+ “ตู้เย็นเล็ก” ยี่ห้อไหนดี 2023 รีวิว 10 ยี่ห้อ 3 คิว 5 คิว +

+ "ตู้เย็นเล็ก" ยี่ห้อไหนดี 2023 รีวิว 10 ยี่ห้อ 3 คิว 5 คิว +

อยู่ห้องเล็ก ๆ แคบ ๆ พื้นที่มีไม่เยอะ แต่ก็ยังอยากได้ตู้เย็นเพื่อมาแช่น้ำดื่ม, เอามาแช่ของไว้สำหรับทำอาหาร, แช่ของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ, แช่ยา หรือแช่สกินแคร์ กลัวว่าถ้าซื้อแบบตู้ใหญ่ ๆ มา พื้นที่ในห้องคงไม่พอ และดูแน่นอึดอัดกันไปหมด ถ้ายังงั้นไม่ลองซื้อ “ตู้เย็นเล็ก” มาใช้งานกันละครับ? ตอบโจทย์สำหรับเรื่องพื้นที่กันแน่ ๆ แต่อาจจะสงสัยว่า เจ้าตู้เย็นเล็กเนี่ยมันมีกี่แบบ มีกี่ประเภท มีข้อดีข้อเสียอะไร และที่สำคัญ จะซื้อยี่ห้อไหนดีละ? ถ้ายั้งงั้นลองไปอ่านเนื้อหาด้านล่าง รวมถึงรีวิว 10 ยี่ห้อ ตู้เย็นเล็ก ก่อนซื้อกันดีกว่าครับ



สารบัญครับผม

ก่อนซื้อ “ตู้เย็นเล็ก” มาดูประเภทและข้อดีข้อเสียกันก่อน

ถ้าพูดถึงตู้เย็นขนาดเล็ก หลาย ๆ คนน่าจะคิดถึงตู้เย็นมินิบาร์ที่ใช้ตามโรงแรมกันใช่ไหมล่ะครับ แต่เอาจริง ๆ แล้ว ตู้เย็นขนาดเล็กเนี่ย ก็มีอีกหลายแบบหลายประเภทเลยทีเดียว และโดยทั่ว ๆ ไป ควรจะมีขนาดความจุที่ไม่ควรเกิน 4-6 คิว หรือ 114-171 ลิตร ถ้าความจุมากกว่านี้ จะเริ่มไม่ใช่ตู้เย็นขนาดเล็กละครับ ซึ่งประเภทของตู้เย็นเล็กหลัก ๆ จะแยกออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

1. ตู้เย็นเล็กสำหรับรถยนต์ หรือตู้เย็นขนาดจิ๋ว

1. ตู้เย็นเล็กสำหรับรถยนต์ หรือตู้เย็นขนาดจิ๋ว

จะเป็นตู้เย็นที่มีขนาดเล็กที่สุด มีน้ำหนักเบา จึงทำให้ขนย้ายสะดวกมากที่สุด แต่ก็มีความจุน้อยที่สุดที่ 4-8 ลิตรเท่านั้น ซึ่งจะบรรจุน้ำขวดหรือกระป๋องน้ำอัดลมขนาดกลางได้ประมาณ 3-8 กระป๋องแค่นั้นเอง โดยตัวตู้เย็นจะมาพร้อมกับสายชาร์จสำหรับรถยนต์ และตัวแปลงไฟสำหรับชาร์จในบ้าน จึงทำให้เป็นตู้เย็นที่สามารถใช้ทั้งในบ้านหรือรถยนต์ก็ได้ และยังเหมาะสำหรับคนขับรถทางไกล หรือพนักงานขนส่งด้วย แต่ดูรวม ๆ แล้ว ก็เหมาะสำหรับการเป็นตู้เย็นสำรองมากกว่า เอาไปใช้เวลาเดินทางไกลด้วยรถยนต์ที่ต้องการแช่น้ำดื่มให้เย็นอยู่เสมอ หรืออยากจะแช่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเครื่องดื่ม, ยาหรือสกินแคร์ในห้องนอนเท่านั้น และต้องทำใจด้วยว่า ความเย็นที่ทำได้ จะสู้ตู้เย็นแบบอื่น ๆ ไม่ได้เลยครับ

2. ตู้เย็นมินิบาร์

2. ตู้เย็นมินิบาร์

หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักเจ้าตู้เย็นนี้กันดี จะเห็นได้ตามโรงแรมหรือที่พักต่าง ๆ โดยน้ำหนักและขนาดจะเพิ่มขึ้นมามากกว่าตู้เย็นแบบแรก แต่ก็ยังยกหรือเคลื่อนย้ายไปมาได้ง่ายอยู่ (แต่ถ้าคุณผู้หญิงอาจจะต้องช่วยกันนะครับ) ส่วนความจุก็จะเพิ่มขึ้นมาที่ประมาณ 48-88 ลิตร (1.7-3.1 Q) มากกว่าแบบแรกคนละเรื่อง ซึ่งสามารถแช่ของได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่มากพอสำหรับการแช่ของต่าง ๆ สำหรับทำอาหาร โดยจะเหมาะสำหรับผู้พักอาศัยตัวคนเดียวที่ชอบแช่แค่น้ำดื่ม, เครื่องดื่ม และของกินอีกนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น หรือเหมาะสำหรับเป็นตู้เย็นสำรองสำหรับบ้านขนาดใหญ่ที่ต้องการมีตู้เย็นเล็กไว้ในห้องนอนเพื่อแช่น้ำดื่ม, สกินแคร์, ยา หรือนมสำหรับลูกน้อยเพื่อความสะดวก ไม่ต้องเดินลงไปชั้นล่างครับ

3. ตู้เย็นเล็กประตูเดียว

3. ตู้เย็นเล็กประตูเดียว

จะเป็นตู้เย็นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า 2 แบบแรก ทำให้น้ำหนักมากขึ้นและเคลื่อนย้ายได้ลำบากกว่า แต่ก็มีความจุที่มากกว่าเอามาก ๆ ประมาณ 114-142 ลิตร (4-5 Q) ทำให้แช่ของได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่มากพอสำหรับ 2 คน จึงเหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวตามหอพักหรือคอนโดขนาดเล็กที่ชอบทำอาหาร หรือซื้อของมาตุนเตรียมไว้ แต่ด้วยการที่มีประตูเดียว ก็ทำให้ต้องคอยมาละลายน้ำแข็งที่ช่องแช่แข็งอยู่บ่อย ๆ ถ้าไม่ละลายน้ำแข็งละก็ ส่วนหนึ่งจะทำให้อาหารเน่าเสีย เพราะการแลกเปลี่ยนความร้อนทำได้ไม่ดี และอีกส่วนคือ ตู้เย็นจะทำงานเสียงดังมากขึ้น และรบกวนการนอนแบบสุด ๆ เลยครับ

4. ตู้เย็นเล็ก 2 ประตู

4. ตู้เย็นเล็ก 2 ประตู

หลาย ๆ คนอาจจะงงว่า ตู้เย็นแบบ 2 ประตูมีขนาดเล็กด้วยเหรอ? เดี๋ยวนี้มีแล้วครับ โดยจะมีขนาดและความจุพอ ๆ กับตู้เย็นเล็กแบบประตูเดียวที่ 114-142 ลิตร (4-5 Q) เช่นกัน และด้วยการที่มี 2 ประตู ก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องละลายน้ำแข็งอีก แต่ก็ทำให้ช่องแช่เย็นมีขนาดเล็กลง เพราะต้องแบ่งพื้นที่ไปให้ช่องแช่แข็ง ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้ใช้ช่องแช่แข็งมากนัก การซื้อตู้เย็นเล็กแบบ 2 ประตู ก็ดูจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไร อีกทั้งยี่ห้อส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อจากประเทศจีน ถ้าไม่แน่ใจเรื่องคุณภาพของสินค้า และยังอยากได้ตู้เย็นขนาดเล็กอยู่ คงต้องไปซื้อแบบ 1 ประตูหรือมินิบาร์แทนครับ


แล้วแบบนี้ จะเลือกซื้อ “ตู้เย็นเล็ก” ยังไงดี?

แล้วแบบนี้ จะเลือกซื้อตู้เย็นเล็กยังไงดี?

สิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เลยก็คือ “จุดประสงค์การใช้งาน” และ “พื้นที่” ที่มีอยู่ครับ โดยถ้าอยากได้ตู้เย็นเล็กแบบพกพาหรือเอาไปใช้ในรถยนต์ได้ ก็ต้องซื้อแบบแรกสุด ส่วนถ้าอยู่ห้องขนาดเล็กที่ของเต็มห้อง, แทบจะไม่มีพื้นที่ และไม่เน้นการทำอาหาร หรืออยากจะได้เป็นตู้เย็นสำรองไว้ในห้องนอน ก็แนะนำแบบมินิบาร์ แต่ระวังเรื่องการวางของบนตู้เย็นด้วย ถ้าวางของหนักเกินไป อาจจะทำให้ตู้เย็นมินิบาร์พังได้ และถ้าอยากได้แบบเสียงเงียบ ๆ ก็ต้องซื้อแบบไม่มีคอมเพรซเซอร์ ซึ่งจะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายกว่า แต่ความเย็นก็จะไม่เย็นเท่าครับ

ส่วนถ้าอยู่ตัวคนเดียว และชอบทำอาหาร หรือชอบซื้อของตุนแช่ไว้ในตู้เย็น ก็ต้องเลือกซื้อแบบประตูเดียวหรือ 2 ประตู ส่วนจะซื้อแบบไหนนั้น ถ้าเป็นคนขี้เกียจละลายน้ำแข็ง ก็ไปซื้อแบบ 2 ประตูเถอะครับ ไม่ต้องมาลำบากละลายน้ำแข็งบ่อย ๆ แต่ต้องยอมรับว่า ช่องแช่เย็นก็จะจุของได้น้อยกว่า นอกจากนี้ ถ้าจำเป็นต้องวางตู้เย็นไว้ในห้องนอน ก็อย่าลืมคำนึงถึง “เสียง” การทำงานของเครื่องด้วย พยายามเลือกซื้อเครื่องที่เสียงเบา ๆ แต่ถ้าเป็นคนนอนหลับง่าย ก็ไม่ต้องสนใจในจุดนี้ ส่วนเรื่อง “ค่าไฟ” นั้น ต้องทำใจเลยว่า ตู้เย็นเล็กก็จะกินไฟเช่นกัน และไม่ได้ประหยัดกว่าตู้เย็นแบบใหญ่ ๆ สักเท่าไร ถ้าไม่ติดเรื่องพื้นที่ละก็ แนะนำซื้อแบบขนาดใหญ่จะดีกว่า จ่ายแพงกว่าอีกไม่กี่พัน แต่จุได้จุใจกว่า คุ้มค่ากว่า และค่าไฟก็พอ ๆ กันครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “ตู้เย็นเล็ก” ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว "ตู้เย็นเล็ก" ยี่ห้อไหนดี

สำหรับใครที่ไม่มีเวลาอ่านเนื้อหาทั้งหมด อยากอ่านแบบสรุปรวบยอด หรืออยากเห็นตู้เย็นขนาดเล็กแต่ละยี่ห้อ มาวางเรียงเปรียบเทียบสเปคกันเลยซะมากกว่า ถ้ายังงั้นขอแนะนำให้ลองกดเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบที่ปุ่มด้านล่างได้นะครับ ทางผมได้ทำการสรุปแบบคร่าว ๆ ไว้ให้แล้วครับ



1. ยี่ห้อ Baseus ตู้เย็นมินิ ตู้เย็นขนาดพกพา

ตู้เย็นมินิยี่ห้อ Baseus เป็นตู้เย็นขนาดเล็กที่น่าสนใจ และแอบมียอดขายที่ดีมากในอินเตอร์เน็ทด้วยครับ สงสัยเป็นเพราะว่า ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกแหวกแนว ไม่เหมือนใคร มีดีไซน์สวยสไตล์มินิมอลที่เห็นแล้ว สามารถนำมาใช้ประดับตกแต่งห้องได้ และยังมี 2 สีให้เลือกซื้อตามความชอบกันด้วย ถ้าเพื่อน ๆ หรือญาติ ๆ มาเยี่ยมห้องละก็ ต้องให้ความสนใจกับเจ้าตู้นี้กันแน่ ๆ เท่านั้นยังไม่พอ ยังเคลื่อนย้ายง่ายมากด้วยน้ำหนักเบา 3.5 กิโล จะยกจะหิ้วไปไหนมาไหน ก็ทำได้สบาย ๆ อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้บนรถยนต์ได้ด้วย ส่วนเรื่องเสียงก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะทำงานเบามากในระดับ 28 db แต่ต้องทำใจเรื่องความจุนะครับ เพราะมีความจุที่ 8 L เท่านั้น ก็ถือว่าเอาไว้ใช้เป็นตู้เย็นสำรอง หรือเอาไว้แช่น้ำดื่ม / สกินแคร์ในห้องนอนเท่ ๆ ก็ได้อยู่ครับ

จุดเด่นขนาดจิ๋ว / พกพา / ใช้ได้ในรถยนต์ / ดีไซน์สวย
ขนาด / น้ำหนัก360 x 275 x 290 มม. / 3.5 กก.
ความจุ8 L (ประมาณน้ำอัดลม 8 กระป๋อง)
ระดับเสียง28 dB
กำลังไฟ60 W

2. ยี่ห้อ KEMIN ตู้เย็นมินิ ตู้เย็นขนาดพกพา

KEMIN เป็นตู้เย็นมินิอีกยี่ห้อที่น่าสนใจ มีคุณสมบัติหลาย ๆ อย่าง ทั้งความเงียบ, กำลังไฟ, สามารถพกพา และสามารถใช้บนรถได้เหมือนกับยี่ห้อ Baseus ตัวด้านบน แต่ถ้าเทียบด้านดีไซน์แล้ว อาจจะดูธรรมดา ๆ กว่า (ยกเว้นจะซื้อสีเหลืองมินเนียน ที่แพงกว่าและหาซื้อได้ยากกว่า) แต่ยี่ห้อนี้ จะมีลูกเล่นแปลก ๆ อย่าง “ทัสกรีน” ให้สามารถกดปรับเปลี่ยนอุณหภูมิจากหน้าจอได้เลย อีกทั้งยังพิเศษกว่าตรงที่นอกจากสามารถทำความเย็นได้แล้ว ยังสามารถทำความร้อนได้มากสุดที่ 65 องศาเซลเซียสด้วย จะใช้แช่น้ำดื่ม หรือจะเก็บอาหารร้อนที่ซื้อมาไม่ให้เย็นก็ทำได้ ส่วนความจุก็อยู่ที่ 22 L ซึ่งมากกว่า แต่ในราคาที่พอ ๆ กัน ดังนั้นถ้าเน้นเรื่องความจุ และอยากพกพาได้ ต้องซื้อ KEMIN เลยครับ

จุดเด่นขนาดจิ๋ว / พกพา / ใช้ได้ในรถยนต์ / ทัสกรีนและโชว์อุณหภูมิ / ทำความร้อนและเย็นได้
ขนาด / น้ำหนัก291 x 382 x 422 มม. / 6.89 กก.
ความจุ22 L (ประมาณน้ำอัดลม 29 กระป๋อง)
ระดับเสียง28 dB
กำลังไฟ65 W

3. ตู้เย็นมินิติดรถยนต์ ไม่มียี่ห้อ

ถึงแม้ว่าจะไม่มียี่ห้อ แต่ก็มียอดขายดีในอินเตอร์เน็ท และเป็นตู้เย็นมินิที่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการตู้เย็นพกพาได้ง่าย ราคาถูก และมีติดไว้ในรถยนต์ครับ โดยตัวตู้เย็นจะเป็นแบบฝาเปิดปิดด้านบน จึงช่วยให้เปิดได้สะดวกเวลาอยู่บนรถ และที่ฝาก็ได้ออกแบบมาให้สำหรับวางแก้วหรือกระป๋องเครื่องดื่มได้ 4 ใบ อีกทั้งยังสามารถทำความเย็นและอุ่นความร้อนได้ด้วย แต่ด้วยความที่ราคาถูก ก็ต้องทำใจเรื่องดีไซน์ที่ดูง่าย ๆ และความจุที่ค่อนข้างเล็กเพียงแค่ 6 L ซึ่งแช่กระป๋องน้ำอัดลมได้ประมาณ 6 กระป๋องเท่านั้น ส่วนเรื่องความเย็นก็เหมือนจะทำได้ด้อยกว่าตัวอื่น ๆ ครับ

จุดเด่นขนาดจิ๋ว / พกพา / ใช้ได้ในรถยนต์ / ทำความร้อนและเย็นได้ / ราคาถูกมาก
ขนาด / น้ำหนัก317 x 173 x 305 มม. / NA กก.
ความจุ6 L (ประมาณน้ำอัดลม 6 กระป๋อง)
ระดับเสียงNA
กำลังไฟ48 W


4. ยี่ห้อ CCOMO ตู้เย็นเล็กหมีบราวน์ และเจ้าเป็ดแซลลี่

4. ยี่ห้อ CCOMO ตู้เย็นเล็กหมีบราวน์ และเจ้าเป็ดแซลลี่

ราคาโดยประมาณ 18,500-19,900 บาท

สำหรับใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ Line App และชอบเจ้าหมีบราวน์หรือเจ้าเป็ดแซลลี่แบบสุด ๆ สงสัยต้องลองดูตู้เย็นมินิตัวนี้เลยครับ เพราะได้ออกแบบทั้งเครื่องให้เป็นเจ้าหมีบราวน์หรือเจ้าเป็ดแซลลี่ที่มีความน่ารักมุ้งมิ้งเอามาก ๆ เหมาะสำหรับสาว ๆ และเด็ก ๆ แบบสุด ๆ ถ้าได้เอาไปวางไว้ในห้องนอนคงฟินกันน่าดู ซึ่งตัวเครื่องก็สามารถเปิดฝาจากทั้งด้านบนและด้านข้างได้ รวมถึงมีหน้าจอแบบทัสกรีนที่จะโชว์อุณหภูมิ สามารถปรับลดเพิ่มเพื่อให้เหมาะกับของที่แช่ได้เลย เช่น เครื่องดื่มที่ 5-7 องศา สกินแคร์ที่ 11-15 องศา เป็นต้น

และที่พิเศษยิ่งกว่ายี่ห้อไหน ๆ เพราะนอกจากจะเป็นตู้เย็นแล้ว ยังสามารถเป็นลำโพงบูลทูธไว้ค่อยเชื่อมกับมือถือเพื่อเล่นเพลงผ่านบูลทูธได้ด้วย เปิดตู้หยิบสกินแคร์ทาหน้าไป ฟังเพลงไป ก็น่าจะผ่อนคลายไปอีกแบบนะครับ แต่เนื่องจากเป็นตู้เย็นขนาดเล็ก ก็ต้องทำใจเรื่องความจุกันนิดหนึ่ง อีกทั้งราคาก็โหดดดดดดเอามาก ๆๆๆ เนื่องจากเป็นของนำเข้าจากเกาหลี ราคาขายเลยจะแพงแบบสุด ๆ ประมาณหมื่นบาท +++ ถ้าไม่ได้ชอบดีไซน์, ใจไม่รักพอ และเงินไม่ถึง ก็แนะนำซื้อยี่ห้ออื่นดีกว่าครับ

ตู้เย็นเล็ก ตู้เย็นมินิบาร์

เปิดด้านข้าง หรือด้านบนก็ได้ แช่ขนม นม เนย เครื่องดื่ม หรือเครื่องสำอางก็ดี วางไว้ข้างเตียงก็ฟินสุด ๆ

จุดเด่นดีไซน์น่ารักมาก / เป็นลำโพงบูลทูธได้ / เปิดฝาด้านข้างและด้านบนได้ / ทัสกรีนและโชว์อุณหภูมิ / เป็นของตกแต่งห้องได้อย่างดี / ราคาแพงมาก
ขนาด / น้ำหนัก450 x 380 x 680 มม. / 12 กก.
ความจุ31 L (ประมาณน้ำอัดลม 33 กระป๋อง)
ระดับเสียง30 dB
กำลังไฟNA

5. ยี่ห้อ SONAR ตู้เย็นมินิบาร์ รุ่น RS-A50N

ได้เห็นแต่ตู้เย็นขนาดจิ๋วกันไปหลายตัวแล้ว คราวนี้ลองมาดูแบบตู้เย็นมินิบาร์กันบ้างครับ กับยี่ห้อ SONAR ที่มีความจุที่ 50 L สามารถแช่ของได้เยอะกว่าพวกยี่ห้อบน ๆ แต่ก็จะหนักกว่าที่ประมาณ​ 18 กก. และที่ดูโดนเด่นกว่าใครก็คงที่ดีไซน์จะมีสีดำสวย พร้อมประตูเป็นแบบกระจกใสสามารถมองเห็นของที่แช่ได้ จึงใช้เป็นของประดับตกแต่งห้องได้เป็นอย่างดี (แต่ต้องเรียงของข้างในสวย ๆ หน่อยนะครับ ถ้าวางระเกะระกะคงดูไม่จืด) อีกทั้งยังเหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่จะเอาไปตั้งโชว์สินค้าในร้านหรือตามงานเทศกาลออกบูธต่าง ๆ อีกด้วย ส่วนเรื่องเสียงการทำงาน มีหลายคนบอกมาว่า ทำงานดังพอประมาณ ไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใดครับ

จุดเด่นโครงสีดำเด่น / ฝากระจกมองเห็นภายในได้ / เหมาะสำหรับใช้กับร้านค้า / คนชอบของที่ไม่เหมือนใคร
ขนาด / น้ำหนัก450 x 470 x 510 มม. / 18 กก.
ความจุ50 L (1.8 Q)
ระดับเสียงNA
กำลังไฟNA

6. ยี่ห้อ Midea Mini Bar ตู้เย็นมินิบาร์ รุ่น HS-65LN

ตู้เย็นมินิบาร์ยี่ห้อ Midea รุ่น HS-65LN เป็นอีกตัวที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย และมียอดขายที่สูงมาก ๆๆๆๆ ในอินเตอร์เน็ท ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่า มีราคาที่ย่อมเยามาก ตกเครื่องละประมาณ 2,390 บาทเท่านั้น ซึ่งถูกกว่าตู้เย็นมินิบาร์ยี่ห้ออื่น ๆ อีกทั้งยังมีราคาที่พอ ๆ กับพวกตู้เย็นจิ๋วด้านบน ๆ แต่มีความจุที่มากกว่า 3-4 เท่า ส่วนเรื่องการประหยัดไฟก็ทำได้ดี เพราะมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และที่สำคัญ ถ้าซื้อกับร้านค้าที่เป็นทางการจะได้รับการประกันถึง 5 ปี! อีกด้วย ซึ่งดูรวม ๆ แล้ว ความคุ้มค่าของตู้เย็นมินิบาร์ตัวนี้ ชนะหลาย ๆ ตัวเลยครับ แต่ดีไซน์ก็อาจจะดูน่าเบื่อ ๆ เดิม ๆ ไม่แปลกใหม่แค่นั้นเองครับ

ตู้เย็นเล็ก ตู้เย็นมินิบาร์

จัดช่องภายในได้ลงตัว ช่องน้ำแข็งก็เย็นดีมาก แต่ต้องทำใจเรื่องความจุ ถ้าไปเทียบกับพวกประตูเดียวหรือ 2 ประตูครับ

จุดเด่นยอดขายดี / ราคาย่อมเยา / รับประกัน 5 ปี ถ้าซื้อกับร้านค้าทางการ / ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
ขนาด / น้ำหนัก475 x 450 x 492 มม. / 17 กก.
ความจุ45 L (1.7 Q)
ระดับเสียงNA
กำลังไฟNA


7. ยี่ห้อ Toshiba ตู้เย็นมินิบาร์ 3 คิว รุ่น GR-A906ZQNW

Toshiba เป็นยี่ห้อที่มีชื่อเสียงจากญี่ปุ่นที่ไม่ต้องพูดอะไรมาก หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว และมั่นใจในเรื่องคุณภาพของสินค้าได้อย่างแน่นอน โดยตู้เย็นมินิบาร์ รุ่น GR-A906ZQNW เป็นรุ่นที่เหมาะมาก ๆ สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่พักอาศัยอยู่ตัวคนเดียวในห้องขนาดไม่ใหญ่มาก และยังต้องการตู้เย็นขนาดเล็กแบบมินิบาร์ แต่ต้องการความจุที่มากกว่าทั่ว ๆ ไป เพราะตู้เย็นตัวนี้ มีความจุถึง 3 Q หรือ 86 L กันเลยทีเดียว จึงแช่ของได้เยอะมากขึ้น จุใจมากขึ้น จะแช่ของสำหรับทำอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็พอไหว ส่วนด้านดีไซน์ก็เรียบ ๆ แต่สวยดูกลมกลืนไปกับห้องได้อย่างดี และก็มีการรับประกันสินค้าที่ 1 ปี กับตัวคอมเพรสเซอร์ 5 ปีด้วย (เมื่อซื้อผ่านร้านค้าทางการ) ก็ถือว่าเป็นตู้เย็นมินิบาร์อีกตัวที่น่าสนใจครับ

ตู้เย็นเล็ก ตู้เย็นมินิบาร์

มีความจุที่ใหญ่ขึ้น จึงมีช่องชั้นต่าง ๆ ที่มากขึ้น แช่ของได้มากขึ้นด้วยครับ

จุดเด่นตู้เย็นมินิบาร์ทรงสูง / มีความจุที่มากกว่า / ประกันสินค้า 1 ปี / ประกันคอมเพรสเซอร์ 5 ปี
ขนาด / น้ำหนัก475 x 500 x 756 มม. / 22.5 กก.
ความจุ86 L (3 Q)
ระดับเสียงNA
กำลังไฟ72 W

8. ยี่ห้อ Haier ตู้เย็นเล็กประตูเดียว 5 คิว Muse series รุ่น HR-CEQ15

สำหรับใครที่อยู่ตัวคนเดียว ชอบทำอาหาร และอยากได้ตู้เย็นขนาดเล็กที่สามารถแช่ของได้มากกว่าพวกตู้เย็นมินิบาร์และขนาดจิ๋ว ต้องขอแนะนำแบบประตูเดียวของยี่ห้อ Haier Muse series รุ่น HR-CEQ15 ซึ่งได้รับความนิยมดีมาก และมียอดขายที่มากกว่าพันเครื่องในอินเตอร์เน็ทด้วยครับ โดยตัวเครื่องจะมีความจุที่ 147 L หรือ 5.2 Q พร้อมชั้นวางภายในที่เป็นแบบกระจกนิรภัยที่รองรับน้ำหนักได้มากถึง 120 กก. จะแช่จะวางอะไรก็ไม่ต้องกลัวชั้นวางหัก อีกทั้งช่องแช่ผักก็มีขนาดใหญ่ และชั้นบนของตัวตู้เย็นก็เป็นแบบ Smart Top ที่ทั้งกันลื่นและกันความร้อน จึงสามารถวางไมโครเวฟได้อย่างชิล ๆ ช่วยประหยัดพื้นที่ไปในตัวด้วย

นอกจากนี้ ก็มีสามสี ม่วง, ฟ้า, เงินให้เลือกซื้อตามความชอบกัน ชอบสีไหนก็จัดไป อีกทั้งประกันก็ยาวนานมาก (ดูได้จากด้านล่าง) แต่เนื่องจากเป็นแบบประตูเดียว ต้องขยันในการละลายน้ำแข็งด้วยนะครับ ส่วนใครที่คิดว่า ความจุที่ 5.2 Q นั้นยังน้อยไป ไม่เพียงพอ ทาง Haier ก็มี Muse series อีกรุ่น HR-CEQ18 ที่มีลักษณะเหมือนกัน แต่มีความจุใหญ่กว่าที่ 6.3 Q หรือ 177 ลิตร กับราคาประมาณ 5,000 บาท ก็จ่ายเงินเพิ่มจากตัวนี้ไปอีกนิด ก็ได้ขนาดใหญ่ขึ้น ก็อาจจะคุ้มค่ากว่าครับ

จุดเด่นสีสันสวยงาม มีหลายสีให้เลือกซื้อ / ความจุเยอะ / ชั้นวางของกระจกนิรภัยรับน้ำหนักได้ 120 กก. / ชั้นบนสุดเป็น Smart Top / ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 / รับประกันตัวเครื่องและอะไหล่ 3 ปี / ประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี
ขนาด / น้ำหนัก540 x 580 x 105 มม. / 31 กก.
ความจุ147 L (5.2 Q)
ระดับเสียงNA
กำลังไฟNA

9. ยี่ห้อ Sonar ตู้เย็นเล็ก 2 ประตู 3 คิว รุ่น RD-H95N 

ใครที่อยากได้ตู้เย็นขนาดเล็ก แต่ไม่อยากได้แบบตู้เย็นมินิบาร์, ขนาดจิ๋ว หรือประตูเดียว ถ้ายังงั้นต้องซื้อ Sonar ตู้เย็นเล็ก 2 ประตู รุ่น RD-H95N ตัวนี้เลยครับ โดยตัวเครื่องจะมีขนาดที่เล็กมากพอ ๆ กับตู้เย็นมินิบาร์ของ Toshiba ตัวด้านบน และน้ำหนักก็น้อยที่ 28 กก. อาจจะหนักกว่าพวกจิ๋ว ๆ แต่ก็ยังพอยกเคลื่อนย้ายไปมาได้ง่ายอยู่ ส่วนความจุจะอยู่ที่ 95 L หรือ 3.4 Q ซึ่งน้อยกว่า Haier ประตูเดียวตัวด้านบนอีก แต่เครื่องนี้ได้ 2 ประตู! ก็ถือว่าเป็นตู้เย็นขนาดเล็กที่ทำขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบอยู่คนเดียวเอามาก ๆ ไม่ว่าจะขี้เกียจล้างละลายน้ำแข็ง อยากมีช่องแช่งแข็งแยกต่างหาก และจุของกินกับเครื่องดื่มได้พอประมาณครับ

จุดเด่นตู้เย็นขนาดเล็กมี 2 ประตู / ไม่ต้องเหนื่อยละลายน้ำแข็ง / ประหยัดพื้นที่ / รับประกันสินค้า 1 ปี เมื่อซื้อกับร้านค้าทางการ
ขนาด / น้ำหนัก455 x 540 x 832 มม. / 28 กก.
ความจุ95 L (3.4 Q) แบ่งเป็นช่องแช่แข็ง 24 ลิตร ช่องแช่เย็น 71 ลิตร
ระดับเสียงNA
กำลังไฟNA

10. ตู้เย็นเล็ก 2 ประตู ไม่มียี่ห้อ 4 คิว 

ตู้เย็นเล็ก 2 ประตู ถึงแม้ว่าจะไม่มียี่ห้อ แต่ก็เป็นอีกตัวที่น่าสนใจ มียอดขายที่ใช้ได้ในอินเตอร์เน็ท และมีราคาที่ย่อมเยาเอามาก ๆ ตกเครื่องละประมาณ 2,599 บาทเท่านั้น ถ้าเทียบกับตู้เย็นเล็กหลาย ๆ ยี่ห้อ ก็ถือว่าถูกกว่ามาก ๆ เลยครับ ซึ่งถ้าสังเกตจากขนาดและน้ำหนักด้านล่าง จะเห็นว่า ตัวเครื่องมีความแคบและสูง ไม่ได้อ้วนออกข้างเหมือนยี่ห้ออื่น ๆ ทำให้เหมาะสำหรับพื้นที่แคบ ๆ เอามาก ๆ และน้ำหนักก็เบาสุด ๆ ที่ 12 กก. เท่านั้น เคลื่อนย้ายไปมาได้สะดวกแบบสุด ๆ ส่วนความจุก็มากถึง 118 L หรือ 4.1 Q เลยทีเดียว ก็ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่อยากได้ตู้เย็นขนาดเล็กที่มี 2 ประตูครับ

จุดเด่นตัวเครื่องแคบและสูง / เบามาก / มีความจุเยอะสำหรับตู้เย็นขนาดเล็กที่มี 2 ประตู
ขนาด / น้ำหนัก340 x 380 x 690 มม. / 12 กก.
ความจุ118 L (4.1 Q) แบ่งเป็นช่องแช่แข็ง 40 ลิตร ช่องแช่เย็น 78 ลิตร
ระดับเสียงNA
กำลังไฟNA

ก็จบไปแล้วกับ “ตู้เย็นเล็ก” ยี่ห้อไหนดี กันถึง 10 ยี่ห้อและหลายประเภทด้วยกัน สนใจอยากจะซื้อตัวไหน ยี่ห้อไหนไปใช้งานที่บ้านหรือที่ห้องพักบ้างครับ? ก่อนซื้อก็อยากจะขอเตือนกันนิดหนึ่งว่า ตู้เย็นที่เอามาให้ดูทั้งหมดนี้ มีขนาดที่เล็กมากและเล็กกว่าตู้เย็นตามบ้านทั่วไป อย่าคาดหวังว่าจะแช่ของได้เยอะ จะเน้นไปที่ประหยัดพื้นที่เป็นหลักซะมากกว่า หรือเอาไว้ใช้เพื่อเป็นตู้เย็นสำรองครับ ยังไงก็ขอให้ได้ยี่ห้อที่ถูกใจ ซื้อแล้วตอบโจทย์ต่อความต้องการ แช่ของได้ตามสมควรกันด้วยครับผม



เราใช้คุกกี้เพื่อนับผู้เข้าชมและพัฒนาเว็บไซต์ อ่านรายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    สำหรับวิเคราะห์สถิติของผู้ชมเว็บไซต์ เพื่อช่วยตัดสินใจ การปรับปรุงบทความ - ข้อมูลแหล่งที่มาของผู้ใช้งาน เช่น. ผู้ใช้เข้าสู่เว็บไซต์ Plus Around จาก Google Search หรือ Social Network - ข้อมูลพฤติกรรม เช่น. ระยะเวลา, เวลา, หน้า landing page และการติดตามกิจกรรมอื่น ๆ - ข้อมูลเนื้อหา เช่น. ผู้ใช้อ่านบทความเครื่องซักผ้าฝาหน้า ยี่ห้อไหนดี - ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น. ผู้ใช้แบ่งปันบทความบนเครือข่ายโซเชียล - ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ Google Analtics สามารถดูในระดับภาพรวม แต่ไม่สามารถเจาะจงเป็นรายบุคคลได้ เช่น. เพศ , อายุ , สถานที่ตั้ง - การทดสอบ A/B test สำหรับการปรับปรุงเว็บไซต์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    การโฆษณาตามความสนใจ - แสดงโฆษณาที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้งาน โดยอ้างอิงตามกิจกรรมของผู้ใช้ บนเว็บไซต์ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ ผู้ใช้งานสนใจ ในเชิงพาณิชย์ - อนุญาตให้ผู้เผยแพร่โฆษณา นำเสนอโฆษณาต่างๆ แก่ผู้ใช้งาน และยังให้ผู้เผยแพร่โฆษณา สามารถประมูลค่าของโฆษณา เพื่อเสนอราคาที่เหมาะสม ก่อนที่จะนำโฆษณาเสนอแก่ผู้ใช้งาน - การกำหนดความถี่สูงสุดในการมองเห็นโฆษณา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเห็นโฆษณาเดียวกันหลายครั้งเกินไป - รวบรวมข้อมูลบราวเซอร์และอุปกรณ์: ประเภทและรุ่นของอุปกรณ์, ผู้ผลิต, ประเภทระบบปฏิบัติการ และรุ่น (เช่น iOS หรือ Android) ประเภท และรุ่นของเว็บบราวเซอร์ (เช่น Chrome หรือ Safari), user-agent, ชื่อผู้ให้บริการ, เขตเวลา ประเภทการเชื่อมต่อเครือข่าย (เช่น Wi-Fi หรือ เซลลูลาร์), ที่อยู่ IP, ตำแหน่งทั่วไปที่อนุมานจากที่อยู่ IP หรือ บราวเซอร์ หรือ เว็บแคช)

Save