+ “Acerola Cherry” ยี่ห้อไหนดี 2021 มีรีวิว 7 ยี่ห้อ +

+ "Acerola Cherry" ยี่ห้อไหนดี 2021 มีรีวิว 7 ยี่ห้อ +

ฮั่นแน่ !!! คลิกเข้ามาอ่านที่บทความนี้ อาหารเสริม “Acerola Cherry” ยี่ห้อไหนดี? แสดงว่ากำลังอยากจะได้อาหารเสริมตัวนี้สัก 1-2 ยี่ห้อ ไปทานเพื่อบำรุงผิวบำรุงร่างกายกันใช่ไหมล่ะคะ ก็เข้ามาได้ถูกที่ถูกบทความแล้วล่ะค่าา เพราะที่นี่ จะมีเนื้อหาทั้ง Acerola Cherry คืออะไร?, ทานแล้วได้ประโยชน์อะไรบ้าง? มีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร? รวมถึงมีรีวิวอาหารเสริมอะเซโรล่าเชอร์รี่ ให้ดูกันถึง 7 ยี่ห้อด้วย และขอบอกเลย แต่ละยี่ห้อเนี่ย คัดมาให้แล้ว ดี ๆ เด็ด ๆ ปัง ๆ รวมถึงราคาก็ไม่แพงด้วย ซึ่ง 1 ใน 7 ยี่ห้อเนี่ยแหละ ที่จะทำให้สาว ๆ หนุ่ม ๆ ได้เสียเงินซื้อกันอย่างแน่นอน! พูดมากเสียเวลาเนาะ ไปดูรีวิวกันเลยค่า



มาทำความรู้จักกับเจ้า Acerola Cherry กันสักนิด

มาทำความรู้จักกับเจ้า Acerola Cherry กันสักนิด

Acerola Cherry คือ พืชชนิดหนึ่งที่เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก โดยมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทางซีกโลกตะวันตกแถว ๆ อเมริกากลาง, อเมริกาใต้, เม็กซิโกและแคริบเบียน ซึ่งจะเป็นพืชที่ให้ผลิตผลเป็นลูก ๆ ที่คล้ายกับผลเชอร์รี่ ที่เวลาสุกเต็มที่แล้ว จะมีสีแดงเข้มมาก และเจ้าผล ๆ เนี่ย ก็มีหลายชื่อกันด้วยนะคะ เช่น เชอร์รี่อินเดียตะวันตก (West Indies Cherry), เชอร์รี่บาร์เบโดส (Barbados Cherry) หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่า อะเซโรล่า (Acerola) นั่นเองค่ะ

ประโยชน์ของ Acerola Cherry

ประโยชน์ของ Acerola Cherry

เอาจริง ๆ ผลอะเซโรล่าจะอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะ วิตามิน B รวมหลายชนิด (B1, B2 และ B3), แคโรทีนอยด์, ไบโอฟลาโวนอยด์, และแร่ธาตุต่าง ๆ อย่าง แมกนีเซียม, โพแทสเซียม, เหล็ก, สังกะสี, แคลเซียม และสารอาหารที่ค่อนข้างสำคัญที่สุด มีในปริมาณค่อนข้างมากที่สุด ก็คือ วิตามิน C ทำให้เมื่อคนเราทานผลอะเซโรล่าแบบสด ๆ แล้ว จึงช่วยบำรุงร่างกายได้หลายอย่างมาก ๆ เลยค่ะ

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ผลิตนำผลอะเซโรล่าไปทำการสกัด เพื่อให้ได้เป็นสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ จากนั้นจึงนำไปอัดเม็ดเป็นอาหารเสริม Acerola Cherry แล้ว สารอาหารที่เหลืออยู่จะมีเพียงแค่ “วิตามิน C” เท่านั้นนะคะ ก็พูดง่าย ๆ ว่า ร่างกายจะได้รับประโยชน์จากวิตามิน C นั่นเอง ซึ่งวิตามิน C ก็มีประโยชน์หลายอย่างมาก ๆ ไม่ว่าจะ ช่วยบำรุงผิวให้อ่อนเยาว์, บำรุงผิวขาว, ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ, กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน, ช่วยทำให้หายหวัดได้ไวขึ้น, ช่วยลดความดันโลหิต เป็นต้น แต่หลัก ๆ ที่สาว ๆ หนุ่ม ๆ ส่วนใหญ่เลือกทานอาหารเสริมตัวนี้ ก็คงเป็นเพราะต้องการ “เน้นเรื่องการบำรุงผิวหรือความงาม” นั่นเองค่ะ

แล้วจะเลือกซื้ออาหารเสริม “อะเซโรล่าเชอร์รี่” ยังไงดีนะ?

แล้วจะเลือกซื้ออาหารเสริม "อะเซโรล่าเชอร์รี่" ยังไงดีนะ?

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจถึงตัวเลขของ “สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่” กันก่อน เพราะอาหารเสริมแต่ละยี่ห้อจะชอบระบุปริมาณของสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ต่อเม็ดเอาไว้ เช่น มีเม็ดละ 500 mg หรือ 1,000 mg เป็นต้น ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ ไม่ใช่ปริมาณของวิตามิน C ที่ร่างกายจะได้รับนะคะ! ต้องทำการแปลงสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ให้กลายมาเป็นวิตามิน C ก่อน ก็หลัก ๆ เลย “ที่สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 1,000 mg จะให้วิตามิน C 50 mg” (เป็นค่าการประมาณ อาจจะเพิ่มลดได้) ดังนั้นยี่ห้อไหนที่โฆษณาว่า ทานอะเซโรล่าเชอร์รี่ 1,000 mg จะได้วิตามิน C 1,000 mg นั้น ถือว่าไม่ถูกต้อง ก็อย่าไปหลงเชื่อตามค่ะ

อ้าวแล้วแบบนี้ ซื้ออาหารเสริมวิตามิน C จริง ๆ ทานไม่ดีกว่าเหรอ? เพราะมีความเข้มข้นที่สูงกว่ามาก จะทานอะเซโรล่าเชอร์รี่ไปทำไม ในเมื่อก็ได้วิตามิน C เหมือน ๆ กัน? ก็คงต้องตอบว่า “ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนนั้น ๆ” เพราะอาหารเสริมวิตามิน C ส่วนใหญ่จะเป็นวิตามินที่สังเคราะห์ขึ้นมา แต่อาหารเสริมอะเซโรล่าเชอร์รี่จะเป็นวิตามิน C ที่ได้จากธรรมชาติ ทำให้อะเซโรล่าเชอร์รี่มีความเสี่ยงต่อร่างกายที่น้อยกว่า แต่เอาจริง ๆ ทั้งสองแบบ ก็มีความเสี่ยงต่ำทั้งคู่ จะเลือกซื้อแบบไหนทานก็ได้ มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งคู่ค่ะ

แต่ด้วยการที่อาหารเสริมอะเซโรล่าเชอร์รี่ จะให้ปริมาณวิตามิน C ที่ค่อนข้างน้อย ทำให้หลาย ๆ ยี่ห้อจึงได้ใส่ “สารอาหารอื่น ๆ” เพิ่มเติมมาอย่างเพียบ ชนิดที่อาหารเสริมวิตามิน C ทั่ว ๆ ไปสู้ไม่ได้เลยค่ะ ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากทับทิม, สารสกัดเมล็ดองุ่น, ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์, สารสกัดจากผลแครนเบอร์รี่, วิตามินอี หรือแม้แต่วิตามิน C สังเคราะห์ ก็มีใส่เพิ่มเข้ามาเช่นกัน ซึ่งแต่ละตัวที่ใส่มาเนี่ย ขอบอกเลย เน้นช่วยบำรุงผิวกันทั้งนั้น ทำให้การทานอาหารเสริมอะเซโรล่าเชอร์รี่จะเน้นเรื่องความงามเป็นหลักค่ะ

ก็โดยสรุป ถ้าเน้นความเข้มข้นของวิตามิน C ให้ไปซื้ออาหารเสริมวิตามิน C (ก็ถ้าสน ขอฝากบทความที่ปุ่มด้านล่างด้วยเน้อ) แต่ถ้าเน้นเสี่ยงต่ำ, สารอาหารหลากหลาย เน้นทานหลายเม็ดต่อวันให้เลือกซื้ออะเซโรล่าเชอร์รี่ค่ะ


ตารางเปรียบเทียบอาหารเสริม Acerola Cherry ยี่ห้อไหนดี

เวลาจะเลือกซื้อสินค้าอะไรก็ตามที่มีหลากหลายยี่ห้อ การได้ดูตารางเปรียบเทียบ ก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพรวม และช่วยให้เลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นนะคะ ทางเราก็มีตารางเปรียบเทียบเตรียมไว้ให้แล้วค่ะ ก็กดเข้าไปดูกันได้ที่ปุ่มด้านล่าง จะช่วยให้เห็นสินค้าทั้งหมดได้แบบง่าย ๆ และเทียบกันไปเลยว่า ยี่ห้อไหนมีความเข้มข้นเป็นอย่างไร มีสารอาหารเพิ่มเติมอะไรบ้าง และมีราคาประมาณไหนค่า



1. อาหารเสริม Acerola Cherry ยี่ห้อ Vistra

1. อาหารเสริม Acerola Cherry ยี่ห้อ Vistra

ราคาโดยประมาณ 234 / 454 บาท ต่อ 45 / 100 เม็ด

ถ้าพูดถึงอาหารเสริม Acerola Cherry ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมียอดขายที่มากกว่า 30K +++! ในอินเตอร์เน็ทกันด้วย คงต้องยกให้กับยี่ห้อ Vistra ของคนไทยกันเลยค่ะ โดยถ้าดูจากตารางด้านล่าง จะเห็นว่า มีความเข้มข้นของสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ต่อ 1 เม็ดที่ 1,000 mg ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่เข้มข้นสูง อีกทั้งยังมีสารอาหารอื่น ๆ อีกเพียบ

ไม่ว่าจะ ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ที่ได้จากพืชตระกูลส้ม ช่วยเพิ่มปริมาณวิตามิน C และสารสกัดจากทับทิมที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงผิวมากมาย รวมถึงมีสารสกัดเมล็ดองุ่นที่ขึ้นว่าเป็น 1 ใน Anit-Oxidant ที่มีประสิทธิภาพสูงอีกด้วย พอดูรวม ๆ แล้ว มีแต่สารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวกันทั้งนั้น คือถ้าไม่รู้จะซื้ออาหารเสริม Acerola Cherry ยี่ห้อไหนดีละก็ จัด Vistra แบบไม่ต้องคิดได้เลยค่าา (แต่จะมีราคาค่อนข้างแพงเน้อ ที่แพ็กเกจใหญ่ 100 เม็ด ตกเม็ดละประมาณ 4.5 บาทค่ะ)

ประเภทเม็ด
ความเข้มข้นของ สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ต่อเม็ด1,000 mg
เทียบเท่า Vitamin C โดยประมาณ50 mg
สารอาหาร / ส่วนผสมอื่น ๆซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ 80 mg / สารสกัดจากทับทิม 60 mg / สารสกัดเมล็ดองุ่น 40 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย

2. อาหารเสริม อะเซโรล่าเชอร์รี่ ยี่ห้อ Vit-C+ Acerola Cherry

Vit-C+ เป็นอีกหนึ่งยี่ห้ออาหารเสริมอะเซโรล่าเชอร์รี่ของคนไทย ที่มียอดขายที่ค่อนข้างสูง และทำได้ถึงระดับ 11k +++ ในอินเตอร์เน็ทเลยทีเดียว ก็ยอดขายอาจจะน้อยกว่า Vistra แต่ก็สูงเอาเรื่องเน้อ และถ้าสังเกตจากตารางด้านล่าง จะเห็นว่า มีความเข้มข้นของสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ที่เม็ดละ 500 mg ซึ่งน้อยกว่า Vistra แบบครึ่งต่อครึ่ง แต่ก็ได้มีการเพิ่มวิตามิน C สังเคราะห์มาให้เลยอีก 35 mg ก็ทำให้ร่างกายได้วิตามิน C รวม ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าดูรวม ๆ แล้ว ยี่ห้อVistra ดูน่าสนใจกว่า เพราะมีความเข้มข้นมากกว่า และสารอาหารที่หลากหลายด้วย แต่ Vit-C+ จะมีราคาที่ถูกกว่า ตกเม็ดละประมาณ 3 บาท ก็ถ้าเน้นราคาถูก และทานวันละเม็ด ให้เลือก Vit-C+ ค่ะ

ประเภทเม็ด
ความเข้มข้นของ สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ต่อเม็ด500 mg
เทียบเท่า Vitamin C โดยประมาณ25 mg
สารอาหาร / ส่วนผสมอื่น ๆวิตามิน C 35 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย

3. อาหารเสริม Acerola Cherry ยี่ห้อ Boostuplife

กำลังมองหาอาหารเสริม Acerola Cherry ที่มีราคาค่อนข้างถูกอยู่หรือเปล่า? ถ้าใช่ละก็ ขอแนะนำ Boostuplife ที่จะตกเพียงเม็ดละประมาณ 1 บาท! เลยค่ะ โดยเรื่องความเข้มข้นของสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ก็จะอยู่ที่ 450 mg ต่อเม็ด ซึ่งก็น้อยกว่า 2 ยี่ห้อบน แต่ราคาถูกกว่า 3-4 เท่า ถูกกว่าแบบคนละเรื่องเลยทีเดียว ก็ทานยี่ห้อนี้สักวันละ 2 เม็ด ตกวันละ 2 บาท ก็จะได้ความเข้มข้นอะเซโรล่าที่พอ ๆ กันกับยี่ห้ออื่น ๆ เลย อีกทั้งยี่ห้อนี้ ยังมีซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์และซิตรัส ซินเนซิสที่ได้จากพืชตระกูลส้มอย่างละ 25 mg เพิ่มเติมเข้ามาด้วย ก็ยิ่งทำให้ได้วิตามิน C ที่เพิ่มมากขึ้นไปอีก บอกเลยถ้าเน้นราคาถูก คุณภาพดี ทานได้นานหลายวัน ยี่ห้อนี้ตอบโจทย์แบบสุด ๆ เลยค่ะ

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้นของ สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ต่อเม็ด450 mg
เทียบเท่า Vitamin C โดยประมาณ22.5 mg
สารอาหาร / ส่วนผสมอื่น ๆซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ 25 mg / ซิตรัส ซินเนซิส 25 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร เช้า 1 เย็น 1
สัญชาติไทย


4. อาหารเสริม อะเซโรล่าเชอร์รี่ ยี่ห้อ Amsel

อาจจะเบื่อกับการทานอาหารเสริมแบบเม็ด ๆ กันอยู่สินะ ถ้ายังงั้นขอแนะนำยี่ห้อ Amsel ที่เป็นอาหารเสริมอะเซโรล่าเชอร์รี่ในรูปแบบ “ผงละลายน้ำ” กันเลยค่ะ และด้วยการที่เป็นผงละลาย ก็ทำให้มีความอร่อยกว่า และยังดูดซึมได้ไวกว่าแบบพวกเม็ด ๆ ด้วย ส่วนเรื่องความเข้มข้นของสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ต่อการทาน 1 ครั้ง ต้องบอกเลยว่า มีความเข้มข้นสูงมาก สูงถึง 1,200 mg สูงกว่าทุกยี่ห้อที่ผ่านมาเลย เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีสารสกัดจากผลแครนเบอร์รี่ 500 mg และวิตามินอี 20 mg เพิ่มเสริมมาด้วย ซึ่งทั้ง 2 จะเด่นในเรื่องของการเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

แต่ด้วยคุณสมบัติและความเข้มข้นที่จัดมาให้เยอะขนาดนี้ ก็ทำให้การทานที่ 1 ครั้ง ต่อ 1 ซอง ก็มีราคาที่ค่อนข้างแพงงงมากตามไปด้วย โดยจะตกครั้งละประมาณ 17-18 บาท! เลยทีเดียว ซึ่งก็แพงกว่าทุกยี่ห้อแบบคนละเรื่องเลยนะ ก็ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา และเบื่อ ๆ อาหารเสริมเม็ด ๆ แบบเดิม ๆ ก็จัด Amsel ได้เลย แต่ถ้ารู้สึกว่าแพงเกินไป ก็แนะนำแบบเม็ด ๆ ยี่ห้ออื่น ๆ ที่ราคาย่อมเยา จะดีกว่าค่ะ

ประเภทผงละลายน้ำ
ความเข้มข้นของ สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ต่อเม็ด1,200 mg
เทียบเท่า Vitamin C โดยประมาณ60 mg
สารอาหาร / ส่วนผสมอื่น ๆสารสกัดจากผลแครนเบอร์รี่ 500 mg / วิตามินอี 20 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 ซอง ละลายในน้ำ 200 ml เวลาใดก็ได้
สัญชาติไทย

5. อาหารเสริม Acerola Cherry ยี่ห้อ Real Elixir

Real Elixir อีกยี่ห้ออาหารเสริมของคนไทยที่มี Acerola Cherry วางขายเช่นกัน และถึงจะเป็นในรูปแบบเม็ดคล้าย ๆ กับยี่ห้ออื่น ๆ แต่จะมีความน่าสนใจมากกว่าตรงที่ มีความเข้มข้นของสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ที่สูงมากกกกกถึง 1,200 mg เท่ากับ Amsel แบบผงละลายน้ำตัวด้านบน แต่จะมีราคาที่ถูกกว่าแบบคนละเรื่อง (Real Elixir จะตกเม็ดละประมาณ 5.5 บาท) อีกทั้งยังมีซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์เพิ่มเสริมมาอีก 50 mg ด้วย ก็ถ้าเน้นความเข้มข้นสูง ๆ แบบทานครบ จบในเม็ดเดียว ต้องจัดยี่ห้อนี้เลยค่ะ

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้นของ สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ต่อเม็ด1,200 mg
เทียบเท่า Vitamin C โดยประมาณ60 mg
สารอาหาร / ส่วนผสมอื่น ๆซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 50 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1-2 เม็ด
สัญชาติไทย

6. อาหารเสริม อะเซโรล่าเชอร์รี่ ยี่ห้อ SERES

ตอนแรกว่ายี่ห้อ Vistra เป็นอาหารเสริมอะเซโรล่าเชอร์รี่ที่น่าสนใจมากที่สุดแล้ว เพราะมีความเข้มข้นของอะเซโรล่าที่สูงถึง 1,000 mg และยังมีสารอาหารเพิ่มเติมที่หลากหลายด้วย แต่พอมาเจอกับยี่ห้อ SERES กลายเป็นยี่ห้อนี้น่าสนใจมากกกกกกว่าซะอีก โดยถ้าดูจากตารางด้านล่าง จะเห็นว่า มีความเข้มข้นของอะเซโรล่าที่ 1,000 mg เช่นเดียวกันกับยี่ห้อ Vistra แต่จะพิเศษกว่าตรงที่มีสารอาหารเพิ่มเติมที่หลากหลายกว่า และแต่ละตัวเนี่ย ก็เน้นช่วยบำรุงผิวกันทั้งนั้น อีกทั้งเรื่องราคา ก็ถูกกว่า Vistra ซะอีก ตกเม็ดละประมาณ 3.3 บาทเท่านั้นเอง ก็พอดูรวม ๆ แล้ว ยี่ห้อนี้ดูเหมือนจะคุ้มที่สุดเลยค่ะ จัดด่วน ๆๆ !

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้นของ สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ต่อเม็ด1,000 mg
เทียบเท่า Vitamin C โดยประมาณ50 mg
สารอาหาร / ส่วนผสมอื่น ๆสารสกัดซิตรัสออรานเทียม 100 mg / สารสกัดทับทิม 40 mg / สารสกัดเมล็ดองุ่น 30 mg / สารสกัดมะเขือเทศ 30 mg / สารสกัดแครอท 30 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด หลังมื้ออาหาร
สัญชาติไทย


7. อาหารเสริม Acerola Cherry ยี่ห้อ BOONE

BOONE เป็นยี่ห้ออาหารเสริม Acerola Cherry ที่มีความคล้ายคลึงกับยี่ห้อ SERES ตัวด้านบนมาก ๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องความเข้มข้นของสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ต่อเม็ดที่เท่ากัน และยังมีสารอาหารเพิ่มเติมที่เหมือนกันด้วย เพียงแค่ความเข้มข้นของสารสกัดจากทับทิมและสารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะมีความเข้มข้นที่สูงกว่า SERES นิดหนึ่ง ส่วนราคาต่อเม็ดก็สูงกว่าเช่นกัน โดย BOONE จะมีราคาตกเม็ดละประมาณ 4.5 บาท ก็แพงกว่านิดหนึ่ง แต่ถ้าเอาจริง ๆ แล้ว จะซื้อ BOONE หรือ SERES ก็ได้ค่ะ ดีทั้งคู่เลยเด้อ

ประเภทแคปซูล
ความเข้มข้นของ สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ต่อเม็ด1,000 mg
เทียบเท่า Vitamin C โดยประมาณ50 mg
สารอาหาร / ส่วนผสมอื่น ๆซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 mg / สารสกัดจากทับทิม 50 mg / สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 40 mg / สารสกัดจากแครอท 30 mg / สารสกัดจากมะเขือเทศ  30 mg
ปริมาณที่ควรทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
สัญชาติไทย

ก็จบไปแล้วกับการรีวิวอาหารเสริม “Acerola Cherry” ยี่ห้อไหนดี ถึง 7 ยี่ห้อด้วยกัน สาว ๆ หนุ่ม ๆ และเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนสนใจอยากจะซื้อ ยี่ห้อไหน ตัวไหน ไปทานเพื่อเสริมวิตามิน C บำรุงร่างกาย และเสริมการบำรุงผิวที่บ้านกันบ้างคะ??? ก็จากที่เห็น ๆ มาเนี่ย ถ้าเน้นเรื่องความเข้มข้นของวิตามิน C จริง ๆ พวกอาหารเสริมวิตามิน C โดยตรงที่เป็นแบบสารสังเคราะห์จะดีกว่า มีความเข้มข้นสูงกว่า ในขณะที่ Acerola Cherry จะให้วิตามิน C น้อยกว่ามาก แต่ถ้าเน้นเรื่องวิตามิน C จากธรรมชาติละก็ Acerola Cherry จะดีกว่าเช่นกันค่ะ ก็ลอง ๆ เลือก ๆ ซื้อดู ยังไงก็ขอให้ได้ยี่ห้อที่ตรงใจ ตอบโจทย์เด้ออ