น้ำมันเครื่องดีเซล ยี่ห้อไหนดี รวมมาแล้ว รีวิว 6 ยี่ห้อ

รูปภาพปกบทความ น้ำมันเครื่องดีเซล ยี่ห้อไหนดี รวมมาแล้ว รีวิว 6 ยี่ห้อ

ใครที่กำลังขับรถกระบะอยู่ แต่รู้สึกว่าเครื่องอืด ๆ เร่งเครื่องไม่ขึ้น วิ่งแล้วก็ไม่ฉิว และขับขี่ไม่สนุกเหมือนตอนได้รถมาใหม่ ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะ “น้ำมันเครื่องดีเซล” ที่ใช้อยู่ก็ได้ครับ มีได้หลายสาเหตุเช่น ไม่ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อถึงเวลาที่สมควร, การเลือกน้ำมันเครื่องผิดเบอร์ หรือการใช้น้ำมันเครื่องที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานก็ตาม เราสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ง่าย ๆ ด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้นเองครับ

หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า ก็ใช้น้ำมันเครื่องของศูนย์ก็เพียงพอแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องไปใช้น้ำมันเครื่องดีเซลยี่ห้ออื่นเลย แต่ผมขอบอกเลยนะครับว่า ถ้าได้ลองใช้น้ำมันเครื่องดีเซลที่คุณภาพดี ๆ การขับขี่รถกระบะของคุณจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างแบบสุด ๆ จากหลังเท้าแบบห่วย ๆ กลายเป็นหน้ามือขับแบบมันส์ ๆ เลยครับ และยังช่วยในเรื่องป้องกันการสึกหรอ ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด อีกทั้งยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้อีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วอยากใช้น้ำมันเครื่องดีเซลเกรดดี ๆ แล้วสินะครับ แต่ยังไม่ชัวร์ว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดี? ทาง PlusAround จึงได้ไปรวบรวมรีวิว น้ำมันเครื่องดีเซล มาให้แล้วถึง 6 ยี่ห้อ มันน่าจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นนะครับ



ก่อนจะซื้อ “น้ำมันเครื่องดีเซล” อ่านตรงนี้ก่อน

ก่อนจะซื้อ "น้ำมันเครื่องดีเซล" อ่านตรงนี้ก่อน

น้ำมันเครื่องดีเซล แต่ละยี่ห้อก็มีเกรด มีคุณภาพ และผ่านมาตรฐานที่แตกต่างกันนะครับ โดยผมได้เขียนเนื้อหาเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องไว้ที่บทความ “น้ำมันเครื่องเบนซิน ยี่ห้อไหนดีแล้ว” สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดหลัก ๆ ที่บทความนี้ได้เลยที่ด้านล่างครับ

โดยหลัก ๆ การเลือกซื้อน้ำมันเครื่องไม่ว่าจะเบนซินหรือดีเซล ควรจะอ้างอิงจากคู่มือที่มากับรถนั้น ๆ ซะก่อน ถ้าคู่มือระบุว่าควรใช้น้ำมันเครื่องเกรดอะไร ค่าความหนืดเท่าไรก็ใช้ตามนั้นครับ และต่อไปนี้จะเป็นการเขียนแต่เนื้อหาเพิ่มเติมจากบทความด้านบนนะครับ

เรื่องมาตรฐานของน้ำมันเครื่อง

เรื่องมาตรฐานของน้ำมันเครื่อง

ส่วนใหญ่เราจะเจอค่า API (American Petroleum Institute) ซึ่งเป็นมาตรฐานของฝั่งอเมริกาในการระบุมาตรฐานของน้ำมันเครื่อง เช่น API-CF, API-CJ , API-CK เป็นต้น โดยตัว C (Commonrail) หมายถึงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลครับ และตัวด้านล่างอย่าง F , J และ K หมายถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่อง ยิ่งตัวอักษรยิ่งสูงก็ยิ่งคุณภาพดีครับ โดยตัว K ตอนนี้ถือว่าสูงสุดครับเหมาะสำหรับรถดีเซลรุ่นใหม่ๆที่มี DPF เขม่าต่ำช่วยลดการอุดตันตัวกรองไอเสีย DPF อย่างเช่นรถ Honda CR-V , Mazda 2 / CX-3 / CX-5 , Ford Ranger / Everest , Benz , BMW และอีกหลายยี่ห้อที่โฆษณาดีเซลสะอาดส่วนใหญ่มี DPF แน่นอน

แต่น้ำมันเครื่องดีเซลบางรุ่น กลับไม่ระบุมาตรฐานของ API ดันไปใช้มาตรฐานของยุโรปแทนอย่าง ACEA (Association des Constracteuis Europeen des Automobiles ซึ่งเป็นสมาคมยานยนต์แห่งยุโรปครับ ทำให้บางทีจะเอาน้ำมันเครื่องดีเซลของแต่ละยี่ห้อมาเทียบมาตรฐานแล้ว มันทำไม่ได้ เพราะงง ไม่รู้จะเทียบยังไงดี บางยี่ห้อใช้ API บางยี่ห้อใช้ ACEA ดันไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันอีก เลยต้องไปทำความเข้าใจถึง ACEA กันสักหน่อยครับ

โดยส่วนใหญ่เราจะเจอค่า ACEA ของน้ำมันเครื่องดีเซลในลักษณะ ACEA A3/B3, A3/B4 เป็นต้น โดยตัว A หมายถึงเครื่องเบนซินและ B คือเครื่องดีเซลที่มีการใช้งานทั่ว ๆ ไปหรือรถที่เราขับกันทุกวันครับ แล้วมันจะมีตัว C สำหรับรถรุ่นใหม่ที่มีตัวกรองอนุภาคไอเสียหรือ DPF ส่วน E จะเหมาะสำหรับรถใช้งานหนัก ถ้าอยากอ่านหาความรู้เพิ่มเติม สามารถไปอ่านด้านล่างได้เลยครับ

แล้วตัวเลขด้านหลังตัว A, B อย่าง 3, 4 คืออะไร? มันคือการบ่งบอกสภาพของประเภทรถที่ควรใช้งาน ไม่ใช่คุณภาพของน้ำมันเครื่องนะครับ อย่าง API เราเข้าใจว่า ยิ่งตัวอักษรสูง ๆ จะยิ่งคุณภาพดี แต่ของ ACEA ไม่ใช่ครับ ตัวเลขสูงก็ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพดีกว่า

ตัวอย่างเช่น เครื่องยนต์ตัวนี้ออกแบบมาให้ใช้น้ำมันเครื่องคลาส A3/B3 แต่ไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง A5/B5 ซึ่งคลาสนี้จะมีความหนืดที่ต่ำกว่า ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า แต่อาจจะไม่ช่วยป้องกันเครื่องได้ดีพอเท่ากับน้ำมันเครื่อง A3/B3 ในขณะที่ถ้าเติม A3/B3 ก็จะช่วยป้องกันเครื่องยนต์ได้ดี ได้เต็มประสิทธิภาพ แต่อาจจะใช้น้ำมันสิ้นเปลืองมากขึ้น ส่วนรถที่มีตัวกรองอนุภาคไอเสีย DPF จะมีตัวเลือกเช่น C2 / C3 และ E6 / E9 แต่บางรหัสเช่น E4 / E7 ดันไม่แนะนำให้ใช้กับรถที่มี DPF ชวนให้งงอีก แล้วเราควรจะเติมน้ำมันเครื่องดีเซลยังไงดี ก็เอาตามที่คู่มือของรถบอกดีที่สุดเลยครับ

เรื่องเบอร์ความหนืดของน้ำมันเครื่อง

เรื่องเบอร์ความหนืดของน้ำมันเครื่อง

สำหรับใครที่ชอบขับรถไว ขับรถเร็ว ต้องใช้รถกระบะวิ่งส่งของระยะทางไกล ๆ แล้วต้องทำเวลา ขับอย่างน้อย 120-140 หรือบางทีก็โดดไป 160-170 เลย ถ้าขับแบบนี้เป็นประจำ มีนักขับขี่กระบะหลายคนแนะนำว่า ควรใช้เบอร์น้ำมันเครื่องเบอร์ 40 จะดีกว่าครับ ถึงแม้รถกระบะจะยังใหม่ วิ่งยังไม่ได้หลายกิโลเมตร เพราะเครื่องยนต์มีการทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา ความร้อนสะสมสูง จึงควรใช้เบอร์ 40 ที่มีความหนาของฟิล์มมากกว่า เพื่อป้องกันเครื่องยนต์นั้นเองครับ


ตารางเปรียบเทียบรวมรีวิว “น้ำมันเครื่องดีเซล” ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรวมรีวิว "น้ำมันเครื่องดีเซล" ยี่ห้อไหนดี

ก็เผื่อใครที่อยากจะเห็นเจ้าน้ำมันเครื่องดีเซลหลาย ๆ ยี่ห้อพร้อม ๆ กัน ก็สามารถกดที่ปุ่มด้านล่าง เพื่อเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบได้นะครับ น่าจะช่วยให้เห็นภาพรวมของสินค้า และอาจจะช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ



1. น้ำมันเครื่องดีเซล Valvoline Synthetic Commonrail

1. น้ำมันเครื่องดีเซล Valvoline Synthetic Commonrail

ราคาโดยประมาณ 970 / 1,286 บาท ต่อ 7 / 8 ลิตร

ขอเริ่มประเดิมน้ำมันเครื่องดีเซลกับ Valvoline Synthetic Commonrail ตัวนี้เลยครับ เพราะเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา มีการพูดถึงกันเป็นอย่างมากในอินเทอร์เน็ต และยังได้รับความนิยม รวมถึงขายดีอีกด้วย ซึ่งน้ำมันเครื่องตัวนี้ เป็นเกรดสังเคราะห์แท้ 100% ที่มีค่าความหนืด 5w-30 กระป๋องสีดำเหมาะกับใช้งานกระบะคันใหม่ด้วย และที่สำคัญราคาก็ไม่แพงมาก ถือว่าได้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ยี่ห้อดังระดับโลกในราคาที่คุ้มค่าเลยครับ

มีหลายคนเลยที่ขับกระบะแล้วได้เปลี่ยนจากน้ำมันเครื่องศูนย์มาใช้น้ำมันเครื่องตัวนี้ ต่างก็บอกกันว่า ให้ความรู้สึกกับการขับขี่ที่ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน เสียงเครื่องเงียบ ขับแล้วก็ไหลลื่นดี สามารถใช้ไป 8,000 กิโลเมตรได้สบาย ๆ หรือลากไปจนถึง 10,000 กิโลเมตรก็ยังได้เลยครับ โดยรวมแล้วถือว่าโอเคเลยเมื่อเทียบกับราคา แต่ก็มีหลายคนบอกว่า ก็พอใช้ได้ ยังมีน้ำมันเครื่องดีเซลยี่ห้ออื่น ๆ ดีกว่าตัวนี้ครับ

เกรดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100%
ค่าความหนืด5W-30
ผ่านมาตรฐานACEA A3/B4-16

2. น้ำมันเครื่อง Mobil 1 Turbo Diesel

2. น้ำมันเครื่อง Mobil 1 Turbo Diesel

ราคาโดยประมาณ 450 / 2,340 / 2,750 บาท ต่อ 1 / 6/ 7 ลิตร

อยากขับรถกระบะให้ได้สมรรถนะสูง ขับขี่ได้สนุกยิ่งกว่า ต้องลองเติมน้ำมันเครื่องดีเซลของ Mobil 1 Turbo Diesel ตัวนี้เลยครับ แค่เห็นชื่อยี่ห้อ Mobil 1 แล้ว มันไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน ด้วยคุณภาพระดับสูงไม่ว่าจะ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% และยังผ่านมาตรฐาน API-CJ Plus ที่หาไม่ค่อยได้สำหรับน้ำมันเครื่องยี่ห้ออื่น ๆ แต่มีค่าความหนืดที่ 5w-40 จึงไม่เหมาะกับรถกระบะคันใหม่ เหมาะกับรถกระบะที่วิ่งมาหลายกิโลแล้วมากกว่า และข้อเสียใหญ่สุดคือ ราคาค่อนข้างเอาเรื่อง ถ้าเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ แล้ว จะเป็นน้ำมันเครื่องดีเซลที่มีราคาแพงระดับบน ๆ เลยครับ

จากที่ลองไปอ่านความคิดเห็นของทั้งคนไทยและฝรั่งมาก มีแต่คนบอกว่า รถกระบะที่ขับมานานพอเปลี่ยนมาใช้ Mobil 1 Turbo Diesel แล้วรู้สึกว่า เครื่องแน่นทำงานได้เงียบลงกว่าเดิม ขับแล้วเร่งเครื่องได้ดีขึ้น ไม่รู้สึกเครื่องอืด ๆ ขับยาวได้ถึง 10,000-12,000 กิโลเมตรเครื่องถึงจะเริ่มอืด และก็ประหยัดน้ำมันด้วยครับ มีคนลองเปรียบเทียบด้วยว่า กระบะคันเดิม ขับขี่แบบเดิม ๆ ทางเดิม ๆ แต่ใช้น้ำมันน้อยกว่าเดิมครับ ถึงแม้ว่าน้ำมันเครื่องตัวนี้จะแพง แต่ในระยะยาวมันประหยัดน้ำมัน ช่วยป้องกันการสึกหรอได้ดี ทำให้ใช้กระบะได้นาน ๆ และเซฟเงินได้ในระยะยาวครับ

เกรดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100%
ค่าความหนืด5w-40
ผ่านมาตรฐานAPI-CJ Plus , ACEA E7/E4

3. น้ำมันเครื่องดีเซล Castrol Edge Pick up

3. น้ำมันเครื่องดีเซล Castrol Edge Pick up

ราคาโดยประมาณ 380 / 2,058 บาท ต่อ 1 / 7 ลิตร

น้ำมันเครื่องดีเซล Castrol Edge Pick up น้ำมันเครื่องระดับโลกอีกตัวที่มีการพูดถึงกันมากและนิยมใช้กันในหมู่คนขับรถกระบะที่ต้องการน้ำมันเครื่องดีเซลสังเคราะห์แท้ 100 % คุณภาพดี แต่ราคายังไม่โหดมากจนเกินไปนักเมื่อเทียบกับ Mobile 1 Turbo Diesel ตัวบนครับ แต่อย่าลืมดูเบอร์ค่าความหนืดด้วย เพราะทั้งสองตัวมีเบอร์ต่างกัน การใช้งานจึงไม่เหมือนกันด้วยครับ

มีคนขับรถกระบะหลายคนลงความเห็นถึงน้ำมันเครื่องตัวนี้ไว้ว่า สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ยี่ห้อ Castrol ไม่ทำให้ผิดหวังเลย ยิ่งถ้าเทียบกับน้ำมันเครื่องของศูนย์นี้ ดีกว่าคนละเรื่องเลยครับ เสียงเครื่องเงียบลงกว่าเดิมมาก ๆ เหยียบแล้วก็พุ่งตัวได้ดีกว่า ขับขี่ลื่นสุด ๆ พอวิ่งไปนาน ๆ จนเครื่องร้อน เครื่องก็แรงไม่ค่อยตกเลย และเมื่อวิ่งถึงครบระยะเปลี่ยนถ่าย ตัวน้ำมันเครื่องก็ยังสภาพดูดี ไม่เหมือนหลายยี่ห้อที่วิ่งเกิน 7,000 กิโลเมตรแล้ว เครื่องอืดขึ้นอย่างชัดเจน จนต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนกำหนดตลอดครับ

เกรดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100%
ค่าความหนืด5w30
ผ่านมาตรฐานACEA A3/B3, A3/B4 , API SL


4. น้ำมันเครื่อง Shell HELIX ULTRA Diesel

4. น้ำมันเครื่อง Shell HELIX ULTRA Diesel

ราคาโดยประมาณ 375 / 2,065 บาท ต่อ 1 / 6 ลิตร

ถ้าพูดถึงเรื่องน้ำมันเครื่องดีเซลแล้วละก็ จะไม่พูดถึงยี่ห้อ Shell ไม่ได้เลยครับ โดยเฉพาะตัว Shell HELIX ULTRA Diesel เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% คุณภาพสูงพอ ๆ กับ Mobil 1 ตัวด้านบนและราคาก็น้อง ๆ ด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่น่าเบื่อของ Shell คือ ชอบใช้ดีไซน์เดิม ๆ แล้วทำให้สับสนขึ้นได้ อย่างน้ำมันเครื่องตัวนี้บรรจุในกระป๋องสีแดงเหมือนกับ Shell น้ำมันเครื่องเบนซิน ชื่อก็เดิม ๆ มีฉลากด้านหน้าคล้ายกันอีก เพียงแต่สำหรับดีเซลจะมีคำว่า Diesel เล็ก ๆ ติดอยู่ด้านหน้า ถ้าไม่สังเกตให้ดี ๆ แทบจะแยกน้ำมันเครื่องสองตัวนี้ไม่ออกเลยครับ ไม่เข้าใจว่าทำไม Shell เขาไม่ออกแบบมาให้แตกต่างกันไปเลยก็ไม่รู้ หรือแยกออกง่าย ๆ ก็ยังดี

มีคนได้รีวิวไว้ว่า รถกระบะที่วิ่งนาน ๆ หลายกิโลเมตรแล้ว พอเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเครื่องตัวนี้ เสียงเครื่องเงียบลงอย่างชัดเจน ทำงานได้ราบรื่นมากขึ้น น่าจะเป็นเพราะเบอร์น้ำมันที่หนืดขึ้นด้วย ตอนวิ่งแรก ๆ ก็ธรรมดา ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ แต่วิ่งไปสักพักแล้ววิ่งได้แบบไหล ๆ เลยครับ และส่วนใหญ่จะบอกกันว่าให้ความรู้สึกเหมือนกับใช้น้ำมันเครื่อง Mobil 1 Turbo Diesel เลย แต่ Shell HELIX ULTRA Diesel วิ่งได้ประมาณ 9,000-10,000 ก็เริ่มอืด ในขณะที่ Mobil 1 ลากได้ถึง 10,000-12,000 ถึงจะเริ่มอืดครับ

เกรดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100 %
ค่าความหนืด0W-40
ผ่านมาตรฐานAPI-CF, ACEA A3/B3, A3/B4

5. น้ำมันเครื่องดีเซล MOTUL CRDi Plus Diesel

5. น้ำมันเครื่องดีเซล MOTUL CRDi Plus Diesel

ราคาโดยประมาณ 1,150 / 1,800 / 2,050 บาท ต่อ 4 / 7 / 8 ลิตร

สำหรับใครที่อยากลองน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่ยี่ห้อตลาด ๆ อย่าง PTT, Shell มีนักขับกระบะหลายคนเลยแนะนำว่าให้ลองใช้ MOTUL CRDi Plus Diesel ครับ ถึงขนาดมีคนบอกว่า ใช้แล้วให้ความรู้สึกในการขับขี่พอ ๆ กับ Shell HELIX ULTRA Diesel ตัวด้านบนเลย แต่ในราคาที่ถูกกว่าเกือบเท่าตัว! อย่างไรก็ตามเหมือนเสียงเครื่องยนต์จะดังกว่า Shell และตอนวิ่งต้น ๆ ค่อนข้างอืด แต่พอผ่านพ้นช่วงนี้ไปแล้ว ขับขี่ได้ไหล ๆ เลย และมีคนใช้งานยาวถึง 10,000 กิโลเมตร ก็ยังไหวครับ

และยังมีเบอร์ความหนืดให้เลือกกันถึง 2 เบอร์ด้วยกันคือ 5W-30 และ 5w-40 เลือกใช้ตามความชอบได้เลย ไม่เหมือนกับยี่ห้อดัง ๆ ที่จะชอบมีเบอร์ให้เลือกเบอร์เดียว ส่วนตัวแล้วคิดว่า น้ำมันเครื่องดีเซล MOTUL CRDi Plus Diesel ตัวนี้น่าสนใจครับ ด้วยราคาที่ไม่แพง คุ้มค่า แต่คุณภาพทำได้ดี ถ้าคิดว่าเล่น Shell หรือ Mobil 1 ไม่ไหว ก็ลองเล่นตัวนี้ได้ครับ

  • * สำหรับคนที่กำลังหาน้ำมันสำหรับรถที่มีตัวกรองไอเสีย DPF จะมีเกรด ACEA C3 ด้วยราคาแพงกว่าเล็กน้อย แต่เนื่องจากขวดกับฉลากเหมือนกัน ต่างกันที่เลขบอกมาตรฐาน เวลาเลือกซื้อใน Lazada, Shoppee หรือร้านค้า อย่าลืมอ่านรายละเอียดให้ดี ๆ นะครับ มี 2 แบบ
เกรดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100 %
ค่าความหนืด5W-30 / 5W-40
ผ่านมาตรฐานACEA A3/B4 *C3 (มี2แบบให้ซื้อ)

6. น้ำมันเครื่อง ACDelco Dexos2 

6. น้ำมันเครื่อง ACDelco Dexos2

ราคาโดยประมาณ 1,790 / 1,990 / 2,350 บาท ต่อ 6 / 7 / 8 ลิตร

น้ำมันเครื่องแต่ละยี่ห้อส่วนใหญ่จะไม่มีใครกล้าระบุให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ระยะ 20,000 กิโลเมตรครับ แต่จะมีเพียงแค่ยี่ห้อ ACDelco ที่กล้าระบุว่า ระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องคือ 20,000 กิโลเมตร เท่านั้นยังไม่พอ ยังติดคำว่า Advance Fully Synthetic ที่ยิ่งกว่าเป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% อีกครับ สมกับเป็นน้ำมันเครื่องที่คิดค้นขึ้นโดยทีมวิศวกรจากบริษัท GM ที่เป็นผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลก และเป็นน้ำมันเครื่องที่มีการพูดคุยกันมากในโลกออนไลน์อีกด้วย เหมือนจะมีราคาแพงใช่ไหมครับ? แต่พอไปดูดี ๆ แล้ว ราคาก็ไม่ได้แพงมาก ยังถูกกว่า Shell, Mobil 1 และ Castrol ซะอีก แล้วยังใช้ได้กับรถที่มีตัวกรองอนุภาคไอเสีย DPF อีกด้วย

ส่วนเรื่องความสามารถของน้ำมันเครื่อง มีหลายเสียงบอกว่า ดีกว่าน้ำมันเครื่องของศูนย์มาก ๆ และยังดีกว่า PTT อีกด้วย PTT ชอบดีตอนแรก ๆ 3,000-5,000 กิโล แต่หลังจากนั้นจะรู้สึกถึงความอืด พอเปลี่ยนมาใช้ ACDelco Dexos2 เครื่องกลับเงียบ วิ่งลื่นแบบไหล ๆ สามารถเหยียบไปถึง Red Line ได้เลย และวิ่งลากไปถึง 10,000 กิโลเมตรก็ยังลื่นอยู่ รู้สึกเหมือนตอนเพิ่งเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน มีคนลากไปถึง 15,000 กิโลเมตรด้วยครับ แต่เขาก็บอกว่าหลังจากนี้เหมือนเครื่องจะเริ่มอืด ๆ แล้ว สำหรับสายนักขับกระบะถ้ายังไม่เคยลองน้ำมันเครื่องตัวนี้ ต้องหาโอกาสมาลองแล้วละครับ

เกรดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100 %
ค่าความหนืด5W-30 / 5W-40
ผ่านมาตรฐานDexos2, API SN, ACEA C2/A5/B5

ได้เห็น “น้ำมันเครื่องดีเซล” ยี่ห้อไหนดี กันไปถึง 6 ยี่ห้อแล้ว สนใจอยากจะซื้อไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือเปล่าครับ? เคยใช้ยี่ห้อไหนและไม่เคยใช้ยี่ห้อไหนกันบ้าง? แต่ละตัวนี้ ยี่ห้อเด่น ๆ ดัง ๆ มีชื่อเสียงระดับโลกกันทั้งนั้นเลย คุณภาพก็จัดเต็มกันอย่างเต็มที่ แต่ราคาก็มีหลากหลายอยู่นะครับ ถึงแม้ว่าทั้งหมดจะเป็นเกรดสังเคราะห์แท้ 100% ก็ตาม ถ้างบไม่ใช่เรื่องปัญหา ต้องลองใช้น้ำมันเครื่องดีเซล Mobil 1 Turbo Diesel ตัวนี้เลยครับ มีแต่คนชมว่าดี ๆๆๆ ทั้งนั้นเลย แต่ถ้าเงินไม่มากพอก็ลองเล่นตัวอื่น ๆ หรือจะลองเล่นเกรดกึ่งสังเคราะห์ก็ได้ครับ เอาที่เราคิดว่า เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดครับ



Leave a Comment