โปรไบโอติก (Probiotics) ยี่ห้อไหนดี มีรีวิว 10 ยี่ห้อ

ภาพปกบทความ โปรไบโอติก ยี่ห้อไหนดี

ก็ถ้าคลิกเข้ามาอ่านที่บทความนี้ “โปรไบโอติก” (Probiotics) ยี่ห้อไหนดี แสดงว่า ร่างกายกำลังมีปัญหาในเรื่องของระบบทางเดินอาหาร รวมถึงพวกท้องเสียหรือท้องผูก จนอยากจะได้อาหารเสริมโพรไบโอติกดี ๆ สักยี่ห้อไปทาน ก็บอกเลยว่า คลิกเข้ามาได้ถูกที่ถูกบทความแล้ว เพราะที่นี่ ทางผมได้ไปรวบรวมยี่ห้อที่น่าสนใจ ยี่ห้อที่เด็ด ๆ ปัง ๆ มีรีวิวดีงาม มาแนะนำให้ดูกันถึง 10 ยี่ห้อ เลยทีเดียว และถ้าทุกคนได้ลองอ่านเนื้อหารีวิวกันจนจบ จะต้องอยากซื้อไม่ยี่ห้อใดก็ยี่ห้อหนึ่งกันอย่างแน่นอน ส่วนจะมียี่ห้ออะไรมาให้ดูกันบ้างนั้น ก็ตามมาเลยครับผม !



โปรไบโอติก ช่วยอะไร ?

โปรไบโอติก ช่วยอะไร ?

ก็ถ้าใครรู้จักเจ้าอาหารเสริมนี้กันดีอยู่แล้ว ก็ข้ามผ่านหัวข้อนี้ไปได้เลยนะครับ แต่ถ้ายังงง ๆ อยากรู้เพิ่มเติมล่ะก็ โปรไบโอติก จะช่วยในการสร้างและรักษาสมดุลของเชื้อแบคทีเรียตัวดีในร่างกาย ซึ่งหากร่างกายมีการเสียสมดุล หรือมีเชื้อตัวร้ายที่มากเกินไป อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ระบบทางเดินอาหารมีปัญหา ย่อยอาหารได้ไม่ดี รวมถึงอาจจะมีปัญหาภูมิแพ้ หรือโรคอ้วน เป็นต้น

และนอกจากเรื่องการสร้างสมดุลที่ดีแล้ว โปรไบโอติกยังสามารถช่วยป้องกันและรักษาอาการท้องร่วงได้ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการดูแลและปรับปรุงสภาพจิตใจให้ดีขึ้น ช่วยลดพวกความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงพวกอาการซึมเศร้าต่าง ๆ ได้ด้วย (ดูงานวิจัยได้ที่นี้) เท่านั้นยังไม่พอ โปรไบโอติกยังช่วยในเรื่องของการเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดอาการรุณแรงของพวกอาการแพ้ต่าง ๆ รวมถึงพวกกลากเกลื้อนก็มีสภาพที่ดีขึ้น และที่หลาย ๆ คนน่าจะชอบก็คือ โปรไบโอติกสามารถช่วยลดน้ำหนักและลดไขมันหน้าท้องได้ด้วยครับ

โปรไบโอติก ผลข้างเคียง ??

โปรไบโอติก ผลข้างเคียง ??

หลาย ๆ คนคงมีคำถามว่า ทานโปรไบโอติกแล้ว มีผลข้างเคียงไหม ?? ก็เอาจริง ๆ คนส่วนใหญ่จะไม่พบผลข้างเคียง จะมีส่วนน้อยที่พบผลข้างเคียงบ้าง ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยมากที่สุดก็คือ เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารจนทำให้เกิดอาการท้องอืดชั่วคราว รวมไปถึงอาจจะมีอาการท้องผูกและกระหายน้ำมากยิ่งขึ้น หรือบางรายอาจจะมีอาการปวดหัวมาด้วย แต่ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ ลดลงภายในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ จนหายเป็นปกติ แต่หากอาหารเหล่านี้ยังคงอยู่ คงต้องหยุดทานอาหารเสริมโปรไบโอติก แล้วไปปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด หรือไม่งั้นก่อนเริ่มทาน ก็ขอแนะนำให้ลองเริ่มทานจากยี่ห้อที่มีความเข้มข้นน้อย ๆ ก่อน จากนั้นถ้าหากรู้สึกว่า ร่างกายชินแล้ว ค่อยเพิ่มโดสหรือความเข้มข้นเอาครับ


ตารางเปรียบเทียบรีวิว โปรไบโอติก ยี่ห้อไหนดี

ตารางเปรียบเทียบรีวิว โปรไบโอติก ยี่ห้อไหนดี

ก็เผื่อใครที่อยากจะเห็นสินค้าอาหารเสริมแบบพร้อม ๆ กัน สามารถเลื่อนไปมาซ้ายขวา เพื่อทำการเปรียบเทียบรายละเอียด สเปค รวมถึงเรื่องของราคากันได้แบบง่าย ๆ ผมก็ขอแนะนำให้ลองกดที่ปุ่มด้านล่าง เพื่อเข้าไปดูตารางเปรียบเทียบกันได้เลยครับ



1. ยี่ห้อ BIOTICA STRONKA (Probiotic + Prebiotic)

1 กล่อง 20 ซอง ราคา 790.- จากราคาปกติ 1090.- 

เคยเป็นกันไหมครับ แบบว่า มีอาการท้องผูก 2-3 วัน แล้วถึงจะถ่าย หรือมีอาการขับถ่ายยาก มีอุจจาระแข็ง หรือถึงจะขับถ่ายทุกวัน แต่ก็รู้สึกว่าขับถ่ายไม่สุด ขับออกไม่หมด เท่านั้นยังไม่พอ ยังอาจรวมถึงอาการแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย และมีกรดไหลย้อน อีกทั้งยังร้อนในบ่อย เป็นสิวเรื้อรัง ผิวพรรณก็ดูไม่สดใส ดูผิวสุขภาพไม่ดีด้วย ส่วนหนึ่งที่มีอาการเหล่านี้ อาจจะเป็นเพราะว่า ร่างกายกำลังเสียสมดุลของจุลินทรีย์ชนิด “ดี” ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นที่อยู่ของระบบภูมิคุ้มกันหลัก ๆ ในร่างกายมากกว่า 70% เพราะฉะนั้น หันมาดูแลร่างกายและเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีด้วย BIOTICA (STRONKA) กันดีกว่าครับ

โดย BIOTICA (STRONKA) จะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโปรไบโอติกที่มีความพิเศษกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ตรงที่ นอกจากจะมี Probiotics ถึง 5 สายพันธ์แล้ว ยังได้เสริม Prebiotic มาเพิ่มเติมถึง 8 ชนิด ทำให้เวลาทานแล้ว ร่างกายก็จะได้รับทั้งจุลินทรีย์ชนิดดีและอาหารสำหรับจุลินทรีย์ในเวลาเดียวกัน !! ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้จุลินทรีย์ชนิดดีอยู่ในระบบได้นานขึ้น และเท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการใช้เทคโนโลยี Multi-layer coating ที่ช่วยให้ Probiotic ไม่ถูกน้ำกรดทำลาย และสามารถเดินทางไปถึงระบบลำไส้ได้มากถึง 90% จึงช่วยให้ร่างกายได้รับ Probiotic ที่มากขึ้น ส่วนตัวอาหารเสริมก็เป็นแบบผงชงละลายน้ำ มีรสชาติแอปเปิ้ลแดงที่อร่อย ทานง่าย และยังปราศจากน้ำตาลอีกด้วย รวม ๆ แล้ว ก็ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย คนที่อยากดูแลสุขภาพ รูปร่าง และดูแลผิวพรรณ ต้องหา BIOTICA (STRONKA) มาลองทานกันแล้วล่ะครับ

ประเภทผงชงละลายน้ำ
สายพันธุ์5 ชนิด
ปริมาณ100 mg
จำนวนจุลินทรีย์1 หมื่นล้าน CFU
สารอาหารเพิ่มเติมPrebiotic 8 ชนิด ได้แก่ ผงฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ 7,500 mg ร่วมด้วย อินุลิน, ผงไซเลี่ยมฮัสก์, ผงบุก, ไฟเบอร์สับปะรด, ผงแอปเปิ้ล, ผงกีวี่, ผงน้ำพรุน อย่างละ 1,000 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 ซอง เทใส่น้ำ 150 มล. คนให้ละลาย และดื่มน้ำตาม 1-2 แก้ว
สัญชาติไทย

2. ยี่ห้อ PARADIGM Biofit Pearl

โปรโบโอติก Biofit Pearl (ไบโอฟิท เพิร์ล) นำเข้าจากญี่ปุ่น แคปซูลรูปร่างคล้ายไข่มุก ผลิตด้วยเทคนิค encapsulation เม็ดเคลือบ 3 ชั้น ลิขสิทธิ์เฉพาะจากญี่ปุ่น ซึ่งผ่านการวิจัยมาแล้วว่าช่วยส่งเสริมให้จุลินทรีย์สามารถเดินทางไปถึงลำไส้ได้ดีขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องทานในปริมาณมากเหมือนยี่ห้ออื่น ๆ ใน 1 แคปซูลประกอบด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติก 3 สายพันธุ์ 3 พันล้านซีเอฟยู ได้แก่ Bifidobacterium longum (BB536), Lactobacillus acidophilus NCFM® และ Lactobacillus gasseri LAC-343 ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาแล้วว่าปลอดภัยและมีงานวิจัยสนับสนุนถึงประสิทธิภาพ โดดเด่นในเรื่องการปรับสมดุลจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย ท้องผูก ลำไส้แปรปรวน ขับถ่ายไม่สุด อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อน และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ใครที่มีปัญหาภูมิแพ้ทานตัวนี้แล้วช่วยได้จริง ๆ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส มีสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย เม็ดเล็ก กลืนง่าย ไม่มีกลิ่นคาว และสารแต่งกลิ่น / สีอื่น ๆ สำหรับใครที่ทานโปรไบโอติกแล้วไม่เห็นผล  แนะนำต้องลองตัวนี้เลย

ประเภทเม็ดทรงกลมเล็ก คล้ายไข่มุก
สายพันธุ์3 ชนิด
ปริมาณ160 mg
จำนวนจุลินทรีย์3 พันล้านตัว เม็ดเคลือบ 3 ชั้น ช่วยให้จุลินทรีย์เดินทางในลำไส้ได้ดีขึ้น
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1-2 เม็ด
สัญชาติญี่ปุ่น

3. ยี่ห้อ LISH FLORA 

LishFlora 2024

ราคาโดยประมาณ 990 บาทต่อ 1 กล่อง 15 ซอง 

สำหรับผู้หญิงคนไหน ที่กำลังมองหาอาหารเสริมโปรไบโอติกลดพุง ลดหุ่นทานอยู่ล่ะก็ ผมอยากให้ลองยี่ห้อ LISH FLORA กันเลยครับ เพราะเป็นยี่ห้อที่ทางแบรนด์ได้คัดสรรเฉพาะเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีและเหมาะสมกับร่างกายถึง 7 สายพันธุ์ โดยจะมี 2 สายพันธุ์ที่น่าจะถูกใจสาว ๆ กันอย่างแน่นอน คือ Lactobacillus gasseri 20 พันล้านตัว ที่จะมาช่วยลดไขมันในช่องท้อง รวมถึงลดพุงได้ และ Bifidobacterium lactis 12 พันล้านตัว ตัวนี้จะมาช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร รวมถึงช่วยปรับสมดุลย์ของการขับถ่าย บรรเทาอาการท้องผูก-ลำไส้แปรปรวนได้ นอกจากนี้ก็มีสายพันธุ์อื่น ๆ ที่พอรวมกันแล้ว ก็จะได้เชื้อจุลินทรีย์ที่มากถึง 37,000 ล้านตัว (37 Billion CFU) กันเลยครับ

และที่สำคัญที่น่าสนใจมาก ๆ ของ LISH FLORA ก็คือ เขามีงานวิจัยของสินค้าในคนไทย โดยร่วมงานวิจัยกับจุฬาลงกรณ์ฯ มากว่า1ปี จนตีพิมพ์เป็นงานวิจัยทางการแพทย์ออกมาเลย ว่าช่วยลดไขมัน ลดรอบเอว-สัดส่วนได้จริง และยังช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารต้านแก่ได้ด้วย มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพได้เลย

นอกจากนี้เขาจะมีส่วนผสมของมิกซ์เบอร์รี่ถึง 8 ชนิด !! ไม่ว่าจะเป็น ผงสตรอเบอร์รี่, ผงราสพ์เบอร์รี่, ผงแครนเบอร์รี่ และผงอื่น ๆ (ดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ตารางด้านล่าง) ซึ่งมิกซ์เบอร์รี่เหล่านี้ก็จะอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ทานแล้วจะมาช่วยเสริมเรื่องบำรุงผิวให้สดใส รวมถึงปกป้องผิว ไม่ให้ผิวถูกทำร้ายจนเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรอีกด้วย ส่วนเวลาทานก็สะดวกมากกกก เพียงแค่ฉีกซองแล้วเทใส่ปาก (ไม่ต้องผสมน้ำ) ก็ได้ถึงรสชาติของเบอร์รี่ที่อร่อย หวานอมเปรี้ยว หรือจะเคี้ยวแล้วดื่มน้ำตามก็ทำได้ คือบอกเลยว่า ถ้าใครที่อยากได้ประโยชน์ที่มากกว่า ได้ทั้งของโปรไบโอติกและผลไม้มิกซ์เบอร์รี่ ต้องลอง LISH FLORA กันเลยครับ

ประเภทผง
สายพันธุ์7 ชนิด
ปริมาณ370 mg
จำนวนจุลินทรีย์37 พันล้านตัว
สารอาหารเพิ่มเติมPrebiotic ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ 995 mg ผงสตรอเบอร์รี่ 100 mg / ผงราสพ์เบอร์รี่ 90 mg / ผงแครนเบอร์รี่ 70 mg / ผงแบลคเบอร์รี่ 70 mg / ผงบลูเบอร์รี่ 70 mg / ผงแบล็กเคอแรนต์ 50 mg / ผงบิลเบอร์รี่ 50 mg / ผงพรุน 35 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 ซอง ทานหลังมื้ออาหารใดก็ได้ หรือก่อนนอน
สัญชาติไทย  (นำเข้าสารสกัดจากเกาหลี)


4. ยี่ห้อ CHAME’ Probiotic Shot PRO-100

4. ยี่ห้อ CHAME’ Probiotic Shot PRO-100

ราคาโดยประมาณ 594.- บาท ต่อ 1 กล่อง 6 ซอง

อีกหนึ่งยี่ห้ออาหารเสริมโปรไบโอติกที่น่าสนใจและมาแรงมาก ต้องยกให้กับ CHAME’ Probiotic Shot PRO-100 กันเลยครับ โดยตัวนี้ของ ”ชาเม่” มีจุดเด่นที่เรื่องสายพันธุ์ของ Probiotics 7 ชนิด ที่ไม่ธรรมดาเลย แถมมีปริมาณของจำนวนจุลินทรีย์สูงมากถึง 100,000 ล้านตัว !! ใช่ครับ อ่านไม่ผิด หนึ่งแสนล้านตัว !! คือจุลินทรีย์เยอะมากกกกก เยอะกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อเลยทีเดียว

และที่สำคัญทางผลิตภัณฑ์นี้ยังมีการนำนวัตกรรม Encapsulated 4 ชั้น จากประเทศเกาหลี เพื่อมาช่วยปกป้องโปรไบโอติก ไม่ให้คุณค่าสารสกัดถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหาร และส่งจุลินทรีย์ไปทำงานได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งมีประสิทธิภาพครับ แล้วทางแบรนด์เขายังได้เสริม Prebiotic อีก 3 ชนิด เพื่อมาเป็นอาหารให้แก่จุลินทรีย์ชั้นดี และช่วยเสริมประโยชน์ให้แก่ร่างกายมากยิ่งขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีวิตามิน C, E และ B2 เพื่อมาช่วยบำรุงผิว ปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ และเสริมให้ผิวแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากจุดเด่นที่บอกแล้ว CHAME’ Probiotic Shot PRO-100 ยังมีผลทดสอบงานวิจัยรองรับว่ามีส่วนช่วยเพิ่มความแข็งแรงของลำไส้และยับยังอาการแพ้ได้*

ส่วนตัวอาหารเสริมก็มาในรูปแบบซองพร้อมรับประทาน ที่เพียงแค่ฉีกซองแล้วกรอกเข้าปาก พร้อมดื่มน้ำตามก็จบ ทานง่ายและรสชาติอร่อยดีด้วย ก็พอดูรวม ๆ แล้ว CHAME’ คือประโยชน์จัดเต็มมาก จุลินทรีย์ชั้นดีมากมาย ทานแล้วสามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องลำไส้ ระบบขับถ่าย ท้องอืดเรื้อรัง และเสริมภูมิคุ้มกัน ลดอาการแพ้ และยังช่วยเรื่องผิวพรรณได้ดีอย่างแน่นอน ก็ดีต่อใจและดีต่อร่างกายกันเลยครับ

ประเภทผง
สายพันธุ์7 ชนิด
ปริมาณ430 mg.
จำนวนจุลินทรีย์100,000 ล้าน CFU
สารอาหารเพิ่มเติมPrebiotic 3 ชนิด / Vitamin C = 24mg. / Vitamin B2 = 1.16mg.
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 ซอง ฉีกซองกรอกปาก แล้วดื่มน้ำตาม (แนะนำรับประทานก่อนอาหารเช้า 15-30 นาที)
สัญชาติเกาหลีใต้

5. ยี่ห้อ The Na Probalance Jelly

5. ยี่ห้อ The Na Probalance Jelly

ราคาโดยประมาณ 850 บาท จากปกติ 1,290 ได้ 1 กล่อง 20 ซอง

อือหืออออ ยี่ห้อนี้นวัตกรรมมาใหม่ และไม่เหมือนใคร ชอบที่เค้าไปไขความลับสุขภาพอายุยืนแข็งแรงของคนญี่ปุ่น และนำนวัตกรรมมาบรรจุในซองในรูปแบบของเจลลี่ !! จึงมีเนื้อนิ่ม อร่อยมาก ทานก็ง่าย เพียงแค่ฉีกซองแล้วเคี้ยวกลืนก็ดูดซึมทันที สะดวกสบาย พกพาก็ง่ายขั้นสุด ส่วนตัวเนื้อเจลลี่ก็มีกลิ่นหอมหวาน รสชาติคล้ายโยเกริต ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทานขนมกันเลยทีเดียว (เด็กก็ทานได้นะ) ข้อเสีย เพราะมันอร่อยมาก เลยกินเพลินหมดไวเด้อ

อีกทั้งตัวอาหารเสริมก็มีคุณสมบัติ ย่อยง่าย สบายท้อง มีจุลินทรีย์ 10,000 ล.cfu และที่สำคัญ ทางแบรนด์เขาได้ใช้โปรไบโอติกเชื้อตาย ที่เป็น exclusive เฉพาะ ทำให้ทนต่อกรด ทนต่ออุณหภูมิ และเมื่อทานที่ 1 ซองแล้ว ร่างกายจึงดูดซึมทันที แถมคิดง่าย ๆ ที่ 1 ซองเท่ากับเราทานโยเกิร์ตถึง 32 ถ้วย กันเลยครับ

เท่านั้นยังไม่พอ ตัวอาหารเสริมของ The Na Probalance Jelly ยังได้รับรางวัลระดับโลก Silver Award จากประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งการันตีถึงคุณภาพและความดีงามของยี่ห้อนี้ได้ดี ส่วนส่วนผสมหลัก ๆ ทางแบรนด์เขาจะใช้สายพันธุ์ super probiotic หลายชนิด และมีสารอาหารเพิ่มเติมที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น Indigestible dextrin ช่วยลดการดูดซึมไขมัน, L-Isoleucine ช่วยเร่งการเผาผลาญ หรือ L-Lysine ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ก็รวม ๆ อร่อย ! ทานแล้วได้ประโยชน์เยอะมาก ก็ถือเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่มาแรงและตอนนี้คนนิยมทานกันครับ

ประเภทเจลลี่
สายพันธุ์ของ Probioticssuper probiotic หลายชนิด
ปริมาณของ Probiotics200 mg
จำนวนจุลินทรีย์10 to 20 billion CFU
สารอาหารเพิ่มเติมHeat Killed Bifidobacterium longum BR-108 / Indigestible dextrin made from potato starch / Fructo-oligosaccharide powder / L-Isoleucine / L-Lysine monohydrochloride
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 – 2 ซองก่อนอาหารเช้า หรือมื้อใดก็ได้ หรือก่อนนอน
สัญชาติญี่ปุ่น

6. ยี่ห้อ TACTIVA

6. ยี่ห้อ TACTIVA

ราคาโดยประมาณ รุ่น RISE UP 1,490 บาท ต่อ 30 เม็ด / รุ่น DAILY UP 790 บาท ต่อ 30 เม็ด

สำหรับใครที่ทานอาหารเสริมโปรไบโอติกยี่ห้ออื่น ๆ แล้วไม่ค่อยเห็นผล ยังคงรู้สึกมีปัญหาเรื่องท้องผูกหรือขับถ่ายยากอยู่ ถ้ายังงั้นผมอยากให้ลองยี่ห้อ TACTIVA กันเลยครับ เพราะยี่ห้อนี้ เขามีประสบการณ์และเป็นผู้เชียวชาญในเรื่องของเชื้อโปรไบโอติกและแบคทีเรียนานกว่า 10 ปีในฐานะเบื้องหลังให้แบรนด์ระดับโลก อีกทั้งทางแบรนด์ เขาสังเกต ทดลอง และเฟ้นหาเชื้อแบคทีเรียตัวดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยความเข้มข้นสูง แถมยังเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะกับคนไทยมากกว่าด้วย

และที่น่าสนใจมาก ๆ ที่ยังไม่เจอในไทย คือเค้ามีนวัตกรรมแคปซูลทนกรด จึงช่วยส่งเชื้อโปรไบโอติกไปถึงลําไส้ได้ดีกว่า 10 เท่า !! และเท่านั้นยังไม่พอ ตัวเชื้อโพรไบโอติกทั้ง 3 สายพันธุ์เฉพาะของ Tactiva ก็คัดสรรมาจากแลปประเทศอิตาลี มีผลงานวิจัยกับผลการทดสอบจริงในกลุ่มคนเอเชียว่า ช่วยฟื้นฟูและปรับสมดุลลำไส้ได้ดี จึงส่งผลให้สุขภาพร่างกายโดยรวมดีขึ้นด้วยนั่นเองครับ

ส่วนตัวอาหารเสริมนั่น ทางแบรนด์เขาก็จะมีสินค้าให้เลือกซื้อกันอยู่ 2 รุ่น โดยรุ่นแรก TACTIVA RISE UP จะเป็นรุ่นที่มีจำนวนเชื้อถึง 25,000 ล้านตัว!! ก็ถือว่าเข้มสูงมาก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร มีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องผูกหรือท้องเสียบ่อยครั้ง รวมถึงมีปัญหาผิวพรรณเรื้อรัง เช่น สิวขึ้นไม่หาย เป็นผดผื่นง่าย เป็นต้น

ส่วนอีกรุ่น TACTIVA DAILY UP จะเป็นรุ่นที่มีจำนวนเชื้ออยู่ที่ 6,000 ล้านตัว ก็มีความเข้มข้นน้อยกว่า แต่ก็มีราคาที่ถูกกว่าเช่นกัน โดยรุ่นนี้ จะเหมาะสำหรับคนที่ร่างกายปกติดี แต่ต้องการเสริมการดูแลตัวเอง เสริมระบบถูมิคุ้มกัน หรือคนที่พักผ่อนน้อย เพราะระบบภายในเริ่มรวน ดังนั้นหากร่างกายมีปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง ให้เลือกซื้อรุ่น RISE UP แต่ถ้าร่างกายยังคงปกติ แต่เริ่มมีปัญหา หรืออยากเสริมการดูแล ให้เลือกซื้อ รุ่น DAILY UP ครับ

ประเภทแคปซูล
สายพันธุ์3 ชนิด
ปริมาณN/A
จำนวนจุลินทรีย์รุ่น RISE UP 25,000 ตัว / รุ่น DAILY UP 6,000 ตัว
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด ทานตอนท้องว่าง หรือพร้อมมื้ออาหารก็ได้
สัญชาติไทย


7. ยี่ห้อ Puritan’s Pride Probiotic 10 + Vitamin D3

ราคาโดยประมาณ 380 / 690 บาท ต่อ 60 / 120 เม็ด

ถ้ากำลังมองหาอาหารเสริมโปรไบโอติกดี ๆ สักยี่ห้อล่ะก็ อยากให้ลองยี่ห้อ Puritan’s Pride กระปุกสีฟ้าขาว จากสหรัฐอเมริกากันเลยครับ เพราะเป็นยี่ห้อที่มีสายพันธ์ุของโปรไบโอติกรวมกันมากถึง 10 ชนิด และไม่พอยังมีปริมาณต่อเม็ดที่สูงถึง 220 mg หรือมีจำนวนของจุลินทรีย์ที่มากถึง 20​ พันล้านตัวเลยทีเดียว ถือว่าเยอะมากกกก นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ยี่ห้อนี้พิเศษกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ก็คือ มีการเสริมวิตามิน D มาให้อีก 25 mcg ก็ทำให้ทานแล้วบำรุงร่างกายได้ดีกว่า ประโยชน์มากกว่าด้วย ส่วนราคาก็ถือว่า ไม่แพงมาก ตกเม็ดละประมาณ 5-6 บาท ยังพอซื้อกันได้สบาย ๆ อยู่ครับ

ประเภทแคปซูล
สายพันธุ์10 ชนิด
ปริมาณ220 mg
จำนวนจุลินทรีย์20​ พันล้านตัว
สารอาหารเพิ่มเติมวิตามิน D 25 mcg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด ทานตอนท้องว่าง หรือพร้อมมื้ออาหารก็ได้
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

8. ยี่ห้อ Nature’s Bounty Acidophilus Probiotic

สำหรับใครที่อยากได้อาหารเสริมโปรไบโอติกที่ราคาไม่แพง ซื้อง่ายสบายกระเป๋า ตกเม็ดละประมาณ 2-3 บาทเท่านั้น ก็อยากให้มอง ๆ ยี่ห้อ Nature’s Bounty กระปุกเขียวนี้กันเลยครับ โดยในเรื่องของราคานั้นก็ถือว่า ถูกกว่ายี่ห้อด้านบนและถูกกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อเลยทีเดียว แต่พอมีราคาที่ถูกกว่า ก็ทำให้ปริมาณของโปรไบโอติกน้อยกว่าด้วย ซึ่งในแต่ละเม็ด จะมีปริมาณอยู่ที่ 0.5 mg หรือจำนวนจุลินทรีย์ประมาณ 1​ ร้อยล้านตัวเท่านั้น (ยี่ห้ออื่น ๆ เป็นพันล้านนะ) รวมถึงไม่มีสารอาหารเพิ่มเติมมาให้ด้วย แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก หรืออยากจะลองเร่ิมทานอาหารเสริมประเภทนี้ การเริ่มจากยี่ห้อ Nature’s Bounty ก็ถือเป็นไอเดียที่ดีครับ

ประเภทเม็ด
สายพันธุ์1 ชนิด
ปริมาณ0.5 mg
จำนวนจุลินทรีย์1​ ร้อยล้านตัว
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด ทานตอนท้องว่าง หรือพร้อมมื้ออาหารก็ได้
สัญชาติสหรัฐอเมริกา

9. ยี่ห้อ Blackmores Probiotics + Daily Balance

Backmores ยี่ห้อนี้ ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก มีมาตรฐาน มีชื่อเสียงที่ดีกันอยู่แล้ว และถ้าพูดถึงอาหารเสริมโพรไบโอติกของ Blackmores จะเห็นได้ว่า มีปริมาณของจำนวนจุลินทรีย์ที่สูงถึง 71.85 พันล้านตัว !! เลยทีเดียว ซึ่งถือว่ามีจำนวนจุลินทรีย์ที่สูงมากกก สูงกว่าหลาย ๆ ยี่ห้อ เท่านั้นยังไม่พอ ทางแบรนด์เขายังได้เสริม อินนูลิน มาให้อีก 110 mg ซึ่งอินนูลินจะถือเป็นใยอาหาร ที่ส่วนหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นอาหารของพวกโพรไบโอติก ทำให้จุลินทรีย์เหล่านี้เจริญเติบโตได้ดี และช่วยบำรุงร่างกายได้ดีขึ้น คือ Blackmores ถือเป็นยี่ห้ออาหารเสริมโพรไบโอติกที่จัดเต็มมากกก แต่ด้วยการที่จัดเต็มก็เลยทำให้มีราคาต่อเม็ดที่สูงด้วย (ตกเม็ดละประมาณ 39-40 บาท) ก็ถ้าเรื่องงบไม่ใช่ปัญหา ขอแนะนำครับ

ประเภทแคปซูล
สายพันธุ์3 ชนิด
ปริมาณ89.07 mg
จำนวนจุลินทรีย์71.85 พันล้านตัว
สารอาหารเพิ่มเติมอินนูลิน 110 mg
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด ทานตอนท้องว่าง หรือพร้อมมื้ออาหารก็ได้
สัญชาติออสเตรเลีย

10. ยี่ห้อ SWISSE DAILY BALANCE PROBIOTIC

ตอนแรกว่า ยี่ห้อ Blackmores เขาจัดหนักจัดเต็มทั้งเรื่องของจำนวนจุลินทรีย์ และราคาของอาหารเสริมโปรไบโอติกกันไปแล้ว แต่พอมาดูยี่ห้อนี้ SWISSE เขากลับจัดหนักจัดเต็มยิ่งกว่า Blackmore และยี่ห้ออื่น ๆ อีกครับ เพราะที่ 1 เม็ด จะมีจำนวนจุลินทรีย์ที่มากถึง 1 หมื่นล้านตัว !! ใช่ครับอ่านไม่ผิด มีมากถึง 1 หมื่นล้านตัว คือเยอะมากกกก เยอะจริงจัง เยอะแบบพวกยี่ห้อพันล้านตัวแพ้กระจุย แต่พอมีจำนวนจุลินทรีย์ที่สูง ก็ทำให้ราคาต่อเม็ดสูงตามไปด้วย โดยจะตกถึงเม็ดละประมาณ 58-59 บาท กันเลยทีเดียว ก็ใครที่มีงบ อยากทานทีได้จำนวนจุลินทรีย์เยอะ ๆ ก็จัด SWISSE กันได้เลยครับ

ประเภทแคปซูล
สายพันธุ์1 ชนิด
ปริมาณ43 mg
จำนวนจุลินทรีย์1 หมื่นล้านตัว
สารอาหารเพิ่มเติม
ปริมาณที่ควรทานต่อวัน1 เม็ด ทานตอนท้องว่าง หรือพร้อมมื้ออาหารก็ได้
สัญชาติออสเตรเลีย

เป็นยังไงกันบ้างครับ หลังจากที่ได้เห็นรีวิว “โปรไบโอติก” (Probiotics) ยี่ห้อไหนดี กันไปแล้วถึง 10 ยี่ห้อ 10 กระปุกด้วยกัน ไม่ทราบว่าสนใจ อยากจะซื้อยี่ห้อไหน กระปุกไหน เพื่อไปทานเสริมจุลินทรีย์ตัวดีในร่างกาย เพื่อไปทานเสริมระบบทางเดินอาหารกันบ้างครับ ?? ก็จากที่เห็น ๆ มาเนี่ย ก็มีทั้งยี่ห้อที่ราคาไม่แพง ซื้อง่าย สบายกระเป๋า แต่จำนวนจุลินทรีย์ก็ค่อนข้างน้อย ส่วนยี่ห้อที่แพงกว่า ราคาสูงกว่า ก็มีจำนวนจุลินทรีย์ที่สูงมากกว่าเช่นกัน ยังไงตอนเลือกซื้อก็อย่าลืมดูงบประมาณและความต้องการที่มีกันด้วยเนาะ สุดท้ายก็ขอให้ได้ยี่ห้อโพรไบโอติกที่สนใจ ทานแล้วตอบโจทย์ สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์กันด้วยครับ



เราใช้คุกกี้เพื่อนับผู้เข้าชมและพัฒนาเว็บไซต์ อ่านรายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    สำหรับวิเคราะห์สถิติของผู้ชมเว็บไซต์ เพื่อช่วยตัดสินใจ การปรับปรุงบทความ - ข้อมูลแหล่งที่มาของผู้ใช้งาน เช่น. ผู้ใช้เข้าสู่เว็บไซต์ Plus Around จาก Google Search หรือ Social Network - ข้อมูลพฤติกรรม เช่น. ระยะเวลา, เวลา, หน้า landing page และการติดตามกิจกรรมอื่น ๆ - ข้อมูลเนื้อหา เช่น. ผู้ใช้อ่านบทความเครื่องซักผ้าฝาหน้า ยี่ห้อไหนดี - ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น. ผู้ใช้แบ่งปันบทความบนเครือข่ายโซเชียล - ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ Google Analtics สามารถดูในระดับภาพรวม แต่ไม่สามารถเจาะจงเป็นรายบุคคลได้ เช่น. เพศ , อายุ , สถานที่ตั้ง - การทดสอบ A/B test สำหรับการปรับปรุงเว็บไซต์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    การโฆษณาตามความสนใจ - แสดงโฆษณาที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้งาน โดยอ้างอิงตามกิจกรรมของผู้ใช้ บนเว็บไซต์ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ ผู้ใช้งานสนใจ ในเชิงพาณิชย์ - อนุญาตให้ผู้เผยแพร่โฆษณา นำเสนอโฆษณาต่างๆ แก่ผู้ใช้งาน และยังให้ผู้เผยแพร่โฆษณา สามารถประมูลค่าของโฆษณา เพื่อเสนอราคาที่เหมาะสม ก่อนที่จะนำโฆษณาเสนอแก่ผู้ใช้งาน - การกำหนดความถี่สูงสุดในการมองเห็นโฆษณา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเห็นโฆษณาเดียวกันหลายครั้งเกินไป - รวบรวมข้อมูลบราวเซอร์และอุปกรณ์: ประเภทและรุ่นของอุปกรณ์, ผู้ผลิต, ประเภทระบบปฏิบัติการ และรุ่น (เช่น iOS หรือ Android) ประเภท และรุ่นของเว็บบราวเซอร์ (เช่น Chrome หรือ Safari), user-agent, ชื่อผู้ให้บริการ, เขตเวลา ประเภทการเชื่อมต่อเครือข่าย (เช่น Wi-Fi หรือ เซลลูลาร์), ที่อยู่ IP, ตำแหน่งทั่วไปที่อนุมานจากที่อยู่ IP หรือ บราวเซอร์ หรือ เว็บแคช)

บันทึกการตั้งค่า