+ ” ไดร์เป่าผม ” ยี่ห้อไหนดี 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 รุ่น +

+ " ไดร์เป่าผม " ยี่ห้อไหนดี 2022 รวมมาแล้ว รีวิว 10 รุ่น +

สาว ๆ หรือ หนุ่ม ๆ คนไหน ที่กำลังลังเลว่า จะซื้อ “ไดร์เป่าผม” ยี่ห้อไหนดี วันนี้ ทางเราก็ได้รวบรวม ไดร์เป่าผม หลากหลายแบรนด์ดัง มาถึง 10 รุ่น สุดฮิตในตลาด มาให้ได้อ่านกัน ไดร์เป่าผมแต่ละรุ่นที่คัดรวมมานั้น มีจุดเด่นที่น่าสนใจ แถมราคาก็น่าคบหา ตอบโจทย์เงินในกระเป๋าแน่นอน แล้วยังช่วยให้การเป่าผมของคุณสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งถ้าสาว ๆ หนุ่ม ๆ ได้ลองอ่านเนื้อหากันจนจบ รับรองว่าจะต้องอยากซื้อไม่ยี่ห้อใดก็ยี่ห้อหนึ่งกันอย่างแน่นวล ตอนนี้คงอยากจะรู้กันแล้วสินะว่า มียี่ห้อและรุ่นไหนมาให้ดูกันบ้าง ก็ตามมาเลยจ้าาา !



วิธีการเลือกซื้อไดร์เป่าผม

5 วิธี การเลือกซื้อไดร์เป่าผม


1) เลือกแบรนด์หรือยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ สินค้าที่มีแบรนด์หรือยี่ห้อนั้น เค้าจะการันตีความน่าเชื่อถือและคุณภาพในการใช้งานมาให้ ซึ่งต่างกับไดร์เป่าผม ที่ไม่มียี่ห้อ บางรุ่นมีราคาถูกตั้งแต่หลัก 100 บาท นอกจากสินค้าจะไม่มีมาตรฐานและคุณภาพแล้วนั้น ยังเสี่ยงต่อการไหม้และไฟช็อต อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเราอีกด้วยครับ


2) กำลังไฟและการปรับอุณหภูมิ แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีกำลังไฟตั้งแต่ 1,200w ขึ้นไป เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานได้ ในทุก ๆ วัน และควรจะเลือกรุ่นที่มีปุ่มปรับระดับอุณหภูมิได้หลายระดับ ช่วยให้เราสามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ร้อนจนเกินไป ซึ่งมีส่วนช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมของเราไม่แห้งเสียครับ


3) ระบบตัดไฟอัตโนมัติ หากเป็นรุ่นที่มีราคา 500-1,200 ส่วนใหญ่จะมีระบบนี้มาให้ เวลาเป่าผมไปนานๆ จะทำให้ตัวมอเตอร์ทำงานหนัก จนเกิดความร้อนที่มากเกินไป ทำให้เสี่ยงต่อการช็อตและไหม้ได้ แต่หากไม่มีระบบตัดไฟมาให้ เมื่อใช้งานแล้วรู้สึกว่าไดร์เป่าเริ่มร้อนมาก ๆ ให้หยุดการใช้งานซัก 2-4 นาที หรือปรับลดความร้อนลง นอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยให้อายุของไดร์เป่าผมนั้นนานขึ้นด้วยครับ


4) คุณสมบัติเพิ่มเติม อย่างไดร์เป่าผมที่มีประจุไอออนลบ สามารถช่วยป้องกันประจุไฟฟ้าสถิต ที่เป็นสาเหตุให้ผมชี้ฟู บางรุ่นก็มีปากไดร์แบบกระจายลม ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เวลาซื้อก็อย่าลืมคุณสมบัติเสริมเหล่านี้นะครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว ” ไดร์เป่าผม “

ตารางเปรียบเทียบรีวิว " ไดร์เป่าผม "

เผื่อใครที่อยากจะเห็นสินค้า “ไดร์เป่าผม” แบบพร้อม ๆ กัน สามารถเลื่อนไปมาซ้ายขวา เพื่อทำการเปรียบเทียบทั้งยี่ห้อ ราคา การปรับระดับแรงลม ได้แบบง่าย ๆ แนะนำให้กดที่ปุ่มด้านล่าง เพื่อเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบกันได้เลยครับ



1. LESASHA BIO-CERAMIC HAIR DRYER รุ่น LS1265

LESASHA BIO-CERAMIC HAIR DRYER เลอซาช่าเป็นหนึ่งแบรนด์ ที่ฮิตติดตลาด คลองใจสาว ๆ มาอย่างยาวนาน และ รุ่น LS1265 เป็นหนึ่งรุ่นที่ขายดี แถมฟังก์ชันครบครันเกินราคา มาพร้อมกับรูปทรงมินิมอล สีสันสวยงาม ทันสมัย กะทัดรัด และยังพับเก็บได้ พกพาสะดวก การทำงานจะมีระบบ Lionic ที่ช่วยลดผมชี้ฟูที่เกิดจากไฟฟ้าสถิต และยังมี LOW EMF ลดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อาจจะทำลายระบบประสาทของเรา

ที่สำคัญยังมีแผ่น BIO-CERAMIC มีลักษณะเป็นรังผึ้ง สามารถเปลี่ยนความร้อนให้เป็น Far-Infrared ช่วยทำให้ผมของเราแห้งเร็วขึ้น และไม่ทำลายเส้นผมอีกต่างหาก ส่วนตรงด้ามจับ จะมีสวิทช์สำหรับใช้ เปิด-ปิด , ปุ่มเปลี่ยนเป็นลมเย็น 1 ระดับ และปุ่มลมร้อน อีก 2 ระดับครับ แถมตัวไดร์ยังมีน้ำหนักที่เบา สามารถถือเป่าผมไปได้นานๆ แบบไม่ต้องกลัวว่าจะเมื่อย ทำให้ไดร์เป่าผมรุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่มีผมยาว รวมถึงผู้ที่กังวลเรื่องผมเสียจากการเป่าผม รุ่นนี้ถือตอบโจทย์มากเลยครับ

กำลังไฟสูงสุด1,200w
ปรับระดับแรงลมลมเย็น 1 ลมร้อน 2 ระดับ
น้ำหนัก600g.
จุดเด่นพับเก็บได้, ลดผมชี้ฟู, ลดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

2. Dyson Supersonic Hair Dryer รุ่น HD08

Dyson Supersonic Hair Dryer เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ ที่สาวๆ คนไหนๆ ก็อยากได้ ไปครอบครอง เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจมหาชนคนมีเงินเลยนะ !!! เพราะด้วยหน้าตาที่มีความแปลกใหม่ หรูหรา ทันสมัยไม่เหมือนใคร สีสันสวยงาม หรือเรียกได้ว่าลบภาพไดร์เป่าผมแบบเดิม ๆ ไปเลย นอกจากที่มีรูปลักษณ์ที่สวยสะดุดแล้ว ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Air Multiplier ที่จะช่วยเพิ่มกระแสลมแรงดันสูง ช่วยผมแห้งเร็วขึ้นและยังสามารถจัดทรงได้ตามต้องการ มีระบบควบคุมความร้อนอัจฉริยะ ช่วยให้ผมไม่แห้งเสียและละป้องกันความเงางามของเส้นผม

ที่สำคัญการทำงานของตัวมอเตอร์มีความดัง เพียง 77 เดซิเบลเท่านั้น ช่วยให้คุณผู้ใช้สามารถเม้ามอยกันได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องคอยปิดไดร์ทุกครั้งที่คุยกัน ภายในกล่องจะมีอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนหัว 5 ชิ้น ปรับเปลี่ยนให้ตรงตามการใช้งานและลักษณะของเส้นผมของเราได้เอง สามารถปรับแรงลมได้ 3 ระดับ , ปรับความร้อนแยก ได้ 4 ระดับ , และมีระบบลมเย็นภายในตัวครับ

กำลังไฟสูงสุด1,600w
ปรับระดับแรงลมลม 3 x ความร้อน 4 ระดับ
น้ำหนัก795g.
จุดเด่นเสียงเบา 77 dB, หัวไดร์ 5 ชิ้น

3. Xiaomi SOOCAS H5 Hair Dryer Negative Ion

SOOCAS ไดร์เป่าผมน้องใหม่ในเครือของ Xiaomi ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี โดยตัว SOOCAS H5 มาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย น่าใช้ มาให้เลือกถึง 3 สีด้วยกัน คือ แดง-เทา , ม่วง-ชมพู , และสีเขียว จุดเด่นของตัวนี้คือมีระบบ Negative Ion เป็นการปล่อยประจุลบออกมาพร้อมกับแรงลม ช่วยให้ลดการชี้ฟูของเส้นผม ภายในมีใบพัดขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ผมแห้งไว เพียงแค่ 5 นาที เท่านั้น !!! ตรงด้ามจับเราสามารถปรับแรงลมได้ 3 ระดับ พร้อมกับควบคุมอุณหภูมิสูงสุดที่ 57 องศา ช่วยให้เส้นผมไม่แห้งเสีย จากการโดนความร้อนที่มากเกิน ตัววัสดุเป็นอะลูมิเนียมอัลลอยด์ ABS ที่มีน้ำหนักเบา ถือได้นาน ไม่ต้องกลัวเมื่อย เรียกได้ว่าสาวๆ คนไหนที่ไม่ชอบไดร์เป่าผมร้อน ๆ รุ่นนี้เป็นทางเลือกที่ดีเลยครับ

กำลังไฟสูงสุด1,800w
ปรับระดับแรงลม3 ระดับ
น้ำหนัก550g.
จุดเด่นลดการชี้ฟูของเส้นผม, อุณหภูมิที่ 57 องศา ลดผมแห้งเสีย


4. Xiaomi Mijia Portable Water Ion Electric Hair Dryer

Mijia เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่อยู่ในเครือของ Xiaomi เช่นเดียวกับ SOOCAS หน้าตา รูปทรง สไตล์มินิมอล เอาวัยรุ่นสุด ๆ ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีการดูแลเส้นผมด้วยพลังไอออน ด้วยการออกแบบท่อไอออนแยกแบบไม่สัมผัสความร้อน จึงทำให้ระยะของไอออนไปได้ไกล มีลมประจุลบ Negative Ions ช่วยลดปัญหาเส้นผมแห้งกร้าน คงความนุ่มและเงางามของเส้นผม มาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะอย่าง NTC ช่วยควบคุมลมร้อนและลมเย็นที่ผ่านออกมาให้คงที่ จึงไม่ทำให้เส้นผมเสียหาย เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผมแห้งเสียครับ

ตรงด้ามจับ มีทั้งหมด 2 ปุ่ม โดยปุ่มบนจะมีไฟแสดงสถานะรอบๆ ปุ่ม คือ ลมร้อน (ไฟส้ม) , ลมร้อนลมเย็น หรือ NTC (ไฟส้มสลับไฟน้ำเงิน) , ลมเย็น (ไฟน้ำเงิน) ส่วนปุ่มล่างเอาไว้สำหรับปรับระดับแรงลม ด้วยมอเตอร์ 20,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับใบพัด 6 ใบ ให้ปริมาณลมสูง แล้วยังช่วยให้ผมแห้งไวขึ้นไปอีกด้วย ตัวไดร์ เคลือบสีมาถึง 2 ชั้น เพื่อป้องกันฝุ่นและรอยขีดข่วน นอกจะใช้งานง่ายแล้ว พกพาไปไหนก็สะดวกสุด ๆ ครับ

กำลังไฟสูงสุด1,800w
ปรับระดับแรงลม2 ระดับ + ลมเย็น
น้ำหนัก547g.
จุดเด่นคงความนุ่มของเส้นผม, NTC ลดผมเสีย, ลมแรง มอเตอร์ 20,000 รอบ 6 ใบพัด

5. LESASHA MAXI AIR HAIR DRYER รุ่น LS0663

มาเอาใจสายรีบกันบ้าง ด้วย LESASHA MAXI AIR HAIR DRYER ตัวนี้มาพร้อมกับรูปทรงสวยแบบสไตล์โมเดิร์น มีสีเดียวคือสีกรมท่า เอาใจทั้งผู้ชาย และผู้หญิง ในแบบ เท่ ไม่เหมือนใคร โดยตัวไดร์มาพร้อมกับกำลังไฟ 1,800w สามารถปรับระดับความร้อน 3 ระดับ และความแรงลม 3 ระดับ ด้วยสวิตช์แบบแยกกัน สามารถปรับความร้อนและแรงลมได้สะดวก เหมาะสำหรับทุกสถานการณ์ กลัวผมเสียก็เพิ่มแรงลม ลดความร้อน หรือถ้ารีบแบบด่วนจี๋ก็จัดเต็มทั้งความร้อนและแรงลม ถึงแม้ตัวไดร์จะมีน้ำหนักถึง 1,000g. แต่รีวิวของลูกค้าในโลกออนไลน์ ก็ต่างชื่นชมรุ่นนี้กันมาก ๆ เลยครับ

กำลังไฟสูงสุด1,800w
ปรับระดับแรงลมแรงลม 3 ระดับ ความร้อน 3 ระดับ
น้ำหนัก1000g.
จุดเด่นดีไซน์สวยงาม , ปรับลมและความร้อนแยกกัน

6. Remington Keratin Protect รุ่น AC 8820

ไดร์เป่าผมจากแบรนด์เรมิงตัน ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นกันใช่ไหม เรมิงตันเป็นแบรนด์จากฝั่งอเมริกา ที่ผลิตและพัฒนาอุปกรณ์ตกแต่งทรงผมโดยตรง โดย Remington AC8820 นี้ มีรูปทรงที่คลาสสิค หรูหรา มาพร้อมกับเทคโนโลยีไอออนนิค คอนดิชั่นเนอร์ เพื่อลดการเกิดไฟฟ้าสถิตบนเส้นผม ช่วยลดผมชี้ฟู จุดเด่นและความพิเศษของรุ่นนี้นั้นคือตัวไดร์เคลือบด้วยเซรามิก ที่จะช่วยกระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ, มีแอดวานซ์เคราติน และไมโครคอนดิชันเนอร์ช่วยให้ผมสุขภาพดี เงางามหลังจากการไดร์
ตรงด้ามจับมีปุ่มปรับความร้อนได้ 3 ระดับ , ปุ่มปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ นอกจากนั้นก็ยังมีปุ่มปรับลมเย็น เพื่อล็อคทรง หลังการเป่าไดร์ด้วยความร้อน ตัวกำลังไฟมากถึง 2200 วัตต์ พร้อมด้วยระบบ AC ที่ช่วยให้มอเตอร์ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และตัวตะแกรงกรองฝุ่นด้านหลังก็ยังถอดทำความสะอาดได้อีกด้วยครับ

กำลังไฟสูงสุด2,200w
ปรับระดับแรงลมลม 2 ระดับ ความร้อน 3 ระดับ
น้ำหนักN/A
จุดเด่นไอออน ลดผมชี้ฟู , แอดวานซ์เคราติน ช่วยให้ผมสุขภาพดี


7. Philips Prestige SenselQ รุ่น BHD628

เอาใจคนที่ชอบไดร์เป่าผมจาก แบรนด์ Philips กันบ้าง โดยเราจะพูดถึง Philips Prestige SenselQ รุ่น BHD628 รูปทรงสไตล์น่ารัก กะปุ๊กลุก ไม่เหมือนใคร มีสีเดียวคือสีขาวมุขตัดขอบด้วยสีโรสโกล เหมาะกับสาวหวานสุดๆ จุดเด่นของเค้าหลัก ๆ เลยคือ การถนอมและดูแลหนังศีรษะและเส้นผมแบบพิเศษ เพื่อให้เส้นผมนั้นดูสุขภาพดีนั่นเอง โดยรุ่นนี้ จะมีระบบเซนเซอร์ อินฟราเรด SenseIQ ที่ช่วยสแกนอุณหภูมิของเส้นผม เพื่อป้องกันความร้อนที่เป็นสาเหตุหลักในการทำลายเส้นผมที่มากเกินไป อีกทั้งยังกักเก็บความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของเส้นผมได้ถึง 90% ครับ

ตัวไดร์มีโหมดการทำงานมาให้ถึง 3 แบบ คือ โหมดดูแลเส้นเป็นพิเศษ, โหมดเป่าแห้งธรรมดา และโหมดลมแรงช่วงเวลาที่เร่งรีบ รวมถึงยังมีเทคโนโลยีไอออนิกถึง 2 เท่า ช่วยให้ปรับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ นอกจากจะทำให้เส้นผมไม่ชี้ฟูแล้วนั่น ยังช่วยเพิ่มให้เส้นผมเป็นประกายเงางามอีกด้วยครับ เรียกว่าใครต้องการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบทุกขึ้นตอน ตัวนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ

กำลังไฟสูงสุด1,800w
ปรับระดับแรงลม3 โหมด เร่งรีบ ธรรมดา ถนอมเส้นผม
น้ำหนักN/A
จุดเด่นเซนเซอร์สแกนอุณหภูมิเส้นผม ควบคุมความร้อน, ไอออนิก 2 เท่า ลดผมชี้ฟู มีความเงางาม, หัวไดร์ 3 แบบ

8. Panasonic Nanocare รุ่น EH-NA65-KL

ไดร์เป่าผม จาก Panasonic รุ่น EH-NA65-KL จัดการผมเปียกหลังสระผมด้วย PANASONIC รุ่น EH-NA65-KL ดีไซน์สวย สปอร์ต เหมาะสำหรับสาวมั่น ที่ไม่ชอบอะไรหวานๆ จนเกินไป จุดเด่นของรุ่นนี้คือ เค้ามีเทคโนโลยี nanoe™ จะเป็นเทคโนโลยี อนุภาคขนาดเล็กพิเศษ ที่เล็กกว่าอนุภาคของไอน้ำ ถึงหนึ่งล้านเท่า ซึ่งจะซึมซาบผ่านเกล็ดผมที่เปิดเพื่อตรงเข้าบำรุงถึงภายใน พร้อมปิดเกล็ดผมให้เรียบสนิท ผลลัพธ์คือเส้นผมชุ่มชื้น นุ่มลื่น เงางาม สุขภาพดี จึงมั่นใจได้ว่า ความร้อนจะไม่จากการไดร์ จะไม่ทำลายเส้นผมและหนังศีรษะ และช่วยป้องกันไฟฟ้าสถิตได้ดีอีกด้วยครับ

ส่วนลมจากไดร์ที่ปะทะกับใบหน้า ตัว nanoe™ จะเข้าช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และบำรุงผิวหน้าของเราไปด้วย นอกจากช่วยเติมเต็มแล้ว ยังทำให้ผิวหน้าของเรากระจ่างใสอีกด้วย สามารถปรับความแรงลมได้ 3 ระดับและปรับอุณหภูมิได้มากถึง 4 ระดับ มีปุ่มเป่าลมเย็นแบบ Cool Shot เปลี่ยนเป็นลมเย็นได้ทันใจ ช่วยล็อคทรงผมให้อยู่ทรงและยาวนานตลอดทั้งวัน นอกจากผมจะสวยงามอีกแล้ว ผิวหน้าก็ยังได้รับการบำรุงไปด้วยพร้อมกัน เรียกว่าคุ้มสุดๆ ไปเลยครับ

กำลังไฟสูงสุด2,000w
ปรับระดับแรงลมลม 3 ระดับ ความร้อน 4 ระดับ
น้ำหนักN/A
จุดเด่นnanoe ช่วยบำรุงผม และหน้า , ลดการชี้ฟู เพิ่มความเงางาม

9. Panasonic รุ่น EH-ND30

มาเอาใจคนสายประหยัดกันบ้าง ด้วย Panasonic รุ่น EH-ND30 นอกจากราคาจะไม่แพงแล้วนั้น ไดร์เป่าผมยังมีดีไซน์สวยงาม ดูหรูหรา มีระดับ ขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย สามารถพับเก็บลงในกระเป๋าได้สบาย นอกจากนั้นยังมีน้ำหนักเบา เพียง 315g. เท่านั้น เหมาะสำหรับคนชอบเดินทางบ่อย ๆ โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับกำลังไฟสูงสุดถึง 1800w เรียกว่าเล็กพริกขี้หนูจริง ๆ ครับ และด้วยความที่รุ่นนี้มีกำลังไฟสูง ช่วยให้ผมแห้งเร็ว แถมยังช่วยประหยัดเวลาได้อีก มีระบบ Heat Protection ที่จะช่วยปกป้องเส้นผมและหนังศีรษะ จากความร้อน และไม่ทำให้เส้นผมแห้งเสียอีกด้วย ตัวด้ามจับสามารถปรับระดับอุณหภูมิได้ถึง 3 ระดับ อีกทั้งยังมีลมเย็นที่ช่วยให้ผมอยู่ทรงนานขึ้นอีกด้วย เอาเป็นว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์ ของคนที่เดินทางบ่อย ๆ โดยเฉพาะเลย

กำลังไฟสูงสุด1,800w
ปรับระดับแรงลม3 ระดับ
น้ำหนัก315g.
จุดเด่นพับได้ เบา เหมาะกับการเดินทาง , ราคาถูก

10. PANASONIC รุ่น EH-NE72

หากกำลังมองหาไดร์เป่าผมที่ช่วยเน้นให้ผมนุ่มลื่น เงางามเป็นประกาย ขอแนะนำรุ่นนี้เลยครับ PANASONIC รุ่น EH-NE72 ที่ได้รับการออกแบบพิเศษ ด้วยนวัตกรรม Shine Boost นวัตกรรมนี้เป็นการใช้ลมร้อนผสมลมเย็นเข้าด้วยกัน โดยการเป่าลมร้อนออกจากส่วนกลาง และใช้ลมเย็นจากทั้งสองด้าน เพื่อกระจายลมได้อย่างทั่วถึงอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เส้นผมให้มีความนุ่มลื่นและเงางาม บวกกับมีเทคโนโลยีไอออน ที่ช่วยปรับสภาพลดการชี้ฟูของเส้นผมอีกด้วย ตัวสวิตช์เป็นแบบ Cool-Shot กดแค่ครั้งเดียว โดยไม่จำเป็นต้องกดปุ่มค้างไว้ เพื่อใช้ลมเย็น เรียกว่าสะดวกสุดๆ แถมดีไซน์สวย หรูหรา ตัวด้ามจับสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน น้ำหนักเบา พกพาง่ายครับ

กำลังไฟสูงสุด2,000w
ปรับระดับแรงลม3 ระดับ
น้ำหนัก425g.
จุดเด่นShine Boost ผสมลมร้อน-เย็น , ไอออน ลดการชี้ฟู , พับเก็บได้

เป็นไงกันบ้างครับ หลังจากที่ได้เห็นรีวิว “ไดร์เป่าผม” ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้วถึง 10 รุ่น ไม่ทราบว่าสนใจอยากจะซื้อรุ่นไหนไปใช้กันบ้างครับ ?? ก็จากที่เห็น ๆ มาเนี่ย ก็มีทั้งยี่ห้อดัง ๆ มีมาตรฐานแน่นอน มีตั้งแต่ราคาหลักพัน ไปจนถึงราคาหลักร้อยเท่านั้น ยังไงตอนเลือกซื้อก็อย่าลืมดูงบประมาณ และจุดประสงค์การใช้งานอื่น ๆ เช่น ความสามารถในการถนอมเส้นผม ลดการชี้ฟู มีหัวไดร์หลายแบบสำหรับการเป่าผม หรือพับเก็บได้สำหรับการเดินทาง สุดท้ายนี้ก็ขอให้ได้ยี่ห้อที่ถูกใจ ใช้งานแล้วไม่มีปัญหากันนะครับ