+ “โลชั่นเภสัช” สีไหนขาว สีไหนดี รวมมาแล้ว รีวิว 4 สูตร +

+ "โลชั่นเภสัช" สีไหนขาว สีไหนดี รวมมาแล้ว รีวิว 4 สูตร +

ไหน ๆ สาว ๆ หนุ่ม ๆ คนไหนกำลังมองหาโลชั่นทาผิวกันอยู่บางค่ะ? ขอเสียงหน่อยยยย เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบใช้โลชั่นบำรุงผิวมาก ๆ และจากการที่ได้ลองใช้มาหลากหลายยี่ห้อ จึงอยากจะมานำเสนอหนึ่งในยี่ห้อที่ติดใจ และใช้บ่อยมากนั้นก็คือ “โลชั่นเภสัช” ซึ่งเป็นโลชั่นที่ใช้บ่อยมากจริง ๆๆ ค่ะ เพราะด้วยราคาที่ค่อนข้างถูก แต่ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากใช้ทาผิวไปสักระยะถือว่าดี คุ้มค่าสมกับราคาด้วย แต่ด้วยการที่โลชั่นเภสัชมีด้วยกันถึง 4 สูตร หลาย ๆ คนอาจจะงงว่า แล้วจะซื้อสูตรไหนดี แต่ละสูตรมีความแตกต่างกันอย่างไร ใช้แล้วผิวขาวขึ้นจริงไหม วันนี้เราได้เจาะลึกรวมข้อมูลของโลชั่นเภสัชมาให้ ณ ที่นี่แล้ว ตามมาดูกันเลยค่ะ




เหตุผลที่เราเลือกซื้อใช้ “โลชั่นเภสัช” 

เหตุผลที่เราเลือกซื้อใช้ "โลชั่นเภสัช"

หลัก ๆ เลยก็คือ มีราคาถูก และโลชั่นเภสัชทั้ง 4 สูตร เป็นโลชั่นทาผิวที่ค่อนข้างจะครอบคลุมความต้องการทุกอย่างของเรา ครบ จบภายในขวดเดียวเลยค่ะ ไม่ว่าจะ ช่วยบำรุงผิวให้ดุนุ่มชุ่มชื้น, เป็น Body Whitening Lotion ช่วยให้ผิวดูขายกระจ่างใสขึ้น, มีส่วนผสมที่ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ และมีส่วนผสมของสารกันแดดอยู่ด้วย (แต่เป็นสารกันแดดที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนะคะ เรื่องรายละเอียดจะได้อ่านในส่วนถัดไปค่ะ) ซึ่งการที่จะรู้ว่า โลชั่นสูตรไหนดี คุณภาพเป็นอย่างไร สูตรไหนเหมาะกับการแก้ปัญหาผิวแบบไหนนั้น ก็ต้องไปเจาะลึกถึงส่วนผสมของโลชั่นทั้ง 4 สูตรกันค่ะ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “โลชั่นเภสัช” สีไหนดี พร้อมสรุปแบบรวบรัด และส่วนผสมทั้งหมดในแต่ละสูตร

สำหรับสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่ไม่อยากเสียเวลาอ่านข้อมูลเยอะ ๆ ก็กดเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบที่ปุ่มด้านล่างได้เลยนะคะ ทางเราได้ทำการเปรียบเทียบข้อมูลของโลชั่นเภสัชทั้ง 4 เอาไว้ให้แล้ว อ่านแบบรวบรัดกันเลยค่ะ และถ้าใครอยากรู้ว่าส่วนผสมของแต่ละสูตรนั้นมีอะไรบ้าง ก็กดที่อีกปุ่มได้เลยค่ะ



ส่วนผสมที่เป็น “พวกเบสและสารตั้งต้น” ที่มีเหมือนกันทั้ง 4 สูตร

ส่วนผสมที่เป็น "พวกเบสและสารตั้งต้น" ที่มีเหมือนกันทั้ง 4 สูตร ของโลชั่นเภสัช

Water, Isopropyl Myristate (สารช่วยละลาย), Cetyl Stearyl Alcohol (สารช่วยให้เป็นเนื้อเดียวกัน), Glyceryl Monostearate (เพิ่มความคงตัวของโลชั่น), Stearic Acid (เป็นเบสของโลชั่น), Phenoxyethanol (สารกันเสีย), Triethanolamine (ช่วยปรับค่า pH), Carbomer (สารสร้างเนื้อเจล), Methylparaben (สารกันบูด), Propylparaben (สารกันเสีย), Sodium Lauryl Sulfate (ช่วยลดแรงตึงผิวของน้ำ), Tetrasodium EDTA (ช่วยยืดอายุโลชั่น), Fragrance (น้ำหอม)

ถ้าดูจากส่วนผสมที่เป็นพวกเบสของโลชั่นทั้ง 4 สูตร และจากประสบการณ์จริงที่เราได้ใช้มา ก็พบว่า พวกเนื้อโลชั่นของทั้ง 4 สูตร มีความคล้ายคลึงกันมาก ๆ โดยจะมีเนื้อสีขาว เป็นครีม ๆ ที่ไม่ข้นเหนียวมากนัก เวลาเอาไปใช้ทาก็ให้อารมณ์เหมือนกำลังทาครีมเหลว ๆ แต่ก็ให้ความสบายตัวดี ไม่เหนียวเหนอะหนะตัวเท่าไร ที่จะแตกต่างกันคงจะเป็นเรื่องของกลิ่นมากกว่าค่ะ โดยสูตรสีเขียวจะไม่ค่อยหอมเท่าไร ถ้าเทียบกับทั้งหมด มีกลิ่นแนวยา ๆ ส่วนสีฟ้าจะหอมแบบสะอาด ๆ อ่อน ๆ สีชมพูจะหอมออกแนวดอกไม้ และสีขาวผู้หญิงนั่งไขว่จะหอม ๆ เหมือนกลิ่นแป้งเด็กค่ะ


ส่วนผสมที่เป็น “สารกันแดด” ที่มีเหมือนกันทั้ง 4 สูตร

ส่วนผสมที่เป็น "สารกันแดด" ที่มีเหมือนกันทั้ง 4 สูตร ของโลชั่นเภสัช

Octyl Methoxycinnamate จะเป็นสารกันแดดที่ช่วยในการดูดซับรังสี UVB และ Butyl Methoxydibenzoylmethane จะช่วยป้องกันรังสี UVA ดูเผิน ๆ เหมือนจะป้องกันแสงแดดได้ดีทั้ง 4 สูตรใช่ไหมละคะ แต่เอาจริง ๆ Octyl Methoxycinnamate มีความเสถียรน้อย พอโดนแดดแป๊บ ๆ ก็เสื่อมสภาพ ส่วน Butyl Methoxydibenzoylmethane ก็ถือว่าเป็นสารกันดีที่ดี แต่ตามหลักไม่ควรผสมรวมกับ Octyl Methoxycinnamate เพราะเจ้า Octyl Methoxycinnamate จะทำให้ Butyl Methoxydibenzoylmethane เสื่อมสภาพได้ไวกว่าปกติค่ะ

ก็งง ๆ เหมือนกันนะคะ ว่าทำไมโลชั่นเภสัชถึงจัดส่วนผสมในการกันแดดมาแบบนี้ และเนื่องจากการเสื่อมสภาพได้เร็วนี่เอง การใช้โลชั่นเภสัชเพื่อเป็นการป้องกันแสงแดดอาจจะไม่ใช่ไอเดียที่ดีนัก โดยเฉพาะถ้ายังต้องทำงานกลางแจ้ง, ไปทะเล หรือออกนอกบ้านโดนแดดบ่อยครั้ง ยังไงการใช้พวกครีมกันแดดดี ๆ ก็จะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดีกว่า แต่ถ้าเป็นวันสบาย ๆ ไม่ค่อยโดนแดดมาก หรืออยู่แต่ข้างในร่ม การใช้แค่ใช้โลชั่นเภสัชก็พอเอาอยู่ค่ะ (แต่ถ้าอยากได้ครีมกันแดดทาตัวดี ๆ ละก็ แนะนำปุ่มด้านล่างจ้า)



ส่วนผสมที่ช่วยให้ “ผิวขาว” หรือเป็น Whitening Agent

ส่วนผสมที่ช่วยให้ "ผิวขาว" หรือเป็น Whitening Agent โลชั่นเภสัช

Vitamin B3 : จะเป็นส่วนผสมที่ช่วยในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหนังไม่ดูหมองคล้ำ และยังช่วยปรับสีผิวให้ดูขาวกระจ่างใสมากขึ้น ถือว่าเป็น Whiteing Agent ที่หลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ชอบใช้เลยค่ะ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ช่วยลดอาการอักเสบ และยังมีคุณสมบัติเป็น Anti-Oxidant อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นส่วนผสมที่บำรุงได้หลายด้าน ครบจบในตัวเลยทีเดียว โดยส่วนผสมตัวนี้จะมีในสูตรสีเขียว, สีฟ้า และสีชมพูค่ะ

Nicotinamide : เป็นหนึ่งในรูปแบบของวิตามิน B3 แต่จะมีโครงสร้างที่ดีกว่า แต่เอาจริง ๆ ก็ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไรในเรื่องการบำรุงผิว จะพบส่วนผสมนี้ได้ในสูตรสีขาวผู้หญิงนั่งไขว่ค่ะ

Alpha Arbutin : เป็นสารสกัดที่ได้จากพวกผลตระกูลเบอร์รี่ เป็นส่วนผสมที่จะช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเช่นเดียวกันกับวิตามิน B3 แต่จะช่วยยับยั้งได้ดีกว่า ลึกกว่าถึงระดับเอนไซม์ ถ้าพูดในเรื่องของการช่วยให้ผิวขาว Alpha Arbutin จะดีกว่าวิตามิน B3 ค่ะ ซึ่งจะพบได้ในสูตรสีเขียวค่ะ


ส่วนผสมที่ช่วยให้ “ความชุ่มชื้นแก่ผิว

Glycerin : จะทำหน้าที่เป็นตัวกักเก็บน้ำ และดูดความชื้นจากอากาศรอบ ๆ เข้าสู่ผิวหนัง จึงทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอนั้นเอง และยังเป็นส่วนผสมที่พบได้บ่อยมาก ๆ ในสกินแคร์ทั่ว ๆ ไป ซึ่งทางโลชั่นเภสัชเอง ก็มีส่วนผสมตัวนี้ในทุกสูตรค่ะ

Vitamin B3 : นอกจากเป็น Whitening Agent แล้ว ยังช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นเช่นกัน ซึ่งก็มีในทุกสูตรค่ะ

Tocopheryl Acetate : หรือวิตามิน E เป็นอีกส่วนผสมหนึ่งที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว แต่ตัวนี้จะมีแค่ในสูตรสีฟ้าและสีขาวผู้หญิงนั่งไขว่ 2 สูตรเท่านั้นค่ะ


ส่วนผสมที่ช่วย “ปกป้องผิว” หรือมีคุณสมบัติเป็น Anti-Oxidant

Vitamin B3 : เป็นส่วนผสมที่มีบำรุงได้หลายด้านและมีประโยชน์ที่หลากหลาย และยังช่วยปกป้องผิวด้วยการเป็น Anti-Oxidant โดยจะมีอยู่ในทุกสูตรค่ะ

Tocopheryl Acetate : หรือวิตามิน E นอกจากเรื่องความชุ่มชื้น ก็ยังเด่นในเรื่องของการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ จึงช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอกได้ดี และยังช่วยไม่ให้ผิวดูแก่ก่อนวัยด้วยค่ะ จะพบได้ในสูตรสีฟ้าและสีขาวผู้หญิงนั่งไขว่ค่ะ

Resveratrol : เป็นสารสกัดจากเปลือกองุ่นแดง ที่อุดมไปด้วยสารที่ช่วยในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ถือว่าเป็นตัวที่มีคุณสมบัติของ Anti-Oxidant ที่ดีอีกตัวเลย แต่จะพบได้ในแค่สูตรสีเขียวเท่านั้นค่ะ


ส่วนผสมที่เป็น Anti-Aging

Vitamin B3 : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ไม่ให้ผิวหย่อนยานนั้นเองค่ะ เช่นเคยมีส่วนผสมตัวนี้ในทุกสูตรค่ะ

Collagen : หลาย ๆ คนก็คงรู้กันนะคะว่า คอลลาเจนช่วยให้ผิวกระชับเต่งตึง และยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอีกด้วย โดยจะพบส่วนผสมตัวนี้ได้ในสูตรสีชมพูเท่านั้นค่ะ แต่จากที่ไปอ่าน ๆ มา คอลลาเจนจะเป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ เลยไม่แน่ใจว่าส่วนผสมตัวนี้จะช่วยบำรุงผิวได้ดีมากแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ทางเภสัชก็คอนเฟริ์มมาว่าเป็นคอลลาเจนที่ “สกัดจากหนังแกะนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ cosmetic grade ขนาดอะมิโนเป็ปไทด์เล็กมาก ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย” ก็คิดว่าช่วยบำรุงผิวได้ส่วนหนึ่งค่ะ (เนื่องจากผิวของเรายังกระชับ สุขภาพดีอยู่ เลยไม่ค่อยเห็นผลตรงนี้)



สรุปแล้ว จะใช้ “โลชั่นเภสัช” สูตรไหน หรือยังไงดี?

สรุปแล้ว จะใช้ "โลชั่นเภสัช" สูตรไหน หรือยังไงดี?

ถ้าเน้นเรื่องผิวขาว : ให้เลือกซื้อสูตรสีเขียว เพราะมีส่วนผสมที่เป็น Whitening Agent อยู่ 2 ตัวคือ วิตามิน B3 และ Alpha Arbutin ในขณะที่สีอื่น ๆ จะมีเพียงแค่วิตามิน B3 ตัวเดียวเท่านั้น

ถ้าเน้นเรื่องเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว : ก็คงต้องซื้อสูตรสีฟ้าหรือสีขาวผู้หญิงนั่งไขว่ เพราะมีส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นถึง 3 ตัว ในขณะที่อีกสองสูตรที่เหลือจะมีเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น แต่ถ้าเอาตามที่ทางเภสัชแนะนำ ก็ต้องสูตรสีขาวผู้หญิงนั่งไขว่ค่ะ

ถ้าเน้นเรื่องปกป้องผิว : ให้เลือกซื้อสูตรสีเขียว, ฟ้า หรือสีขาวผู้หญิงนั่งไขว่ก็ได้ เพราะแต่ละตัวก็มีส่วนผสมที่เป็น Anti-Oxidant กันอยู่สูตรละ 2 ตัว แต่ถ้าจะเชื่อตามที่ทางเภสัชบอก ก็ต้องซื้อสีฟ้าตามชื่อสูตรปกป้องผิว 24 ชั่วโมงค่ะ

ถ้าเน้นผิวกระชับ : อันนี้ไม่ต้องคิดมากเหลือสูตรเดียวแล้วค่ะ คือสูตรสีชมพู เพราะมีส่วนผสมของคอลลาเจนเพิ่มเติมนั้นเองค่ะ

จากที่เราได้ลองใช้ทั้ง 4 สูตรมาเรื่อย ๆ เราสังเกตเห็นผิวที่ขาวกระจ่างใสขึ้นจากสูตรสีเขียวได้ไวและได้ดีกว่าสูตรอื่น ๆ ค่ะ แต่ก็ต้องใช้เวลาในการทานะคะ ส่วนเรื่องความชุ่มชื้นเอาตรง ๆ ก็ พอ ๆ กัน ไม่ได้รู้สึกว่าสูตรไหนให้ความชุ่มชื้นที่แตกต่างกันอย่างไร แต่ดีหน่อยที่ทุกสูตรอย่างน้อยก็มีสารกันแดดใส่เข้ามาด้วย ถึงแม้จะเป็นสารกันแดดที่ไม่ค่อยดีมากนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีค่ะ วันไหนเราอยู่บ้านชิล ๆ สบาย ๆ ก็ทาแค่โลชั่นเภสัชก็พอ งดใช้กันแดด ช่วยประหยัดกันแดดของเราไปได้เยอะเลย ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วยังไม่รู้จะซื้อสูตรไหนดี เราแนะนำว่า ซื้อสูตรสีเขียวเถอะค่ะ ส่วนผสมดีสุด เยอะที่สุดแล้ว ใช้แล้วเห็นผลกว่าสีอื่น ๆ ค่ะ

ส่วนถ้าอยากจะทานอาหารเสริมเพื่อช่วยในเรื่องผิวขาวให้ดีขึ้น ก็ขอแนะนำว่า วิตามินซีกับกลูต้าไธโอนช่วยได้นะคะ ถ้าสนใจก็ขอฝากบทความด้านล่างด้วยค่ะ


1. ขวดสีเขียว สูตรเอ็กซ์ตร้าไวท์เทนนิ่งโลชัน

ราคาโดยประมาณ 30 / 45 / 85 บาท ต่อ 150 / 250 / 400 ml


2. ขวดสีฟ้า สูตรปกป้องผิว 24 ชั่วโมง

ราคาโดยประมาณ 30 / 45 / 85 บาท ต่อ 150 / 250 / 400 ml


3. ขวดสีชมพู สูตรคอลลาเจน

ราคาโดยประมาณ 30 / 45 / 85 บาท ต่อ 150 / 250 / 400 ml


4. ขวดสีขาวผู้หญิงนั่งไขว่ สูตรเพิ่มวิตามิน E

ราคาโดยประมาณ 30 / 45 / 85 บาท ต่อ 150 / 250 / 400 ml


แต่ถ้าคิดว่า โลชั่นเภสัชยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการ แล้วอยากได้โลชั่นที่ช่วยให้ผิวขาวยี่ห้ออื่น ๆ งั้นลองไปอ่านบทความด้านล่างได้นะคะ เป็นบทความโลชั่นผิวขาวที่มีหลายยี่ห้อมารวมกันค่ะ