JERGENS สูตรไหนดี รวมมาแล้ว รีวิว 6 สูตร

รูปภาพปกบทความ JERGENS สูตรไหนดี รวมมาแล้ว รีวิว 6 สูตร

ไหน ๆ ใครเคยได้ยินชื่อโลชั่นยี่ห้อ “JERGENS” กันบ้างคะ? เป็นยี่ห้อที่น่าจะเรียกได้ว่า มีชื่อเสียงและคนไทยนิยมใช้กันมาก เพราะการบอกแบบปากต่อปากกันนั้นเอง เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่สนใจและอยากจะใช้โลชั่นยี่ห้อนี้เช่นกัน แต่จากที่ไปดู ๆ มา ก็พบว่า โลชั่น JERGENS มีวางขายกันหลากหลายสูตรมาก ๆ เราก็เลยงง ๆ ว่า จะใช้ JERGENS สูตรไหนดี? ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เราก็เลยไปหาซื้อมาเลย 6 สูตร เพื่อเอามาใช้บำรุงผิว และรีวิวอย่างจัดหนักจัดเต็มให้ได้ดูกัน แต่ละสูตรจะเป็นอย่างไร สีไหนจะเหมาะกับผิวแบบไหน ตามมาดูกันเลยค่ะ



มาทำความรู้จักกับโลชั่น “JERGENS” และวิธีการเลือกซื้อกันสักนิด

มาทำความรู้จักกับโลชั่น "JERGENS" และวิธีการเลือกซื้อกันสักนิด

JERGENS ไม่ได้เป็นยี่ห้อของคนไทยนะคะ เป็นยี่ห้อที่มาจากประเทศออสเตรเลีย และค่อนข้างมีความเก่าแก่พอสมควร เพราะก่อตั้งตั้งแต่ปี 1901 กันเลยทีเดียว แล้วยังได้รับความนิยมกับความไว้วางใจจากผู้ใช้ทั่วโลกมาอย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์กันได้เลยค่ะ มีความปลอดภัยสูงแน่นอน อีกทั้งผลิตภัณฑ์ของ ยี่ห้อนี้ ไม่ได้มีดีแค่โลชั่นทาผิวเท่านั้นนะคะ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมาก เช่น โลชั่นบำรุงผิวหลังจากอาบน้ำ, โลชั่นผิวสีแทน เป็นต้น แต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะเป็น โลชั่นทาผิวที่เราได้เอามารีวิวให้ดูกันวันนี้ค่ะ

ซึ่งการที่จะเลือกซื้อโลชั่นทาผิวของ JERGENS ถ้าเอาแบบง่าย ๆ ก็คงต้องเลือกซื้อตาม “สภาพผิว” ของเราเป็นหลัก เพราะแต่ละสูตรของโลชั่น ก็จะเหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน ถ้าใครที่มีผิวแบบแห้งมาก แห้งสุด ๆ ก็ควรจะเลือกซื้อสูตรโลชั่นทาผิวแบบที่บำรุงอย่างเข้มข้น หรือถ้าใครที่มีผิวค่อนข้างโอเคอยู่แล้ว เพียงแค่อยากบำรุงผิวเพิ่มเติมเฉย ๆ ยี่ห้อนี้ก็มีสูตรที่เหมาะกับความต้องการแบบนี้ด้วยเช่นกัน

อย่าลืมเลือกโลชั่น jergens จากสภาพผิวเป็นหลักเด้อ !
อย่าลืมเลือกโลชั่น jergens จากสภาพผิวเป็นหลักเด้อ !

และนอกจากเรื่องสภาพผิวแล้ว อาจจะคำนึงถึงเรื่อง “กลิ่น” กันสักนิด เพราะโลชั่น JERGENS เอง ก็มีหลายกลิ่นวางขายอยู่ เช่น แตงกวา, มะพร้าว, สับปะรด เป็นต้น เราก็อยากให้เลือกซื้อกลิ่นที่ชอบ เวลาใช้ทาจะได้ฟินกันแบบสุด ๆ ค่ะ

แต่ถ้าใครคิดว่า โลชั่นทาผิวของ JERGENS ยังไม่ตอบโจทย์ หรืออยากได้โลชั่นยี่ห้ออื่น ๆ ที่ช่วยให้ผิวขาวมากกว่าเรื่องของความชุ่มชื้น งั้นลองไปอ่านบทความ “โลชั่นผิวขาว” ด้านล่างกันไหมละคะ มีรีวิวแบบจัดหนักจัดเต็มให้อ่านด้วยเช่นกัน และรวมถึงมีครีมกันแดดทาตัวที่น่าสนใจ ที่ควรจะใช้เพื่อปกป้องผิวกันด้วยเน้อ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “JERGENS” สูตรไหนดี และส่วนผสมของแต่ละตัว

ตารางเปรียบเทียบรีวิว "ยาหยอดหมัด แมว" ยี่ห้อไหนดี

เผื่อใครที่ไม่มีเวลา แล้วอยากอ่านสรุปเลย หรืออยากดู Jergens แต่ละตัวมาเทียบกันแบบช็อตต่อช็อต ก็สามารถกดปุ่มเพื่อไปดูตารางเปรียบเทียบได้เลย สะดวก รวดเร็ว รวมรวบข้อมูลมาให้หมดแล้วค่ะ ส่วนถ้าใครอยากดูส่วนผสมก็รบกวนอีกปุ่มนะคะ



1. JERGENS DAILY MOISTURE

ราคาโดยประมาณ 80 / 190 / 270 บาท ต่อ 100 / 400 / 650 ml

สำหรับใครที่อยากเริ่มใช้โลชั่น JERGENS แต่ไม่รู้จะเริ่มจากสูตรไหนดี เราขอแนะนำให้เริ่มจาก DAILY MOISTURE สูตรสีฟ้าก่อนก็ได้ค่ะ ด้วยเหตุผลที่เหมือนกับชื่อสูตรเลย เป็นโลชั่นที่สามารถใช้ได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะตอนเช้า, ก่อนนอน หรือจะทาในระหว่างวันก็ตาม โดยโลชั่นจะมีส่วนผสมเด่น ๆ อย่าง HYDROLYZED SILK หรือโปรตีนไหม ที่จะช่วยดูดซึมน้ำเข้าสู่ผิวในระดับเซลล์ได้ดี จึงบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นได้ดียิ่งกว่ามอยส์เจอไรเซอร์ อีกทั้งโปรตีนไหมยังมีกรดอะมิโนในปริมาณมาก จึงช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น และเสริมด้วย สารสกัดจากมะนาว, สารสกัดจากน้ำสับปะรด, สารสกัดจากน้ำองุ่น และเทคโนโลยี HYDRALUCENCE ที่จะมาช่วยกันปรับสีผิวให้ดูขาวสว่างใสขึ้นด้วยค่ะ

ด้านเนื้อโลชั่นก็มีสีขาว ดูไม่เหนียวมาก แต่ยังคงรูปโลชั่นได้ดี ส่วนกลิ่นก็หอมแบบเบา ๆ และเหมือนได้กลิ่นสับปะรดนิด ๆ ด้วย พอลองเกลี่ย ๆ ดู ก็เกลี่ยง่ายทาง่ายดี แต่เหมือนโลชั่นซึมเข้าสู่ผิวยาก ทาเสร็จแล้วเหมือนผิวโดนโลชั่นเคลือบไว้อยู่ สำหรับเราไม่ได้รู้สึกว่าเหนียวเหนอะหนะเท่าไรนัก ยังรู้สึกสบาย ๆ แต่ถ้าเป็นคนผิวมันมาก ๆ ทาเสร็จแล้วอาจจะรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวได้ค่ะ และหลังจากที่ได้ใช้สักระยะหนึ่ง ก็รู้สึกว่า ผิวดูนุ่มและดูเรียบเนียนขึ้น ใช้แล้วป้องกันผิวแห้งกร้านได้ดีมาก ส่วนเรื่องความขาว เราไม่ค่อยเห็นผลเท่าไร เพราะผิวเราค่อนข้างขาวอยู่แล้ว แต่จากที่ได้ถามเพื่อน ๆ มา พวกเขาก็บอกว่า เหมือนจะขาวขึ้นอยู่ค่ะ

JERGENS DAILY MOISTURE

เนื้อโลชั่นสีขาว ดูเหลว ๆ มีกลิ่นหอม ๆ และได้กลิ่นสับปะรดด้วย

ส่วนประกอบหลักสารสกัดจากมะนาว / สารสกัดจากน้ำสับปะรด / สารสกัดจากน้ำองุ่น / Silk Proteins
เนื้อโลชั่นมีสีขาว ดูไม่เหนียวมาก แต่ยังคงรูปโลชั่นได้ดี
กลิ่นหอมแบบเบา ๆ และเหมือนได้กลิ่นสับปะรดนิด ๆ
ความสบายตัวขึ้นอยู่กับผิว ถ้าผิวแห้งจะสบายตัวดี แต่ถ้าผิวมันอาจจะรู้สึกไม่สบายตัว
คุณสมบัติหลักให้ความชุ่มชื้นสูงแก่ผิว และช่วยลดความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใส
เหมาะสำหรับผิวแห้ง

2. JERGENS ULTRA HEALING

ราคาโดยประมาณ 80 / 190 / 270 บาท ต่อ 100 / 400 / 650 ml

ตอนแรกเราว่าสูตร DAILY MOISTURE บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นได้ดีแล้ว แต่พอมาเจอกับสูตรสีส้ม ULTRA HEALING กลับทำได้ดียิ่งกว่า เพราะเป็นสูตรที่เน้นในเรื่องของ “ความชุ่มชื้น” เป็นหลักเลยค่ะ โดยมีส่วนผสมอย่าง วิตามิน C, E และ B5 ที่จะมาช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก พร้อมทั้งทำให้ผิวนุ่มเด้งและชุ่มชื้นแบบสุด ๆ จึงเป็นสูตรที่เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่มีผิวแห้งกร้านจนถึงผิวแห้งขั้นสูงสุด และยังเหมาะที่จะใช้กับบริเวณที่ผิวแห้งพิเศษอย่าง บริเวณส้นเท้า, ข้อศอก และหัวเข่าอีกด้วย นอกจากนี้ ยังเสริมเทคโนโลยี HYDRALUCENCE เหมือนกับสูตร DAILY MOISTURE ที่จะมาช่วยปรับสภาพสีผิวให้ดูขาวเรียบเนียนเช่นเดียวกันค่ะ

ส่วนเนื้อโลชั่นก็เหมือน ๆ กับสูตร DAILY MOISTURE แต่มีความเข้มข้นและความเหนียวที่มากกว่า พอทาโลชั่นลงบนผิวแล้ว ก็รู้สึกว่าผิวถูกเคลือบไปด้วยโลชั่นหนา ๆ พอลองจับ ๆ ผิวดู ก็รู้สึกถึงความมัน ๆ ลื่น ๆ ด้วย ด้านกลิ่นก็ไม่ค่อยหอมเท่าไร ได้กลิ่นเหมือนครีมยาแบบคลีน ๆ อ่อน ๆ และจากที่เราได้ลองใช้มาสักระยะ ก็รู้สึกว่าผิวแข็งแรงมากขึ้น นุ่มเด้งดี ไม่แห้งกร้านเลย สมกับเป็นสูตรที่เน้นความชุ่มชื้นจริง ๆ แต่ถ้าคนที่มีผิวกายแบบมัน ๆ คงไม่เหมาะอย่างแรง ขนาดเราที่มีผิวออกแห้ง ยังแอบรู้สึกตัวเหนอะ ๆ นิด ๆ เลยค่ะ และไม่เหมาะที่จะใช้กับสภาพอากาศร้อน ๆ ด้วย มีหวังได้โลชั่นเหนียว ๆ เหนอะ ๆ ตามตัวกันพอดี ยังไงถ้าจะใช้ ก็ระวังจุดนี้ด้วยนะคะ

JERGENS ULTRA HEALING

เนื้อครีมคล้าย DAILY MOISTURE แต่เข้มข้นมากกว่า

ส่วนประกอบหลักวิตามิน C / วิตามิน E / วิตามิน B5
เนื้อโลชั่นคล้าย ๆ DAILY MOISTURE แต่เหนียวและเข้มข้นกว่า
กลิ่นเหมือนครีมยาแบบคลีน ๆ อ่อน ๆ
ความสบายตัวรู้สึกเหนอะหนะตัวนิด ๆ ถ้าเป็นคนผิวมัน คงเหนียวตัวสุด ๆ
คุณสมบัติหลักให้ความชุ่มชื้นสูงมาก ช่วยลดความหยาบกร้าน และช่วยลดความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใส
เหมาะสำหรับผิวแห้ง แห้งมาก แห้งขั้นสุด หรือบริเวณส้นเท้า ข้อศอก และหัวเข่า

3. JERGENS AGE DEFYING

ราคาโดยประมาณ 80 / 190 / 270 บาท ต่อ 100 / 400 / 650 ml

สำหรับใครที่ผิวกายเริ่มสังเกตเห็นถึงริ้วรอย หรือกำลังย่างเข้าสู่อายุที่เพิ่มมากขึ้น แล้วกังวลเรื่องผิวมีสัญญาณแห่งวัย เราขอแนะนำให้ใช้ JERGENS AGE DEFYING สูตรสีแดงตัวนี้เลยค่ะ เนื่องจากเป็นสูตรที่เน้นในเรื่องของการต่อต้านและชะลอการเกิดริ้วรอยเป็นพิเศษ เพราะมีส่วนผสมหลัก ๆ อย่าง วิตามิน A ซึ่งเป็นส่วนผสมยอดฮิตในกลุ่มสกินแคร์ Anti-Aging ที่จะมาช่วยยับยั้งการเกิดริ้วรอยและกระตุ้นการสร้างของคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง อีกทั้งยังมีวิตามิน C ที่จะช่วยปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำให้ขาวกระจ่างใสมากขึ้น และที่ขาดไม่ได้ด้วยวิตามิน E ที่จะมาช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ให้ผิวดูอิ่มน้ำ ไม่ดูแห้งกร้านด้วยค่ะ

เนื้อโลชั่นของ JERGENS AGE DEFYING ก็แอบเหมือน ๆ กับโลชั่น JERGENS สูตรอื่น ๆ ที่มีสีขาวและดูเหลว ๆ เช่นกัน แต่กลิ่นแอบแรงกว่า โดยมีกลิ่นคล้าย ๆ พวกสเปรย์ฉีดใส่เส้นผม แค่กลิ่นไม่แรงเท่า เราคิดว่า ถ้าคนชอบก็คงชอบไปเลย แต่ถ้าไม่ชอบก็จะแอบฉุนไปเลยเช่นกันค่ะ พอเอาไปทา ๆ ผิวแล้ว ผิวก็ถูกเคลือบด้วยโลชั่นเช่นเดียวกันกับสูตรอื่น ๆ แต่อาจจะไม่รู้สึกมัน ๆ เท่าสูตรสีส้ม ส่วนเรื่องผลลัพธ์การช่วยต่อต้านริ้วรอย เราไม่ค่อยเห็นผลเท่าไร เพราะยังอายุไม่มากค่ะ แต่จากที่เอาไปให้คุณแม่ใช้ดู คุณแม่ก็บอกว่า เรื่องความชุ่มชื่นทำได้ดี ใช้แล้วผิวไม่แห้งเลย นุ่มดีด้วย ส่วนริ้วรอยคุณแม่ก็หวังว่ามันจะไม่โผล่มาค่ะ

JERGENS AGE DEFYING

เนื้อโลชั่นเหมือน ๆ กัน แต่กลิ่นแอบแรง คล้ายกลิ่นสเปรย์ฉีดใส่เส้นผม

ส่วนประกอบหลักวิตามิน A / วิตามิน C / วิตามิน E
เนื้อโลชั่นคล้าย ๆ สูตรสีฟ้าและสีส้ม แต่เนื้อจะเข้มข้นน้อยกว่าสูตรสีส้ม
กลิ่นคล้ายกลิ่นสเปรย์ฉีดใส่เส้นผม
ความสบายตัวรู้สึกเหนอะหนะตัวนิด ๆ แต่ไม่เท่าสูตรสีส้ม
คุณสมบัติหลักให้ความชุ่มชื้นสูงมาก ช่วยลดและต่อต้านริ้วรอย และเผยผิวกระจ่างใส
เหมาะสำหรับผิวที่เริ่มส่งสัญญาณแห่งวัย


4. JERGENS OVERNIGHT REPAIR

ราคาโดยประมาณ 80 / 190 / 270 บาท ต่อ 100 / 400 / 650 ml

JERGENS OVERNIGHT REPAIR สูตรสีม่วง แค่ชื่อก็บ่งบอกว่า เป็นสูตรที่ใช้สำหรับบำรุงและฟื้นฟูผิวในตอนกลางคืนขณะที่เราหลับนั้นเองค่ะ โดยถ้าสังเกตจากส่วนประกอบที่ปุ่มด้านบนแล้ว จะเห็นว่าเป็นสูตรที่มีส่วนประกอบเยอะมาก ๆ มากกว่าหลาย ๆ สูตรอย่างเห็นได้ชัด โดยจะมีตัวชูโรงอย่าง สารสกัด Evening Primrose ซึ่งเต็มไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 6 ที่จะมาช่วยลดการสูญเสียน้ำใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้พอตื่นมาแล้วผิวดูอิ่มน้ำแบบสุด ๆ และสารสกัด Black Currant ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงช่วยลดการอักเสบของผิวได้ดี เพิ่มเติมด้วยสารสกัด Acerola ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน C เข้มข้น ที่จะมาช่วยปรับสีผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอ และลดความหมองคล้ำของผิวด้วยค่ะ

เนื้อโลชั่นก็แอบเดิม ๆ เหมือน ๆ กับสูตรอื่น ๆ แต่ตัวนี้จะมีความข้นเหนียวที่มากกว่า พอ ๆ กับสูตรสีส้มเลยค่ะ ด้านกลิ่นก็หอม ๆ เหมือนกลิ่นแป้งเด็กผสมกับดอกไม้ ไม่หอมแรงจนเกินไป สบายจมูกอยู่ และจากที่ได้ลองเอาไปใช้ทาผิวแล้ว ตัวโลชั่นก็เหนียว ๆ หนืด ๆ และก็เคลือบผิวอย่างหนาด้วย ถ้าใช้ในสภาพอากาศร้อน ๆ คงไม่เหมาะอย่างแรง ได้เหนียวตัวเหนอะหนะกันพอดี จึงเป็นสูตรที่ควรใช้เฉพาะเวลากลางคืนหรือก่อนนอนจริง ๆ ค่ะ ส่วนเรื่องความชุ่มชื้นก็หายห่วง ผิวมีสภาพที่ดูดีขึ้นหลังจากตื่นนอนเลย และทาง JERGENS ยังแนะนำด้วยว่า เพื่อผิวชุ่มชื้นตลอดวัน ควรใช้คู่กับสูตรสีส้มในตอนกลางวันด้วย แต่ระวังเรื่องผิวเหนอะหนะด้วยนะคะ เตือนแล้วน้า

JERGENS OVERNIGHT REPAIR

โลชั่นค่อนข้างเหนียวข้นกว่าสูตรอื่น ๆ มีกลิ่นหอมคล้ายแป้งเด็กผสมกับดอกไม้

ส่วนประกอบหลักสารสกัด Evening Primrose / สารสกัด Black Currant / สารสกัด Acerola
เนื้อโลชั่นเดิม ๆ แต่มีความเข้มข้นสูง
กลิ่นคล้ายแป้งเด็กผสมดอกไม้ หอมแบบเบา ๆ
ความสบายตัวเหนอะหนะตัวค่อนข้างมาก
คุณสมบัติหลักให้ความชุ่มชื้นสูงมาก ฟื้นฟูซ่อมแซมผิวขณะหลับ เผยผิวกระจ่างใสด้วย
เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง ผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะอย่างหนักในช่วงกลางวัน

5. JERGENS SOOTHING ALOE

ราคาโดยประมาณ 80 / 190 / 270 บาท ต่อ 100 / 400 / 650 ml

ลองมาดูสูตรสีเขียวอย่าง SOOTHING ALOE กันบ้าง โดยยังคงเป็นสูตรที่เน้นความ “ชุ่มชื่น” อยู่เช่นกัน แต่จะให้ความชุ่มชื่นที่น้อยกว่าสูตรอื่น ๆ มีเนื้อที่บางเบามากกว่า และก็ยังซึมเข้าสู่ผิวได้ไวกว่าด้วยค่ะ จึงเหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ผิวไม่แห้งมากหรือมีผิวธรรมดาแล้วอยากทาโลชั่นบำรุงผิว ที่ต้องการความรู้สึกที่สบายเนื้อสบายตัว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ชอบถูกเคลือบผิวด้วยโลชั่นหนา ๆ หรือเอาไว้ทาตอนเช้า ๆ ก่อนออกจากบ้านก็ดีเหมือนกัน แต่ถ้ามีผิวแห้งเสียมาก ๆ ยังไงก็ใช้สูตรอื่นจะดีกว่านะคะ

โดยจะมีส่วนผสมหลัก ๆ อย่าง Cucumber Extract หรือสารสกัดจากแตงกวาที่ให้ความชุ่มชื่นสูง อีกทั้งยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่แห้งเสียหรือหมองคล้ำให้หลุดลอกออกได้เร็วขึ้น จึงเผยให้ผิวดูขาวกระจ่างใส แต่เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเทคโนโลยี HYDRALUCENCE เทคโนโลยีเฉพาะของ JERGENS ที่จะมาช่วยปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำ เผยให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้นเช่นกัน ถ้าใครเน้นเรื่องความขาวใสเป็นพิเศษ สูตรสีเขียวน่าจะตอบโจทย์ที่สุดเลยค่ะ อีกทั้งยังมี Aloe Vera หรือสารสกัดจากว่านหางจระเข้ ที่จะมาช่วยเพิ่มเติมความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ให้ผิวดูนุ่มเด้ง ไม่แห้งกร้านด้วย ถ้าไม่เคยใช้มาก่อน ก็อยากให้ลองใช้ดูค่ะ

JERGENS SOOTHING ALOE

โลชั่นสีขาวผสมสีเขียวอ่อน ได้กลิ่นแตงกวาแบบหอม ๆ

ส่วนประกอบหลักCucumber Extract / Aloe Vera
เนื้อโลชั่นเนื้อบางกว่าสูตรอื่น ๆ มีสีเขียวอ่อน ๆ ผสมอยู่
กลิ่นกลิ่นหอม ๆ ผสมกลิ่นแตงกวา
ความสบายตัวสบายตัวดี เหนอะหนะน้อยกว่าสูตรอื่น ๆ
คุณสมบัติหลักให้ความชุ่มชื้นสูง เผยผิวกระจ่างใส
เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง

6. JERGENS HYDRATING COCONUT

ราคาโดยประมาณ 80 / 190 / 270 บาท ต่อ 100 / 400 / 650 ml

ถ้าใครชอบโลชั่นกลิ่นมะพร้าว ๆ แล้วละก็ เราขอแนะนำให้ลองใช้โลชั่นสูตรใหม่ของ JERGENS อย่าง HYDRATING COCONUT กันเลยค่ะ โดยส่วนผสมเด่น ๆ ก็จะมาจากมะพร้าวทั้งนั้นอย่าง Coconut Oil และ Ultra‐hydrating Coconut Water ที่ทั้งสองอุดมไปด้วยวิตามิน E แบบสุด ๆ และจะมาช่วยกันบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นได้ยาวนานตลอดทั้งวัน ให้ผิวดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน นุ่มนวล และน่าสัมผัส อีกทั้งยังเผยผิวขาวดูกระจ่างใสด้วยเทคโนโลยี HYDRALUCENCE เหมือนกับหลาย ๆ สูตรด้วยค่ะ

แค่เราบีบเนื้อโลชั่นออกมา ก็ได้กลิ่นหอม ๆ ของมะพร้าวลอยฟรุ้งกระจายกันเลยทีเดียว และยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายแบบหวาน ๆ อีกด้วย ส่วนเนื้อโลชั่นก็มีสีขาวคล้าย ๆ กับหลาย ๆ สูตร แต่มีความเข้มข้นสูง ส่วนการเกลี่ยก็ง่ายทาง่ายอยู่ แต่ทาแล้วผิวจะถูกเคลือบ ๆ ตามสไตล์ของ JERGENS แต่สูตรนี้ยังไม่รู้สึกเหนียว ๆ หนะ ๆ เท่าสูตรสีส้มกับสีม่วงนะคะ สำหรับเราไม่ค่อยชอบกลิ่นมะพร้าวเท่าไร เลยไม่ค่อยถูกใจกับสูตรนี้ แต่คุณแม่ชอบมาก เอาไปใช้ทาทั้งวันเลย คุณแม่บอกว่า ผิวหอมเหมือนขนมมะพร้าวดี และผิวก็ดูชุ่มชื่นดีด้วย ถูกใจสำหรับคุณแม่เราเลยค่ะ

JERGENS HYDRATING COCONUT

โลชั่นสีขาวอ่อน ได้กลิ่นมะพร้าวแบบหอม ๆ เหมือนขนม

ส่วนประกอบหลักCoconut Oil / Ultra‐hydrating Coconut Water
เนื้อโลชั่นเนื้อโลชั่นเหมือน ๆ กับหลาย ๆ สูตร มีความเข้มข้นสูง แต่ไม่เท่ามีส้มกับสีม่วง
กลิ่นกลิ่นหอม ๆ ของมะพร้าวเด่นชัดมาก
ความสบายตัวค่อนข้างสบายตัว ไม่เหนอะหนะมาก แต่ยังรู้สึกหนะกว่าสีเขียว
คุณสมบัติหลักให้ความชุ่มชื้นสูงมาก เผยผิวกระจ่างใส
เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ ได้เห็นรีวิวแบบจัดหนักจัดเต็มของโลชั่น “JERGENS” สูตรไหนดี กันไปแล้ว สนใจอยากจะซื้อสูตรไหน สีไหนไปใช้กันบ้าง? แต่ละสูตรเองก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป และเหมาะสมกับสภาพผิวที่แตกต่างกันด้วย บางสูตรก็มีเนื้อโลชั่นเข้มข้นมาก บางสูตรก็เนื้อบางเบากว่า แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะใช้สูตรไหนทาผิว ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทาโลชั่นบำรุงผิวเลยนะคะ เพราะฉะนั้นแนะนำให้ทานะ ผิวจะได้ไม่แห้งเสีย ดูแก่ก่อนวัยด้วย ยังไงก็ขอให้เลือกซื้อโลชั่น JERGENS สูตรที่ต้องการ และใช้แล้วตอบโจทย์กับสภาพผิวด้วยนะคะ ถ้าใช้แล้วดียังไง ก็มาบอก ๆ กันด้วย คนอื่น ๆ จะได้ไปหาสูตรนั้น ๆ มาลองใช้กันค่ะ



เราใช้คุกกี้เพื่อนับผู้เข้าชมและพัฒนาเว็บไซต์ อ่านรายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    สำหรับวิเคราะห์สถิติของผู้ชมเว็บไซต์ เพื่อช่วยตัดสินใจ การปรับปรุงบทความ - ข้อมูลแหล่งที่มาของผู้ใช้งาน เช่น. ผู้ใช้เข้าสู่เว็บไซต์ Plus Around จาก Google Search หรือ Social Network - ข้อมูลพฤติกรรม เช่น. ระยะเวลา, เวลา, หน้า landing page และการติดตามกิจกรรมอื่น ๆ - ข้อมูลเนื้อหา เช่น. ผู้ใช้อ่านบทความเครื่องซักผ้าฝาหน้า ยี่ห้อไหนดี - ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น. ผู้ใช้แบ่งปันบทความบนเครือข่ายโซเชียล - ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ Google Analtics สามารถดูในระดับภาพรวม แต่ไม่สามารถเจาะจงเป็นรายบุคคลได้ เช่น. เพศ , อายุ , สถานที่ตั้ง - การทดสอบ A/B test สำหรับการปรับปรุงเว็บไซต์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    การโฆษณาตามความสนใจ - แสดงโฆษณาที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้งาน โดยอ้างอิงตามกิจกรรมของผู้ใช้ บนเว็บไซต์ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ ผู้ใช้งานสนใจ ในเชิงพาณิชย์ - อนุญาตให้ผู้เผยแพร่โฆษณา นำเสนอโฆษณาต่างๆ แก่ผู้ใช้งาน และยังให้ผู้เผยแพร่โฆษณา สามารถประมูลค่าของโฆษณา เพื่อเสนอราคาที่เหมาะสม ก่อนที่จะนำโฆษณาเสนอแก่ผู้ใช้งาน - การกำหนดความถี่สูงสุดในการมองเห็นโฆษณา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเห็นโฆษณาเดียวกันหลายครั้งเกินไป - รวบรวมข้อมูลบราวเซอร์และอุปกรณ์: ประเภทและรุ่นของอุปกรณ์, ผู้ผลิต, ประเภทระบบปฏิบัติการ และรุ่น (เช่น iOS หรือ Android) ประเภท และรุ่นของเว็บบราวเซอร์ (เช่น Chrome หรือ Safari), user-agent, ชื่อผู้ให้บริการ, เขตเวลา ประเภทการเชื่อมต่อเครือข่าย (เช่น Wi-Fi หรือ เซลลูลาร์), ที่อยู่ IP, ตำแหน่งทั่วไปที่อนุมานจากที่อยู่ IP หรือ บราวเซอร์ หรือ เว็บแคช)

บันทึกการตั้งค่า