+ “Smart Watch รุ่นไหนดี ราคาถูก” 2021 มีรีวิว 10 รุ่น +

Smart Watch รุ่นไหนดี ราคาถูก 2021 มีรีวิว 10 รุ่น

เดี๋ยวนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่คนใช้สมาร์ทวอทช์กันทั้งนั้นนะครับ เพราะด้วยดีไซน์ใหม่ ๆ ที่สวยน่าใช้งาน รวมถึงฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การแจ้งเตือนต่าง ๆ รวมถึงพวกโหมดสุขภาพและการออกกำลังกาย เช่น วัดการเต้นหัวใจ วัดออกซิเจน วัดการนอน และอื่น ๆ อีกเพียบ ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจอยากจะหาซื้อ Smart Watch มาใช้กันสักรุ่น

แต่จะซื้อ Smart Watch รุ่นไหนดีละ? เพราะมีหลายยี่ห้อ และหลายช่วงราคาเหลือเกิน ยิ่งพวกรุ่น Top ๆ ก็มีราคาหลักหลายพัน ไปจนถึงหลายหมื่นเลยทีเดียว บางคนก็อาจจะไม่ไหว แพงเกินไป งบไม่ถึง แต่เราก็สามารถไปเลือกซื้อพวก “Smart Watch ราคาถูก” ได้นะครับ พวกราคาไม่เกิน 1,000 บาท 2,000 บาท ไปจนถึงประมาณ 5,000 บาท ความสามารถและคุณสมบัติอาจจะสู้พวกรุ่น Top ๆ ไม่ได้ แต่ก็ทำได้ดี มีคุณภาพตามช่วงราคาอยู่เน้อ แล้วจะซื้อ Smart Watch ราคาถูก รุ่นไหนดีล่ะ? ลองมาค้นหาคำตอบในรีวิวนี้กันครับ



วิธีการเลือก Smart Watch ราคาถูก

วิธีการเลือก Smart Watch ราคาถูก

วิธีการเลือก Smart Watch ที่สำคัญที่สุดคือ การสำรวจความต้องการของตนเอง ถ้าแค่ใส่เพื่อให้แจ้งเตือน นับก้าวเดิน วัดหัวใจ วัดการนอน จะเลือกสมาร์ทวอทช์รุ่นไหนก็ได้ สามารถเลือกดูตามงบประมาณ กับดีไซน์และความสวยได้เลย แต่ถ้าหากมีความต้องการอย่างอื่นเพิ่มเติมอีก อาจจะต้องมาสำรวจความต้องการเพิ่มเติมกันสักนิดนะครับ

สายออกกำลังกาย ถ้าคุณเป็นผู้ที่ชอบวิ่งตามสวนสาธารณะ ลองดูรุ่นที่มี GPS ก็สะดวกดี ช่วยให้ไม่ต้องพกมือถือเวลาไปวิ่งด้วย ก็ช่วยให้สามารถบันทึกกิจกรรมการวิ่ง หรือออกกำลังกายแบบอื่น ๆ ได้ครบถ้วน ส่วนใครที่เล่นกีฬาหลายประเภท ลองดูจำนวนโหมดกีฬาด้วยก็ดีครับ บางรุ่นมีสูงถึง 96 โหมดเลยทีเดียว จะเยอะอะไรปานนั้น ครอบคลุมทุกกิจกรรมแน่นอน ส่วนใครที่อยากใส่ว่ายน้ำด้วย ลองดูรุ่นที่มีมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM ถึงจะเหมาะสำหรับการว่ายน้ำนะ ถ้าต่ำกว่านี้จะแนะนำแค่ใส่ล้างมือเท่านั้นเน้อ ดูมาตรฐานการกันน้ำเพิ่มเติมได้ที่นี่

สายสุขภาพ-ผู้สูงอายุ ก็ลองดูรุ่นที่มาพร้อมกับฟีเจอร์สุขภาพทั้งหลาย วัดความเครียด เตือนให้ดื่มน้ำ เตือนให้ลุกขึ้นยืน และอื่น ๆ แต่มีฟีเจอร์หนึ่งที่อยากแนะให้ดูคือ ความสามารถในการวัดออกซิเจน (SpO2) เพราะสามารถช่วยให้ตรวจสุขภาพของปอดได้ ก็ช่างเหมาะกับยุคโควิดจริง ๆ และอีกหลายโรคที่เกี่ยวข้องกับปอดด้วย เผื่อจะเป็นอีกสัญญาณว่า เราควรพบคุณหมอแล้วครับ

สายเทคโนโลยี ใครที่อยากได้ Smart Watch ที่ฉลาดแบบจริงจัง ลง App เพิ่มเติมได้ อาจจะต้องลองดูนาฬิกาที่โปรแกรมระบบปฏิบัติการเป็น Wear OS (By Google) นะครับ บางรุ่นก็สามารถคุยโทรศัพท์ผ่านตัวนาฬิกาได้เลย ก็สะดวกกว่าพวกนาฬิกาที่ทำไม่ได้ แต่ข้อเสียของนาฬิกาแบบนี้คือ แบตหมดไวมากเพราะใช้พลังงานมาก อาจจะอยู่ได้แค่ 1-2 วันเท่านั้นเอง ก่อนซื้อก็ลองชั่งใจดูว่า อยากได้ฟังก์ชั่นเหล่านี้เพิ่มเติมไหมหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ไปเน้นพวกรุ่นที่ใช้งานได้นาน ๆ ดีกว่าครับ

นอกจากนี้อย่าลืมดูสเปคอื่น ๆ เช่น น้ำหนัก (โดยเฉพาะสำหรับคุณผู้หญิง ยิ่งพวกหน้าปัดใหญ่ ๆ ก็จะยิ่งหนัก อาจจะทำให้ปวดข้อมือได้) ระบบมือถือที่รองรับ ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ มีเมนูภาษาไทย หรือการแจ้งเตือนที่เป็นภาษาไทยด้วย เพราะบางเรือนไม่สามารถแจ้งเตือนภาษาไทยได้ ก็ถ้าใครไม่ถนัดภาษาอังกฤษ หรือชอบภาษาไทย ก็คงต้องเลือกนาฬิกาที่รองรับภาษาไทยด้วยนะครับ ก่อนซื้อ Smart Watch ก็ดูดี ๆ กันด้วยเน้อ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “Smart Watch รุ่นไหนดี ราคาถูก”

อยากดูข้อมูลของสินค้าแต่ละยี่ห้อแบบสรุป ๆ อ่านง่าย วางเรียงเปรียบเทียบสเปค แบตเตอรี่, โหมดกีฬา, ความสามารถในการกันน้ำ, วัดออกซิเจน, แสดงผลเป็นภาษาไทย, ราคา และอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แนะนำให้กดเข้าไปที่ปุ่มสีแดงด้านล่างได้เลยครับ



1. Smart Watch ราคาถูก ยี่ห้อ Xiaomi Mi band 6

นาฬิกา Smart Watch Xiaomi ที่ไม่ว่าจะออกมากี่รุ่น ก็จะเป็น Smart Watch ราคาถูกยอดฮิตประจำปีนั้น ๆ ซึ่งปีนี้เข้าสู่ปีที่ 6 ทาง Xiaomi จึงออก Mi band 6 มาให้พวกเราได้ใช้กันครับ โดยสมาร์ทวอทช์ Mi band 6 ได้พัฒนามาอีกขั้นจาก Mi band 5 ด้วยหน้าปัดจอ AMOLED ที่ขนาดใหญ่กว่าเดิม 1.56 นิ้ว พร้อมด้วยความละเอียด 152 x 486 พิกเซล ทำให้ได้ภาพและสีที่คมชัด น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวหน้าปัดก็สามารถเข้าไปตั้งค่าหรือเลือกธีมที่เราชอบได้ อีกทั้งยังมีเซนเซอร์ตัวใหม่ที่สามารถวัดค่าระดับออกซิเจนในเลือด รวมถึงมีฟังก์ชั่นสำหรับการออกกำลังที่ครบครันกว่า 30 ประเภท ทำให้เราสามารถคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจและแคลอรี่ที่ใช้ในกิจกรรมนั้น ๆ ได้ นอกจากนี้ การวัดการออกกำลังกายพื้นฐานอย่างการ เดิน, วิ่ง, ปั่น นั้นทำได้ง่ายมาก

ส่วนทางด้านการเชื่อมต่อก็ง่ายแสนง่ายด้วยระบบ Bluetooth 5.0 และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ แอปพลิเคชั่น Mi fit ที่จะช่วยให้นาฬิกาสามารถใช้งานได้หลากหลายฟีเจอร์ และยังสามารถตั้งค่าสุขภาพต่าง ๆ ได้อีกด้วย แต่ตัวสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อต้องเป็น Android 5.0 และ iOS 10 ขึ้นไปนะครับ ก็อย่าลืมอัพเดทเวอร์ชั่นมือถือกันด้วยเน้อ

Smart Watch Xiaomi Mi band 6

และเรื่องแบตเตอรี่ก็ถือว่าเป็นจุดเด่นของ Smart Watch Mi Band 6 ตัวนี้เลย เพราะสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 14 วันในโหมดทั่วไป และ 19 วันในโหมดประหยัดพลังงาน! นาน ๆ ชาร์จแบตทีก็ยังได้ และที่พิเศษกว่ารุ่นเก่า ๆ ก็ตรงที่ มีระบบ Magnetic Charging ที่จะทำการดูดตัวนาฬิกาให้ติดกับที่ชาร์จโดยไม่ต้องถอดสายออก ถือว่าสะดวกขึ้นมาก ๆ ไม่เหมือนรุ่นก่อน ๆ ที่กว่าจะชาร์จได้ทีมีแอบหงุดหงิดเหมือนกัน ก็ถ้าใครที่กำลังมองหาสายรัดข้อมือหรือสมาร์ทวอทช์ไซส์เล็กอยู่ ต้องขอแนะนำตัวนี้เลยครับ

หน้าจอ – ขนาดAMOLED 1.56 นิ้ว 152×486 พิกเซล
น้ำหนัก12.8 กรัม
ระบบที่รองรับAndroid และ iOS
แบตเตอรี่14 วัน
GPS
โหมดกีฬา30 โหมด
มาตรฐานกันน้ำ5ATM
Wear OS
วัดออกซิเจน(SpO2)
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยแจ้งเตือนไทย

2. Smart Watch ยี่ห้อ Huawei Watch Fit ราคาไม่เกิน 3,000 บาท

Huawei Watch Fit นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ราคาถูกจากแบรนด์เจ้าใหญ่อย่าง Huawei ที่มาพร้อมกับหน้าจอโค้งรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 1.64 นิ้ว กับความละเอียดระดับ HD 280×456 พิกเซล ที่ช่วยให้ภาพคมชัดมาก และยังน้ำหนักเบา ใส่สบาย มีสีให้เลือกที่หลากหลาย รวมถึงสามารถตั้งค่าหน้าปัดได้ตามใจชอบ และยังมีฟีเจอร์ always on display ที่ทำให้หน้าจอสว่างตลอดเวลาอีกด้วย (แต่ก็แลกมากับการที่ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานเยอะขึ้น) ส่วนด้านข้างของตัวนาฬิกาจะมีปุ่มโฮมและปุ่มเปิดปิดอยู่ ก็ช่วยให้ความสะดวกเวลาใช้งานได้เป็นอย่างดีครับ

ส่วนตัวแบตเตอรี่เอง ก็สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน การชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง จะใช้งานได้นานถึง 10 วัน ไม่เหมือนบางยี่ห้อที่ต้องคอยถอดนาฬิกามาชาร์จบ่อย ๆ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีระบบชาร์จเร็วที่ใช้เวลาชาร์จแบตเพียง 20 นาที ก็สามารถชาร์จได้ถึง 80% ช่วยให้การใช้งานได้อย่างต่อเนื่องราบรื่น และทางด้านฟีเจอร์เอง ก็ใช้งานได้หลากหลายมาก ทั้งสามารถนับก้าว, วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ติดตามการนอน, วัดค่าออกซิเจนในเลือด, โหมดออกกำลังกายต่างๆ, การวัดพยากรณ์อากาศ และยังสามารถเปิดปิดเพลงในมือถือ จากตัวนาฬิกาได้อีกด้วย

Smart Watch Huawei Watch Fit

นอกจากนี้ ตัว Smart Watch Huawei Watch Fit ก็มีการรองรับภาษาไทย ทำให้ใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชั่น Huawei health ที่จะช่วยให้ใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ของนาฬิกาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็คือ โหมดออกกำลังกาย ที่เมื่อเราเปิดโหมดออกกำลังกายแล้ว ตัวนาฬิกาจะแสดงผลอนิเมชั่นของการออกกำลังกายที่ตัวหน้าปัด เสมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวมาช่วยนำเราออกกำลังกายกันเลยทีเดียว และด้วยการกันน้ำที่ระดับ 50 เมตร ก็ทำให้เราสามารถใส่ว่ายน้ำกับดำน้ำลึกกันได้ ก็ไม่ต้องกังวลว่าตัวนาฬิกาจะพัง จึงเป็น Smart Watch ราคาถูก ที่เหมาะกับเพื่อน ๆ สายลุยและออกกำลังกายมาก ๆ ครับ

หน้าจอ – ขนาดAMOLED ขนาด 1.64 นิ้ว 280×456 พิกเซล
น้ำหนัก21 กรัม
ระบบที่รองรับAndroid 5.0 Up , iOS 9.0 Up
แบตเตอรี่10 วัน
GPS
โหมดกีฬา96 โหมด
มาตรฐานกันน้ำ5ATM
Wear OS
วัดออกซิเจน(SpO2)
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยเมนูไทย

3. Smart Watch ราคาไม่เกิน 2000 บาท ยี่ห้อ Huawei Band 6 (SpO2)

Huawei Band 6 Smart Watch ราคาถูกรุ่นใหม่ล่าสุดของทาง Huawei ที่เพิ่งออกกันมาสด ๆ ร้อน ๆ ด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่นก็คือ การวัดค่า SpO2 หรือการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด โดยตัวนาฬิกาจะสามารถวัด SpO2 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง! และค่าที่วัดได้ ถ้าหากมีปริมาณที่ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ก็จะหมายความว่า ร่างกายมีความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง สมองและหัวใจอาจได้รับความเสียหาย ตัวนาฬิกาก็จะทำการสั่นเตือนให้เราหยุดทำกิจกรรมนั้น ๆ เพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ จึงช่วยให้การใช้ชีวิตมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่า ฟีเจอร์อื่น ๆ ก็มีมาอย่างครบครันเหมือนสมาร์ทวอทช์ทั่ว ๆ ไป ทั้งการนับก้าว, การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การวัดความเครียด, การวัดการนอนหลับ, หรือแม้กระทั่งโหมดออกกำลังกายที่มีตัวเลือกให้ใช้งานได้อย่างหลากหลายครับ

ตัวนาฬิกาก็เป็นแบบสายรัดข้อมือ ที่มีหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีสันสวยงาม สามารถทัชสกรีนได้ และยังมีปุ่มกดด้านข้างเพื่อเปิดเมนูหลักหรือเปิดปิดตัวเครื่อง รวมถึงหน้าจอแสดงผลเอง ก็รองรับภาษาไทย จึงช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ตัวเครื่องก็สามารถป้องกันน้ำในระดับ 5ATM ซึ่งสามารถใส่ว่ายน้ำ กันเหงื่อ กันลม กันฝน ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ต้องคอยถอด หรือคอยระวังตัวนาฬิกากันมากนัก

Smart Watch ราคาไม่เกิน 2000 บาท Huawei Band 6 (SpO2)

ส่วนการใช้งานแบตเตอรี่ก็ยาวนาน โดยการชาร์จเต็มที่หนึ่งครั้ง จะสามารถใช้งานได้นานถึง 14 วัน อีกทั้งการชาร์จแบตเพียงแค่ 5 นาที จะทำให้ใช้งานได้ถึง 2 วันอีกด้วย ก็ด้านแบตเตอรี่ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ๆ ส่วนด้านการเชื่อมต่อก็ง่าย ใช้แค่ bluetooth เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้วใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น ก็จะทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อเสียอย่างนึงของนาฬิกา Huawei Band 6 ก็คือ จะไม่สามารถเปลี่ยนเพลงผ่านทางหน้าจอนาฬิกาได้ในระบบ IOS จะต้องไปเปลี่ยนเพลงในไอโฟนแทน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่มากนัก เพราะฟีเจอร์อื่น ๆ ยังสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ

หน้าจอ – ขนาดAMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว
น้ำหนัก18 กรัม
ระบบที่รองรับAndroid 6.0 Up, iOS 9.1 Up
แบตเตอรี่14 วัน
GPS
โหมดกีฬา96 โหมด
มาตรฐานกันน้ำ5ATM
Wear OS
วัดออกซิเจน(SpO2)
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยเมนูไทย


4. สมาร์ทวอทช์ ราคาไม่เกิน 2000 บาท ยี่ห้อ Realme Watch

ถ้ากำลังมองหาสมาร์ทวอทช์ ราคาไม่เกิน 2000 บาท ดีไซน์สวยทันสมัยแล้วละก็ ขอแนะนำ Realme Watch เลยครับ ด้วยตัวหน้าจอเป็นแบบทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1.4 นิ้ว ทำให้ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป ขนาดกำลังพอดี ๆ กับข้อมือ และตัวหน้าจอเอง ก็สามารถทัชสกรีนได้ พร้อมด้วยปุ่มกดปุ่มเดียวที่ด้านข้างตัวเรือนไว้ใช้สำหรับกลับหน้าจอเมนู จึงใช้งานได้ง่ายดี ไม่ต้องสับสนเหมือนยี่ห้ออื่น ๆ ที่มีหลาย ๆ ปุ่มครับ

แล้วทางด้านการเชื่อมต่อ ผมก็รู้สึกว่า เชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชั่น Realme Link ได้อย่างรวดเร็วกับค่อนข้างเสถียรเลยทีเดียว และตัวแอปพลิเคชั่นเอง ก็รองรับภาษาไทยทำให้ใช้งานง่าย อีกทั้งข้อดีของการเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นก็คือ สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าทุกอย่างผ่านทางโทรศัพท์ได้เลย เช่น เปลี่ยนหน้าจอแสดงผลของนาฬิกา, ฟีเจอร์ที่ใช้, คีย์ลัดต่าง ๆ เป็นต้น และการเปิดการแจ้งเตือนแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ผ่านทางนาฬิกาเอง ก็ทำให้เราไม่ต้องคอยเช็คการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เลย ซึ่ง Smart Watch บางตัวจะไม่สามารถทำได้ครับ

สมาร์ทวอทช์ ราคาไม่เกิน 2000 บาท ยี่ห้อ Realme Watch

และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ผมชอบมาก ๆ คือ การเตือนให้เราดื่มน้ำ โดยเราสามารถตั้งได้ว่า จะให้เตือนดื่มน้ำทุก ๆ กี่นาที กับอีกฟีเจอร์ก็คือ การเตือนให้เราลุกขึ้นขยับร่างกาย เมื่อเรานั่งหรือนอนนาน ๆ ซึ่งเหมาะมาก ๆ กับคนที่นั่งทำงานออฟฟิศหรือต้องนั่งนาน ๆ จะได้ลุกขึ้นมาขยับร่างกายกันบ้าง ส่วนฟีเจอร์อื่น ๆ ก็มีมาอย่างครบครัน เช่น การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การนับก้าว, โหมดออกกำลังกายต่าง ๆ เป็นต้น และฟีเจอร์สุดท้ายที่น่าสนใจก็คือ สามารถค้นหาโทรศัพท์ของเราได้ โดยตัวนาฬิกาก็จะส่งสัญญาณไปที่โทรศัพท์เพื่อระบุตำแหน่งโทรศัพท์ของเรา จึงสะดวกและปลอดภัยมาก ๆ เหมาะกับคนชอบลืมที่วางมือถือแบบสุด ๆ ครับ

หน้าจอ – ขนาด1.4 นิ้ว 320 x 320 พิกเซล
น้ำหนัก31 กรัม
ระบบที่รองรับRealme Link APP, Android 5.0 Up
แบตเตอรี่7 ถึง 9 วัน
GPS
โหมดกีฬา14 โหมด
มาตรฐานกันน้ำIP68
Wear OS
วัดออกซิเจน(SpO2)
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยแจ้งเตือนไทย

5. Smart Watch ราคาถูก ไม่เกิน 3,000 บาท ยี่ห้อ AMAZFIT GTS 2 Mini

AMAZFIT GTS 2 Mini เป็นหนึ่งใน Smart Watch ราคาถูก ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ เพราะด้วยรูปทรงและดีไซน์ที่สวยงาม แถมยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ และยังมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่มากถึง 1.55 นิ้ว ที่มาพร้อมกับระบบ AMOLED ทำให้ได้ภาพที่คมชัด สีสันสดใส และประหยัดแบตมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนของสายรัดข้อมือ ก็เป็นแบบซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สวมใส่ง่าย สวย และสบายข้อมือแบบสุด ๆ และตัวนาฬิกาเอง ก็ยังสามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 5 ATM จึงสามารถใส่ว่ายน้ำและออกกำลังกายได้แบบชิล ๆ ครับ

และการเชื่อมต่อนาฬิกาก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่ต่อตัวนาฬิกาเข้ากับสมาร์ทโฟนของเราผ่านทาง Bluetooth ก็สามารถใช้งานได้แล้ว และหากดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Zepp ของทาง AMAZFIT ก็จะทำให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนฟีเจอร์ที่น่าสนใจต่าง ๆ ก็มากมาย เช่น โหมดออกกำลังกายที่มีให้เลือกกว่า 70 แบบ, การติดตามกิจกรรมของผู้สวมใส่ตลอด 24 ชั่วโมง, การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การวัดค่าออกซิเจนต่าง ๆ รวมถึงการแจ้งเตือนแอปพลิเคชั่นและสัญญาณการโทรเข้าอีกด้วย

Smart Watch ราคาถูก AMAZFIT GTS 2 Mini

แต่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดอย่างนึงก็คือ การวัดอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างมีค่าความคลาดเคลื่อนนิดหนึ่ง ทำให้หากจะเอาไปใช้งานจริงจังในด้านสุขภาพหรือการออกกำลังกายอาจจะยังไม่เหมาะเท่าไร อีกทั้งตัวแบตเตอรี่ที่หมดไวเมื่อเปิดการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ พร้อมกัน ๆ ก็ทำให้ต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อยขึ้น แต่ถ้าเทียบกับพวกสมาร์ทวอทช์เรือธงรุ่น Top ๆ ทั้งหลาย ก็ถือว่าทำได้ดีในราคาไม่เกิน 5,000 บาท ครับ

หน้าจอ – ขนาดAMOLED ขนาด 1.55 นิ้ว
น้ำหนัก19.5 กรัม
ระบบที่รองรับแอพฯ Zepp ทั้ง Android และ iOS
แบตเตอรี่7 วัน
GPS
โหมดกีฬา70 โหมด
มาตรฐานกันน้ำ5ATM
Wear OS
วัดออกซิเจน(SpO2)
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยแจ้งเตือนไทย

6. Smart Watch OPPO Watch 41mm

OPPO Watch เป็นนาฬิกาสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกจากทาง OPPO ซึ่งจะออกมา 2 รุ่นด้วยกันคือ รุ่นหน้าปัด 41mm กับรุ่นหน้าปัด 46mm แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงตัวหน้าปัด 41mm เพราะรุ่น 46mm นั้นราคาค่อนข้างแพง เกินงบที่เราตั้งกันไว้นิดหน่อยครับ (แต่ถ้าชอบหน้าปัดใหญ่ ๆ ก็จัดไป!) โดยนาฬิการุ่น 41 mm จะใช้จอ  Rigid AMOLED 1.6 นิ้ว ความละเอียด 320×360 ทำให้ได้ภาพที่สวยคม พร้อมกับระดับความสว่างที่ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเวลาอยู่กลางแจ้ง และตัวหน้าปัดเอง ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ ตามสไตล์ของผู้ใช้ และยังพิเศษกว่าใคร ก็ตรงที่มีระบบ Ai outfit ที่พอถ่ายภาพชุดที่เราใส่ให้ AI จับคู่สี แล้ว AI จะช่วยเลือกสีของหน้าปัดให้เข้ากับชุดที่เราใส่ได้ ก็สนุกและเพลินมาก ๆ เลยครับ

ส่วนทางด้านวัสดุ ตัวเรือนก็เป็นอลูมิเนียม ดีไซน์สวย น้ำหนักเบา มีปุ่มกดทางฝั่งขวาของตัวเรือน 2 ปุ่ม คือปุ่ม Home กับปุ่ม Multifunction และมีช่องไมโครโฟนอยู่ตรงกลาง พร้อมกับขอบซ้ายที่เป็นลำโพง ทำให้เพื่อน ๆ สามารถรับและคุยโทรศัพท์จากตัวนาฬิกาได้เลย ซึ่งปกติพวกสมาร์ทวอทช์ ราคาไม่เกิน 5000 บาท จะไม่สามารถทำได้นะครับ ถือว่าสมาร์ทวอทช์ OPPO Watch จัดฟีเจอร์มาครบครันมาก อีกทั้งที่ตัวนาฬิกายังมีเซ็นเซอร์การตรวจจับสำหรับการออกกำลังกายมากถึง 5 ตัว จึงช่วยตรวจจับและวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ และการหายใจของเราได้อย่างแม่นยำกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อด้วย

Smart Watch OPPO Watch 41mm

นอกจากนี้ Smart Watch OPPO รุ่นนี้จะเชื่อมต่อผ่านทาง bluetooth และทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่น Wear OS by Google บนมือถือ ทำให้การใช้งานต่าง ๆ ค่อนข้างเสถียร และมีประสิทธิภาพ แถมยังประหยัดแบตเตอรี่ แต่ ๆๆๆ ตัวแบตเตอรี่ดันให้มาค่อนข้างน้อยไปหน่อยที่ความจุแค่ 300mAh ทำให้อาจจะต้องชาร์จบ่อย ซึ่งทาง OPPO ก็แก้เกมด้วยการชาร์จแบบเร็ว Watch VOOC Flash Charging ที่ชาร์จเพียงแค่ 15 นาที ก็สามารถใช้งานเพิ่มได้ยาวนานหลายชั่วโมง และใช้เวลาชาร์จเพียง 75 นาที ก็ชาร์จได้เต็ม 100% ถือว่าช่วยเรื่องแบตน้อยได้ดี อีกทั้งถ้าเปิดการใช้งาน Power Save Mode จะช่วยให้ใช้ได้ยาวนานสูงสุดถึง 14 วัน (ปกติ 24 ชม.) พอดูรวม ๆ แล้ว เป็นสมาร์ทวอทช์ ราคาประมาณ 5000 บาท อีกหนึ่งยี่ห้อที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ

หน้าจอ – ขนาดAMOLED ขนาด 1.6 นิ้ว
น้ำหนัก30.1 กรัม
ระบบที่รองรับAndroid และ iOS
แบตเตอรี่24 ชม. / 14 วัน (Power Save)
GPS
โหมดกีฬา5 โหมด
มาตรฐานกันน้ำ3ATM
Wear OS
วัดออกซิเจน
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยเมนูไทย


7. Smart Watch ราคาถูก ราคาไม่เกิน 1000 บาท Haylou Solar LS05 (GB Ver.)

Haylou Solar LS05 (GB Ver.) Smart Watch ราคาไม่เกิน 1000 บาท ตัวนี้เมนูจะเป็นภาษาอังกฤษ เพราะนาฬิกาเป็นตัวเวอร์ชั่น global (ใครที่ชอบหน้าจอภาษาไทย อาจจะไม่เหมาะกับนาฬิกาเรือนนี้ แต่ข้อความสามารถแสดงภาษาไทยได้อยู่) โดยหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ TFT HD รูปทรงวงกลม ขนาด 1.28 นิ้ว ทำให้ได้ภาพที่คมชัดสมจริง และตัวเรือนก็มีปุ่มด้านข้างเพียงปุ่มเดียวคือปุ่มโฮม ไว้ใช้สำหรับเปิดปิดเครื่อง หรือย้อนกลับไปที่หน้าเมนู ก็ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกและง่ายดี ไม่ต้องกดหลายปุ่มครับ

และที่ด้านหลังของนาฬิกาก็มีเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจถึง 3 ตัว และแน่นอนว่า ทางแบรนด์เขาก็มีแอปพลิเคชั่น Haylou Fit ที่จะช่วยให้การใช้งานของนาฬิกาทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะ การเปลี่ยน watch face, โหมดการค้นหาโทรศัพท์, โหมดการนอน, การตั้งค่าการโทรเข้า, ควบคุมการเปิดปิดเพลง รวมถึงฟีเจอร์อื่น ๆ อย่าง การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การวัดการนอนหลับ, การวัดก้าวระหว่างวัน, โหมดออกกำลังกาย, การวิ่ง, การเดิน, การเล่นเวทหรือแม้กระทั่งกีฬาต่าง ๆ ถือว่าให้มาได้อย่างครบครันครับ

Smart Watch ราคาไม่เกิน 1000 บาท Haylou Solar LS05 (GB Ver.)

และฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ สามารถเปิดระบบแจ้งเตือนเวลาเราอยู่นิ่ง ๆ หรือนั่งนาน ๆ เพื่อที่จะช่วยเตือนให้เราได้ลุกมาขยับร่างกาย ก็ทำให้เหมาะกับมนุษย์ออฟฟิศเอามาก ๆ อีกทั้งตัวแบตเตอรีก็อึด โดยการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง จะสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 15 วัน โดยที่ยังสามารถใช้งานโหมดวัดอัตราการเต้นของหัวใจและโหมดอื่น ๆ ได้อีกด้วย ส่วนระดับการกันน้ำก็ทำได้ที่ IP68 ที่สามารถกันน้ำเข้าได้เป็นอย่างดี ทำให้เอาไปใส่อาบน้ำหรือลุยฝนได้อย่างไม่ต้องกังวลเลย ก็ถ้าใครที่ชอบหน้าปัดกลม ๆ ฟังก์ชั่นเยอะ Smart Watch ราคาไม่เกิน 5000 บาทละก็ ต้องขอแนะนำจริง ๆ ครับ

หน้าจอ – ขนาดTFT screen 1.28 นิ้ว
น้ำหนัก54 กรัม
ระบบที่รองรับAndroid และ iOS
แบตเตอรี่15 วัน
GPS
โหมดกีฬา12 โหมด
มาตรฐานกันน้ำIP68
Wear OS
วัดออกซิเจน
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยแจ้งเตือนไทย

8. สมาร์ทวอทช์ Ticwatch C2 Plus

Ticwatch C2 Plus นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ทรงกลมอีกตัวที่ผมอยากแนะนำ เพราะด้วยดีไซน์ของตัวนาฬิกาที่สวยมากกกก สีสันสวยงามแบบมินิมอล น้ำหนักเบา ใส่สบาย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ชอบของมีดีไซน์เลยครับ โดยตัว C2 Plus ได้รับการอัพเกรดมาจากตัว C2 ด้วยการเพิ่มแรมมากขึ้นถึง 2 เท่า เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการใช้งาน และมาพร้อมฟีเจอร์เด่น ๆ ทั้ง TicMotion สำหรับตรวจจับการออกกำลังกาย, GPS ในตัว, เซ็นเซอร์วัดการเต้นหัวใจ, การกันน้ำ IP68 และขนาดความจุแบตเตอรี่ที่ 400 mAh ทำให้สามารถใช้งานได้นานมากขึ้น โดยการชาร์จแบตเต็ม 1 ครั้ง จะสามารถใช้งานได้ถึง 36 ชั่วโมงแบบเต็มประสิทธิภาพ แต่ C2 Plus จะมีเฉพาะไมโครโฟนสำหรับสั่งการด้วยเสียงเท่านั้น ไม่เหมือน C2 รุ่นก่อนที่มีลำโพงและไมค์ไว้คุยโทรศัพท์ได้

ส่วนการเชื่อมต่อ ต้องเชื่อมผ่านแอปพลิเคชั่น Wear OS by Google เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และที่สะดวกมาก ๆ อีกอย่างนึงก็คือ มีปุ่มคีย์ลัดให้เราถึงสองปุ่มข้าง ๆ ตัวนาฬิกา โดยปุ่มแรกปุ่มบนจะเป็นตัวเข้าเมนูต่าง ๆ ของนาฬิกา ส่วนปุ่มล่างจะเป็นเมนูลัดเข้าโหมดกีฬา ทำให้ใช้ง่ายและรวดเร็วมาก และแน่นอนว่า ฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบครัน ใครที่กำลังใช้มือถือ Android จะสามารถแสดงประสิทธิภาพการใช้งาน Ticwatch C2 Plus ได้มากกว่าเมื่อเชื่อมกับมือถือ iOS ดังนั้นถ้าหากคุณกำลังใช้มือถือ iPhone อยู่ ก็ขอแนะนำ Apple Watch 3 หรือ SE คู่บุญที่ราคาแพงกว่า C2 Plus ไม่มาก จะเป็นการดีกว่านะครับ

สมาร์ทวอทช์ Ticwatch C2 Plus

แต่พวกโหมดออกกำลังกาย ถ้าเทียบกับนาฬิกาสายสปอร์ตยี่ห้ออื่น ๆ แล้ว ตัวนี้อาจจะทำได้ไม่ดีเท่า แต่ถ้ากำลังมองหาสมาร์ทวอทช์ ราคาไม่เกิน 5000 บาทที่ตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์ไม่ถึงกับสปอร์ตมาก ใส่ในชีวิตประจำกับรูปทรงสวย ๆ มินิมอล ลงแอปเพิ่มได้แล้วละก็ นาฬิกา Ticwatch C2 Plus ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยครับ

หน้าจอ – ขนาดAMOLED ขนาด 1.3 นิ้ว
น้ำหนัก58 กรัม
ระบบที่รองรับAndroid และ iOS
แบตเตอรี่36 ชม.
GPS
โหมดกีฬา7 โหมด
มาตรฐานกันน้ำIP68
Wear OS
วัดออกซิเจน
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยเมนูไทย

9. สมาร์ทวอทช์ HUAWEI Watch GT 2e

มาเอาใจคนรักสุขภาพกันบ้างกับนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ HUAWEI Watch GT 2e จากแบรนด์ HUAWEI ที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายโดยเฉพาะ ด้วยฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่มีมาอย่างครบครัน มีโหมดออกกำลังกายมาให้ถึง 15 โหมด มีทั้งแบบ indoor และ outdoor และในอนาคตจะมีการอัพเดทซอฟต์แวร์เพิ่มเติมอีกด้วย โดยตัวนาฬิกาก็สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะเคลื่อนไหว พร้อมทั้งมีการวัดค่า SpO2 หรือการวัดค่าระดับออกซิเจนในเลือด แถมยังมี GPS ในตัว ไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ก็สามารถจับพิกัดของเราได้ และยังมาพร้อมกับหน้าจอแบบ AMOLED 454 x 454 HD ขนาด 1.39 นิ้ว จึงทำให้เห็นภาพและสีสันที่สวยมากก ที่ถึงแม้จะอยู่กลางแจ้ง ก็ยังให้ภาพที่คมชัด จึงใช้งานสะดวกมาก ๆ ครับ

สมาร์ทวอทช์ HUAWEI Watch GT 2e

การใช้งานทั่วไปก็ไม่ยาก เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Huawei Health เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนของเรา ก็จะสามารถใช้งานได้ในทันที และยังสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ผ่านทางแอปพลิเคชั่นได้ เช่น การตั้งค่าหน้าปัด, การแจ้งเตือน, การเลือกโหมดอื่น ๆ เป็นต้น ส่วนระยะเวลาการใช้งานก็ใช้งานได้อย่างยาวนาน เพราะว่าแบตเตอรี่ที่ให้มานั้น สามารถใช้งานได้นานถึง 14 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ทำให้ไม่ต้องชาร์จแบตกันบ่อย ๆ เลย ดูรวม ๆ แล้ว HUAWEI Watch GT 2e จึงเหมาะกับเพื่อน ๆ สายออกกำลังกายที่ต้องการบันทึกกิจกรรมการออกกำลังกายตลอดเวลาเลยครับ

หน้าจอ – ขนาดAMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว
น้ำหนัก43 กรัม
ระบบที่รองรับAndroid และ iOS
แบตเตอรี่14 วัน
GPS
โหมดกีฬา15 โหมด
มาตรฐานกันน้ำ5 ATM
Wear OS
วัดออกซิเจน
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยเมนูไทย

10. Smart Watch Garmin Forerunner 45

ตัวนี้อาจจะเกินงบไปสักหน่อย แต่ว่าถ้าแลกกับความคุ้มค่าและชื่อเสียงของแบรนด์แล้วละก็ จัดว่าน่าสนเอามาก ๆ กับนาฬิกา Smart Watch Garmin Forerunner 45 GPS Running Watch ที่แค่ชื่อก็บ่งบอกว่า เหมาะสำหรับนักวิ่งแบบสุด ๆ เลยครับ โดยนาฬิกาเรือนนี้จะมีขนาดของตัวเรือนที่ 42 mm ดีไซน์ทรงสปอร์ตสีสันสวยงาม จึงเหมาะกับนักวิ่งที่ไม่ต้องการนาฬิกาขนาดใหญ่ที่ข้อมือ แต่ยังชอบในดีไซน์อยู่

ส่วนทางด้านหลังก็มีระบบเซนเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ, ค่า Vo2max ที่ใช้วัดระดับความฟิต พร้อมกับมี GPS ในตัวที่ให้ความแม่นยำสูง สามารถบอกระยะทาง, ความเร็ว และ Pace ของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี เหมาะกับสายออกกำลังกาย ที่เน้นความแม่นยำของข้อมูล อีกทั้งการบันทึกการออกกำลังกายก็ไม่ต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ใช้งานเพียงแค่กดสตาร์ทจากตัวนาฬิกา ก็จะสามารถใช้งานได้ทันที สะดวกและรวดเร็วมาก ๆ เลยครับ

Smart Watch Garmin Forerunner 45

แต่อย่างที่บอกนาฬิกาเรือนนี้ จะค่อนข้างเหมาะกับสายนักวิ่ง ทำให้การใช้แอปพลิเคชั่นผ่านทางสมาร์ทโฟนจะไม่ได้มีฟังก์ชั่นอะไรมากนัก เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแค่การติดตามการใช้ชีวิตประจำวันของเราในแต่ละวันมากกว่า โดยในแอปพลิเคชั่นการออกกำลังกาย จะเก็บข้อมูลและสถิติของเพื่อน ๆ ให้ได้ทราบ เช่น ช่วงเวลา, อัตราการเต้นของหัวใจ, ระยะทาง, Pace, รอบ ต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการวิ่งของเพื่อน ๆ ไปอีกระดับ และด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถใช้ได้อย่างยาวนานถึง  7 วันในโหมด Smartwatch และ สูงสุด 13 ชั่วโมง ในโหมด GPS ทำให้ Smart Watch Garmin Forerunner 45 จึงเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มวิ่ง โดยไม่ต้องใช้งานอุปกรณ์เสริมใด ๆ ครับ

หน้าจอ – ขนาดMemory-In-Pixel  ขนาด 1.04 นิ้ว
น้ำหนัก32 กรัม
ระบบที่รองรับAndroid และ iOS
แบตเตอรี่7 วัน
GPS
โหมดกีฬา7 โหมด
มาตรฐานกันน้ำ5 ATM
Wear OS
วัดออกซิเจน
คุยโทรศัพท์ที่นาฬิกาได้
หน้าจอภาษาไทยเมนูไทย

จบไปแล้วสำหรับ สมาร์ทวอทช์ ราคาถูก ยี่ห้อไหนดี มีหลายรุ่นหลายยี่ห้อน่าสนใจทั้งนั้นเลย เริ่มตั้งแต่ราคา 599 ไปจนถึง 5,490 บาท ถ้าอยากได้สำหรับการออกกำลังกาย Huawei Watch Fit ก็มีโหมดออกกำลังกายถึง 96 โหมดมาพร้อม GPS และวัดออกซิเจนได้ด้วย ดูโดดเด่นในหลาย ๆ ด้าน หรือถ้าอยากได้แบบฟีเจอร์ล้ำ ๆ ลง App ได้แบบไม่มีเบื่อก็แนะนำ Oppo Watch 41 mm เลยครับ ถ้าไม่สังเกตคงคิดว่าเป็น Apple Watch แน่นอนเหมือนมาก หรืออยากจะได้แบบประหยัดก็แนะนำ Mi Band 6 ราชาแห่งความประหยัดเลยครับ แต่จัดลูกเล่นฟีเจอร์ต่าง ๆ มาให้เกินราคาจริง ๆ สุดท้ายนี้ก็ขอให้เลือกได้รุ่นที่ถูกใจ ใช้แล้วไม่เจอปัญหากันนะครับ