+ “น้ำตบ ฮาดะลาโบะ” / Hada Labo สีไหนดี 2021 รีวิว 5 สี+

+ "น้ำตบ ฮาดะลาโบะ" / Hada Labo สีไหนดี 2021 รีวิว 5 สี+

ถ้าพูดถึงสกินแคร์อย่างน้ำตบแล้วละก็ หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินชื่อของยี่ห้อฮาดะลาโบะ (Hada Labo) มากันบ้าง แต่ก็อาจจะงง ๆ ว่า ไม่รู้จะใช้ “น้ำตบ ฮาดะลาโบะ” สีไหนดี เพราะเป็นน้ำตบมีหลายสูตรหลายสีเอามาก ๆ เราเองก็เคยมีปัญหาเช่นกันค่ะ ตอนแรกก็ใช้สีมั่วไปหมด คิดว่าใช้ ๆ ไปเถอะ ยังไงก็บำรุงผิวไว้ก่อน แต่กลายเป็นว่า ใช้แล้วไม่ตอบโจทย์กับสภาพผิว ณ ตอนนั้น ๆ ค่ะ วันนี้จึงได้ไปรวบรวมข้อมูลของน้ำตบ ฮาดะลาโบะมาทั้ง 5 สีให้แล้ว สีไหนจะดี ขวดไหนจะปังกับผิวของเรามากที่สุด ก็ไปดูรีวิวกันเลยค่ะ



มาทำความรู้จักกับ “น้ำตบ ฮาดะลาโบะ” / Hada Labo กันสักนิด

มาทำความรู้จักกับ "น้ำตบ ฮาดะลาโบะ" / Hada Labo กันสักนิด
ภาพจาก hadalabo.com.my

จากแค่ชื่อและแพ็กเกจของผลิตภัณฑ์ก็น่าจะรู้กันแล้วนะคะว่า เป็นน้ำตบที่มาจากดินแดนปลาดิบประเทศญี่ปุ่นค่ะ ทำให้มั่นใจถึงเรื่องคุณภาพของน้ำตบได้เลย อีกทั้งเนื่องจากผิวของคนญี่ปุ่นและคนเอเชียเองก็มีสภาพที่คล้าย ๆ กัน สูตรของน้ำตบจึงเหมาะกับผิวของพวกเรา ๆ ด้วย ไม่เหมือนกับพวกน้ำตบของแดนฝรั่งที่จะเหมาะกับผิวของพวกเขามากกว่าค่ะ

แต่เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ของคนญี่ปุ่น ทำให้แพ็กเกจแอบดูยากมากกกกกกกค่ะ (มากจริง ๆ) เพราะมีแต่ตัวอักษรญี่ปุ่น แทบจะไม่มีภาษาอังกฤษอยู่เลย ดังนั้นเวลาเลือกซื้อกัน คนไทยก็จะใช้ “สี” ของขวดในการแยกสูตรเอานั้นเอง ซึ่งแต่ละสีก็จะเหมาะสมกับปัญหาสภาพผิวที่แตกต่างกัน เช่น ปัญหาผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย ๆ ก็ต้องใช้สีหนึ่ง, หน้าเริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยก็ต้องใช้อีกสีหนึ่ง เป็นต้น และภายในสีเองก็จะแยกย่อยสูตรน้ำตบออกเป็นสูตรธรรมดา, สูตรไลท์ และสูตรน้ำนมด้วย ซึ่งก็เหมาะสมกับสภาพผิวที่แตกต่างกันอีก โดยรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ จะสามารถหาอ่านได้ที่รีวิวน้ำตบ ฮาดะลาโบะทั้ง 5 สีด้านล่างค่ะ


ตารางเปรียบเทียบ “น้ำตบ ฮาดะลาโบะ” / Hada Labo สีไหนดี ทั้ง 5 สี และส่วนผสม

เนื่องจากเนื้อหารายละเอียดของน้ำตบ ฮาดะลาโบะแต่ละสีนั้นจะค่อนข้างยาวอยู่ ถ้าใครที่ไม่ค่อยมีเวลา หรืออยากอ่านแบบสรุปรวบรัดเลย ก็กดเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบได้ที่ปุ่มด้านล่างนะคะ เราได้สรุปมาให้แล้วค่ะ และถ้าใครอยากดูส่วนผสมของแต่ละสี ก็กดดูอีกปุ่มได้เลยค่ะ




1. น้ำตบ ฮาดะลาโบะ / Hada Labo ขวดสีขาว

น้ำตบฮาดะลาโบะขวดสีขาว ถือว่าเป็นน้ำตบตัวแรกหรือตัวมาตรฐานของยี่ห้อนี้เลยค่ะ โดยจะเป็นสูตรที่ทางแบรนด์บอกมาว่า ช่วยในเรื่องของ “การเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า” แล้วทำไมถึงช่วยจึงช่วยเติมน้ำให้แก่ผิวได้ดีนัก ก็ต้องไปทำความรู้จักกับส่วนผสมเด่น ๆ ที่มีอยู่ในน้ำตบขวดนี้กันก่อนค่ะ

  • Glycerin : เป็นส่วนผสมที่มีคุณสมบัติในการดูดความชื้น จึงช่วยดูดความชื้นบริเวณรอบ ๆ ให้เข้าสู่ผิว ทำให้ผิวเหมือนมีการเติมน้ำตลอดเวลา Glycerin จึงเป็นส่วนผสมยอดฮิตในสกินแคร์ที่เน้นเรื่องของความชุ่มชื้นค่ะ
  • Hydrolyzed Hyaluronic Acid : หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกับกรดไฮยาลูโรนิกที่เป็นส่วนผสมพระเอกในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้น ซึ่งกรดไฮยาลูโรนิกไฮโดรไลซ์ก็คือ ส่วนหนึ่งของกรดไฮยาลูโรนิกที่ถูกเทำให้โมเลกุลมีขนาดเล็กของ จึงสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีมากขึ้น พร้อมติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ดีขึ้นด้วยนั้นเองค่ะ
  • Sodium Acetylated Hyaluronate : หรือ Super Hyaluronic Acid เป็นส่วนหนึ่งของกรดไฮยาลูโรนิกเช่นกัน แต่ตัวส่วนผสมจะถูกแทนที่ด้วย Acetyl จึงมีคุณสมบัติในการเติมความชุ่มชื้นได้ยิ่งกว่า พร้อมด้วยขนาดโมเลกุลที่เล็กมาก และเล็กกว่ากรดไฮยาลูโรนิกไฮโดรไลซ์ตัวด้านบนซะอีก จึงซึมเข้าสู่ผิวและบำรุงได้ดีแบบสุด ๆ ค่ะ
  • Sodium Hyaluronate : จะเป็นเกลือโซเดียมของกรดไฮยาลูโรนิกที่มีขนาดโมเลกุลที่เล็กว่ากรดไฮยาลูโรนิกเช่นเดียวกันกับ 2 ตัวบน แต่ประสิทธิภาพการเติมความชุ่มชื้นจะแย่กว่า แต่ก็มารวมด้วยช่วยกันเติมน้ำให้แก่ผิวค่ะ

เมื่อดูจากส่วนผสมตัวเด่น ๆ ของน้ำตบฮาดะลาโบะสีขาวแล้ว จะเห็นได้ว่า มีส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นถึง 4 ตัวด้วยกันคือ Glycerin 1 ตัว และชนิดของกรดไฮยาลูโรนิกอีก 3 ตัว ส่วนส่วนผสมที่เหลือก็จะช่วยในการคงสภาพของสกินแคร์เท่านั้น ไม่มีส่วนผสมที่จะบำรุงผิวในด้านอื่น ๆ เลย จึงเป็นน้ำตบที่เน้นในเรื่องของความชุ่มชื้นจริง ๆ ค่ะ

และนอกจากเรื่องส่วนผสมแล้ว น้ำตบฮาดะลาโบะขวดสีขาวก็ยังแยกย่อยออกเป็นน้ำตบ 3 สูตรด้วยกันคือ สูตรธรรมดาแถบสีแดงที่เหมาะกับผิวธรรมดาและผิวแห้ง สูตรไลท์แถบสีเขียวที่เหมาะกับผิวมันและผิวผสม และสูตรน้ำนมที่เหมาะกับทุกสภาพผิว แต่สูตรน้ำนมจะเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับใช้หลังจากตบน้ำตบสองสูตรแรกแล้ว เพื่อเป็นการเสริมประสิทธิภาพ ช่วยล็อคผิวให้น้ำตบสองสูตรแรกทำหน้าที่บำรุงได้ดียิ่งขึ้น จะไม่ค่อยเห็นใครซื้อแต่สูตรน้ำนมเพียว ๆ มาใช้นะคะ แต่ถ้าอยากลองดูก็ได้ค่ะ เพราะยังไงก็มีส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นเยอะอยู่เช่นกัน แต่ผิวแพ้ง่ายต้องระวังนิด เพราะมีส่วนผสมอย่างพาราเบนและ Alcohol ผสมอยู่ค่ะ

จุดเด่นของสูตรช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า
ประสิทธิภาพรอง
จำนวนส่วนผสมความชุ่มชื้น 4 ตัว
ส่วนผสมหลักGlycerin / Hydrolyzed Hyaluronic Acid / Sodium Acetylated Hyaluronate / Sodium Hyaluronate
ใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่ผิวแพ้ง่ายต้องระวังเพราะมี Paraben และ Alcochol
ปราศจาก Paraben / Alcohol / น้ำหอมสูตรธรรมดา / /
สูตรไลท์และน้ำนม / /

2. น้ำตบ ฮาดะลาโบะ / Hada Labo ขวดสีทอง Premium

สำหรับฮาดะลาโบะขวดสีทองก็จะเน้นในเรื่องของ “การเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า” เช่นเดียวกันกับขวดสีขาว แต่จะแตกต่างกันตรงที่ ขวดสีทองจะเป็นแบบ Premium เกรด โดยจะมีส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นที่มากกว่า และบำรุงได้ดีกว่า จึงเหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าโทรมและขาดน้ำขั้นสุด หรือคนทั่วไปที่คิดว่าขวดสีขาวบำรุงได้ไม่ดีพอ ก็ซื้อขวดสีทองไปใช้ได้ แต่ด้วยความที่ Premium กว่า ก็เลยทำให้มีราคาที่แพงกว่าด้วยเช่นกัน ทำไมถึง Premium กว่าขวดสีขาวนั้น ก็ต้องไปดูส่วนผสมกันค่ะ

  • Glycerin / Hydrolyzed Hyaluronic Acid / Sodium Acetylated Hyaluronate / Sodium Hyaluronate : เป็นส่วนผสมทั้ง 4 ตัวที่มีเหมือนกันในขวดสีขาว รายละเอียดสามารถกลับไปอ่านที่ด้านบนได้ ต่อไปจะเป็นส่วนผสมที่มีแต่ในขวดสีทองค่ะ
  • Hydroxypropyltrimonium Hyaluronate : เป็นโมเลกุลชนิดหนึ่งของกรดไฮยาลูโรนิกที่มีประจุบวก ส่วนผิวหน้าของคนเรานั้นมีประจุลบ เมื่อทั้งสองประจุเจอกัน จึงเกิดการยึดเหนี่ยวกลายเป็นฟิล์มบาง ๆ เคลือบอยู่ที่ผิวหน้า ซึ่งเจ้าฟิล์มนี้เอง จะช่วยในการเก็บกักความชุ่มชื้นค่ะ
  • Sodium Hyaluronate Crosspolymer : จะเกิดจากการนำไฮยาลูโรนิกโมเลกุลขนาดปกติมาเชื่อมกันหลาย ๆ ตัวด้วยปฏิกิริยาทางเคมีเกิดกลายเป็นตาข่ายไฮยาลูโรนิกที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีมากขึ้น โดยสามารถเติมความชุ่มชื้นได้ดีกว่ากรดไฮยาลูโรนิกถึง 5 เท่า และยังทำให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้เป็นเวลานาน อีกทั้งยังเสริมคุณสมบัติของการเป็น Anti-Oxidant จึงช่วยในการปกป้องผิวอีกด้วย พูดง่าย ๆ ว่า เป็นตัวอัพเกรดของกรดไฮยาลูโรนิกธรรมดา ๆ นั้นเองค่ะ
  • Hydroxyethyl Urea : คืออนุพันธ์ของยูเรีย โดยจะมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวยึดเกาะกับน้ำได้ดีขึ้น จึงช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิวค่ะ

จะเห็นได้ว่า มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นถึง 7 ตัว มากกว่าขวดสีขาวถึง 3 ตัว จึงให้ความชุ่มชื้นได้ดียิ่งกว่า อีกทั้งยังมีคุณสมบัติของ Anti-Oxidant ที่จะมาช่วยปกป้องผิวได้ด้วย เรียกได้ว่า น้ำตบฮาดะลาโบะขวดสีทองเกรด Premium ชนะขาด แต่ตัวน้ำตบจะแบ่งย่อยออกเป็น 2 สูตร (ในขณะที่สีขาวมี 3 สูตร) คือ สูตรธรรมดาที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิวและสูตรน้ำนมที่เหมาะไว้ใช้หลังจากสูตรธรรมดา ส่วนกลุ่มคนผิวแพ้ง่ายต้องระวังนิด เพราะมีส่วนผสมที่ชอบให้เกิดการระคายเคืองอย่าง Paraben และ Alcohol ค่ะ

จุดเด่นของสูตรช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า
ประสิทธิภาพรองเป็น Anti-Oxidant ช่วยปกป้องผิว
จำนวนส่วนผสมความชุ่มชื้น 7 ตัว / Anti-Oxidant 1 ตัว
ส่วนผสมหลักGlycerin / Hydrolyzed Hyaluronic Acid / Sodium Acetylated Hyaluronate / Sodium Hyaluronate / Hydroxypropyltrimonium Hyaluronate / Sodium Hyaluronate Crosspolymer / Hydroxyethyl Urea
ใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่ผิวแพ้ง่ายต้องระวังเพราะมี Paraben และ Alcochol
ปราศจาก Paraben / Alcohol / น้ำหอมสูตรธรรมดา / /
สูตรน้ำนม / /

3. น้ำตบ ฮาดะลาโบะ / Hada Labo ขวดสีน้ำเงินเข้ม Premium

เจอกับสูตรที่เน้นเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวไปสองสีแล้ว คราวนี้ลองมาดูน้ำตบฮาดะลาโบะขวดสีน้ำเงินเข้มแบบ Premium ที่จะเน้นในเรื่องของ “การช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส” หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ น้ำตบสูตร Whitening นั้นเอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว น้ำตบสูตรนี้ของฮาดะ เขาจะมีแบบธรรมดาขวดสีน้ำเงินด้วย (เหมือนกับ 2 สีด้านบน) แต่ด้วยการมาของขวดสีน้ำเงินเข้มแบบ Premium ทำให้ไม่ค่อยมีใครสนใจขวดสีน้ำเงินแบบธรรมดากันแล้ว ทุกคนหันมาซื้อแบบสูตร Premium กันหมด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก็ต้องไปดูส่วนผสมหลัก ๆ กันก่อนค่ะ

  • Glycerin / Hydrolyzed Hyaluronic Acid / Sodium Hyaluronate : เป็นส่วนผสม 3 ตัวที่มีเหมือนกับสูตรขวดสีขาว/สีทอง แสดงว่านอกจากเรื่องผิวขาวกระจ่างใสแล้ว ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวเช่นกัน แต่แค่อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าสูตรบน ๆ เท่านั้นเองค่ะ
  • Diglycerin : จะเป็นเวอร์ชั่นโมเลกุลที่ใหญ่กว่าของ Glycerin โดยจะมาช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นเช่นกัน แต่มีโมเลกุลที่ใหญ่กว่า ทำให้ซึมเข้าสู่ผิวช้า แต่ก็ทำให้กักเก็บน้ำบนที่บริเวณผิวได้นานกว่าเช่นกัน
  • Citric Acid : หรือกรดผลไม้รสเปรี้ยวที่มี AHA เป็นส่วนผสม โดย AHA จะมาช่วยผลัดเซลล์เก่า เผยเซลล์ผิวใหม่ให้ผิวหน้ามีความสดใส ดูอ่อนกว่าวัย พร้อมทั้งมีสีผิวที่ดูขาวกระจ่างใสขึ้นด้วยค่ะ
  • Tocopherol : หรือวิตามิน E โดยหลัก ๆ จะมาทำหน้าที่เป็น Anti-Oxidant ช่วยปกป้องผิวจากพวกสารอนุมูลอิสระ ไม่ให้ผิวถูกทำร้ายจนมีริ้วรอยหรือดูแก่ก่อนวัย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นแก่ผิวด้วยค่ะ
  • Magnesium Ascorbyl Phosphate : หรือหนึ่งในอนุพันธ์ของวิตามิน C โดยจะทำหน้าที่หลายอย่างมาก ๆ ทั้ง เผยให้ผิวมีความขาวกระจ่างใส พร้อมปรับสีผิวบนใบหน้าให้ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ ลดเลือนรอยแดงรอยดำต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระอีก เรียกได้ว่า เป็นส่วนผสมพระเอกของน้ำตบตัวนี้เลยค่ะ

พอดูส่วนผสมหลัก ๆ จนจบแล้ว ก็สรุปได้ว่า มีส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นถึง 6 ตัว (มากกว่าขวดสีขาวซะอีก) และยังช่วยปกป้องผิว 2 ตัว พร้อมทั้งส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ การช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส 2 ตัว จึงเป็นน้ำตบที่ช่วยบำรุงผิวได้หลายด้าน และมากกว่าน้ำตบสองสีบนซะอีก แต่ถ้ามีผิวที่ดูขาวกระจ่างใสอยู่แล้ว และอยากบำรุงผิวในเรื่องของความชุ่มชื้นเฉย ๆ ก็ไปใช้ขวดสีทองดีกว่า สุดท้ายน้ำตบฮาดะลาโบะขวดสีน้ำเงินเข้มแบบ Premium ก็แบ่งแยกย่อยออกเป็น 3 สูตรเช่นกันคือ สูตรธรรมดา, ไลท์ และน้ำนม ซึ่งจะเหมาะสมกับสภาพผิวหน้าเหมือนกับน้ำตบฮาดะขวดสีขาวค่ะ

จุดเด่นของสูตรช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส
ประสิทธิภาพรองเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว / เป็น Anti-Oxidant ช่วยปกป้องผิว
จำนวนส่วนผสมความชุ่มชื้น 6 ตัว / Anti-Oxidant 2 ตัว / Whitening 2 ตัว
ส่วนผสมหลักGlycerin / Hydrolyzed Hyaluronic Acid / Sodium Hyaluronate / Diglycerin / Citric Acid / Tocopherol / Magnesium Ascorbyl Phosphate
ใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่ผิวแพ้ง่ายต้องระวังเพราะมี AHA / Paraben และ Alcochol
ปราศจาก Paraben / Alcohol / น้ำหอมสูตรธรรมดาและไลท์ / /
สูตรน้ำนม / /


4. น้ำตบ ฮาดะลาโบะ / Hada Labo ขวดสีแดง

มาถึงสูตรที่ 4 ของน้ำตบฮาดะลาโบะขวดสีแดงกันแล้วนะคะ โดยจะเป็นสูตรที่ทางฮาดะบอกมาว่า จะเน้นหนักในเรื่องของ “การลดเรือนริ้วรอยต่าง ๆ หรือริ้วรอยแห่งวัย” จึงเป็นน้ำตบที่เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่อายุเริ่มเยอะขึ้นแล้วอย่าง 30+ หรือผิวหน้าดูทรุดโทรม มีร่องรอยต่าง ๆ ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน และไม่อยากให้ผิวดูแก่ก่อนวัยนั้นเองค่ะ และเช่นเคย เราก็ต้องไปดูส่วนผสมหลัก ๆ กันก่อนว่า จะมาช่วยลดเลือนริ้วรอยได้จริงไหม ตามมาเลยค่ะ

  • Glycerin / Diglycerin / Hydrolyzed Hyaluronic Acid / Sodium Acetylated Hyaluronate / Sodium Hyaluronate / Sodium Hyaluronate Crosspolymer / : เป็นส่วนผสม 7 ตัวที่มีเหมือนกันในขวดสีขาว สีทอง และสีน้ำเงิน Premium โดยหลัก ๆ ก็จะมาช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นค่ะ
  • Limnanthes Alba (Meadowfoam) Seed Oil : เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดของดอกไม้ Meadowfoam ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน E และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงมีคุณสมบัติเป็น Anti-Oxidant ช่วยปกป้องผิว, ต่อต้าน และลดการเกิดริ้วรอย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นให้แก่ผิวด้วยค่ะ
  • Hydrolyzed Collagen : เป็นคอลลาเจนที่ถูกทำให้มีขนาดที่เล็กลง จึงซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าคอลลาเจนปกติ และโดยปกติผิวหนังของคนเราที่สุขภาพดีจะสามารถพบคอลลาเจนได้ในปริมาณมาก และเมื่อมีอายุที่มากขึ้นปริมาณของคอลลาเจนก็จะลดลงด้วย การเติมคอลลาเจนจึงจะมาช่วยให้ผิวหนังกลับมาดูเต่งตึง พวกริ้วรอยต่าง ๆ ก็กลับมาเรียบเนียน ดูตื้นขึ้นด้วยค่ะ
  • Hydrolyzed Elastin : คราวนี้จะเป็นอีลาสตินที่ถูกทำให้มีขนาดเล็กลง โดยจะช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นคล้ายกับสปริง ให้ผิวสามารถเด้งกลับไปมาได้ และในผิวหนังที่สุขภาพดีก็จะพบอิลาสตินได้มากเช่นเดียวกันกับคอลลาเจน ซึ่งส่วนผสมทั้งสองจะถือว่าเป็นส่วนผสมตัวหลักในการต่อสู้กับริ้วรอยแห่งวัยเลยค่ะ
  • Tetrapeptide-5 : เป็นเปปไทด์สังเคราะห์ที่จะมาช่วยเพิ่มความกระชับให้กับผิว และยังมีส่วนช่วยในการยับยั้งกระบวนการไกลเคชั่น ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะทำให้ผิวหนังอ่อนแอลงจนเกิดริ้วรอยต่าง ๆ ค่ะ

ถ้าดูจากส่วนผสมหลัก ๆ แล้ว ก็สมกับที่ทางแบรนด์บอกเลยนะคะว่า เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับใช้ในการต่อสู้กับริ้วรอยจริง ๆ เพราะมีส่วนผสมสนับสนุนด้านนี้อยู่ถึง 4 ตัว และยังช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นด้วยถึง 7 ตัว ดูรวม ๆ แล้วแอบน่าสนใจกว่าพวกขวดสีขาวสีทองซะอีกค่ะ ส่วนเรื่องสูตรของน้ำตบ สำหรับขวดสีแดงจะมีเพียงแค่สองสูตรนะคะ คือสูตรธรรมดา และสูตรแบบน้ำนม ชอบแบบไหนก็เลือกซื้อแบบนั้นไปใช้ได้เลยค่ะ

จุดเด่นของสูตรการลดเรือนริ้วรอยต่าง ๆ หรือริ้วรอยแห่งวัย
ประสิทธิภาพรองเป็น Anti-Oxidant ช่วยปกป้องผิว / เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว
จำนวนส่วนผสมAnti-Aging 4 ตัว / ความชุ่มชื้น 7 ตัว / Anti-Oxidant 2 ตัว
ส่วนผสมหลักGlycerin / Diglycerin / Hydrolyzed Hyaluronic Acid / Sodium Acetylated Hyaluronate / Sodium Hyaluronate / Sodium Hyaluronate Crosspolymer / Limnanthes Alba (Meadowfoam) Seed Oil / Hydrolyzed Collagen / Hydrolyzed Elastin / Tetrapeptide-5
ใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่ผิวแพ้ง่ายต้องระวังเพราะมี Paraben และ Alcochol
ปราศจาก Paraben / Alcohol / น้ำหอมสูตรธรรมดา / /
สูตรน้ำนม / /

5. น้ำตบ ฮาดะลาโบะ / Hada Labo ขวดสีเขียว

มาถึงสีสุดท้ายกันซะทีนะคะ กับขวดสีเขียวที่จะมาช่วยในการ “ควบคุมความมัน และต่อกรกับสิวบนใบหน้า” จึงเป็นน้ำตบที่เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่มีผิวหน้ามันและสิวขึ้นง่ายมากกก อีกทั้งต้องการบำรุงผิวหน้า แต่กลัวว่าไปใช้สกินแคร์แบบอื่น ๆ แล้วจะยิ่งทำให้หน้ามัน เกิดสิวไปกันใหญ่ ก็แนะนำให้ลองใช้น้ำตบขวดสีเขียวตัวนี้ได้ แล้วจะมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวในด้านไหนบ้างนั้น ก็ตามมาเลยค่ะ

  • Sodium Hyaluronate : เป็นน้ำตบฮาดะลาโบะที่มีชนิดของกรดไฮยาลูโรนิกเพียงแค่ชนิดเดียว ก็ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้อยู่ แต่แค่แพ้สีอื่น ๆ แบบขาดลอยค่ะ
  • Dipotassium Glycyrrhizate : คือสารสกัดจากชะเอมเทศ จะมาช่วยให้ปลอบประโลมผิว ทำให้ผิวแข็งแรง และลดการอักเสบของผิวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติเป็น Whitening Agent ด้วยการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินด้วยค่ะ
  • Coix Lacryma-Jobi Ma-Yuen Seed Extract : คือสารสกัดจากลูกเดือย ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิวหลายชนิด จึงจะมาช่วยดูแลผิวในหลาย ๆ ด้าน ทั้งช่วยปกป้องผิวและทำให้ผิวแข็งแรง พร้อมทั้งช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้นด้วยค่ะ
  • Houttuynia Cordata Extract : คือสารสกัดจากต้นพลูคาว มีสรรพคุณในการยับยั้งแบคทีเรียตัวร้ายที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวบนผิวหน้า อีกทั้งยังช่วยควบคุมความมัน และกระชับรูขมขุมด้วย เป็นส่วนผสมตัวเด็ดในการต่อสู้กับสิวเลยค่ะ
  • Chamomilla Recutita (Matricaria) Flower Extract : คือสารสกัดจากคาร์โมมายล์ มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเกิดเชื้อแบคทีเรียบนผิวเช่นกัน และยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ลดอาการอักเสบ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วย ถือว่าเป็นส่วนผสมอีกตัวที่ดีต่อการจัดการกับสิวค่ะ

จากส่วนผสมหลัก ๆ ที่น่าสนใจทั้งหมด ก็จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ เสริมความแข็งแรงให้กับผิว พร้อมทั้งลดอาการอักเสบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น และที่สำคัญมีส่วนผสมที่ช่วยในการต่อสู้กับสิวถึง 2 ตัว และยังช่วยบำรุงผิวในด้านอื่น ๆ อีก แต่ถ้าเทียบกับน้ำตบฮาดะลาโบะขวดสีอื่น ๆ แล้ว ขวดสีเขียวจะบำรุงได้ไม่ดีเท่า จึงเป็นสีที่เหมาะสำหรับใช้กับผิวที่มีปัญหาเรื่องความมันกับสิวเท่านั้นจริง ๆ และมีขายกันแค่สูตรเดียว ไม่มีสูตรน้ำนมวางขายค่ะ

จุดเด่นของสูตรควบคุมความมัน และต่อกรกับสิวบนใบหน้า
ประสิทธิภาพรองเผยผิวขาวกระจ่างใส / เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว / ลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ
จำนวนส่วนผสมต่อสู้กับสิว 2 ตัว / ความชุ่มชื้น 2 ตัว / Whitening 1 ตัว / Anti-Aging 1 ตัว
ส่วนผสมหลักSodium Hyaluronate / Dipotassium Glycyrrhizate / Coix Lacryma-Jobi Ma-Yuen Seed Extract / Houttuynia Cordata Extract / Chamomilla Recutita (Matricaria) Flower Extract
ใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่เหมาะกับผิวที่มีสิวกับความมันเท่านั้น
ปราศจาก Paraben / Alcohol / น้ำหอม / /

ก็จบไปแล้วกับการรีวิว “น้ำตบ ฮาดะลาโบะ” ทั้ง 5 สี สนใจอยากจะซื้อสีไหนไปใช้บำรุงผิวกันบ้างคะ ซึ่งแต่ละสีเองก็มีจุดเด่นที่เน้นบำรุงผิวที่แตกต่างกัน ยังไงเวลาซื้อก็อย่าลืมคำนึงถึงจุดนี้ด้วย และเราคิดว่า ในอนาคตทาง Hada Labo เขาก็คงจะมีน้ำตบสูตรใหม่ออกมาเรื่อย ๆ แน่ ๆ ทางเราก็จะไม่พลาด และจะมาอัพเดท พร้อมรีวิวให้ได้ดูกันอย่างแน่นอน ยังไงวันนี้ก็ขอให้ได้น้ำตบฮาดะลาโบะที่ถูกใจ ใช้แล้วผิวหน้าดูเปล่งดูปังดูดีขึ้นกว่าเดิมด้วย ขอให้สวย ๆ หล่อ ๆ กันทุกคนเลยค่ะ