+ “หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 3,000 บาท” ยี่ห้อไหนดี 2021 มีรีวิว 10 ยี่ห้อ +

+ "หูฟังไร้สาย" ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ยี่ห้อไหนดี 2021 มีรีวิว 10 ยี่ห้อ +

ยุคนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่คนใช้หูฟังไร้สายกันนะครับ เพราะด้วยความสะดวกสบายแบบสุด ๆ ไม่มีสายให้รกรุงรังแต่อย่างใด จะออกกำลังกาย หรือยกเวท ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงได้โดยไม่ต้องกังวลกับสายหูฟังอีกเลย และเมื่อพูดถึงเรื่องคุณภาพเสียง ก็แทบจะไม่ด้อยไปกว่าหูฟังแบบมีสายแล้ว อีกทั้งหูฟังไร้สาย True Wireless หลายรุ่น ก็ถูกพัฒนาให้เก็บชาร์จในกล่องเคสได้ จึงใช้งานได้นานและสะดวกมากขึ้นแบบสุด ๆ แต่ถ้าพูดช่วงราคา เจ้าหูฟังเหล่านี้ ก็มีกันหลายช่วงมาก ๆ ตั้งแต่พวกรุ่น Top ๆ ระดับหลายพัน หลายหมื่นบาท ไปจนถึงพวกถูก ๆ ระดับหลักร้อยก็มี แต่วันนี้ จะมาขอรีวิว “หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 3,000 บาท” ยี่ห้อไหนดี ให้ได้ทราบกันครับ จะมียี่ห้อไหนน่าสนใจกันบ้างนั้น ก็ตามมาเลย



สารบัญครับผม

วิธีการเลือก หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ยี่ห้อไหนดี

วิธีการเลือก หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 3000 บาท ยี่ห้อไหนดี

1. เลือกลักษณะของหูฟังไร้สาย

– แบบ Earbuds (หูฟังรุ่นเก่า) เน้นใส่สบายทำให้ใช้งานได้ยาวนาน และก็ยังคงได้ยินเสียงรอบข้าง ตัวหูฟังหลุดหล่นได้ง่าย
– แบบ In-Ear (จุกยาง) ให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด แต่ต้องสอดเข้าไปในหู ทำให้เวลาใช้นาน ๆ อาจจะไม่ค่อยสบายหู ป้องกันเสียงรอบข้างได้ดี โอกาสหลุดหล่นน้อยลง
– แบบ Bone Conduction (เกาะหู) เป็นหูฟังที่ส่งสัญญาณเสียงด้วยการสั่นสะเทือน ไปยังกระดูกข้างใบหน้าหรือแก้มของเรา ไม่ได้ผ่านแก้วหูเหมือนหูฟังแบบอื่น ๆ ตัวหูฟังถูกดีไซน์ให้คาดไว้ข้างหู ทำให้เราสามารถได้ยินเสียงรอบข้างอย่างชัดเจนเหมือนไม่ได้ใส่หูฟัง เหมาะสำหรับการออกกำลังกายบางประเภทเช่น การวิ่ง โดยเฉพาะการวิ่งบนถนนที่มักมีรถขับผ่านไปมา ช่วยให้หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ดียิ่งขึ้น

2. เลือกดูความสามารถในการกันน้ำ

มาตรฐาน IP จะมีตัวเลข 2 ตัวต่อท้าย โดยตัวแรก(เลขด้านซ้าย) จะบ่งบอกความสามารถในการกันฝุ่น โดยมีค่าสูงสุดจะอยู่ที่ระดับ 6 ส่วนตัวเลขที่สอง(เลขด้านขวา) จะบ่งบอกความสามารถในการกันน้ำ โดยมีค่าสูงสุดจะอยู่ที่ระดับ 9K หูฟังไร้สายอย่าง Jabee Firefly 2 Touch มีความสามารถกันน้ำ IPX7 สามารถกันน้ำระดับ 7 สังเกตว่าตัวเลขที่บอกความสามารถในการกันฝุ่นกลายเป็นตัว X ซึ่งจะหมายความว่า ไม่ได้ส่งทดสอบการกันฝุ่น ส่วนใครอยากอ่านรายละเอียดเรื่องมาตรฐานการกันฝุ่น-กันน้ำก็คลิก Link ได้เลยครับ

3. เลือกหูฟังตามจุดประสงค์การใช้และสเปค

หูฟัง True Wireless

ถ้าโจทย์ในการใช้งานของคุณคือการเล่นเกม เราขอให้เลือกรุ่นที่ได้รับคำชมว่าดีเลย์น้อย หรือมีโหมดเกมมิ่งมาด้วยจะช่วยให้การเล่นเกมมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น เสียงไม่หน่วงหรือดีเดย์ให้อารมณ์เสีย แต่ถ้าเน้นการคุย ลองเลือกรุ่นที่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีในเรื่องของไมค์ด้วย หลาย ๆ รุ่นที่ราคา 2000-3000 บาท ก็มีไมค์ตัดเสียงมาให้ด้วย ทำให้คุณภาพเสียงเวลาคุยจริง ๆ นั้นไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ส่วนรุ่นอื่นที่ราคาถูกมาก ๆ อาจจะต้องเช็คนิดหนึ่ง นอกจากนี้ก็ลองดูสเปคแบตเตอรี่ว่าเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ ถ้าเบื่อการชาร์จบ่อย ๆ ก็แนะนำให้เลือกรุ่นที่กล่องเคสสามารถชาร์จหูฟังได้หลายรอบเลยครับ (ดูเวลาชาร์จเคส)


ตารางเปรียบเทียบรีวิว “หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 3,000 บาท” ยี่ห้อไหนดี

อยากดูข้อมูลของสินค้าแต่ละยี่ห้อแบบสรุป ๆ อ่านง่าย วางเรียงเปรียบเทียบสเปค ทั้งลักษณะหูฟัง, ไมค์ตัดเสียงรบกวน, ความสามารถในการกันน้ำ, แบตเตอรี่, ราคา และอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แนะนำให้กดเข้าไปที่ปุ่มสีแดงด้านล่างได้เลยครับ



1. หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ยี่ห้อ Jabra Elite active 65t

Jabra Elite active 65t เป็นหูฟังไร้สายที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ตัวหูฟังเอง ก็ออกแบบมาให้สวมใส่ได้ง่าย สบายหู ไม่หลุดแม้จะมีการเคลื่อนไหว เช่น การออกกำลังกายหรือการกระโดดอีกด้วย และยังมาพร้อมกับระดับการกันน้ำที่ IP56 ซึ่งสามารถกันละอองน้ำ เหงื่อ รวมถึงฝุ่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ก็มีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นกว่าหูฟังไร้สายอื่นๆ คือ ระบบ ‘HereThrough’ ซึ่งเป็นระบบที่จะดึงเสียงบรรยากาศรอบ ๆ ให้เข้ามาที่หูฟัง ทำให้รับรู้ได้ถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใกล้เคียง เช่น คนปั่นจักรยานข้าง ๆ เป็นต้น ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ดี ทำให้เหมาะกับการใช้งาน outdoor มากๆ ครับ

ส่วนเรื่องการเชื่อมต่อ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลด้วย Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 ที่สามารถเชื่อมต่อหูฟังจากระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สัญญาณก็ไม่หลุด แม้มีสิ่งรบกวน (แต่ไกลมากก็ไม่ไหวเน้อ) อีกทั้งยังมีเคสสำหรับพกพาสีดำที่เอาไว้ชาร์จแบตได้ไปในตัว ก็ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานไม่มีติดขัดอีกด้วย นอกจากนี้ จุดเด่นของตัว Jabra Elite active 65t คือเสียงร้องที่โปร่ง ชัด ฟังสบาย เน้นไปทางสมดุลให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลาย ไม่อึดอัดจนเกินไป รวมถึงมีเวทีเสียงที่กว้าง ชิ้นดนตรีแยกกันชัดเจน แนวเพลงที่เหมาะก็จะเป็นพวกแนว Pop, Rock, Future base ก็ถ้ามีงบสักประมาณ 3,000-4,000 ละก็ อยากแนะนำให้ลองใช้หูฟังไร้สายตัวนี้ จริง ๆ ครับ

ประเภทหูฟังIn-ear
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำ IP56
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ5 ชม. + เคส 10 ชม.
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง ออกกำลังกาย พูดคุย outdoor

2. หูฟัง True wireless ราคาไม่เกิน 2,000 บาท ยี่ห้อ 1MORE Comfobuds ESS3001T

มาต่อกันที่หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท ที่ทำดีไซน์ออกมาได้อย่างสวยงาม เหมาะแก่การพกติดตัวไปใช้ในชีวิตประจำวัน นั่นก็คือ หูฟัง 1MORE Comfobuds ESS3001T ที่จะมีสีขาวและสีดำให้เลือกซื้อกันด้วย โดยตัวหูฟังจะเป็นแบบ Earbud ที่มีน้ำหนักเบา จึงสวมใส่ได้อย่างสบาย ๆ ส่วนเรื่องการกันน้ำ ก็ทำได้ถึงระดับ IPX5 ซึ่งกันน้ำกันเหงื่อสำหรับการออกกำลังกายได้ดี (แต่ว่ายน้ำไม่ได้นะ) นอกจากนี้ การเชื่อมต่อระหว่างหูฟังกับมือถือก็ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยี bluetooth 5.0 ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างไม่มีสะดุด เท่านั้นยังไม่พอ ยังสามารถใช้งานร่วมกับแอป 1More เพื่อปรับแต่งค่าเสียงต่างๆ ได้อีกด้วยครับ

ส่วนเรื่องคุณภาพเสียง ก็ไม่ต้องห่วงเลยครับ เพราะการันตีด้วยรางวัลด้านคุณภาพเสียงระดับนานาชาติกว่า 34 รางวัล ซึ่งตัวหูฟัง Comfobuds นี้ จะให้เสียงร้องที่คมชัด และไดนามิกของเสียงดนตรีกว้าง ทำให้ไม่อึดอัดเวลาฟัง อีกทั้งยังได้เสียงที่เป็นธรรมชาติ ชัดในทุกมิติ สามารถฟังเพลงได้ทุกจังหวะและทุกแนวเลย ส่วนไมโครโฟนจะเป็นแบบ ENC Quad (environmental NOISE cancellation) ที่สามารถตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ ก็ทำให้การสื่อสารต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุดเท่าไรนัก ก็สำหรับใครที่มีงบประมาณ 2,000 บาท แล้วอยากได้หูฟังไร้สายดีไซน์สวยๆ เสียงดนตรีเพราะๆ มีเคสชาร์จแบตพกพาสะดวก ลอง 1MORE ดูสิครับ

ประเภทหูฟังEarbud
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำIPX5
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ4 ชม. + เคส 14 ชม.
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง ทั่วไป

3. หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท ยี่ห้อ AUKEY EP-T25

ถ้าพูดถึงหูฟังไร้สายยี่ห้อ AUKEY ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูในวงการหูฟังประเทศไทยสักเท่าไรนัก แต่ถ้าในวงการพาวเวอร์แบงค์แล้วละก็ AUKEY เขามีชื่อเสียงระดับโลกเลยครับ โดยตัวหูฟัง AUKEY รุ่น EP-T25 จะทำออกมาให้เป็นแบบ in-ear ที่สวมใส่สบาย ไม่คับหรือไม่หลวมจนเกินไป และด้วยดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัด ก็ทำให้พกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไม่กินพื้นที่ทั้งในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าใส่ของเท่าไรนัก และที่สำคัญเรื่องด้านเสียง จะให้เสียงเบสที่หนาเป็นลูก พร้อมด้วยเสียงแหลมที่แหลมชัด ไม่เสียดหูผู้ฟัง มีเสียงร้องที่เคลียร์และใสกริ้งเหมาะกับการฟังเพลง Pop หรือเพลงที่มีจังหวะสนุก ๆ ได้ดีมากครับ

ส่วนทางด้านการเชื่อมต่อ ก็จะใช้ระบบ Bluetooth 5.0 ซึ่งต่อได้เร็วและเสถียร ทำให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องหงุดหงิดเวลาเชื่อมต่อ เปิดหูฟังปุ๊ป ก็ฟังเพลงต่อได้อย่างไหลลื่น อีกทั้งตัวหูฟังไร้สาย ก็ได้ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายสำหรับการทัชและการแตะต่าง ๆ โดยสามารถแตะที่ตัวหูฟังเพื่อเล่น หรือเพื่อหยุดได้ด้วย ส่วนด้านการคุยหรือโทรจะทำได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะต้องพูดเสียงให้ดังเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันระบบตัดเสียงรบกวนทำงาน ถ้าพูดในระดับธรรมดา ๆ หรือเบา ๆ ตัวหูฟังจะชอบคิดว่า เสียงที่เราพูดเป็นเสียงรบกวนนั้นเอง แต่ถ้าไม่คิดมากด้านนี้ และชอบหูฟังเสียงใส ๆ เคลียร์ ๆ กับมีราคาที่ย่อมเยาแล้วละก็ AUKEY EP-T25 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ

ประเภทหูฟังIn-ear
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำIPX 5
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ4 ชม. + เคส 16 ชม.
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง ทั่วไป


4. หูฟัง True wireless ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ยี่ห้อ Lypertek Tevi

4. หูฟัง True wireless ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ยี่ห้อ Lypertek Tevi

ราคาโดยประมาณ 1,990 บาท

หูฟังไร้สาย Lypertek Tevi เป็นหูฟังที่ผมคิดว่า เรียบง่ายและดูดีมาก ๆ เลยครับ เพราะในส่วนของตัวหูฟังและเคส ก็ทำออกมาได้อย่างสวยงาม ซึ่งตัวหูฟังจะเป็นแบบ in-ear ที่ใช้วัสดุพลาสติกสีงาช้างหรือสีดำกันลื่นอย่างดี ให้ความรู้สึกที่สวยและพรีเมี่ยมมาก ๆ อีกทั้งตัวเคสก็ใช้วัสดุเป็นผิวผ้า ทำให้ดูน่าใช้ และให้สัมผัสที่นุ่มกระชับอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ยังสามารถชาร์จแบตได้อย่างยาวนานมากกก โดยการชาร์จแบตเต็มที่ 1 ครั้ง จะสามารถใช้งานรวมกันได้ถึง 70 ชั่วโมง! (นานมาก) ตัดปัญหาชาร์จแบตบ่อย ๆ ได้เลยครับ

ส่วนทางด้านเสียงก็ไม่น้อยหน้า โดยเสียงที่ได้นั้นมาเต็มในทุก ๆ ย่าน เสียงชัดใส เบสแน่นเป็นลูก เสียงชิ้นดนตรีสามารถแยกกับเสียงนักร้องได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว แต่อาจจะมีดีเลย์เวลาฟังเพลงหรือวิดีโอจาก youtube หรือ netflix กันนิดนึง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่มากมายอะไรนัก นอกจากนี้ ตัวหูฟังไร้สายก็มีระดับการกันน้ำกันฝุ่นที่ IPX7 ทำให้สามารถใส่ออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างสบาย ๆ และการใช้งานก็ง่าย เพียงแค่แตะเพื่อเริ่ม หรือเพื่อหยุดก็เท่านั้น รวม ๆ แล้ว ผมคิดว่า หูฟังตัวนี้เหมาะมาก ๆ กับเพื่อน ๆ ที่รักเสียงเพลง ฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เหมาะกับดนตรีทุก ๆ แนวเลยครับ

ประเภทหูฟังIn-ear
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำIPX7
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ10 ชม. + เคส 60 ชม.
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง ออกกำลังกาย

5. หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท ยี่ห้อ RAZER HAMMERHEAD

ถ้าใครเป็นสายเกมเมอร์ละก็ ต้องถูกใจหูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท อย่าง หูฟังเกมมิ่ง RAZER HAMMERHEAD กันแน่ ๆ ครับ (เป็นหูฟัง True Wireless เกมมิ่งตัวแรกของโลกจากแบรนด์ RAZER) โดยปกติหูฟัง True Wireless ทั่ว ๆ ไป อาจจะเกิดการดีเลย์ของเสียงที่ส่งตรงมาถึงเราได้มากบ้างน้อยบ้าง แต่เจ้า Razer ตัวนี้ สามารถลดอาการดีเลย์ได้ดีเอามาก ๆ เสมือนเสียบหูฟังแบบมีสายกันเลยทีเดียว อีกทั้ง “เสียง” ที่ออกมาจากหูฟัง ก็ออกมาอย่างแม่นยำ คม และชัดเจน ซึ่งมีผลอย่างมากกับการเล่นเกมในสมัยใหม่อีกด้วย นอกจากนี้ หูฟังก็สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 16 ชั่วโมง! ทำให้การเล่นเกมของเพื่อน ๆ เพลิดเพลินได้อย่างไม่มีสะดุดเลยครับ

ต้องขอพูดถึงตัวหูฟังกันบ้าง โดยจะมาในรูปทรงก้านแบบ earbud ทำให้ใส่ได้อย่างสบาย ๆ ไม่เจ็บหู และยังทำให้ใส่ได้นาน นานกว่าแบบ in-ear อีกด้วย ส่วนการเชื่อมต่อ ก็ทำได้ดีด้วย bluetooth 5.0 ที่พอหยิบหูฟังออกมาจากเคสแล้ว จะเชื่อมต่อกับมือถือแทบจะทันทีเลยทีเดียว เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี ระบบ Gaming Mode ที่จะช่วยลดการดีเลย์ของเสียงในเกมไปอีกขั้น จนเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีอาการดีเลย์ใด ๆ เลยเมื่อเปิดโหมดนี้ ส่วนระบบไมโครโฟน ก็เป็นแบบ Omnidirectional ที่จะช่วยให้การพูดคุยทั่วไปกับในเกมได้อย่างคมชัด และสั่งการได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ก็ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่เป็นสายเกมมิ่ง และอยากได้หูฟัง True Wireless ดี ๆ ไว้เล่นเกมสักยี่ห้อละก็ ผมขอแนะนำเจ้าหูฟัง RAZER ตัวนี้เลยครับ

ประเภทหูฟังEarbud
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำIPX4
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ4 ชม. + เคส 12 ชม.
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง เล่นเกม คุยโทรศัพท์

6. หูฟัง Open ear ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ยี่ห้อ AFTERSHOKZ OPENMOVE

สายออกกำลังกายถูกใจกันอย่างแน่นอนกับหูฟังตัวนี้ ‘AFTERSHOKZ OPENMOVE’ ที่เป็นหูฟังออกกำลังกายแบบ Open ear โดยใช้ระบบ ‘BONE CONDUCTION’ ซึ่งจะมีกลไกการทำงานก็คือ การส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังกระดูกแก้วหูโดยไม่ผ่านแก้วหู ทำให้เราสามารถได้ยินเสียงเพลงพร้อม ๆ กับเสียงรอบ ๆ ตัวได้ จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเหมาะกับคนที่ชอบออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งมาก ๆ รวมทั้งตัวหูฟังก็มีน้ำหนักเบา ทำให้ไม่ปวดหูเหมือนเวลาใส่หูฟังแบบ in-ear และทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดหรือรำคาญใจเวลาเคลื่อนไหวร่างกายอีกด้วย แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ อยากลดเสียงรอบข้าง ทางตัวหูฟังก็มีจุกโฟมแถมมาให้ด้วยเพื่อลดเสียงรบกวนให้มีสมาธิที่ดียิ่งขึ้นครับ

ด้วยข้อดีที่เป็นแบบ Open ear นี้เอง จึงไม่มีอาการที่หูฟังหนีบหรือหดอยู่ที่หู จึงช่วยลดอาการปวดหูต่าง ๆ และสามารถใส่ออกกำลังกายได้อย่างยาวนานยิ่งขึ้น อีกทั้งการที่ออกแบบให้น้ำหนักสองข้างสมดุลกัน ก็จะช่วยให้ไม่รู้สึกว่า น้ำหนักของตัวหูฟังเอียงไปข้างใดข้างนึง ทำให้ใช้งานได้อย่างสบาย ๆ ส่วนทางด้านเสียง ก็ต้องบอกว่ายังไม่สุดมากในแง่ของไดนามิก ยังขาดเสียงเบสลึก ๆ แน่น ๆ และเสียงแหลมยังหม่น ๆ ไม่พุ่งมาก ทำให้การฟังเพลงในแง่ของอรรถรสอาจจะขาดหายไปบ้าง แต่รวม ๆแล้ว ฟังก์ชันของหูฟังตัวนี้ ก็ยังเหมาะกับเพื่อน ๆ สายสปอตมากครับ ด้วยระดับเสียงปานกลางที่ให้ความปลอดภัยและความสะดวกสบายเป็นเลิศนั้นเอง

ประเภทหูฟังOpen ear
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำIP55
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ6 ชั่วโมง
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง ออกกำลังกาย


7. หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท ยี่ห้อ OPPO Enco Free

OPPO Enco Free True Wireless Headphone เป็นหูฟัง True wireless ตัวแรกของแบรนด์ Oppo ที่ผมชอบมาก ๆ อย่างนึงเลยคือ ตัวเคส ซึ่งตัวเคสของเขาออกแบบมาได้อย่างสวยงาม พรีเมี่ยม และใช้งานง่ายมาก ๆ รวมถึงจะมีไฟแจ้งสถานะเตือนอยู่ที่ตัวเคสด้วย ส่วนตัวหูฟังก็เป็นทรงก้านแบบ earbud ทำให้ลดอาการปวดหูเวลาใช้งานได้ดี อีกทั้งจะมีไมโครโฟนอยู่ตรงก้านสามารถตัดเสียงรบกวนได้ ซึ่งทำให้เวลาพูดสนทนาเสียงที่ได้จะค่อนข้างคมชัดอีกด้วย และอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบมาก ๆ เลยก็คือ การควบคุมโหมดต่าง ๆ ที่ตัวหูฟังไร้สาย โดยจะมีทั้งการแตะเพื่อเริ่มหรือหยุด หรือว่าจะเป็นการสไลด์ขึ้นลงเพื่อเพิ่มหรือลดเสียง หรือแม้แต่การเชื่อมต่อทันทีเมื่อเปิดเคส หรือเมื่อถอดหูฟังใส่กลับเข้าไปในตัวเคส เพลงก็จะหยุดไปโดยอัตโนมัติ ถือว่า สะดวกมาก ๆ เลยครับ

ส่วนด้านการเชื่อมต่อ ก็ทำได้ดีด้วย bluetooth 5.0 ที่แค่นำหูฟังออกมาจากเคส ก็สามารถจับคู่กับอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่า เรื่องคุณภาพเสียงต้องบอกว่าดีเกินตัว ใครจะคิดว่าแบรนด์โทรศัพท์จะทำหูฟังไร้สายได้ดีขนาดนี้ ซึ่งจะให้เสียงในย่านแหลมกับเสียงกลางได้อย่างดีทีเดียว มีความคมชัด เก็บเครื่องดนตรีและเสียงร้องได้ดี แต่ในย่านเสียงเบสยังขาดความนุ่มลึกและมวลของเบสอยู่ ทำให้เพื่อน ๆ ที่ชอบฟังเพลงเน้นเสียงเบสเยอะ ๆ อาจจะยังไม่โดนใจมากเท่าไรนัก แต่ก็มีข้อดีอีกอย่างก็คือ แทบจะไม่มีการดีเลย์ของเสียงเลย สามารถใส่เล่นเกมหรือดูหนังได้อย่างสบายใจ โอกาสเสียงหลุดเสียงหายน้อยมากก ก็ยังไงถ้ากำลังมองหา หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท ละก็ อยากให้ลอง OPPO จริง ๆ ครับ

ประเภทหูฟังEarbud
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำIPX4
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ5 ชม. + เคส 15 ชม.
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง เล่นเกม คุยโทรศัพท์

8. หูฟัง True wireless ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ยี่ห้อ Sony WF-XB700

มาถึงแบรนด์ค่ายยักษ์ใหญ่ของวงการหูฟัง gadget ต่าง ๆ อย่าง ค่าย Sony ที่เรียกได้ว่า เป็นรุ่นพี่ของวงการหูฟังไร้สายเลยก็ว่าได้ โดยทางโซนี่ได้ออกหูฟังมาอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้มีตัวเลือกจำนวนมาก แต่ถ้ากำลังมองหา หูฟัง True wireless ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ละก็ ต้องขอแนะนำ Sony WF-XB700 ตัวนี้เลยครับ โดยจะเป็นหูฟังในซีรีย์ XB (Extra Bass) ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า XB หูฟังตัวนี้เลยเน้นไปที่ตัว “เบส” โดยจะให้เสียงเบสที่หนักแน่น ลูกใหญ่ ฟังเพลงแนว Pop, EDM สนุกมาก ๆ ส่วนด้านเสียงร้อง ก็ให้เสียงที่อิ่มเอม เพราะเสียงจะอยู่ใกล้กับผู้ฟัง ทำให้ได้เสียงที่มีมวลมาก แต่เสียงแหลมจะแหลมไม่มากนัก เพราะไปเน้นที่ย่านเสียงเบสมากกว่า ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติของเสียงเพลงครับ

ในด้านของการใช้งานและการออกแบบก็ทำออกมาได้อย่างดูดีเลยทีเดียว โดยตัวหูฟังจะมาในรูปแบบ in-ear ใส่เข้าไปในหู ซึ่งขนาดอาจจะดูใหญ่เล็กน้อย แต่ว่าพอได้ลองใส่เข้าไปจริง ๆ แล้ว พบว่าแทบไม่มีอาการกดทับหรือปวดที่หูเลยครับ และตัวหูฟังก็มีน้ำหนักที่เบามาก ๆ ทำให้สวมใส่ได้อย่างสบาย ไม่รู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังมีซิลิโคนให้เลือกหลากขนาด ทำให้สามารถปรับให้เข้ากับรูหูของเราได้ด้วย ส่วนการเชื่อมต่อก็ทำได้อย่างรวดเร็วกับ bluetooth 5.0 อีกทั้งยังสามารถกันน้ำได้ถึงระดับ IPX4 ซึ่งสามารถกันละอองน้ำละอองเหงื่อได้ดี ทำให้ใส่ออกกำลังกายได้อีกด้วย เรียกได้ว่า หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหาหูฟังไร้สายที่ครบครัน ทั้งในด้านประสิทธิภาพ, ฟังก์ชันจากแบรนด์ชั้นนำ และเน้นในเรื่องของเสียงเบส ก็สามารถเลือกเจ้าตัว Sony WF-XB700 ไปลองใช้งานกันดูได้ครับ

ประเภทหูฟังIn-ear
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำIPX4
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ9 ชม. + เคส 9 ชม.
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง ออกกำลังกาย

9. หูฟังคล้องคอ ราคาไม่เกิน 2,000 บาท ยี่ห้อ BEATS FLEX

มากันที่พี่ใหญ่จากทางฝั่งแอปเปิ้ลอย่าง แบรนด์ Beats โดยมาในรุ่น BEATS FLEX ซึ่งเป็นหูฟังแบบ neck band หรือก็คือหูฟังที่เป็นแบบคล้องคอ ที่อาจจะไม่ได้ฮิตมากในช่วงพักหลัง แต่เจ้าตัว BEATS FLEX ตัวนี้ ถือเป็นของดีคุ้มค่าเกินราคากันเลยทีเดียวครับ โดยตัวหูฟังจะเป็นแบบ in-ear สวมใส่สบาย แถมยังมีที่คล้องคอทำให้เราไม่ต้องคอยเก็บเข้าเก็บออกตัวหูฟัง อีกทั้งการดีไซน์สายแบบ flex-form ยังช่วยทำให้เราสวมใส่ได้อย่างสบายตลอดทั้งวันอีกด้วย ส่วนด้านการเชื่อมต่อก็ง่ายเพียงแค่ใช้ bluetooth แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนใช้อุปกรณ์ apple จะสามารถเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีกด้วยเทคโนโลยีชิพ W1 ของทางแอปเปิ้ล และยังมีระบบการเชื่อมต่อหูฟังแบบ Pop up เมื่อตัวอุปกรณ์เราเข้าใกล้ตัวหูฟังครับ

ส่วนในเรื่องของเสียง ต้องบอกว่าหูฟังคล้องคอตัวนี้ ให้เสียงนักร้องที่โดดเด่น เคลียร์ ใส แต่ในเรื่องของเบส ถ้าเทียบกับตัวอื่น ๆ แล้วยังไม่สุดมาก เสียงเบสจะให้เบสกลาง ๆ ไม่นุ่มลึกมาก แต่ก็ยังมีความโดดเด่นโดยที่เสียงเบสยังไม่หายไปทั้งหมด ส่วนเสียงแหลมก็ฟังสบาย ไม่รู้สึกอึดอัด หรือปวดหูเมื่อฟังไปนาน ๆ และถ้าเพื่อน ๆ ชอบฟังเพลงแนว acoustic, Pop, Rock จะเหมาะมาก ๆ ที่จะใช้หูฟังตัวนี้ และอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่น่าสนใจก็คือ เมื่อเราต้องการจะหยุดเพลง ก็แค่นำหูฟังทั้งสองข้างมาแตะกันเพลงก็จะหยุด ไม่ต้องเสียเวลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหยุดเพลงเลย ก็ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนอยากใช้หูฟังแบบง่าย ๆ พกพาสะดวก ไม่ต้องหยิบเข้าหยิบออก และยังมาพร้อมกับเสียงที่มีคุณภาพ พร้อมราคาไม่เกิน 2,000 บาท ต้องจัด BEATS FLEX! เลยครับ

ประเภทหูฟังIn-Ear
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำ
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ12 ชั่วโมง
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง ทั่วไป

10. หูฟัง True wireless ราคาไม่เกิน 2,000 บาท ยี่ห้อ Jabees Firefly 2 Touch

Jabees Firefly 2 Touch เป็นหูฟัง True wireless สายออกกำลังกายอีกตัวนึงที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของฟังก์ชั่นและการกันน้ำ โดยฟังก์ชั่นที่ผมชอบมาก ๆ ก็คือระบบดูดเสียงจากภายนอกเวลาที่เรากำลังใส่หูฟัง ซึ่งจะช่วยให้ตัวของเรานั้นได้ยินเสียงจากภายนอกได้ ทำให้สามารถออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างปลอดภัยได้มากขึ้น และแน่นอนว่า มีระดับการกันน้ำที่ IPX7 ! ซึ่งสามารถกันน้ำและฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี และดีกว่าทุก ๆ ยี่ห้อที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาไม่เกิน 2,000 บาท ถือว่าโดดเด่นมาก พร้อมทั้งมีระบบ fast charge ที่ใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 10 นาที ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 2 ชั่วโมง ก็ช่วยให้การใช้งานฟังเพลงต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่นครับ

ส่วนเรื่องการคุยโทรศัพท์สนทนาก็ดีมาก ๆ เช่นกัน รวมถึงการรับโทรศัพท์ก็ไม่ยากเลย เพียงแค่แตะที่ตัวหูฟังก็สามารถรับแล้วสนทนาได้ทันที ส่วนเรื่องเสียง ต้องบอกว่าออกแบบมาเพื่อเอาใจสายสปอร์ตโดยแท้จริง เพราะมีเสียงเบสที่มีความอิ่ม มาเป็นลูก ส่วนเสียงร้องก็คมชัดไม่อึดอัดทำให้สามารถใส่หูฟังได้นานขึ้น ด้านเสียงแหลมจะไม่แหลมมากเน้นไปทางนุ่มนวลมากกว่า ทำให้รายละเอียดของเสียงอาจจะยังไม่มากเท่าย่านเบส แต่ก็ไม่ถึงกับไม่มีเลยนะครับ ยังอยู่ในระดับที่ดีมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ได้เสียงออกมาที่สมดุลแบบสุด ๆ ถูกใจสายสปอร์ตอย่างแน่นอนครับ

ประเภทหูฟังIn-Ear
ไมค์ตัดเสียงรบกวน
การเชื่อมหูฟังBluetooth 5.0
ระดับการกันน้ำIPX7
ระยะเวลาที่ใช้งานต่อการชาร์จ10 ชม. + 20 ชม.
เหมาะกับการใช้งานแนวไหนฟังเพลง ออกกำลังกาย

จบกันไปแล้วนะครับสำหรับ หูฟังไร้สายยี่ห้อไหนดี ไม่เกิน 3000 บาท ใครที่กำลังมองหาอยู่ อย่าลืมดูจุดประสงค์ในการใช้งานด้วยนะครับ หูฟังแต่ละรุ่นออกแบบมาตอบโจทย์ไม่เหมือนกัน ใครเน้นเล่นเกมเจ้า Razer Hammer Head อาจจะตอบโจทย์ในเรื่องการดีเลย์ของสัญญาณ แต่ถ้าโจทย์ของเราเน้นใส่ออกกำลังกายมีโอกาสโดนน้ำสูง การเลือก Jabees Firefly 2 Touch ก็ดูน่าสนใจเอามาก ๆ กันน้ำได้สูงสุดเลย หรือถ้าอยากใช้งานหลากหลาย Oppo Enco Free ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย เสียงดี ดีเลย์น้อย คนซื้อในออนไลน์เยอะด้วย ยังไงก็ขอให้เลือกได้รุ่นที่ถูกใจ ตอบโจทย์การใช้งานกันนะครับ