หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่นไหนดี รวมมาแล้ว รีวิว 8 รุ่น

รูปภาพปกบทความ หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่นไหนดี รวมมาแล้ว รีวิว 8 รุ่น

หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips ถือเป็นอีกยี่ห้อที่ครองใจผู้ใช้ที่ต้องการคุณภาพ แถมยังใส่เทคโลยีที่ช่วยให้การทำอาหารของเรานั้นสะดวก รวดเร็ว แถมยังช่วยลดปริมาณน้ำมันที่ต้องใช้ได้อีกด้วย ใครที่กลัวไขมันแต่ก็ยังอยากจะทานของอร่อยอยู่ คงจะกำลังต้องมองหา หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่นไหนดี อยู่แน่ ๆ เลย ถ้าพร้อมเสียเงินแล้วก็ตามมาอ่านกันเลยครับ



วิธีเลือกหม้อทอดไร้น้ำมัน Philips

วิธีเลือกหม้อทอดไร้น้ำมัน Philips

ขนาดและกำลังไฟ สำหรับครอบครัวใหญ่ที่ต้องทำอาหารจำนวนมาก การเลือกหม้อขนาดใหญ่ขึ้น ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าหม้อที่มีขนาดเล็ก แต่ถ้าอาศัยอยู่ตามคอนโดที่พื้นที่จัดเก็บค่อนข้างมีจำกัดแล้วเลือกไซส์เล็กน่าจะเหมาะสมกว่า เวลาใช้เครื่องไซส์ใหญ่ที่กำลังไฟวัตต์สูง ๆ ถ้าต้องเสียบปลั๊กพ่วงต้องเลือกปลั๊กพ่วงที่รองรับกำลังไฟได้เพียงพอ และไม่เชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นจนเกินกำลังปลั๊กพ่วงจะรองรับไหว เพื่อความปลอดภัยด้วยครับ

Fat Removal เป็นฟังก์ชั่นสุดวิเศษที่สามารถช่วยขจัดไขมันออกจากอาหารได้มากขึ้น ใครที่รักของอร่อย แต่ก็ไม่อยากทานไขมันมาก ๆ อย่าลืมสังเกตเทคโนโลยีนี้ในหม้อทอดไร้น้ำมัน Philips แต่ละรุ่นก่อนซื้อนะครับ

ด้ามจับ Easy Click เป็นด้ามจับอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับนักทำอาหารที่อยากจะได้ฟังก์ชั่นในการทำอาหารประเภทต่าง ๆ มากขึ้น เมื่อเลือกรุ่นที่ด้ามจับเป็น Easy Click จะทำให้หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips สามารถใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง Grill Pan และ Baking Disk ได้ จะย่าง จะอบ ก็เอาอยู่อย่างแน่นอนครับ

หน้าปัดดิจิตอล ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำอาหารมากขึ้นด้วยปุ่มแบบดิจิตอล แถมยังมีโปรแกรมในการทำอาหารอีก 4 แบบ เพียงแค่กดปุ่มเลือกให้ตรงกับอาหารที่เราต้องการรังสรรค์ ตัวเครื่องก็จะเลือกอุณหภูมิรวมถึงตั้งเวลาให้เราอัตโนมัติอีกด้วยครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips” รุ่นไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว "หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips" รุ่นไหนดี

สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาอ่าน อยากดูหม้อทอดไร้น้ำมัน Philips แบบสั้น ๆ วางเรียงเปรียบเทียบ ราคา, ความจุ, กำลังไฟฟ้า และอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แนะนำให้กดเข้าไปที่ปุ่มสีแดงด้านล่างได้เลย หรือถ้าอยากอ่านแบบเต็ม ๆ ก็เลื่อนผ่านปุ่มสีแดง ไปดูรีวิวสินค้าต่อเลยครับ



1. Philips HD9200/91

สำหรับครอบครัวเล็ก ทำอาหารไม่เยอะ ไม่อยากจ่ายแพงเกินจำเป็น หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips HD9200/91 รุ่นนี้เหมาะกับคุณแน่นอน ขนาดความจุ 4.1 ลิตร หรือ 800 กรัม อาจไม่ใช่รุ่นที่ดีที่สุด แต่เป็นรุ่นขายดีที่สุดของแบรนด์ ส่วนหนึ่งก็คงเพราะราคาที่ต่ำกว่าทุกรุ่น แต่ก็คงไม่ใช่แค่นั้นเพราะคุณภาพเองก็สำคัญ รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีมาตรฐานคือ Rapid Air ดีไซน์การหมุนเวียนความร้อนรูปปลาดาว ช่วยให้อาหารกรอบนอกนุ่มในโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน ลดไขมันจากการปรุงอาหารได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ปุ่มควบคุมการทำงานเป็นแบบหมุน มี 2 ปุ่ม คือ ปุ่มตั้งเวลาและปรับอุณหภูมิครับ

สำหรับการตั้งเวลานั้น ตั้งได้สูงสุด 60 นาที และปรับอุณหภูมิในการทำอาหารได้ตั้งแต่ 80 – 200 องศาเซลเซียส สามารถอบ ย่าง ทอด ทำเบเกอรี่ได้หลากหลายเมนู มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย ทำความสะอาดง่ายเพราะใช้ตะกร้า QuickClean เคลือบสารกันติด สามารถล้างด้วยมือหรือใช้เครื่องล้างจานก็ได้ การใช้งานง่ายไม่ต้องเลือกตั้งโปรแกรมอะไรมากมาย เหมาะกับการทำอาหารแบบรวดเร็ว ใส่หม้อตั้งเวลาตั้งอุณหภูมิก็เรียบร้อย ใครชอบความสะดวก ใช้งานไม่เยอะ รุ่นนี้ก็เพียงพอแล้วครับ

กำลังไฟ1,400 W
ความจุ800 g / 4.1 L
ขนาด36 x 26.4 x 29.5 CM
เทคโนโลยีRapid Air
ปุ่มควบคุมปุ่มปรับหมุน
ปรับอุณหภูมิ80 – 200 ºC

2. Philips HD9218/51

หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่น HD9218/51 จะมีความคล้ายกันกับ HD9215/61 ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ปุ่มควบคุม และขนาดตัวเครื่อง ต่างกันที่รุ่นนี้จะเป็นสีดำทั้งหมด และถึงแม้คุณสมบัติคล้ายกันแต่ตัวนี้ยังหาซื้อได้ง่าย ส่วนของความจุอยู่ที่ 800 กรัม ใช้กำลังไฟ 1,425 วัตต์ การทำความร้อนแน่นอนว่าต้องเป็นเทคโนโลยี Rapid Air เอกลักษณ์ของฟิลิปส์เช่นเคย กับการออกแบบก้นตะกร้ารูปปลาดาว ทำให้การหมุนเวียนความร้อนทั่วถึง ทอดอาหารได้ดี ลดน้ำมันได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ตั้งเวลาได้ 30 นาที และปรับความร้อนได้สูงสุดที่ 200 องศาเซลเซียสครับ

ผนังเครื่องเป็นแบบ Cool Wall ไม่ร้อนมือเมื่อสัมผัส และมีระบบตัดไฟอัตโนมัติได้มาตรฐานความปลอดภัย ตะกร้าสำหรับทำอาหารสามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องล้างจานได้  โดยรวมแล้วก็ใช้งานง่ายสะดวกเหมือนกับรุ่นข้างบน ความต่างน้อยมาก แต่เพราะรุ่นนี้หาซื้อง่ายกว่า ราคาก็ต่ำกว่า จึงมียอดขายและรีวิวจากผู้ใช้ให้เป็นตัวเลือกประกอบการตัดสินใจได้ ซึ่งรีวิวก็ค่อนข้างดีใช้งานคุ้มค่า ตัวแบรนด์ก็เชื่อถือได้อยู่แล้ว หากการคุณสมบัติตรงกับที่ต้องการก็จัดได้เลยครับ

กำลังไฟ1,425 W
ความจุ800 g
ขนาด28.7 x 31.5 x 38.4 CM
เทคโนโลยีRapid Air
ปุ่มควบคุมปุ่มปรับหมุน
ปรับอุณหภูมิ80 – 200 ºC

3. Philips HD9270/91

ขยับมาดูรุ่นที่มีการควบคุมด้วยระบบสัมผัสแบบดิจิทัลกันบ้างกับหม้อทอดไร้น้ำมัน Philips HD9270/91 อัปเกรดขึ้นมาหน่อย ด้วยความจุไซส์ XL ขนาด 1.2 กิโลกรัม หรือ 6.2 ลิตร ทำอาหารได้ในปริมาณเยอะขึ้น ใช้เทคโนโลยี Rapid Air หมุนเวียนลมร้อนให้อาหารสุกอร่อย กรอบนอกนุ่มใน และลดไขมันลงได้ 90 เปอร์เซ็นต์ ฟังก์ชันทั่วไปมีครบตามมาตรฐานของ Philips ไม่ว่าจะเป็น QuickClean Basket ตะกร้าใส่อาหารที่ทำความสะอาดง่าย ใช้กับเครื่องล้างจานได้ ผนัง Cool Wall ป้องกันความร้อนเวลาสัมผัส รวมทั้งระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยครับ

ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาของรุ่นนี้ ซึ่งน่าจะถูกใจคนที่ชอบทำอาหารแบบตั้งค่าได้แม่นยำเป๊ะ ๆ ก็คือการควบคุมด้วยหน้าจอดิจิทัลระบบสัมผัส สามารถเลือกโปรแกรมการทำอาหารได้ 7 แบบ ทั้ง อาหารว่างแช่แข็ง, มันฝรั่งสด, เนื้อปลา, น่องไก่, เค้ก, ผักย่าง และมีระบบอุ่นอาหารให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมได้นาน 30 นาที ปรับความร้อนได้ตั้งแต่ 60 – 200 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาทำอาหารได้ 60 นาที ราคาก็กำลังดี ยอดขายก็โอเค เรื่องคุณภาพไว้ใจได้หายห่วง สำหรับบ้านไหนที่อยู่หลายคนหน่อยใช้รุ่นนี้ก็เอาอยู่แล้วครับ

กำลังไฟ2,200 W
ความจุ1,200 g / 6.2 L
ขนาด40.3 x 31.5 x 30.7 CM
เทคโนโลยีRapid Air
ปุ่มควบคุมดิจิทัลระบบสัมผัส
ปรับอุณหภูมิ60 – 200 ºC


4. Philips HD9650/91

หม้อทอดไซส์ XXL ตัวนี้ขนาดใหญ่จุใจ ทำอาหารทานได้ทั้งครอบครัว จะอบไก่ทั้งตัวก็ไม่มีปัญหา รุ่น HD9650/91 ความจุถึง 1.4 กิโลกรัม หรือ 7.3 ลิตร สามารถทำอาหารได้มากถึง 6 ที่ มาพร้อมเทคโนโลยี Rapid Air รูปปลาดาวที่ช่วยหมุนเวียนลมร้อนเร็วขึ้น 7 เท่า และยังมี Fat Removal ช่วยขจัดไขมันออกจากอาหารได้มากขึ้นด้วย ลดไขมันได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ดีต่อใจคนรักของทอดแน่นอน ปุ่มควบคุมเป็นปุ่มหมุน Quick Control แสดงผลด้วยหน้าจอ LED ระบบดิจิทัล ตั้งค่าต่าง ๆ ได้แม่นยำ และมีโปรแกรมอาหาร 5 โหมด คือ มันฝรั่งแช่แข็ง, เนื้อสัตว์, ปลา, ไก่ทั้งตัว และน่องไก่ ใช้งานง่ายแค่กดเลือกโหมดเท่านั้นครับ

นอกจากนี้ก็ยังมีฟังก์ชันอุ่นอาหาร ที่อุ่นทิ้งไว้ได้นาน 30 นาที ปรับความร้อนได้ 40 – 200 องศาเซลเซียส และตั้งเวลาทำอาหารได้ 60 นาที ตะกร้าใส่อาหาร Quick Clean ทำความสะอาดง่าย ตะแกรงและลิ้นชักสามารถถอดออกล้างและใช้กับเครื่องล้างจานได้ทั้งหมด มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน ในส่วนของเมนูอาหารก็สามารถเข้าแอป NutriU เพื่อดูสูตรการทำได้ ซึ่งเป็นแอปที่พัฒนาขึ้นเพื่อแชร์สูตรอาหารสำหรับผู้ใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips โดยเฉพาะ ใครที่ต้องการทำอาหารปริมาณมาก ๆ รุ่นนี้เหมาะเลยครับ

กำลังไฟ2,200 W
ความจุ1,400 g / 7.3 L
ขนาด43.3 x 32.1 x 31.5 CM
เทคโนโลยีRapid Air / Fat Removal
ปุ่มควบคุมดิจิทัล
ปรับอุณหภูมิ40 – 200 ºC

5. Philips HD9721/11

ดูคุณสมบัติแล้วค่อนข้างมีความใกล้เคียงกับรุ่นบน แต่ไซส์เล็กและไม่ใช้ระบบดิจิทัล สำหรับหม้อทอดไร้น้ำมัน Philips HD9721/11 ตัวนี้ ความจุ 800 กรัม เหมาะกับการทำอาหารปริมาณไม่มาก แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอย่าง Rapid Air ระบบหมุนเวียนลมร้อนที่ช่วยให้ทอดอาหารได้อร่อยและรวดเร็ว รวมทั้ง Fat Removal ฟังก์ชันรีดไขมันส่วนเกิน ช่วยให้เราทานของทอดได้โดยไม่รู้สึกผิดมาก ควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80 – 200 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาทำได้สูงสุด 30 นาที และยังอุ่นอาหารไว้ได้นาน 30 นาทีด้วยครับ

ส่วนของการล้างทำความสะอาดนั้น ทั้งตะแกรงและลิ้นชักถอดล้างได้หมด สามารถใช้กับเครื่องล้างจานได้ มีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้ หากเทียบดูแล้วรุ่นนี้น่าจะเรียกว่าเป็น HD9218/51 ที่อัปเกรดเทคโนโลยีเป็น HD9650/91 เหมาะกับคนที่อยากได้คุณภาพการทอดไร้น้ำมันดี ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ความจุมาก และไม่ต้องการโปรแกรมสำเร็จ ราคาก็อยู่ตรงกลาง ๆ หากดูรีวิวคนที่เคยใช้และยอดขายก็ค่อนข้างดี ใครคิดว่าฟังก์ชันตรงกับที่ตามหาอยู่ ก็เลือกไปใช้ได้เลยครับ

กำลังไฟ1,500 W
ความจุ800 g
ขนาด26.6 x 29.2 x 27.6 CM
เทคโนโลยีRapid Air / Fat Removal
ปุ่มควบคุมปุ่มปรับหมุน
ปรับอุณหภูมิ80 – 200 ºC

6. Philips HD9741/11

สำหรับหม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่นนี้คงต้องบอกว่าเป็น HD9650/91 รุ่นจูเนียร์ประมาณนั้น ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ที่แทบจะถอดแบบกันมา แต่ความจุน้อยกว่า โดยตัวนี้มีความจุที่ 800 กรัม ส่วนของเทคโนโลยีที่ใช้ก็จัดเต็มไม่ว่าจะเป็น Rapid Air รูปปลาดาวสร้างการไหลเวียนอากาศเร็วขึ้น 7 เท่า ทำอาหารได้เร็วกว่าใช้เตาอบ 1.5 เท่า รวมถึง Fat Removal ช่วยขจัดไขมันส่วนเกินในอาหาร ลดปริมาณไขมันลงได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ โดยที่อาหารยังคงกรอบอร่อยไม่เสียรสชาติ ควบคุมการตั้งค่าต่าง ๆ ด้วยระบบดิจิทัล แสดงผลด้วยหน้าจอ LED ชัดเจนและแม่นยำครับ

การปรับอุณหภูมิความร้อนนั้นใช้ปุ่มหมุน Quick Control ปรับได้ตั้งแต่ 80 จนถึง 200 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที มีโปรแกรมการทำอาหารทั้งหมด 4 แบบ คือ มันฝรั่งแช่แข็ง, เนื้อสัตว์, ปลา และน่องไก่ ใช้สะดวกแค่กดปุ่มครั้งเดียว สำหรับใครที่ไม่ชอบตั้งค่าเองก็สะดวกดีทีเดียว ทำความสะอาดง่ายด้วยตะกร้า QuickClean ตะแกรงเคลือบกันติดและลิ้นชักที่ถอดออกได้ สามารถใช้กับเครื่องล้างจานได้เลย ใครยังสับสนว่าเอ๊ะจะเลือกรุ่นไหนดี อย่างที่บอกว่าตัวนี้ฟังก์ชันเดียวกับ HD9650/91 ทั้งเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล หากชอบรุ่นนั้นแต่ทำอาหารปริมาณน้อยกว่าก็เลือกตัวนี้แทนได้เลยครับ

กำลังไฟ1,500 W
ความจุ800 g / 4.5 L
ขนาด36.5 x 26.6 x 28 CM
เทคโนโลยีRapid Air / Fat Removal
ปุ่มควบคุมดิจิทัล
ปรับอุณหภูมิ80 – 200 ºC


7. Philips HD9860/91

จัดว่าเป็นตัวท็อปที่สุดของแบรนด์แล้ว สำหรับรุ่น HD9860/91 หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips ไซส์ XXL ความจุ 1.4 กิโลกรัม ที่สามารถทำอาหารโดยใช้ไก่ได้ทั้งตัว มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสุดของ Philips จัดมาหมดตั้งแต่ตัวมาตรฐานอย่าง Rapid Air กับการหมุนเวียนลมร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ การรีดไขมันส่วนเกินออกจากอาหารด้วย Fat Removal ลดไขมันลง 90 เปอร์เซ็นต์ และยังมี Smart Sensing ช่วยตั้งโปรแกรมการทำอาหารให้ เพียงแค่เลือกประเภทอาหารแล้วกดปุ่มปรุงอาหารเท่านั้น เซนเซอร์จะปรับอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสมให้อัตโนมัติครับ

และแน่นอนว่าการควบคุมตั้งค่าต่าง ๆ ก็เป็นระบบดิจิทัล ใช้หน้าจอแสดงผล LED มีโปรแกรมอาหาร 5 แบบ มันฝรั่งสดหรือแช่แข็ง, น่องไก่หรือไก่ทั้งตัว, ปลา รวมทั้งยังสามารถบันทึกอาหารจานโปรด ตั้งค่าเมนูที่ทำประจำแล้วบันทึกเอาไว้ เมื่อทำเมนูเดิมก็แค่กดปุ่มเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมีโหมดอุ่นอาหาร 30 นาที ตะกร้า QuickClean ที่ถอดล้างทำความสะอาดง่ายใช้กับเครื่องล้างจานได้ ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้ บอกแล้วว่ารุ่นนี้ท็อปสุด รวมทุกอย่างไว้แล้วในหม้อเดียว ใครที่ต้องการแบบตัวเดียวฟังก์ชันครบสมบูรณ์ไม่ขาดไม่เกิน จัดรุ่นนี้ไปเลยจบครับ  

กำลังไฟ2,200 W
ความจุ1,400 g / 7.3 L
ขนาด43.31 x 32.16 x 31.57 CM
เทคโนโลยีRapid Air / Fat Removal / Smart Sensing
ปุ่มควบคุมดิจิทัล
ปรับอุณหภูมิ40 – 200 ºC

8. Philips HD9215/61

Philips HD9215/61

ราคาโดยประมาณ 5,544 บาท

อาจจะเรียกว่าเป็นแรร์ไอเทมเพราะไม่ค่อยมีจำหน่ายแล้วสำหรับหม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่น HD9215/61 ไซส์เล็กกะทัดรัด ความจุเพียง 3 ลิตรเท่านั้น สำหรับการทำอาหารขนาดเล็ก จำนวนคนน้อย ๆ ใครอยู่พวกอพาร์ตเมนต์หรือคอนโดน่าจะเหมาะเลย ตัวหม้อมีปุ่มหมุนสำหรับควบคุมการทำงานหน้าเครื่อง 1 ปุ่ม และบริเวณด้านบนเป็นแถบสไลด์อีก 1 ปุ่ม ใช้เทคโนโลยี Rapid Air หมุนเวียนความร้อนด้วยดีไซน์รูปปลาดาว ให้ความร้อนทั่วถึง ลดปริมาณไขมันจากการปรุงอาหารได้ 75 เปอร์เซ็นต์ จะใช้ทอด ปิ้ง ย่าง หรืออบ ก็มั่นใจได้ว่าดีต่อสุขภาพมากขึ้นครับ

หม้อทอดรุ่นนี้ใช้กำลังไฟ 1,300 วัตต์ ปรับความร้อนได้ที่ 80 – 200 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาทำอาหารได้ 30 นาที ตะกร้าใส่อาหารสามารถถอดล้างง่าย เคลือบสารกันติดสะดวกต่อการทำความสะอาด ใช้กับเครื่องล้างจานได้ ถ้าดูภาพรวมของคุณสมบัติแล้ว ต้องบอกว่าใกล้เคียงกับรุ่นก่อนพอสมควร ส่วนของดีไซน์แตกต่างกันตรงปุ่มควบคุม และสีของปุ่มสไลด์กับตัวจับที่เป็นสีแดง ตัดกับสีตัวหม้อซึ่งเป็นสีดำ ทำให้ดูเท่และมีสีสันกว่า ถ้าใครชอบของหายาก อยากทอดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ลองดูรุ่นนี้ไว้เป็นตัวเลือกก็น่าสนใจอยู่ครับ

กำลังไฟ1,300 W
ความจุ3 L
ขนาด28.7 x 31.5 x 38.4 CM
เทคโนโลยีRapid Air
ปุ่มควบคุมปุ่มปรับหมุน
ปรับอุณหภูมิ80 – 200 ºC

อ่านกันมาถึงตรงนี้คงจะได้คำตอบสำหรับ หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips รุ่นไหนดีกันแล้วแน่เลย นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำอาหารประเภทต่าง ๆ ได้หลากหลายแล้ว เวลาทำความสะอาดก็ยังสะดวกมาก บางรุ่นก็สามารถเอาเข้าเครื่องล้างจานได้อีกด้วย แถมยังเพิ่มเติมด้วยความสามารถในการขจัดไขมัน ที่เป็นอีกหนึ่งตัวละครร้ายซึ่งแฝงมากับความอร่อย สุดท้ายนี้ก็ขอให้เลือกได้รุ่นที่ถูกใจ ใช้งานไม่มีปัญหากันนะครับ


เราใช้คุกกี้เพื่อนับผู้เข้าชมและพัฒนาเว็บไซต์ อ่านรายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    สำหรับวิเคราะห์สถิติของผู้ชมเว็บไซต์ เพื่อช่วยตัดสินใจ การปรับปรุงบทความ - ข้อมูลแหล่งที่มาของผู้ใช้งาน เช่น. ผู้ใช้เข้าสู่เว็บไซต์ Plus Around จาก Google Search หรือ Social Network - ข้อมูลพฤติกรรม เช่น. ระยะเวลา, เวลา, หน้า landing page และการติดตามกิจกรรมอื่น ๆ - ข้อมูลเนื้อหา เช่น. ผู้ใช้อ่านบทความเครื่องซักผ้าฝาหน้า ยี่ห้อไหนดี - ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น. ผู้ใช้แบ่งปันบทความบนเครือข่ายโซเชียล - ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ Google Analtics สามารถดูในระดับภาพรวม แต่ไม่สามารถเจาะจงเป็นรายบุคคลได้ เช่น. เพศ , อายุ , สถานที่ตั้ง - การทดสอบ A/B test สำหรับการปรับปรุงเว็บไซต์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    การโฆษณาตามความสนใจ - แสดงโฆษณาที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้งาน โดยอ้างอิงตามกิจกรรมของผู้ใช้ บนเว็บไซต์ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ ผู้ใช้งานสนใจ ในเชิงพาณิชย์ - อนุญาตให้ผู้เผยแพร่โฆษณา นำเสนอโฆษณาต่างๆ แก่ผู้ใช้งาน และยังให้ผู้เผยแพร่โฆษณา สามารถประมูลค่าของโฆษณา เพื่อเสนอราคาที่เหมาะสม ก่อนที่จะนำโฆษณาเสนอแก่ผู้ใช้งาน - การกำหนดความถี่สูงสุดในการมองเห็นโฆษณา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเห็นโฆษณาเดียวกันหลายครั้งเกินไป - รวบรวมข้อมูลบราวเซอร์และอุปกรณ์: ประเภทและรุ่นของอุปกรณ์, ผู้ผลิต, ประเภทระบบปฏิบัติการ และรุ่น (เช่น iOS หรือ Android) ประเภท และรุ่นของเว็บบราวเซอร์ (เช่น Chrome หรือ Safari), user-agent, ชื่อผู้ให้บริการ, เขตเวลา ประเภทการเชื่อมต่อเครือข่าย (เช่น Wi-Fi หรือ เซลลูลาร์), ที่อยู่ IP, ตำแหน่งทั่วไปที่อนุมานจากที่อยู่ IP หรือ บราวเซอร์ หรือ เว็บแคช)

บันทึกการตั้งค่า