบรนด์ยังย้ำมาว่า ห้ามใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปีด้วยครับ

ปริมาณ60 มล.
ส่วนผสมสำคัญDEET 13% w/w
ส่วนผสมบำรุงผิว
กลิ่นฟลอร่า, เฟรช และตะไคร้หอม
ป้องกันยุงได้นาน7 ชั่วโมง
มีสาร DEET
อายุขั้นต่ำที่ใช้ได้4 ปีขึ้นไป

2. ยี่ห้อ มารุ สูตรสำหรับเด็ก

ราคาโดยประมาณ 60 บาท / 30 มล.

เป็นโลชั่นกันยุงที่ทางมารุทำขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับเด็ก ๆ ครับ โดยทางมารุระบุว่า เหมาะสำหรับใช้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าลองเปรียบเทียบกับยี่ห้อด้านบนอย่างซอฟเฟลที่เด็กต้องมีอายุ 4 ปีขึ้นไปถึงจะใช้ได้ แสดงว่าโลชั่นกันยุงตัวนี้ มีความอ่อนโยนมากกว่า เนื่องมาจากส่วนผสมสำคัญที่ใช้ในการไล่ยุงอย่าง อิคาริดิน ในสัดส่วน 15% w/w พร้อมทั้งปราศจากน้ำหอมและพาราเบนที่มีส่วนให้ผิวเกิดอาการระคายเคือง และยังเพิ่มเติมด้วยวิตามินอีกับสารกัดว่านหางจระเข้ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะดู ๆ ส่วนผสมแล้วนึกว่าโลชั่นบำรุงผิว แต่ก็สามารถป้องกันยุงได้นานถึง 7 ชั่วโมงซึ่งเทียบเท่ากับซอฟเฟลเลยครับ ด้านเนื้อโลชั่นก็ทาง่าย ทาแล้วไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ชิล ๆ สบายผิว และที่สำคัญไม่มีกลิ่นเหม็น จึงไม่ชวนให้รู้สึกเวียนหัวด้วย ส่วนเรื่องกันยุงก็ใช้ได้เลยครับ ทาแล้วยุงบินหนีไปไกลเลย ดูรวม ๆ แล้วเหมือนจะมีแต่ข้อดี แต่โลชั่นกันยุงมารุค่อนข้างที่จะแพงอยู่ ซึ่งถ้าเทียบกับซอฟเฟลแล้ว จะแพงกว่าเกือบ 2 เท่าเลยทีเดียวครับ

ปริมาณ30 มล.
ส่วนผสมสำคัญอิคาริดิน 15% w/w
ส่วนผสมบำรุงผิววิตามินอี / สารสกัดว่านหางจระเข้
กลิ่นไม่มีกลิ่น
ป้องกันยุงได้นาน7 ชั่วโมง
มีสาร DEET
อายุขั้นต่ำที่ใช้ได้2 ปีขึ้นไป

3. ยี่ห้อ Kindee สูตรสำหรับเด็กแรกเกิดขึ้นไป

ตอนแรกว่ายี่ห้อมารุเป็นโลชั่นกันยุงที่มีความอ่อนโยนมากแล้ว แต่ยี่ห้อ Kindee กลับมีความอ่อนโยนที่ยิ่งกว่า เพราะเป็นโลชั่นกันยุงสูตรสำหรับเด็กแรกเกิด! เลยครับ ที่มีความอ่อนโยนขนาดนี้ก็เนื่องมาจาก ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีในการไล่ยุงอย่าง DEET แม้แต่น้อย และยังปราศจากน้ำหอม, พาราเบน กับแอลกอฮอล์ สามตัวร้ายที่มีส่วนก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิว อีกทั้งยังผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ด้วยครับ

นอกจากเรื่องความอ่อนโยนแล้ว ยังมีส่วนผสมของสารสกัดจากว่านหางจระเข้และดอกคาร์โมมายด์ที่ช่วยคงความชุ่มชื่นให้แก่ผิวเวลาทาอีกด้วย ตัวแพ็กเกจก็ออกแบบมาได้น่ารักมุ้งมิ้งมาก เหมาะกับเด็ก ๆ เป็นที่สุด ส่วนด้านเนื้อโลชั่นก็ไม่เหนียว ทาแล้วเกลี่ยง่าย กลิ่นก็ไม่แรง หอมแบบอ่อน ๆ ไม่รู้สึกเวียนหัวเวลาทาเลยครับ

แต่ถ้าจะอ่อนโยนขนาดนี้ สารเคมีก็ไม่มี แล้วจะไล่ยุงได้อย่างไร? ทาง Kindee เขาได้ใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกยูคาลิปตันและลาเวนเดอร์ ซึ่งเป็นกลิ่นที่ยุงไม่ชอบในการไล่ยุงนั้นเองครับ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ประสิทธิภาพในการไล่ยุงจะทำได้ดี แต่ระยะเวลาในการคงอยู่ของโลชั่นนั้นค่อนข้างสั้น โดยในการทาแต่ละครั้ง จะสามารถป้องกันยุงได้นานเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น น้อยกว่า 2 ตัวบนเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว จึงต้องหมั่นทาบ่อยครั้งกว่า และทำให้ Kindee มีราคาแพงกว่าทุกยี่ห้อด้วยครับ

ปริมาณ15-60 มล.
ส่วนผสมสำคัญน้ำมันหอมระเหยจากดอกยูคาลิปตันและลาเวนเดอร์
ส่วนผสมบำรุงผิวสารสกัดว่านหางจระเข้ / สารสกัดดอกคาร์โมมายด์
กลิ่นลาเวนเดอร์
ป้องกันยุงได้นาน3 ชั่วโมง
มีสาร DEET
อายุขั้นต่ำที่ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด


4. ยี่ห้อ ออฟ!

โลชั่นกันยุง ยี่ห้อออฟ! น่าจะมีชื่อเสียงพอ ๆ กับยี่ห้อซอฟเฟล และยังมีความคล้ายคลึงกันหลาย ๆ อย่างด้วย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นที่ต่างประเทศ โดยออฟ!ได้ผลิตที่ประเทศฟิลิปปินส์แล้วนำเข้ามาขายในไทย มีส่วนผสมที่เหมือนกันคือ DEET ในสัดส่วน 15% w/w แต่ออฟ!จะมีความเข้มข้นมากกว่าซอฟเฟลที่ 2% ทำให้ไล่ยุงได้ดีกว่า แต่ก็มีโอกาสเกิดการระคายเคืองต่อผิวที่มากกว่าด้วยเช่นกัน

ส่วนเรื่องระยะเวลาในการป้องกันยุง ทางออฟ!ได้ระบุมาว่า สามารถป้องกันได้ที่ 6 ชั่วโมง ซึ่งน้อยกว่าซอฟเฟล 1 ชั่วโมง แต่เอาจริง ๆ ผมว่า พวกนี้ก็น่าจะกันได้ 6-7 ชั่วโมงโดยเฉลี่ยแหละครับ ตัวครีมก็ไม่เหนียวมาก ทาแล้วก็แห้งไวด้วย ส่งกลิ่นหอมแบบอ่อน ๆ ไม่ฉุนแรง และเรื่องการป้องกันยุงก็ทำได้ดีแบบสุด ๆ ทาแล้วไม่มียุงบินมากัดเลย ถ้ากำลังหาโลชั่นกันยุงคุณภาพดี ไว้วางใจยี่ห้อออฟ!ได้เลยครับ แต่ต้องใช้กับเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไปนะครับ

ปริมาณ50 มล.
ส่วนผสมสำคัญDEET 15% w/w
ส่วนผสมบำรุงผิว
กลิ่นหอมแบบอ่อน ๆ
ป้องกันยุงได้นาน6 ชั่วโมง
มีสาร DEET
อายุขั้นต่ำที่ใช้ได้4 ปีขึ้นไป

5. ยี่ห้อ Pureen สูตรสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป

ใครที่กำลังมองหาโลชั่นกันยุงสูตรอ่อนโยนที่น่าสนใจและมียอดขายที่สูงมากทางออนไลน์ ต้องขอแนะนำให้ลองยี่ห้อ Pureen เลยครับ เพราะเป็นโลชั่นกันยุงที่ใช้น้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัสในการไล่ยุง, ไม่มีส่วนผสมของ DEET และที่สำคัญได้ผ่านการรับรองจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จึงมั่นใจได้ว่า มีความปลอดภัยต่อผิวของเด็ก ๆ อีกทั้งทางแบรนด์ยังระบุด้วยว่า สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งมีความอ่อนโยนพอ ๆ กับยี่ห้อ Kindee เลยครับ

แต่ที่ Pureen น่าสนใจกว่าเป็นเพราะว่า มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโจโจ้บาออยล์, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันมะกอก, วิตามิน E และว่านหางจระเข้ ทำให้เมื่อทาแล้ว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว, ลดการระคายเคือง และยังกันยุงได้ดีได้นานถึง 6 ชั่วโมง ตัวโลชั่นก็เนื้อบางเบา ทาง่ายมาก กลิ่นหอมแบบอ่อน ๆ ไม่ฉุนเลย เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่ชอบกลิ่นฉุน ๆ ของโลชั่นกันยุงด้วย รวม ๆ แล้ว เป็นโลชั่นกันยุงที่มีคุณสมบัติแบบ 2 in 1 กันยุงก็ได้ บำรุงผิวก็ดีครับ

ปริมาณ40 มล.
ส่วนผสมสำคัญน้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัส
ส่วนผสมบำรุงผิวโจโจ้บาออยล์ / น้ำมันดอกทานตะวัน / น้ำมันมะกอก / วิตามิน E / ว่านหางจระเข้
กลิ่นหอมแบบอ่อน ๆ
ป้องกันยุงได้นาน6 ชั่วโมง
มีสาร DEET
อายุขั้นต่ำที่ใช้ได้6 เดือนขึ้นไป

6. ยี่ห้อ ก.ย. 15

พูดถึงยี่ห้อที่มีชื่อเสียงในเรื่องการกันยุงแล้ว หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินสโลแกนว่า “ก.ย. 15 ทากันยุง” ใช่ไหมล่ะครับ? ก.ย. 15 เป็นยี่ห้อที่อยู่คู่เมืองไทยมาอย่างช้านาน, ราคาค่อนข้างถูก และโลชั่นกันยุงของ ก.ย. 15 เอง ก็มีให้เลือกกันถึง 4 กลิ่นด้วยกันคือ กลิ่นลาเวนเดอร์​, กลิ่นมายด์​ลิลลี่​, กลิ่นเฟรชบลอสซั่ม ซึ่งทั้งสามตัวนี้จะมีส่วนผสมสำคัญที่ใช้ในการไล่ยุงอย่าง DEET ที่ 15% w/w และมีเนื้อโลชั่นแบบมิลกี้ ไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยง่าย ทาง่าย จะแตกต่างกันที่กลิ่นเท่านั้น แต่มีหลาย ๆ คนบอกมาว่า กลิ่นมายด์​ลิลลี่ หอมที่สุดครับ

ส่วนกลิ่นที่ 4 คือ กลิ่นแบบดั้งเดิม กลิ่นหอมมีเนื้อโลชั่นแบบครีมทั่วไป แต่ที่แตกต่างจากตัวอื่น ๆ และทุกยี่ห้อก็คือ มีส่วนผสมของ DEET ที่สูงถึง 25% w/w! มีความเข้มข้นสูง จึงทำให้กันยุงได้ดีด้วย แต่ก็มีผลในเรื่องของการเกิดการระคายเคืองที่อาจจะมากกว่าทุก ๆ ตัวด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าทางแบรนด์จะระบุว่า ทั้ง 4 กลิ่นนี้ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี แต่ตัวกลิ่นดั้งเดิม ผมคิดว่าใช้แต่กับเฉพาะผู้ใหญ่จะดีกว่า เด็ก ๆ ให้ใช้พวกที่มีความเข้มข้นน้อย ๆ ครับ

ก.ย. 15

เป็นโลชั่นกันยุงที่มีส่วนผสมของ DEET มากที่สุด

ปริมาณ40 / 50 กรัม
ส่วนผสมสำคัญDEET ที่ 15% w/w สำหรับ 3 กลิ่น และ DEET ที่ 25% w/w สำหรับกลิ่นดั้งเดิม
ส่วนผสมบำรุงผิว
กลิ่นลาเวนเดอร์​ / มายด์​ลิลลี่​ / เฟรชบลอสซั่ม / ดั้งเดิม
ป้องกันยุงได้นาน7 ชั่วโมง
มีสาร DEET
อายุขั้นต่ำที่ใช้ได้4 ปีขึ้นไป

7. ยี่ห้อ OASIS

ราคาโดยประมาณ 48 บาท / 30 มล.

โลชั่นกันยุงยี่ห้อ OASIS เป็นยี่ห้อที่หลาย ๆ คนน่าจะไม่เคยเห็น แต่มันน่าสนใจดี ผมเลยอยากเอามาแนะนำให้ได้รู้จักกันครับ โดย OASIS มีสองกลิ่นให้เลือกซื้อระหว่างกลิ่นพิงค์ บลอสซั่ม และกลิ่นรีแลกซ์ซิ่ง เพอเพิ้ล ซึ่งให้แนวกลิ่นหอมแบบอ่อน ๆ และไม่ฉุนทั้งคู่ เอาจริง ๆ กลิ่นมันคล้าย ๆ กันแหละครับ ใช้สีไหนก็ได้ ส่วนเนื้อโลชั่นก็ทาง่ายดี เกลี่ย ๆ แป๊บเดียวก็ซึมเข้าผิวแล้ว ไม่เหนียวเหนอะหนะเลยครับ

และจุดที่น่าสนใจก็คือ ใช้ส่วนผสมที่ได้จากธรรมชาติ 100% ทำให้มีความอ่อนโยนต่อผิวที่ดีกว่าพวกโลชั่นกันยุงที่มีส่วนผสมของ DEET แต่ก็ยังกันยุงได้ดีอยู่ด้วยน้ำมันหอมระเหยเลมอนยูคาลิปตัส ซึ่งทางแบรนด์ระบุมาว่า สามารถป้องกันได้ยาวนานถึง 7 ชั่วโมง จะเอาไปใช้กับเด็กก็ดีหรือผู้ใหญ่ก็ได้ครับ แต่ต้องใช้กับเด็กที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไปนะครับ ทาง OASIS ไม่แนะนำให้ใช้กับเด็กที่อายุน้อยกว่านี้ ถ้าอยากจะใช้กับเด็กทารกต้องลองมองยี่ห้อ Kindee หรือ Pureen ครับ

ปริมาณ30 มล.
ส่วนผสมสำคัญน้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัส
ส่วนผสมบำรุงผิว
กลิ่นพิงค์ บลอสซั่ม / รีแลกซ์ซิ่ง เพอเพิ้ล
ป้องกันยุงได้นาน7 ชั่วโมง
มีสาร DEET
อายุขั้นต่ำที่ใช้ได้2 ปีขึ้นไป

ก็จบไปแล้วกับ โลชั่นกันยุง ยี่ห้อไหนดี ทั้ง 7 ตัวที่เอามาให้ได้ดูกัน เรื่องการป้องกันยุงนั้นหายห่วงครับ ทำได้ดีทุกยี่ห้อ เพียงแค่ตอนเลือกซื้อก็เลือกเอาตามความเหมาะสมละกันครับ อย่างยี่ห้อที่มีส่วนผสมของ DEET จะป้องกันยุงได้ดีมาก แต่ก็ไม่ค่อยเหมาะกับเด็ก ๆ สักเท่าไร ในขณะที่ยี่ห้อที่มีแต่ส่วนผสมของธรรมชาติก็จะอ่อนโยนมากกว่า ทำให้เหมาะกับทาตามผิวของเด็ก ๆ แต่โลชั่นกันยุงพวกนี้ก็จะมีราคาที่ค่อนข้างแพงกว่า สุดท้ายก็ขอให้ได้โลชั่นกันยุงที่ถูกใจ ทาแล้วไม่โดนยุงกันนะครับ